NOPPORN PROMOTION & PICTURE COMPANY LIMITED
ไม่มีคำอธิบาย
พบทั้งหมด 14 เรื่อง

Ban Rai Sai Samorn

Por Mai Lek Tai Song Tua
ภาณุ พ่อหม้ายเมียตาย ต้องทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อเลี้ยงดู โอเล่ กับ เนเน่ ลูกสาวและลูกชายวัย 7 ขวบ ตามลำพัง หลังจากที่ ร้อยแก้ว เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในเม็ดเลือด เมื่อปีเศษ ๆ ที่ผ่านมา เขาใช้เงินทั้งหมดที่มีรักษาร้อยแก้ว แม้กระทั่งบ้านก็เอาไปจำนองธนาคารไว้....แต่ในที่สุดร้อยแก้วก็จากเขาและลูกไปอย่างไม่มีวันกลับ ...คำสุดท้ายที่ร้อยแก้วสั่งเสียโอเล่กับเนเน่ ก็คือ "โอเล่ เนเน่ แม่ฝากพ่อด้วยนะลูก"

Ma Dam Baan Na
เรื่องราวของมหาบัณฑิตสาวบ้านนา ที่ตกกระไดพลอยโจนสวมรอยเป็นคู่หมั้นของว่าที่นักการทูตหนุ่ม เพื่อสืบคดีการตายอย่างมีเงื่อนงำ ของนักวิทยาศาสตร์ที่เธอเคารพรัก ขณะเดียวกันเธอก็ถูกทดสอบอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ว่าเหมาะสมกับตำแหน่งภรรยาของนักการทูตหรือไม่ การสืบหาความจริงจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ท่ามกลางความรักของทั้งคู่ที่ค่อย ๆ ก่อตัว ณ. ใจกลางมหานครกรุงเทพ คฤหาสถ์หลังงามคราคร่ำไปด้วยไฮโซทั่วฟ้าเมืองไทย นักข่าวอีกหลายสำนัก ทุกคนถูกเชิญมางานเปิดตัว ฟ้าคราม หนุ่มหล่อ เท่ห์ ปากจัด เลขาฯท่านทูต และกำลังเป็นเซเลบดังในฐานะเป็นว่าที่ท่านทูตอนาคตไกล ลูกชายเพียงคนเดียวของ ตระการ และ พวงคราม นางามเลิศ สองสามีภรรยานักธุรกิจยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย การเปิดตัวของฟ้าคราม ทำให้เค้าเป็นที่หมายปองของสาวน้อยสาวใหญ่ในทันที ขณะที่งานเลี้ยงดำเนินไป ข้าวปั้น หรือ ปัญชรี นาสุดไกล กับ พีรพงศ์ เพื่อนสนิท ปลอมตัวเข้ามาเป็นพนักงานเสิร์ฟในงานเพื่อสืบเรื่องบางอย่าง นั่นก็คือ... การตายของ ดร.ปิตินันท์ อรุณพรรค ผู้ที่ทำการวิจัยเรื่องสายแร่ ที่ถูกคนร้ายฆ่าทั้งครอบครัว คดีนี้เป็นที่รู้กันทั่วประเทศเมื่อ 10 ปีก่อน ข้าวปั้นแอบทำวิจัยเรื่องสายแร่นี้เงียบๆ ไม่เคยบอกให้ใครรู้ และอีกเหตุผลคือ ข้าวปั้นต้องการหาตัวร้ายตัวจริงที่สั่งฆ่าดร.ปิตินันท์และครอบครัวอย่างโหดเหี้ยม ไม่ใช่แพะรับบาปอย่างที่เป็นอยู่นี้ ข้าวปั้นรู้มาว่า ตระการเป็นหนึ่งในทีมวิจัยของดร.ปิตินันทร์ที่ไปทำวิจัยเกี่ยวกับดินที่ภาคอีสานก่อนที่ดร.ปิตินันทร์จะถูกฆ่ายกครัว ข้าวปั้นจึงคิดว่าการได้เข้ามาในบ้านหลังนี้ อาจจะทำให้เธอพบเบาะแสเกี่ยวกับงานวิจัยเรื่องสายแร่ และข้อมูลเกี่ยวกับคนร้ายตัวจริง ระหว่างที่ข้าวปั้นกับพีรพงศ์แยกกันไปทำงาน ข้าวปั้นดันไปเห็นฟ้าครามกับ แพตตี้ เซเลบเน็ตไอดอล กำลังพลอดรักกัน ข้าวปั้นตกใจมาก แต่ฟ้าครามดันหันมาเห็นเข้าพอดี จึงได้โอกาสผละจากแพตตี้ที่พยายามลวนลามเค้า แต่ข้าวปั้นดันเข้าใจผิดไปแล้ว ข้าวปั้นตกใจรีบวิ่งหนี ฟ้าครามรีบตามไป ทำให้แพตตี้โมโหมาก ข้าวปั้นถูกฟ้าครามจับตัวเอาไว้ได้ ข้าวปั้นพยายามปิดหน้าปิดตา ประกอบที่ตรงนั้นค่อนข้างมืด ทำให้ฟ้าครามไม่เห็นหน้า จังหวะนั้น ข้าวปั้นจัดการเตะผ่าหมากฟ้าครามและหนีออกมาได้สำเร็จ ฟ้าครามทั้งเจ็บทั้งจุก ข้าวปั้นรีบฉุดพีรพงศ์ให้ออกจากงาน ฟ้าครามรู้ว่าข้าวปั้นปลอมตัวเข้ามาเพราะพนักงานเสิร์ฟตัวจริงสองคนถูกขังอยู่ในห้องเก็บของ ฟ้าครามสงสัยว่าข้าวปั้นเป็นใครกันแน่!!! ณ ทุ่งบ้านนา... ข้าวปั้นเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเกิด แต่กลับต้องช็อกตะลึงงัง เมื่อ เพิ่มบุญ กับ ลาวัลย์ พ่อและแม่ขอร้องให้ข้าวปั้นไปสวมรอยแต่งงานกับลูกชายเจ้าของธุรกิจชื่อดัง เพื่อปลดหนี้จากการเสียรู้หลงกลเล่นแชร์ข้าว ไม่ให้ที่นาผืนสุดท้ายของครอบครัวต้องถูกยึด!!! สาเหตุของเรื่องวุ่นๆเกิดจากคำสัญญา !!! ระหว่าง ครอบครัว “นาสูงส่ง” กับ ครอบครัว “นางามเลิศ” ที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาแต่อดีต จนรักใคร่กัน ถึงกับสัญญากันว่าหากมีลูกเป็นชายและเป็นหญิงก็อยากจะให้ลูกทั้งสองครอบครัวได้แต่งงานกัน แต่ปัญหาก็คือ ปานรวี สาวใจแตก รักสวยรักงาม ใฝ่ฝันอยากเป็นดารา ลูกสาวคนเดียวของ ประเดิม-มาลี นาสูงส่ง กลับมีคนรักชอบพออยู่แล้ว คือ กำลาภ ลูกชาย เสี่ยกำพล ตั้งสติธรรม นายหน้าค้าที่ดิน แต่เบื้องหลังประกอบธุรกิจผิดกฎหมายทั้งเปิดบ่อน เปิดซ่อง ค้ายา ฯลฯ ปานรวีจึงเหวี่ยงวีนอาละวาดไม่ยอมถูกจับคลุมถุงชนเด็ดขาด หากพ่อแม่บังคับเธอจะฆ่าตัวตาย ประเดิมและมาลีกลัวลูกสาวจะคิดสั้นจริงๆ และก็ไม่อยากผิดคำสัญญาต่อเพื่อน จึงคิดจะส่งลูกสาวคนอื่นไปสวมรอยเป็นปานรวีแทน โดยคิดว่าหากฝ่ายชายเป็นคนปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้เอง ตนทั้งคู่ก็จะไม่ผิดคำพูด ไม่เสียเพื่อน ไม่เสียลูก..ดังนั้น ประเดิมกับมาลีจึงมาใช้อำนาจการเป็นเจ้าหนี้บีบบังคับให้เพิ่มบุญและลาวัลย์ส่ง ข้าวปั้น ไปทำภารกิจแต่งงานแทนลูกสาวตนนั่นเอง เพิ่มบุญและลาวัลย์พยายามชักแม่น้ำทั้งห้ามาทำให้ข้าวปั้นยอมแต่งงานล้างหนี้ ทั้งขอร้อง กราบกราน บีบบังคับ ข่มขู่ อาละวาด แต่ยังไงข้าวปั้นก็ไม่ยอมแต่งงาน ข้าวปั้นยืนกรานว่าจะหาเงินด้วยวิธีอื่นมาใช้หนี้ แต่พอข้าวปั้นได้รู้ว่าผู้ชายที่เธอจะต้องไปสวมรอยแต่งงานด้วยนั้น คือ ฟ้าคราม ข้าวปั้นจึงตอบตกลงรับภารกิจสวมรอยแต่งงานทันที ข้าวปั้นบอกพ่อแม่ว่าจะยอมสวมรอยเป็นปานรวีไปแต่งงาน เพื่อรักษาที่นาของพ่อแม่ มีข้อแม้ว่าพ่อกับแม่จะต้องปกปิดความจริงเรื่องการศึกษาที่แท้จริงของเธอ ข้าวปั้นจะแสร้งทำตัวเป็นสาวใจแตกแบบเดียวกับที่ปานรวีเป็น เพื่อไม่ให้ฟ้าครามและครอบครัวรู้ ฟ้าครามขัดใจพ่อกับแม่ไม่ได้ จึงตั้งเงื่อนไขขึ้นมาเพราะคิดว่าข้าวปั้นที่ปลอมตัวเป็นปานรวีทำไม่ได้แน่นอน นั่นก็คือ “ในเวลา 3 เดือนที่เขาพักร้อนอยู่ที่เมืองไทย ถ้าข้าวปั้นไม่ผ่านบททดสอบคุณสมบัติของการเป็นมาดามท่านทูตทุกข้อ ก็จะไม่มีงานแต่งงานเกิดขึ้น” เพราะจริงๆแล้วฟ้าครามก็หาทางที่จะหลีกเลี่ยงการคลุมถุงชนของพ่อแม่ในครั้งนี้เช่นกัน แต่เป็นการเลี่ยงแบบไม่ให้พ่อแม่ต้องเสียหน้าและเสียใจ ข้าวปั้นยอมรับการทดสอบทุกอย่าง เพื่อให้ได้แต่งงานกับฟ้าคราม มันจะได้สะดวกต่อการทำภารกิจของเธอ ข้าวปั้นจำต้องทำตามบททดสอบบ้าๆบอๆที่ฟ้าครามตั้งขึ้นมาให้ดีที่สุด เพราะกลัวว่าจะถูกขับไล่ แล้วจะอดได้หลักฐานหรือเบาะแส คนที่ช็อคกับเรื่องนี้มากที่สุดก็คือ พีรพงศ์ เค้าค้านหัวชนฝา เพราะแอบรักข้าวปั้นมานาน และเค้าก็เข้าใจว่าฟ้าครามเป็นเพลบอย จึงเป็นห่วงข้าวปั้นมากกว่าปกติ แต่ข้าวปั้นบอกว่าไม่ต้องกังวล เธอเตรียมทั้งเครื่องช๊อตไฟฟ้า น้ำตาเทียม พริกไท เอาไว้จัดการฟ้าคราม ถ้าหากฟ้าครามเกิดหน้ามืดตามัวทำอะไรเธอขึ้นมา ข้าวปั้นย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของฟ้าคราม เธอทำตัวเป็นพวกบ้านนอกเข้ากรุง หลงแสงสี พูดจาเสียงดังจนทำให้ฟ้าครามรำคาญ ผิดกับพ่อและแม่ของฟ้าครามที่ดูจะชอบอกชอบใจในตัวข้าวปั้น บททดสอบเริ่มต้นขึ้น ข้าวปั้นถูกฟ้าครามออกคำสั่งให้รับหน้าที่ดูแลเรื่องอาหารการกินทุกมื้อในบ้าน ถูกทดสอบทำอาหารไทย-จีน-ฝรั่ง-นานาชาติ ทดสอบทำงานบ้านงานเรือน ส่งไปเรียนภาษาอังกฤษ...แต่แรกๆ ข้าวปั้นต้องเล่นเนียนว่าเป็นเพียงสาวบ้านนาจบม.6 ทำให้ต้องแกล้งทำทุกอย่างออกมาอย่างกระท่อนกระแท่น ทำตัวเป็นคนโง่ เพื่อตบตาฟ้าคราม.....ฟ้าครามทำเป็นโมโห ประกาศเส้นตาย....ถ้าการทดสอบมารยาทในการเข้าสังคมของข้าวปั้นยังไม่ได้เรื่อง งานแต่งงานจะถูกยกเลิก!!!!! แต่เป้าหมายของข้าวปั้นยังไม่บรรลุ เพราะฉะนั้นการทดสอบนี้.....ต้องเริ่ด!!!!เพื่อต่อเวลาให้ได้อยู่ที่กรุงเทพและใกล้ชิดฟ้าครามต่อไป ฟ้าครามเล่าเรื่องนี้ให้ ญาดา เพื่อนสนิทของเค้าฟัง ญาดาต่อว่าฟ้าครามว่าใจร้าย รังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิง ฟ้าครามว่าเค้าไม่เคยวางใจผู้หญิงคนไหนในโลกยกเว้นญาดา เพราะอดีตเค้าเคยผิดหวังจากรักแรก เค้าจึงไม่คิดจะมีผู้หญิงคนอื่นอีก ฟ้าครามพาข้าวปั้นไปงานเลี้ยงปาร์ตี้นักเรียนนอก เพราะไม่คิดว่าคนที่จบการศึกษาแค่มัธยม 6 จะสามารถทำได้ หารู้ไม่ว่าข้าวปั้นทำได้ทุกอย่าง เลือกชุดใส่ได้อย่างมีรสนิยม วางตัวดีจนเป็นที่ประทับใจของเพื่อนๆ และในงานเลี้ยงนั้น ทำให้ญาดาอดที่จะขำไม่ได้ เพราะแผนของฟ้าครามทำท่าว่าจะล้มเหลว ฟ้าครามใช้ไพ่ใบสุดท้าย คือพาข้าวปั้นออกไปเต้นรำ และนั่นเป็นสิ่งเดียวที่ข้าวปั้นไม่ถนัด ข้าวปั้นกลายเป็นตุ๊กตาที่ถูกลากไปลากมาทั่วทั้งฟลอร์ จนในที่สุด ข้าวปั้นเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง ฟ้าครามต่อว่าตอกย้ำความเป็นเด็กบ้านนอกใจแตกของข้าวปั้นต่อหน้าเพื่อนๆในงานเลี้ยง แต่ฟ้าครามกลับถูกญาดาและเพื่อนๆประณามว่าแล้งน้ำใจซะเอง ทำให้ฟ้าครามรู้สึกผิด ข้าวปั้นเอ็นข้อเท้าอักเสบ ถูกหมอสั่งห้ามเคลื่อนไหว ตระการรู้สึกโกรธลูกชายมากจึงสั่งให้ชายหนุ่มต้องดูแลข้าวปั้นจนกว่าขาจะหายดี ข้าวปั้นแอบยิ้มเยาะที่ฟ้าครามต้องกลายมาเป็นคนรับคำสั่งของเธอ จึงแกล้งเป็นนั่นเป็นนี่อยู่บ่อยๆ อยากกินนู้นกินนี่ โดยเฉพาะส้มตำปูล้าร้า ลาบ น้ำตก ซึ่งข้าวปั้นก็ไม่คิดไม่ถึงว่าหนุ่มนักเรียนนอกว่าที่ท่านทูตอย่าง ฟ้าครามจะมีสายเลือดพ่อครัวอีสานอยู่เต็มตัว แต่ในระหว่างที่ฟ้าครามต้องดูแลข้าวปั้นนั้น ฟ้าครามได้เห็นเอกสารงานวิจัยของ ดร.ปิตินันท์ ที่ซุกอยู่ในตู้เสื้อผ้าของหญิงสาว ฟ้าครามไม่เข้าใจว่าเด็กใจแตกที่เรียนจบแค่ม.6 อย่างข้าวปั้นจะสนใจอ่านงานวิชาการด้วย ข้าวปั้นเกรงความลับเกี่ยวกับการสลับตัวระหว่างเธอกับปานรวีจะแตกก่อนเวลาอันควร จึงโกหกไปว่าไม่ได้เอามาอ่าน แต่จะเอาไปชั่งกิโลขาย ฟ้าครามต้องพาพ่อกับแม่ออกไปทานอาหารเที่ยงกับภริยาทูต ข้าวปั้นอ้างว่าขาเจ็บ ขออยู่เฝ้าบ้าน แต่จริงๆแล้วเธอหาโอกาสจะเข้าไปค้นในห้องทำงานและห้องนอนของตระการมากกว่า ระหว่างที่กำลังรื้อหาเบาะแส อยู่ๆตระการกลับเข้ามา ข้าวปั้นหาทางหลบซ่อน และเผลอทำกิ๊บติดผมหล่นในห้อง เมื่อฟ้าครามมาพบกิ๊บนั้น จึงคิดเอาว่าข้าวปั้นแอบเข้าห้องนอนพ่อ คงคิดจะรวบหัวรวบหางพ่อของตนด้วย กลายเป็นเรื่องวุ่นวายใหญ่โต ยิ่งทำให้ฟ้าครามจับตาดูพฤติกรรมของข้าวปั้นมากยิ่งขึ้น..... ด้านพีรพงศ์บังเอิญช่วยญาดาจากการที่โดนคนร้ายลวนลาม เธอให้ค่าตอบแทนเค้า แต่พีรพงศ์ไม่รับ ยิ่งทำให้ลูกคุณหนูที่แวดล้อมไปด้วยคนที่เข้ามาหาผลประโยชน์กับเธอ...ประทับใจในตัวพีรพงศ์ ญาดาให้นามบัตรพีรพงศ์เอาไว้ และบอกให้โทรหาเธอได้ทุกเมื่อถ้าพีรพงศ์เดือดร้อน ท่านบดี นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ สนใจอยากร่วมลงทุนกับตระการ แต่ฟ้าครามรู้มาว่าท่านบดีไม่ใช่นักธุรกิจที่มือสะอาด จึงเตือนพ่อ ทำให้ตระการหาทางเลี่ยง ท่านบดีไม่พอใจ แต่ยังไม่กล้าทำอะไรวู่วาม เสี่ยกำพลเสนอตัวจะจัดการตระการให้ แต่ท่านบดีห้าม ทำให้เห็นว่าเสี่ยกำพลทำงานให้กับท่านบดี ฟ้าครามเริ่มไม่ไว้ใจในตัวข้าวปั้นมากจากพฤติกรรมลับๆล่อๆหลายอย่าง ฟ้าครามจึงว่าจ้าง ไอ้บ่อน ลูกชายวัยรุ่นตัวแสบของป้าใย แม่ครัวประจำบ้านคอยจับตาดูข้าวปั้นทุกฝีก้าว และคอยรายงานให้เขารับรู้ตลอด ด้านแพตตี้รู้ข่าวว่าฟ้าครามจะแต่งงานกับข้าวปั้นก็หัวเสีย เธอกับพิ้งกี้ เพื่อนสนิท แทคทีมกันไปหาเรื่องข้าวปั้น ตอนแรกเธอคิดว่าข้าวปั้นจะเป็นสาวบ้านนาคนซื่อ แต่ที่ไหนได้ แพตตี้กับพิ้งกี้กลับโดนข้าวปั้นจัดการซะจนวิ่งหนีกลับไปแทบไม่ทัน ทำให้แพตตี้แค้นใจมาก ไอ้บ่อนเห็นข้าวปั้นออกจากบ้าน จึงรายงานฟ้าครามให้สะกดรอยตามไป ฟ้าครามตามไปจนพบว่า ข้าวปั้นแอบนัดพบกับพีรพงศ์ ฟ้าครามเข้าใจผิด คิดว่าสองคนนี้แอบรักกันลับหลังตน ฟ้าครามทั้งเจ็บแปลบทั้งโมโหที่ถูกสาวใจแตกสวมเขา ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีคุณค่าพอจะเป็นมาดามทูตอย่างเขา โดยไม่รู้เลยว่า แท้จริงแล้วข้าวปั้นขอให้พีรพงศ์ช่วยหาข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัยสายแร่อย่างลับๆ ข้าวปั้นจับได้ว่าไอ้บ่อนแอบตามเธอ และไอ้บ่อนก็ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเธออย่างจริงจัง ข้าวปั้นสืบจนรู้ว่าไอ้บ่อนแอบหลงรักน้องอ้อย สาวใช้ข้างบ้าน จึงช่วยไอ้บ่อนทำให้น้องอ้อยประทับใจ ข้าวปั้นจึงซื้อใจไอ้บ่อนได้สำเร็จ และให้ไอ้บ่อนโกหกฟ้าครามว่าข้าวปั้นไม่มีอะไรน่าสงสัย ด้านพีรพงศ์เอางานวิจัยเล่มที่สองของดร.ปิตินันท์มาให้ข้าวปั้น ซึ่งเล่มที่ได้มานั้นบางและเหมือนเป็นงานที่ทำค้างอยู่ เนื้อหาบอกเพียงว่าดินที่ดร.ปิตินันท์และคณะนักศึกษาของเขาศึกษานั้นมีดินจากทุ่งบ้านนาที่พบว่ามีสายแร่ ส่วนพิกัดและแผนที่นั้นเป็นเพียงหัวข้อที่ขึ้นต้นไว้ แต่ไร้เนื้อความ ข้าวปั้นสงสัยเรื่องพิกัดของสายแร่ และอยากรู้ว่าคณะนักศึกษาของดร.ปิตินันท์นับสิบคนนั้น หายไปไหนกันหมด ข้าวปั้นคิดหาตัวกลุ่มนักศึกษาเหล่านั้นให้เจอ!!! ข้าวปั้นเดินทางไปที่บ้านพักของดร.ปิตินันท์ที่ปัจจุบันปิดตายเป็นบ้านร้างเพียงลำพัง มีเพียง ตาเชื่อม คนเฝ้าบ้านเก่าแก่อยู่คนเดียว แต่ในบ้านนั้น ไม่มีหลักฐานอะไรหลงเหลืออยู่ ราวกับว่าใครบางคนเข้ามาเก็บกวาดหลักฐานต่างๆออกไปหมดเรียบร้อยแล้ว ข้าวปั้นไม่ได้เบาะแสอะไรกลับไป และยังไม่รู้ตัวเลยว่า การมาที่บ้านนี้ได้ถูกบันทึกภาพเอาไว้โดยใครบางคนแล้ว ฟ้าครามไม่พอใจที่ข้าวปั้นแอบติดต่อกับพีรพงศ์ตลอดเวลา ฟ้าครามจึงจงใจบังคับข้าวปั้นให้ไปร่วมงานแถลงข่าวเกี่ยวกับการจัดประกวดนางงามครกทองคำ ที่จัดขึ้นโดยชมรมนักธุรกิจชาวอีสาน พวงครามในฐานะประธานชมรมรับผิดชอบการจัดงานทุกอย่าง โดยที่ในงานนั้น ฟ้าครามวางท่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของข้าวปั้นอย่างออกหน้า จนมีปากมีเสียงกับข้าวปั้นตลอดทั้งงาน แล้วข้าวปั้นก็ได้เจอกับปานรวีที่มารับจ๊อบเป็นพริตตี้ของงาน ปานรวีประทับใจในความสง่าและ ดูดีของฟ้าคราม ยิ่งพอรู้ว่าคือชายหนุ่มที่ตนปฏิเสธ ยิ่งเสียดาย ถึงกับคิดอยากจะเลิกกับกำลาภที่ไม่เอาไหน วันๆก็เอาแต่อวดเบ่งทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเธอต่อหน้าทุก ๆ คน ปานรวีลากข้าวปั้นแยกออกมาจากในงานเพื่อบอกว่าเธออยากจะเฉลยความจริง เธออยากแต่งงาน อยากเป็นเมียทูต จะไม่พึ่งข้าวปั้นอีกต่อไป ข้าวปั้นพยายามขอร้องว่าอย่าเพิ่งรีบบอก เพราะเธอยังไม่ได้เบาะแสอะไรเลย แต่ปานรวีไม่ฟัง คิดจะไปบอกความจริงกับฟ้าคราม แต่มีเหตุให้ปานรวีบังเอิญได้ยินฟ้าครามต่อว่าข้าวปั้นเสียก่อน ฟ้าครามตำหนิข้าวปั้นเสียๆหายๆ และเผยความในใจว่า เขาไม่เคยพิศวาสในตัวปานรวีเลย ทั้งน่าเบื่อและน่ารำคาญที่สุด ไม่ใฝ่เรียน ทำตัวไร้ค่า ฟ้าครามยังพูดเปรียบเทียบปานรวีกับข้าวปั้น บอกให้ดูข้าวปั้นเป็นตัวอย่าง ได้ทุนเรียนต่อได้ดิบได้ดีไปถึงไหนต่อไหนแล้ว...ข้าวปั้นรู้ได้ทันทีว่าฟ้าครามแอบมีใจให้เธอมาตั้งแต่เด็ก เช่นเดียวกับที่เธอก็มีใจให้เขาเช่นกัน ข้าวปั้นอยากจะบอกความจริง ว่าเธอไม่ใช่ปานรวีที่เขาเกลียด เธอคือข้าวปั้นที่เขารักต่างหาก แต่อยู่ๆปานรวีกลับเดินเข้ามาแนะนำตัวเองว่าชื่อข้าวปั้น (ปานรวีสวมรอยเป็นข้าวปั้น) ข้าวปั้นตัวจริงได้แต่อึ้ง กล้ำกลืน ปานรวี(ที่หลอกฟ้าครามว่าคือข้าวปั้น)เข้ามาในชีวิตของฟ้าคราม สวมรอยว่าตนเองก็ประทับใจฟ้าครามมาตั้งแต่เด็ก แม้จะต้องมั่วบ้าง แถๆไปบ้าง แต่ก็ทำให้ฟ้าครามประทับใจได้ และฟ้าครามก็ดูจะชอบปานรวีอย่างเปิดเผย (เพราะเข้าใจว่าคือดญ.ข้าวปั้น) ผิดกับพ่อแม่ฟ้าคราม ป้าใยและไอ้บ่อนที่ไม่ถูกชะตาปานระวีอย่างมาก เพราะพออยู่ต่อหน้าฟ้าคราม ปานระวีจะทำตัวเป็นนางเอกผู้แสนดี แต่พอลับหลัง ก็จะกลายร่างเป็นนางร้าย ฟ้าครามเล่าเรื่องปานรวีที่โกหกว่าเป็นข้าวปั้นให้ญาดาฟัง ทำให้ญาดารู้ว่าผู้หญิงที่เป็นรักแรกของฟ้าครามคือข้าวปั้น ญาดาสงสารข้าวปั้นที่โกหกว่าเป็นปานรวีอย่างมาก นั่นทำให้ญาดากับข้าวปั้นได้มีโอกาสคุยกัน และญาดาก็ได้รู้ว่าพีรพงศ์เป็นเพื่อนสนิทกับข้าวปั้น ข้าวปั้นพอเดาออกว่าญาดาแอบชอบพีรพงศ์จึงหาทางช่วย แต่กลับเจอพีรพงศ์ต่อว่า เค้าเสียใจที่ข้าวปั้นพยายามจะเป็นแม่สื่อเค้าให้กับผู้หญิงอื่น ทั้งๆที่พีรพงศ์ชอบข้าวปั้น ข้าวปั้นอึ้งที่ได้รู้ความจริง กำลาภเข้ามาเห็นฟ้าครามนั่งสวีทกับแฟนของตนอยู่ก็เข้ามาจะมีเรื่องกับฟ้าคราม จนปานรวีต้องพากำลาภออกไปก่อนความแตก ปานรวีหลอกกำลาภว่ายังรักกำลาภเหมือนเดิม ส่วนฟ้าครามก็แค่เรื่องเส้นสายในการเข้าสู่วงการ กำลาภเชื่อและไว้ใจปานรวีหมดใจ ปานรวีโล่งอก โดยไม่รู้ว่าพีรพงศ์อยู่บริเวณนั้น และได้ยินสิ่งที่ปานรวีโกหกทั้งหมด ปานรวีข่มขู่พีรพงศ์ว่าถ้าปากโป้งเรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว ตนจะให้พ่อยึดที่นาของข้าวปั้น แล้วรับรองว่าจะไม่มีใครได้มีความสุขกันสักคน พีรพงศ์รักข้าวปั้นมาก จึงไม่เผยเรื่องนี้กับใคร ในที่สุด ฟ้าครามก็คบกับปานรวีอย่างเปิดเผย (ฟ้าครามเข้าใจว่าคือข้าวปั้น) โดยไม่สนใจว่าพ่อกับแม่จะว่ายังไง ปานรวีคอยยุให้ฟ้าครามยกเลิกสัญญาในอดีตของพ่อแม่ แล้วมาแต่งงานกับตนแทน ข้าวปั้นพยายามไม่ใส่ใจเรื่องฟ้าครามกับปานรวี แต่ก็ออกอาการจนพีรพงศ์จับสังเกตได้ พีรพงศ์เตือนให้โฟกัสที่ภารกิจเพื่อส่วนรวมก่อน เพราะมีข่าวมาบอก เกี่ยวกับ ดร.วนัส เปี่ยมกิตติ อาจารย์ธรณีวิทยาที่เคยสอนอยู่ในจังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ เป็นนักศึกษาหนึ่งในสิบคนที่สมัครใจไปวิจัยดินที่ภาคอีสานกับดร.ปิตินันท์ ข้าวปั้นกับพีรพงศ์เดินทางไปที่บ้านของดร.วนัส ปานรวีรู้ จึงใส่ไฟข้าวปั้นให้ฟ้าครามฟัง แต่ฟ้าครามดันหึง จึงรีบตามไปสมทบ บ้านของดร.วนัสนั้นอยู่ในป่าลึก เหมือนจะหลบซ่อนตัวจากสังคม กว่าข้าวปั้นจะเข้าไปถึงได้แทบกระอักเลือด ทีแรกดร.วนัสปฏิเสธไม่ต้อนรับผู้ใด ยิ่งพอรู้ว่าข้าวปั้นมาด้วยเรื่องงานวิจัยดินทุ่งบ้านนาดร.วนัสก็ถึงกับลนลาน วิ่งหนี จนกลายเป็นเรื่องวุ่นวาย เพราะดร.วนัสลื่นไถลหล่นไปในชั้นหิน จนเกือบจะตาย โชคดีที่ข้าวปั้นมาช่วยเอาไว้ได้ทัน สุดท้าย ดร.วนัสก็ไว้ใจข้าวปั้นกับพีรพงศ์ ยอมเล่าความจริงว่างานวิจัยของดร.ปิตินันท์ ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากท่านบดี แต่เมื่อหัวหน้าทีมเขียนรายงานให้เจ้าของทุนทราบในเบื้องต้นว่าค้นพบที่ดินที่มีสายแร่ ด้วยความละโมบโลภมาก ท่านบดีเร่งรัดจะเอาแผนที่พิกัดที่มีสายแร่ แต่ดร.ปิตินันท์เห็นว่าทรัพย์ในดินนั้นเป็นสมบัติของแผ่นดิน เขาจึงประกาศหยุดงานวิจัยนี้และคืนเงินทุนที่เหลือครึ่งหนึ่งให้กับท่านบดี ตั้งแต่นั้นมา ชีวิตของ ดร.ปิตินันท์ก็หาความสุขไม่ได้เลย มีคนตามราวีข่มขู่ตลอด จนสุดท้ายก็ถูกฆ่าล้างครัว กลุ่มนักศึกษาทั้งสิบคนก็ถูกตามราวีจนหลายคนต้องเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ย้ายที่อยู่ บางคนก็หนีไปเรียนต่างประเทศ ดร.วนัสถึงต้องมาหลบอยู่ในป่าเช่นนี้ ทุกคนคาดเดาว่าเป็นฝีมือของท่านบดี แต่ไม่มีใครกล้าออกมาพูดหรือให้ข้อมูลใดๆ..... ข้าวปั้นอยากจะไขความกระจ่างในคดีนี้ แต่ดร.วนัส ห้ามไม่ให้ข้าวปั้นรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาอีก เพราะจะเป็นอันตราย ข้าวปั้นดื้อดึงจะต้องทำให้สำเร็จ เพราะถ้ามีนายทุนจ้องจะตะครุบสายแร่ที่ทุ่งบ้านนาจริง ข้าวปั้นก็จะต้องปกป้องสมบัติของแผ่นดิน และจะต้องคืนความยุติธรรมให้คนที่ทำเพื่อส่วนรวมอย่างดร.ปิตินันท์ด้วย ในระหว่างทางขากลับ ข้าวปั้นกับพีรพงศ์ถูกคนร้ายขี่มอเตอร์ไซค์ประกบเพื่อข่มขู่ว่าจะเอาชีวิต ทั้งสองคนต้องสู้และพากันหนี เกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่โชคดีที่ฟ้าครามซึ่งขับรถตาม เข้ามาช่วยเอาไว้ได้ทัน ข้าวปั้นรู้ว่านี่คือการข่มขู่ เป็นสัญญาณเตือนว่าให้หยุดสืบเรื่องสายแร่ทุ่งบ้านนาเพราะครั้งหน้าคงไม่ไว้ชีวิต แต่ข้าวปั้นกลับฮึกเหิม ยิ่งต้องทำให้สำเร็จ ในขณะที่ ฟ้าครามโวยวายว่าข้าวปั้นกับพีรพงศ์ทำอะไรกันอยู่ ทำไมมีคนร้ายไล่ตาม ข้าวปั้นบอกว่าเป็นผัวเก่าที่ตามมาราวีเพราะยังตัดใจจากตนไม่ได้ ฟ้าครามไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ นอกจากข้อมูลที่ได้จากดร.วนัสแล้ว ข้าวปั้นยังรู้มาอีกด้วยว่าเวลานี้ชาวบ้านทุ่งบ้านนาหลายครอบครัว ได้ขายที่ดินให้กับนายทุนไปแล้ว ผ่านนายหน้าอย่างเสี่ยกำพลกับกำลาภนั่นเอง และนายทุนใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังการกว้านซื้อที่ดินทุ่งบ้านนาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ท่านบดี นั่นเอง...ยิ่งทำให้ข้าวปั้นต้องเข้าถึงตัวดร.บดีให้ได้!!! ฟ้าครามลากข้าวปั้นกลับมาบ้าน ทั้งสองคนทะเลาะกันบ้านแทบแตกอย่างไม่มีใครยอมใคร ญาดารู้เรื่องจากฟ้าครามจึงบอกว่าฟ้าครามรักข้าวปั้น และกำลังทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ฟ้าครามปฏิเสธว่าไม่ได้คิดอะไรกับข้าวปั้น ทั้งๆที่เริ่มไม่แน่ใจ ข้าวปั้นถูกลอบทำร้ายอีกหลายครั้ง และในแต่ละครั้ง ก็มักมีฟ้าครามอยู่ด้วย จนฟ้าครามชักไม่เชื่อว่าข้าวปั้นจะโดนราวีจากผัวเก่า เค้าพยายามคาดคั้น แต่ข้าวปั้นไม่ตอบ ฟ้าครามสงสัยว่าข้าวปั้นจะทำอะไรที่ผิดกฎหมาย จึงเริ่มหวาดระแวง การประกวดนางงามครกทองคำ ที่จัดขึ้นที่ทุ่งบ้านนามีทั้งประเภทสวยงามและประเภทตลกขบขัน ปานรวีตั้งใจจะเข้าประกวดประเภทสวยงาม ฟ้าครามสนับสนุน แต่ก็แอบบังคับใส่ชื่อข้าวปั้นขึ้นประกวดด้วย เพราะเจตนาจะให้ข้าวปั้นขายหน้า ทีแรกข้าวปั้นจะขอถอนชื่อ แต่เมื่อรู้ว่าผู้ชนะและรองจะได้รับการเลี้ยงแสดงความยินดีจากสปอนเซอร์ของการจัดงาน ซึ่งก็คือ ท่านบดี ทำให้ข้าวปั้นมุ่งมั่นในการประกวด เพื่อเข้าใกล้ท่านบดี เพราะเธอเชื่อลึกๆว่าท่านบดีต้องอยู่เบื้องหลังการฆ่ายกครัวของดร.ปิตินันท์แน่นอน ข้าวปั้นจึงมุ่งมั่นตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อเป็นนางงามอย่างเต็มที่ โดยมีฟ้าครามคอยมาช่วยสอน ในระหว่างการฝึกเป็นนางงาม ข้าวปั้นได้รับการติดต่อจากเพิ่มบุญและลาวัลย์ ที่หนีหัวซุกหัวซุนออกจากทุ่งบ้านนาเพราะมีคนลอบทำร้าย เผาบ้าน พ่อแม่บอกว่าให้เห็นแก่ความปลอดภัยของตัวเอง หยุดสิ่งที่ทำอยู่ซะ อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเลย แต่ข้าวปั้นบอกว่าตอนนี้สิ่งที่เป็นปริศนา คือ แผนที่พิกัด ที่ระบุตำแหน่งที่แน่ชัด ว่าบริเวณไหนของทุ่งบ้านนามีสายแร่อยู่ ถ้าหาแผนที่พิกัดเจอและส่งให้ทางราชการ สายแร่ที่ถือว่าเป็นสมบัติของชาติของแผ่นดินก็จะไม่ตกไปอยู่ในมือคนละโมบ และข้าวปั้นมั่นใจว่าแผนที่พิกัดอยู่ที่ท่านบดีแน่ หากเธอชนะการประกวดนางงาม เธอก็จะได้เข้าไปในบ้านของท่านบดี ข้าวปั้นรู้สึกว่าถอยหลังไม่ได้อีกแล้ว ในการประกวด แพตตี้ที่ถูกเชิญมาเป็นคณะกรรมการ เห็นข้าวปั้นลงประกวดก็ไม่พอใจ หาทางกลั้นแกล้ง ขังข้าวปั้นเอาไว้ในห้อง แต่สุดท้ายฟ้าครามก็ตามมาช่วยเอาไว้ ทำให้ข้าวปั้นขึ้นประกวดได้ทัน ทำให้แพตตี้ประหลาดใจอย่างมาก ข้าวปั้นตอบคำถามได้อย่างเฉลียวฉลาดมีไหวพริบและที่สำคัญภาษาอังกฤษของเธอดีราวกับนักเรียนนอก ในขณะที่ปานรวีพูดภาษาได้อย่างสเน็คๆฟิชๆ สร้างความฉงนสงสัยให้ฟ้าครามมาก เพราะเขารู้สึกว่า ข้าวปั้น(ที่เขาคิดว่าคือปานรวี) คนนี้ไม่เหมือนคนที่จบแค่มัธยมปลาย แต่เหมือนระดับด็อกเตอร์เลยทีเดียว...แล้วผลการตัดสินที่ออกมา ข้าวปั้นได้เป็นรองอันดับหนึ่ง ปานรวีคือผู้ชนะตัวจริง แต่ความเฉลียวฉลาดของข้าวปั้นโดนใจท่านบดีที่มานั่งเป็นกรรมการอย่างมาก ถึงกับเรียกให้มาพบเป็นการส่วนตัวหลังเวที ข้าวปั้นทำใจดีสู้เสือ แต่ทันทีที่เข้ามาถึง ท่านบดีก็ทำเจ้าชู้ใส่ เข้ามากอดข้าวปั้นอย่างถือวิสาสะ ข้าวปั้นโปรยเสน่ห์และออดอ้อนจะขอไปที่บ้านท่านบดีให้ได้ แต่อยู่ๆฟ้าครามโผล่มาเห็นภาพนั้น ผลุนผลันชกท่านบดี จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ ฟ้าครามประกาศว่าข้าวปั้นคือว่าที่ภรรยาตน ท่านบดีไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนี้ ข้าวปั้นต่อว่าฟ้าครามว่าไม่มีสิทธิประกาศว่าตนเป็นภรรยา เพราะฟ้าครามเองก็ยังมีปานรวีอยู่อีกคน ไม่ได้คิดจะยกย่องให้เธอเป็นมาดามอยู่แล้ว ฟ้าครามสับสนในตัวเอง ว่าเขารักใครกันแน่ ระหว่างข้าวปั้น(ที่เขาเข้าใจว่าคือปานรวี) กับปานรวี(ที่เขาเข้าใจว่าคือข้าวปั้น) ในงานเลี้ยงต้อนรับนางงามที่บ้านท่านบดี ข้าวปั้น ปานรวี นางงามอันดับ3-4-5 และสื่อบางคน ถูกเชิญมาร่วมงาน ฟ้าครามตามมาด้วยในฐานะผู้ดูแลจากชมรม ข้าวปั้นหลอกให้ท่านบดีที่หลงเสน่ห์ พาเข้าไปในห้องทำงานด้านใน เพื่อหาหลักฐานที่ยืนยันการกระทำผิดของท่านบดี ข้าวปั้นหลอกให้ท่านบดีเข้าไปรอในห้องนอน เพื่อจะได้โหลดข้อมูลออกมาจากคอมพิวเตอร์ส่วนตัว แต่ก็เจอแต่ภาพวาบหวิวของสาวญี่ปุ่น ไม่มีอะไรที่ใช้งานได้เลย จนกระทั่ง ข้าวปั้นแอบเข้าไปในห้องนอน แต่อยู่ๆฟ้าครามสะกดรอยตามเข้ามา ซักถามว่าข้าวปั้นคิดทำอะไร เป็นโจรหรือไง ข้าวปั้นสั่งให้ฟ้าครามเงียบๆ และค้นจนเจอช่องลับที่มีตู้เซฟซ่อนอยู่ ข้าวปั้นพยายามจะเปิดเซฟแต่ไม่รู้รหัส จึงใช้เสน่ห์ยั่วยวนท่านบดี หวังจะให้ท่านบดีโชว์บารมี เปิดตู้เซฟให้ดู แต่หารู้ไม่ว่า ท่านบดีเห็นพฤติกรรมของ ข้าวปั้นทั้งหมดผ่านวงจรปิด ข้าวปั้นและฟ้าครามถูกจับได้ ไม่สามารถหนีรอดไปได้ ฟ้าครามเพิ่งรู้ความจริงว่าข้าวปั้นกำลังสืบเรื่องดร.ปิตินันท์ และตนเองก็พลอยมาตกระกำลำบากไปด้วย ท่านบดีคิดกำจัดข้าวปั้นและฟ้าคราม แต่ก็กลัวเป็นคดีความเพราะฟ้าครามเป็นถึงว่าที่ทูต จึงคิดจะกักตัวเอาไว้ก่อน โดยจะพาไปขังที่บ้านร้างของดร.ปิตินันท์ แต่ระหว่างนั้น อยู่ๆก็มีกลุ่มคนบุกเข้ามาช่วยเหลือข้าวปั้นและฟ้าครามออกไปได้ ท่านบดีแค้นและคิดตามตัวข้าวปั้นมาให้ได้ ข้าวปั้นกับฟ้าครามพบว่าคนที่ช่วยเหลือพวกตนออกมานั้นก็คือ เพิ่มบุญ ลาวัลย์ ดร.วนัส และ กลุ่มนักศึกษาที่เคยอยู่ในทีมของดร.ปิตินันท์นั่นเอง ทั้งหมดรวมตัวกันอยู่ในเซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่ง ข้าวปั้นสับสนแปลกใจไปหมด เพิ่มบุญจึงเล่าที่มาที่ไปให้เข้าใจว่า พวกตนเป็นทีมของดร.ปิตินันท์ในอดีต ดร.ปิตินันท์รู้ดีว่าตัวเองกำลังมีอันตรายจึงได้ฝากฝังลูกสาวคนเล็กให้พวกตนช่วยดูแล พาหนีไปอยู่ที่ทุ่งบ้านนาเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล เพราะไม่อยากให้มาข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ อยากให้ช่วยเลี้ยงดูให้เติบโตมาอย่างปลอดภัย และลูกสาวคนที่ว่าก็คือ ข้าวปั้น นั่นเอง..ข้าวปั้นไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆของเพิ่มบุญกับลาวัลย์ แต่ข้าวปั้นคือลูกสาวของดร.ปิตินันท์ต่างหาก..และการที่ข้าวปั้นสนใจในคดีดร.ปิตินันท์ถือเป็นความผูกพันทางจิตวิญญาณของพ่อลูกอย่างที่อธิบายไม่ได้ ข้าวปั้นย้อนคิดทบทวน และค้นพบว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอได้รับการดูแลห่วงใยอย่างอ้อมๆจากคนต่างๆเหล่านี้มาตลอด ข้าวปั้นได้เข้าใจชาติกำเนิดของตัวเอง ในขณะเดียวกัน ฟ้าครามก็ได้รู้ความจริงว่าข้าวปั้นคนนี้คือข้าวปั้นจริงๆที่เขาเคยแอบรักในวัยเด็ก แต่ที่ต้องสวมรอยเป็นสาวใจแตกเพราะต้องการปลดหนี้แทนครอบครัว ฟ้าครามบอกเลิกกับปานรวี!!! ปานรวีอกหัก เกลียดชังข้าวปั้นที่เป็นมารความรัก เธอจึงหันไปหลอกใช้กำลาภอีกครั้ง ให้ส่งคนไปจัดการข้าวปั้น แต่ปานรวีก็ทำไม่สำเร็จ กำลาภถูกฟ้าครามจับตัวส่งตำรวจ ร้อนถึงเสี่ยกำพลต้องมาประกันตัวออกไป กำลาภจึงได้ตาสว่างว่าโดนปานรวีหลอกใช้ กำลาภซ้อมปานรวีจนอาการปางตาย ข้าวปั้นผ่านมาเห็นและช่วยเอาไว้ ทำให้ปานรวีสำนึกผิด และขอโทษข้าวปั้น ข้าวปั้นวางแผนจะจัดการท่านบดี โดยใช้งานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตและภริยาเป็นฉากบังหน้า ขอให้ฟ้าครามเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงานมาเป็นที่ทุ่งบ้านนาเพื่อให้ได้บรรยากาศแบบไทยๆ ทุกคนแต่งตัวสวยงามอลังการท่ามกลางบรรยากาศขุนเขาและท้องนา แต่ความจริงแล้ว ข้าวปั้นปล่อยข่าวว่าค้นพบแผนที่พิกัดของดร.ปิตินันท์ และจะเปิดเผยตำแหน่งสายแร่ในงานครั้งนี้ เพื่อตั้งใจลวงให้ท่านบดีมาติดกับ ท่านบดีทราบข่าว รีบตอบตกลงจะไปงานเลี้ยงต้อนรับทูตทันที คิดจะชิงแผนที่พิกัดและคิดจะจัดการกับกลุ่มนักศึกษาของดร.ปิตินันท์ รวมถึงทายาทที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ให้เป็นหนามแทงใจอีกด้วย ในงานเลี้ยงนั้น ข้าวปั้น ฟ้าคราม พีรพงศ์ ญาดา (ที่ตอนนี้รู้ความจริงทั้งหมดแล้ว) ช่วยกันซ้อนแผน หลอกล่อให้ท่านบดีเผยความจริงเรื่องในอดีตออกมา ว่าเขาคือคนสั่งฆ่าครอบครัวดร.ปิตินันท์เอง รวมถึงลูกศิษย์ของดร.ด้วย เพราะดร.ไม่ยอมให้แผนที่พิกัดกับเขา และขู่จะแฉเรื่องของเขาอีกด้วย และตอนนี้ที่ดินทุ่งบ้านนากว่าครึ่งก็เป็นของเขาแล้ว ถึงไม่มีแผนที่พิกัด แต่ถ้าที่ดินเป็นของเขาทั้งหมด สายแร่มันก็ต้องเป็นของเขาอยู่ดี และเขาจะกลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของประเทศ แต่หารู้ไม่ว่า การเผยไต๋ครั้งนั้น ได้ถูกต่อออกจอทีวียักษ์ของงานเลี้ยงเรียบร้อยแล้ว ท่านบดีหลงกลสารภาพความจริงด้วยตัวเอง หมดโอกาสพลิกลิ้นใดๆอีก ท่านบดีชักปืนออกมา เค้าไม่ยอมถูกจับ ท่านบดีส่ายปืนไปทั่ว และยิงฟ้าคราม ข้าวปั้นกระโดดเข้าขวางจนตัวเองถูกยิงล้มลงและสิ้นสติไป ท่านบดีถูกจับ!!! ความจริงถูกเปิดเผยพร้อมหลักฐานในกล่องเหล็กที่เพิ่มบุญไปเอามาจากบ้านที่ทุ่งบ้านนาคือสมุดบันทึก และของประจำตัวเด็กคือสายรัดข้อมือเมื่อแรกคลอด ใบแจ้งเกิดและภาพถ่ายของเด็กหญิงข้าวปั้นตั้งแต่แรกเกิดจนถึงภาพสุดท้าย4วันก่อนที่ดร.ปิตินันท์และภรรยาจะถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม คดีเก่าถูกรื้อฟื้นขึ้นมา กลุ่มนักศึกษาที่เคยติดตามดร.ปิตินันท์พ้นข้อกล่าวหาที่ท่านบดีใส่ร้ายว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมยกครัว ทุกคนเป็นอิสระ ฟ้าครามดูแลข้าวปั้นจน

Mur Puen Por Luk Tit
บรรยากาศสวนสาธารณะซึ่งนายจอน อ่อนหวาน บัณฑิตหนุ่มหล่อจากคณะวนศาสตร์ผู้กลายมาเป็นคนขับรถแท็กซี่ เพราะพิษเศรษฐกิจ ขับรถมาส่งลูกค้านั้นสวยงาม จนเขาถึงกับต้องลงมาสูดอากาศบริสุทธิ์ แต่ก็กลับเกิดเหตุการณ์โจรกระชากกระเป๋า จอนจึงทำหน้าที่พลเมืองดีตามที่พ่อแม่สอน และใช้วิชามวยไทยที่เคยขึ้นชกหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนจัดการกับโจร แต่โชคร้ายที่เขาถีบโจรล้มไปกลางวงซึ่งมานพ สัตวแพทย์หนุ่มจัดไว้อย่างสวยงาม เพื่อขอนันณภัส บัณฑิตป้ายแดงจากคณะบริหารธุรกิจแต่งงาน มานพโมโหต่อว่าจอนและดูถูกอย่างเห็นได้ชัดผิดกับนันณภัสที่กล่าวขอโทษและชื่นชมเขา เมื่อเจ้าของกระเป๋าตามมารับของคืนจากจอนและให้เงินตอบแทน แต่เขาปฏิเสธ ทำให้นันณภัสแอบประทับใจในตัวจอน ขณะที่ จอนเองก็ประทับใจในความไม่ถือตัวของนันณภัสและนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นรักแรกพบของเขาที่ไม่อาจเป็นจริงได้ หลังจอนคล้อยหลังไปไม่นานก็เกิดเรื่องอีก แผนขอแต่งงานของมานพล่ม เพราะฝีมือของชิดชนก ภรรยาลับของมานพที่ตามมาด่าทอ นันณภัสวิ่งหนีไปด้วยความอับอายและโบกรถแท็กซี่เรียกให้ไปส่งบ้าน โดยไม่ทันได้สังเกตว่าเป็นรถจอน มานพพยายามอ้างกับชิดชนกว่าต้องคบหากับนันณภัส เพราะเธอเป็นทายาทคนเดียวของบริษัทในเครือมังกรพัฒนา ซึ่งจะทำให้เขาได้เงินมาเปิดโรงพยาบาลสัตว์ตามความฝัน และมีเงินให้ชิดชนกใช้ ทำให้ชิดชนกยอมอ่อนข้อลง ด้านนันณภัสไม่รู้จะไปไหนเพราะยังเสียใจอยู่จึงขอลงกลางทาง จอนแอบเป็นห่วง เพราะแถวนั้นค่อนข้างเปลี่ยวจึงขับรถย้อนกลับมาดูและพบว่านันณภัสกำลังถูกลวนลามจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ย จอนรีบเข้าไปช่วยนันณภัสที่หมดสติไปทันทีและพาไปส่งโรงพยาบาล นันณภัส หรือ หลิน หลานสาวกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่แบเบาะหายไปทั้งคืนทำให้ อาม้า ผู้เป็นย่าและประมุขใหญ่ของบ้านเป็นห่วง ผิดกับกานดา หรือ ซ้อกิมเฮง ป้าสะใภ้ที่แม้จะเลี้ยงดูนันณภัสมาหลังจากพ่อแม่ของเธอเสียชีวิต แต่กานดาไม่ได้ห่วงนันณภัส เพราะกลัวเธอจะมาเป็นตัวหารสมบัติเสี่ยมังกร สามีของเธอและเป็นลุงแท้ ๆ ของนันณภัส นอกจากอาเปา ลูกนอกกฎหมายของเถ้าแก่เล้ง สามีอาม้าที่เกิดกับคนใช้ ทั้งกานดาและอาเปาเหมือนจะไม่ถูกกันต่อหน้าทุกคน แต่ลับหลัง ทั้งคู่หวังกำจัดนันณภัสออกจากกองมรดก และที่สำคัญกว่านั้น คือทั้งคู่ลอบเป็นชู้กัน โดยที่อาม้าและเสี่ยมังกรไม่เคยระแคะระคาย ด้านเสี่ยมังกรไม่ได้สนใจหลานสาวนัก เพราะกำลังทุ่มเทเวลาเพื่อดูแลอรวี หรือ อ้อ สาวสลัมกร้านโลกที่เขาจ้างมาอุ้มท้องแทนกานดาที่เป็นหมัน แต่ไป ๆ มา ๆ ดันได้อรวี เป็นเมียน้อยและเธอก็ท้องลูกของเสี่ยมังกรจริง ๆ โดยที่กานดาไม่เคยรู้ อาม้าเองก็เช่นกัน นางเข้าใจว่ากานดากำลังตั้งครรภ์หลานชายที่จะเป็นทายาทเพียงคนเดียว ตามแผนของเสี่ยมังกร เพราะพินัยกรรมของแม่กับพ่อที่ระบุว่าจะยกสมบัติส่วนใหญ่ให้หลานชายคนแรก กานดาจำต้องเล่นเป็นคนท้องเพื่อความสมจริงเพื่อสมบัติ จนกว่าอรวีจะคลอด แล้วรับเงินก้อนโตแลกกับลูกในท้อง แวววรรณ สาวห้าวสุดแกร่ง เพื่อนสนิทของนันณภัสรู้ว่าเพื่อนรักหายตัวไปก็เป็นห่วงมาก พยายามจะไปแจ้งความกับผู้กองวาทินทร์ นายตำรวจหนุ่มไฟแรง แต่เพราะเพื่อนยังหายไปไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง วาทินทร์จึงไม่รับแจ้งความ ทำให้แวววรรณโมโหและโวยวายใส่วาทินทร์อย่างไม่ไว้หน้า กระทั่งแวววรรณได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลให้ไปรับตัวนันณภัส ทำให้แวววรรณแอบอายที่ตีโพยตีพาย แต่ไม่ยอมขอโทษ วาทินทร์จำแวววรรณได้ฝังใจที่กล้าต่อว่าเขาต่อหน้าลูกน้อง แวววรรณมาถึงโรงพยาบาล แต่ไม่พบจอนที่ช่วยเหลือนันณภัส ส่วนนันณภัสเพิ่งรู้ตัวว่าลืมโทรศัพท์ไว้ จึงโทรหาจนรู้ว่าจอนเก็บไว้ให้และจะนำมาคืนที่บ้าน นันณภัสจึงรอที่จะขอบคุณเขา แต่ก็มีเหตุให้เธอเข้าใจว่าจอนเป็นคนเห็นแก่เงิน เพราะฝีมือของทรงยศ มือขวาเสี่ยมังกรที่แอบรักนันณภัส เขาเขม่นจอนตั้งแต่แรกเห็นจึงไม่ยอมให้พบนันณภัสและใส่ไฟจนนันณภัสเข้าใจผิด ดีที่แวววรรณเห็นเหตุการณ์จึงแก้ตัวให้จอน นันณภัสรู้สึกผิดแต่ไม่มีโอกาสได้ขอโทษเขาแล้ว จอนเองก็รู้สึกต่ำต้อยเกินไปสำหรับนันณภัส เพราะคำพูดตอกย้ำของทรงยศ จึงไม่คิดหวังที่จะพบกับเธออีก มานพโทรศัพท์มาอธิบายกับนันณภัสว่าชิดชนกเป็นแค่ผู้หญิงที่มาตามตื้อเขาเท่านั้น ตอนแรกนันณภัสไม่เชื่อ แต่เมื่อชิดชนกโทรศัพท์มาขอโทษและยืนยันว่าจะไม่ยุ่งกับมานพอีก อาม้าเห็นมานพมีอนาคตจึงพูดกับนันณภัสให้ยอมอภัย หญิงสาวจำใจทำตามที่อาม้าบอก โดยตกใจจะแต่งงานกับมานพ จอนเห็นข่าวนันณภัสจะแต่งงานก็เป็นห่วง เพราะเขาเคยเห็นมานพกับชิดชนกอยู่ด้วยกันอย่างคู่รักเหมือนเดิม แต่ก็ไม่กล้าวุ่นวายมากนัก ด้านอรวีเกิดผูกพันกับลูกในท้อง และนี่ก็ใกล้เวลาคลอดเต็มที เธอจึงตัดสินใจจะใช้วันแต่งงานของนันณภัสหนี แต่พอถึงวันจริง เธอก็ไปไม่รอด เพราะถูกลูกน้องทรงยศจับได้ เสี่ยมังกรรู้เรื่องจึงสั่งขังอรวีที่ผับหรูใจกลางเมืองซึ่งแอบซ่อนบ่อนลับไว้ภายใน ขณะเดียวกัน ที่งานแต่งก็ล่มไม่เป็นท่า เมื่อชิดชนกมาประกาศตัวว่ากำลังตั้งครรภ์กับมานพ ทำให้นันณภัสอับอายหนีออกจากงานไปขึ้นแท็กซี่ซึ่งจอนมาซุ่มดูนันณภัสด้วยความเป็นห่วง เขาพาเธอไปพักริมทะเลเพื่อผ่อนคลายก่อนจะพากลับมาส่งบ้านตามที่เธอขอร้อง นันณภัสขอบคุณจอนและขอโทษที่เคยเข้าใจจอนผิด ทำให้จอนรู้สึกดีกับเธอมากขึ้น หลายวันผ่านไป นันณภัสยังคงซึมเศร้า กานดาได้ทีอ้างเรื่องที่ตนกำลังท้องขออาม้าให้ส่งนันณภัสไปดูแลผับใจกลางเมือง เพราะหวังจะจ้างทรงยศจัดการนันณภัส แต่การส่งนันณภัสมา ทำให้อรวีหาโอกาสหนีได้อีกครั้ง เมื่อนันณภัสรู้ว่าเสี่ยมังกรสร้างบ่อนไว้ในผับ ทำให้เธอไม่ชอบใจเลยแอบแจ้งตำรวจ และโทรตามแวววรรณมารับที่หน้าผับ แต่เกิดเหตุชุลมุนซะก่อน เมื่อนักพนันรู้ตัวพากันวิ่งหนีวุ่นวาย จอนซึ่งบังเอิญขับรถมาส่งลูกค้าจึงได้รับนันณภัส โดยมีอรวีแอบซ่อนตัวอยู่ท้ายรถอย่างไม่คาดฝันไปด้วย ทรงยศรู้ว่าอรวีหนีไปก็ให้ลูกน้องตาม แต่ไม่กล้าทำอะไรมาก เมื่อเห็นนันณภัสอยู่ในรถแท็กซี่ด้วย อาเปาซึ่งรู้เรื่องของอรวีและนันณภัสจึงส่งคนของตัวเองมาไล่ล่าอีก โดยไม่สนความปลอดภัยของนันณภัส ทำให้จอนต้องขับรถหนีคนสองกลุ่มออกต่างจังหวัดอย่างช่วยไม่ได้ นันณภัสคิดว่าทรงยศมาตาม เธอจึงไม่อยากให้จอนเดือดร้อน เลยแกล้งขู่จะแจ้งตำรวจว่าถูกเขาลักพาตัว จอนไม่เข้าใจการกระทำของหญิงสาว นันณภัสทำจริงด้วยการพยายามเปิดประตูจะลงจากรถให้ได้ แล้วตะโกนขอความช่วยเหลือ ทำให้จอนจำใจต้องปล่อยเธอลงกลางทาง เธอเกือบถูกคนของอาเปาจัดการ ดีที่แวววรรณบังคับให้วาทินทร์พามาตามหานันณภัสได้ทัน วาทินทร์เห็นนันณภัสครั้งแรกก็ชอบจึงคิดจีบ แต่ถูกแวววรรณกันท่าเป็นประจำ ด้านอาเปากับกานดาหงุดหงิดที่ทุกอย่างผิดแผน อาเปาสัญญากับกานดาว่าจะตามจัดการอรวีให้ได้ ผิดกับเสี่ยมังกรที่เป็นห่วงลูกในท้องมาก เขาเพิ่งเข้าใจว่าลูกสำคัญกว่าสมบัติทั้งหลายมากนัก ด้านจอนจอดรถข้างทาง เพราะน้ำมันหมด ระหว่างนั้น เขาก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องโอดโอยอยู่ท้ายรถจึงเปิดดู พบอรวีกำลังจะคลอดลูก จอนจึงรีบช่วยเหลือ โบกรถที่ผ่านมาและพาไปโรงพยาบาลประจำอำเภอที่ใกล้ที่สุด อรวีคลอดลูกชายออกมาก็รักมาก แต่เพราะแอบเห็นคนของอาเปาและเสี่ยมังกรมาตามหาในโรงพยาบาลก็ตัดสินใจหนี เพราะไม่ต้องการให้ลูกต้องมีอันตราย เธอทิ้งจดหมายไว้ให้จอน พร้อมใบแจ้งเกิดของเด็กน้อยที่มีชื่อ นายจอน อ่อนหวาน เป็นพ่อ จอนถึงกับอึ้งไป แต่เพราะสงสารน้องวุ่น ชื่อที่อรวีตั้งให้ จึงตกลงใจจะดูแล แต่เพราะเป็นพ่อมือใหม่และมีเงินติดตัวไม่มากนัก ทำให้จอนเคว้งคว้าง ขณะเดียวกัน เขาก็เห็นพวกที่มาตามล่าอรวีกับน้องวุ่น จอนจึงตัดสินใจหอบหิ้วทารกน้อยหนีออกจากโรงพยาบาลตั้งใจจะขึ้นรถทัวร์กลับบ้านเกิดที่เชียงราย แต่คนของอาเปายังตามติดเพราะท่าทีลุกลี้ลุกลนของจอน จนจอนต้องขโมยรถสิบล้อของคนแถวนั้นขับหนีไปแทน ข่าวมือปืนพ่อลูกติดจี้รถสิบล้อถูกตีพิมพ์ขึ้นหน้าหนึ่ง ทำให้จอนต้องหลบซ่อนตัวกว่าจะไปถึงบ้านได้ก็ทุลักทุเลไม่น้อย พ่อและแม่ของจอนยินดีที่ลูกชายยอมกลับบ้าน หลังจากส่งแต่เงินมาให้อย่างเดียวเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว แต่พวกเขาต้องอึ้งไป เมื่อจอนหอบลูกชายวัยแบเบาะมาด้วย โดยไม่ยอมบอกว่าแม่ของเด็กเป็นใคร จอนเล่าเพียงแค่ถูกตามล่าต้องหาที่พัก พ่อของจอนจึงพาเขาไปอยู่ที่กระท่อมท้ายหมู่บ้านชาวเขาใกล้กับปางช้างใหญ่ โดยไม่มีใครรู้ ยกเว้นเพื่อนของพ่อก็คือพ่อเฒ่าเจินกับแม่เฒ่าอุ้ย จอนต้องปลอมตัวติดหนวดเคราเพื่อไม่ให้ใครจำได้ นาจา ลูกสาวจอมแก่นของพ่อเฒ่าแม่เฒ่าถูกใช้ให้มาดูแลจอน ตอนแรก นาจาไม่ชอบใจ แต่เมื่อเห็นจอนครั้งแรกก็ชอบทันที เลยกุลีกุจอช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนจะไม่ทันใจทารกน้อยที่ร้องไห้ไม่หยุด จอนสงสารวุ่นจึงแอบไปขโมยนมผงของชาวบ้านแถวนั้นหลายครั้ง จนเกิดข่าวลือกระฉ่อน นาจาบ่นที่จอนไม่ยอมเชื่อฟัง แต่ก็ยังช่วยปกปิดเรื่องให้ มีเพียงจินจง หนุ่มชาวเขาที่แอบรักนาจาสงสัย ถึงกับสะกดรอยตาม จนรู้เรื่องจอน นาจาข่มขู่ว่าจะไม่คุยกับเขาตลอดชีวิต ถ้าเขาปากโป้ง จินจงรับปาก แต่ก็แอบเขม่นจอนและกลั่นแกล้งเขา แต่กับเด็กน้อยวุ่น จินจงกลับช่วยดูแลอย่างดี ทำให้เริ่มสนิทกับจอนมากขึ้น จอนเกรงใจนาจากับจินจง จึงคิดจะหางานทำ จินจงเลยช่วยพาเขาไปสมัครงานที่ปางช้าง ในชื่อ ลอซู ทำให้จอนเริ่มมีรายได้ ไม่ต้องออกปล้นใครอีก ด้านนันณภัสยังถูกทรงยศตามตื๊อ เลยตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทที่เมืองนอก ขณะเดียวกัน อาม้าก็จับได้ว่าถูกเสี่ยมังกรกับกานดาหลอกมาตลอดเรื่องจะมีลูก เสี่ยมังกรสารภาพว่าได้อรวีเป็นเมียแล้ว และกำลังตามหาเธอกับลูกอยู่ อาม้าจึงยื่นคำขาดว่าถ้าหาตัวอรวีกับหลานชายของตนมาไม่ได้ จะยกสมบัติให้นันณภัสทั้งหมด ทั้งกานดาและอาเปาต่างแค้นใจที่จะไม่ได้ส่วนแบ่ง เลยวางยาพิษอาม้าอย่างช้า ๆ โดยที่เสี่ยมังกรไม่เคยระแคะระคาย เสี่ยมังกรออกข่าวประกาศตามหาทายาท จอนเห็นข่าวจึงรู้ความจริงว่าวุ่นเป็นลูกมหาเศรษฐี แต่เขายังไม่เชื่อใจใคร และดูแลน้องวุ่นจนผูกพันกันมากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังมีข่าวโจรมือปืนพ่อลูกติดยังคงมีเป็นระยะ และดูจะหนักข้อขึ้น ทำให้จอนไม่สบายใจ เขาพอเดาได้ว่า เป็นฝีมือพวกที่ตามล่าเขากับเด็กน้อยซึ่งต้องการใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือควานหาเขาอีกทางหนึ่ง จึงยิ่งเก็บตัวไม่ไปไกลจากหมู่บ้านและปางช้าง เวลาผ่านไป 5 ปี นันณภัสซึ่งทำงานอยู่ต่างประเทศถูกเสี่ยมังกรเรียกตัวกลับ เพื่อมาช่วยดูแลกิจการ และดูแลอาม้าที่จู่ ๆ ก็กลายเป็นอัมพาต กานดาไม่ต้องการให้นันณภัสมาวุ่นวายและจับได้ว่า อาม้าถูกวางยา จึงแนะนำให้นันณภัสไปดูแลงานที่ปางช้างทัวร์ ซึ่งมีทรงยศเป็นผู้จัดการ เสี่ยมังกรยอมตกลง และเรียกนันณภัสมาคุยส่วนตัวเพื่อบอกเรื่องลูกชายที่หายสาปสูญไป เขามีเพียงเบาะแสเดียวนั่นคืออรวีมีบ้านเกิดอยู่ที่เชียงราย และผู้ที่พาตัวเด็กน้อยไปเป็นคนขับแท็กซี่ นันณภัสแอบภาวนาขอให้คน ๆ นั้นเป็นจอน เพราะแม้เวลาจะผ่านไป แต่เธอยังจำความมีน้ำใจของเขาได้ เสี่ยมังกรขอร้องให้นันณภัสช่วยตามหาน้องชาย นันณภัสยินดีอย่างไม่เกี่ยงงอน ทำให้เสี่ยมังกรซึ้งใจ และรู้สึกผิดที่ครั้งหนึ่งเคยหลงเชื่อคำยุยงของกานดา ที่หาว่านันณภัสจะมาแย่งสมบัติของตนไป ที่ปางช้าง จอน หรือลอซูขยันขันแข็ง จึงเป็นที่รักของคนในปางช้าง เขาคอยช่วยเหลือคนที่โดนพวกขาใหญ่รังแก ด้วยเชิงมวยที่พอมี ทำให้เขากลายเป็นฮีโร่ของคนงาน และเป็นต้องการของสาว ๆ ในปางช้าง นาจาซึ่งตอนนี้มารับงานเป็นไกด์ให้นักท่องเที่ยวในปางช้างทัวร์ให้แห่งนี้เห็นแล้วหงุดหงิดใจ เลยคอยกันทันสาว ๆ เป็นประจำและเกือบหลุดพูดเรื่องจอนมีลูกแล้ว แต่จินจงก็เข้ามาห้ามไว้ได้ทันทุกครั้ง และเตือนที่จอนขอร้องไว้ ทำให้นาจาจำต้องปิดปากเงียบ นาจานั้นยังหวังจะได้เลื่อนขึ้นมาเป็นแม่เลี้ยง แต่จอนก็ไม่เคยเปิดโอกาส แถมยังพยายามเป็นพ่อสื่อให้นาจากับจินจง โดยมีวุ่นเป็นกามเทพอีกด้วย ขณะเดียวกัน ทรงยศที่เพิ่งมาเป็นผู้จัดการก็เริ่มเขม่นจอน จึงหาเรื่องกลั่นแกล้ง และจะสั่งลงโทษจอนอย่างไม่มีเหตุผล แต่นันณภัสซึ่งเพิ่งเดินทางมาถึงก็ระงับเหตุไว้ และเข้าข้างจอนเมื่อสอบสวนแล้วจอนไม่มีความผิด ทำให้ทรงยศยิ่งเกลียดจอน จอนอึ้งที่ได้พบหญิงสาวที่ตนแอบชอบอีกครั้ง ขณะเดียวกัน นันณภัสก็รู้สึกคุ้นหน้าจอนมาก แต่ยังนึกไม่ออก ด้านผู้กองวาทินทร์ที่บัดนี้ได้เลื่อนเป็นสารวัตรและย้ายมาประจำที่เชียงราย เริ่มสืบรอยคดีมือปืนพ่อลูกติดที่ยังออกอาละวาด และเริ่มแปลกใจว่าทารกที่คนร้ายอุ้มยังตัวเท่าเดิม ทั้งที่น่าจะโตมากกว่านี้ จึงคิดว่าอาจเป็นผู้สวมรอยมือปืนพ่อลูกติดตัวจริง เขาตามแกะรอยจนมาถึงปางช้างทัวร์ โดยไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของจอนที่ต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองเลยแอบส่งข่าวความคืบหน้าให้วาทินทร์เสมอ นันณภัสที่สงสัยจอนเลยพยายามเข้าใกล้เพื่อจับผิดเขา แต่ยิ่งหมั่นไส้ที่เขามีแต่ผู้หญิงรุมล้อมและเข้าใจไปว่าเขาเป็นพวกชอบหว่านเสน่ห์ตามคำยุยงของทรงยศ แต่พอถึงเวลาที่ลูกทัวร์ต่างประเทศมีปัญหาก็กลับเป็นจอนที่เข้ามาแก้ปัญหา พร้อมแสดงความสามารถด้านภาษา ขณะเดียวกัน ความรู้เรื่องวนศาสตร์ที่เขามี ทำให้เขารอบรู้เรื่องต้นไม้และป่า จนยิ่งสะดุดใจนันณภัส แม้จอนจะยืนยันว่าเขาเป็นชาวเขาไม่ได้เรียนหนังสือแต่นันณภัสก็ไม่เชื่อ เลยยิ่งทำตัวใกล้ชิดกับจอน ทำให้ทรงยศยิ่งแค้นใจ เขาโทรไปทวงสัญญาจากเสี่ยมังกรที่บอกจะยก นันณภัสให้เขา แต่เสี่ยมังกรก็เลี่ยงไปอ้างว่าอาม้าไม่ต้องการให้นันณภัสแต่งงานกับคนที่ด้อยกว่า ทรงยศแค้นใจ เพราะเขาซื่อสัตย์กับเสี่ยมังกรมาโดยตลอด แต่ไม่เคยได้รับสิ่งดีตอบแทน เขาจึงหันมาทำงานให้กานดากับอาเปาที่ยื่นข้อเสนอทั้งเงินก้อนโตและตัวนันณภัส ด้านวาทินทร์เริ่มเข้ามาสืบเรื่องราวในปางช้าง ทำให้ทรงยศรีบสั่งลูกน้องไปหลบซ่อนตัว และหยุดปลอมเป็นโจรมือปืนพ่อลูกติดชั่วคราว เพื่อไม่ให้ตำรวจตามกลิ่นเจอ วาทินทร์ได้พบนันณภัสอีกครั้งก็ดีใจ แต่ยังไม่วายถูกแวววรรณซึ่งตามมาทำงานด้านบัญชีกับเพื่อนคอยกีดกัน ครั้งหนึ่ง นันณภัสออกไปดูแลลูกทัวร์ที่มาขี่ช้างชมป่า แต่เกิดพลัดหลงเข้าไปในป่าลึก ดีที่จอนช่วยเหลือไว้ได้ แต่มันก็ค่ำเกินกว่าจะออกจากป่า เขาจึงตัดสินใจพานันณภัสไปพักที่บ้าน นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอน้องวุ่น น้องวุ่นรู้สึกถูกชะตากับนันณภัสและอยากได้เธอเป็นแม่เลี้ยง จึงทำตัวเป็นพ่อสื่อ ทำให้นาจาเขม่นนันณภัสและหาเรื่องแกล้ง แต่จินจงก็ขัดขวางทุกครั้งไป ทำให้นาจายิ่งหึง โดยไม่รู้ตัวว่าที่เธอหึงไม่ใช่จอน แต่เป็นจินจงที่สนิทสนมกับนันณภัส ขณะที่ นันณภัสจำผิดจอนจนรู้ว่า ลอซู คนงานปางช้าง ก็คือ จอน คนขับแท็กซี่ที่ช่วยเธอไว้ นันณภัสคาดคั้นให้จอนพูดความจริงเรื่องน้องวุ่น แต่จอนยังยืนกรานปฏิเสธ หลังจากวันนั้น นันณภัสก็แอบไปหาน้องวุ่นที่บ้านจอนทุกวัน โดยไม่สนใจว่าเขาจะห้ามเพียงใด ทรงยศโกรธจัดที่นันณภัสเหมือนจะหลงเสน่ห์คนงานในปางช้าง จึงส่งคนจะไปทำร้ายจอน แต่เมื่อพบเด็กชายที่วัยไล่เลี่ยกับเด็กที่พวกเขาตามหาก็รีบมาบอกทรงยศทันที ทรงยศเอะใจไม่ต่างจากนันณภัสจึงไปหารูปภาพจอนเก่า ๆ มาดู และเริ่มมั่นใจว่า น้องวุ่น คือ เด็กที่พวกเขาตามหา ทรงยศรีบรายงานกานดาและ อาเปา อาเปาจึงส่งมือดีไปกำจัดจอนและเด็กน้อยทันที ด้านอรวีเห็นว่าเวลาผ่านไปสักพักแล้ว เสี่ยมังกรคงเลิกตามเธอกับลูก อรวีจึงเร่งหาเบาะแสและที่อยู่ของจอนจากโรงพยาบาลที่เธอไปคลอดลูก ทำให้เธอได้รู้ว่าจอนเป็นคนเชียงรายเหมือนกัน แล้วอรวีก็ได้เจอจอนสมใจ แต่ยังไม่ทันเปิดเผยตัว คนของอาเปาก็มาถึงบ้านจอนพอดี จอนจึงต้องพาอรวีและนันณภัสที่มาเล่นกับน้องวุ่นหนีลูกปืนให้วุ่นวาย ดีที่ทุกคนปลอดภัย จอนให้นาจากับจินจงดูแลน้องวุ่น ขณะที่ นันณภัสให้จอนและอรวีพูดความจริง โดยเธอพร้อมจะช่วยเหลือทุกอย่าง จอนเชื่อใจนันณภัสจึงยอมบอกความจริงทุกอย่าง นันณภัสโทรตามวาทินทร์และแวววรรณมาปรึกษา วาทินทร์ยังไม่เชื่อใจจอนนัก แต่จอนยืนยันว่าเขาไม่ใช่มือปืนพ่อลูกที่ตำรวจต้องการตัว และพร้อมจะช่วยหาคนร้ายตัวจริง เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง เหมือนโชคชะตาเข้าข้างคนดี ทำให้จอนได้ช่วยชีวิตลูกน้องทรงยศที่ถูกสัตว์ร้ายกัดกลางป่าลึกได้ และมันก็คือคนที่ปลอมตัวเป็นมือปืนพ่อลูกติด วาทินทร์สัญญาจะกันพวกมันเป็นพยาน ทั้งคู่จึงยอมตกลง สารภาพความจริง ด้านทรงยศถูกอาเปาตำหนิที่ปล่อยให้ลูกน้องหายไป ทรงยศจึงวางแผนปล้นครั้งใหม่เพื่อประกาศศักดามือปืนพ่อลูกติด จอนได้ข่าวจากเพื่อนคนงานจึงรีบรายงานวาทินทร์เพื่อดักจับคนร้าย การวางแผนจับกุมคนร้ายสำเร็จไปด้วยดี แต่ทรงยศหนีรอดไปได้ แถมยังเจออรวีกลางทาง จึงจับไปขังไว้ที่บ้านพักริมปางช้าง ด้านจอนกับนันณภัสร้อนใจมากที่อรวีมาหายตัวไป กระทั่ง นาจาไปแอบรู้ที่กักขังอรวีจากคนงานในปางช้างจึงรีบมาบอกจอน จอนตัดสินใจเข้าไปช่วยอรวี ก่อนที่กานดากับอาเปาจะเดินทางมาถึง ทำให้อรวีรอดจากการถูกฆ่าไปได้ นันณภัสรู้เรื่องทุกอย่าง แต่ต้องทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเพื่อความแนบเนียน มีเพียงอาเปาที่ยังสงสัยนันณภัส นันณภัสตัดสินใจโทรบอกเสี่ยมังกรว่าเจอน้องชายแล้ว แต่ถูกอาเปาดักฟัง จึงส่งคนไปหมายกำจัดน้องวุ่นอีก จอนต้องพาน้องวุ่นหนีตายอีกครั้ง จินจงเองก็ต้องมาบาดเจ็บเพราะช่วยเหลือนาจา แต่เหตุการณ์นี้ ทำให้นาจาซึ้งใจและอยู่ดูแลเขา ความรักของทั้งคู่จึงเริ่มงอกงามขึ้น นันณภัสไปหาจอนที่บ้านไม่พบก็เป็นห่วง เลยรีบขอความช่วยเหลือจากวาทินทร์ แวววรรณซึ่งผูกพันกับน้องวุ่นจึงขอตามเข้าป่าไปด้วย ฝ่ายเจ้าหน้าที่กับพวกอาเปาปะทะกัน แวววรรณเกือบถูกลูกหลงดีที่ได้วาทินทร์ช่วยเหลือ ทำให้แวววรรณเริ่มรู้สึกดีกับวาทินทร์มากขึ้น แต่ยังปากแข็ง จอนพาน้องวุ่นพ้นจากอันตราย โดยมีนันณภัสพ่วงมาด้วย ความเป็นห่วงทั้งคู่ ทำให้จอนตัดสินใจพานันณภัสกับน้องวุ่นกลับไปที่บ้านเสี่ยมังกร อาม้าเห็นหลานก็มีกำลังใจมากขึ้น แต่ยังไม่หายดี เพราะกานดาแอบใส่ยาพิษให้ทานทุกครั้ง นันณภัสไม่กลับไปทำงานที่ปางช้างอีก เพื่ออยู่ดูแลหลานกับอาม้า โดยจ้างจอนเป็นบอดี้การ์ดให้น้องวุ่น กานดาทำอะไรไม่ได้ เพราะเสี่ยมังกรให้ท้าย เสี่ยมังกรพยายามเข้าหาน้องวุ่นและแสดงตัวเป็นพ่อ แต่น้องวุ่นยังไม่รับและเรียกหาแต่จอน ทำให้เสี่ยมังกรเริ่มหงุดหงิด นันณภัสต้องบอกให้ลุงของเธอใจเย็น นันณภัสขอให้เสี่ยมังกรทบทวนเรื่องทำธุรกิจผิดกฎหมายอีกครั้ง เพราะอยากให้น้องวุ่นโตขึ้นมาในครอบครัวที่ขาวสะอาด เสี่ยมังกรเริ่มคิดตามและตัดสินใจจะปิดบ่อนการพนันทั้งหมด และทำแต่ธุรกิจถูกกฎหมาย ทำให้กานดาแค้นใจที่แหล่งเงินทุนหายไป กานดาแอบนัดพบอาเปานอกบ้าน และพาเขาไปพบกับเสี่ยนิล คู่แข่งทางธุรกิจรายใหญ่ของเสี่ยมังกร อาเปาจึงได้รู้ว่า กานดาเป็นหลานของเสี่ยนิลที่ถูกส่งไปเป็นภรรยาเสี่ยมังกรเพื่อโค่นล้มอำนาจและยึดธุรกิจทั้งหมดมา เสี่ยนิลฉลาดที่จะพูดชื่นชมอาเปาว่าเป็นนักธุรกิจไฟแรง จนอาเปาหลงเชื่อและยอมร่วมมือกับเสี่ยนิลกำจัดคนในตระกูลตัวเอง วันหนึ่ง จอนแอบเห็นกานดาใส่ยาบางอย่างลงไปในอาหารของอาม้า เขาจึงหาทางขัดขวางและแอบเอาอาหารนั้นไปให้นันณภัสตรวจสอบ ทั้งหมดจึงได้รู้ว่า อาม้าถูกวางยา แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานเอาผิดกานดาได้ จอนจึงพยายามตามจับผิดกานดา ขณะเดียวกันนันณภัสก็ดูแลอาม้าอย่างใกล้ชิดไม่ให้รับสารพิษเพิ่มจนเริ่มขยับตัวและพูดได้ ทำให้เสี่ยมังกรกับนันณภัสดีใจมาก ในที่สุด ตำรวจก็ได้หลักฐานเอาผิดกานดาและอาเปา ชู้รัก เสี่ยมังกรเสียใจมากไล่ทั้งคู่ออกจากบ้าน แต่เพราะไม่ต้องการเป็นข่าวอื้อฉาวจึงตัดสินใจไม่แจ้งความเอาเรื่อง แม้นันณภัสกับจอนจะไม่เห็นด้วยก็ตาม กานดาออกจากบ้านไปพร้อมความแค้นฝังใจ ขณะที่ ทรงยศโดนไล่ออก และเกือบจะถูกจับเพราะถูกซัดทอดจากเรื่องเป็นผู้บงการปลอมเป็นมือปืนพ่อลูกติด แต่ทรงยศก็หนีไปได้และไปอาศัยใบบุญของกานดา ด้านอรวีกำลังตกที่นั่งลำบากจึงตัดสินใจมาหาเสี่ยมังกรเพื่อขอขมา เสี่ยมังกรยกโทษให้ แต่เขาไม่ต้องการให้อรวีมาวุ่นวายกับน้องวุ่นอีกเช่นเดียวกับอาม้า จึงเสนอเงินให้เกือบสิบล้าน อรวีลังเลระหว่างลูกกับเงิน แต่สุดท้ายเธอก็เลือกเงิน เพราะเชื่อว่า ลูกอยู่กับเสี่ยมังกรจะสบายกว่า และอีกอย่างน้องวุ่นก็รักและสนิทกับนันณภัสมากกว่าเธอ ส่วนจอนเริ่มรู้สึกตัวว่าเป็นส่วนเกินจึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นบอดี้การ์ดกลับไปขับรถแท็กซี่เหมือนเดิม เหตุการณ์ที่ทุกคนคิดว่าสงบแล้ว กลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อน้องวุ่นโวยวายจะหาแต่จอนถึงกับหนีออกจากบ้าน ทำให้เข้าทางกานดากับอาเปาที่ส่งทรงยศมาจับตัวน้องวุ่นเรียกค่าไถ่ นันณภัสที่ตามน้องวุ่นออกมาจึงถูกจับไปด้วย แวววรรณรู้ข่าวก็รีบแจ้งวาทินทร์ให้ช่วยเหลือ ขณะที่เสี่ยมังกรตามไปขอร้องจอนให้กลับมาช่วย จอนเป็นห่วงน้องวุ่นกับนันณภัสมาก แต่ไม่มีเบาะแส กระทั่งนาจากับจินจงแจ้งข่าวมาว่ามีคนเห็นนันณภัสถูกจับตัวไว้แถวหมู่บ้านเธอ จอนและทุกคนจึงรีบเดินทางไปทันที โดยไม่ให้พวกกานดาไหวตัวทัน ขณะเดียวกัน ไม้ที่ปางไม้ของเสี่ยมังกร หนึ่งในธุรกิจหลักของตระกูลถูกขโมยไปเกือบหมด เสี่ยมังกรจึงต้องไปดูแลด้วยตัวเอง และฝากความหวังเรื่องน้องวุ่นไว้กับจอนและพวก จินจงกับนาจาช่วยแกะรอยจนตามไปช่วยนันณภัสได้ทันก่อนที่เธอจะถูกทรงยศขืนใจ ขณะที่ กานดากับอาเปายังพาตัวน้องวุ่นเข้าไปในป่าลึก วาทินทร์รีบไปดักหน้าและให้ทั้งคู่ยอมมอบตัว นันณภัสพยายามอ้อนวอนอาเปา เพราะอย่างไรก็เป็นคนในตระกูลเดียวกันและยืนยันว่าอาม้าไม่เคยรังเกียจอาเปาในฐานะลูกเมียน้อย แต่ต้องการให้เขายืนหยัดได้ด้วยตัวเอง อาเปาเริ่มลังเล แม้กานดาจะย้ำเรื่องเขาถูกกดขี่ข่มเหง แต่หากมองลึกลงไปแล้ว ไม่เคยมีใครดูถูกเหยียดหยามเขาอย่างที่เขาคิด ในที่สุด อาเปากลับใจหันมาช่วยหลานชายคนเดียว จนกานดาโมโหยิงใส่อาเปา แล้วจะฆ่าน้องวุ่นต่อ แต่จอนเอาตัวบังกระสุนไว้ จนถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ กานดาถูกตำรวจรวบตัวและต้องไปชดใช้กรรมในคุก ด้านอาเปาถูกยิงจุดสำคัญ แม้ไม่ตายแต่ก็กลายเป็นอัมพาตเหมือนกรรมที่เขาร่วมกับกานดาทำร้ายอาม้า ด้านเสี่ยมังกรก็หาหลักฐานจนเอาผิดเสี่ยนิลได้อย่างที่เสี่ยนิลดิ้นไม่หลุด นันณภัสไปนั่งเฝ้าจอนที่ยังไม่ฟื้นทุกคืน ทำให้วาทินทร์ยอมรับความจริงว่า เขาไม่สามารถกุมหัวใจนันณภัสไว้ได้ ขณะที่ แวววรรณหงุดหงิดที่วาทินทร์ทำตัวซังกะตายจึงเผลอเปิดเผยความในใจที่เธอมีต่อเขา จนวาทินทร์เริ่มคิดได้และหันมากลับมามองแวววรรณใหม่ ในที่สุด จอนก็ฟื้นขึ้นมา แต่เขาเห็นน้องวุ่นมีครอบครัวที่อบอุ่นแล้ว จึงตัดสินใจจากไป โดยไม่รับเงินสักบาท ทำให้อาม้าและเสี่ยมังกรยอมรับอย่างเต็มหัวใจในความดีของจอน เรื่องราววุ่นวายจบสิ้นลง เสี่ยมังกรเลิกธุรกิจผิดกฎหมายทั้งหมดเพื่อลูกชาย เขาทำตัวเป็นพ่อที่ดีจนน้องวุ่นยอมรับเขาได้ในที่สุด ขณะที่ นันณภัสช่วยงานเสี่ยมังกรอย่างซังกะตายที่ไม่มีจอนอยู่ข้าง ๆ แวววรรณสงสารเพื่อนจึงให้วาทินทร์ช่วยตามหาตัวจอน ทั้งคู่ไปสอบถามนาจากับจินจงที่บัดนี้ได้แต่งงานกันแล้วตามประเพณี แต่ทั้งสองไม่สามารถตอบได้ เพราะจอนไม่ยอมติดต่อมาเลย มีเพียงเงินที่ถูกส่งมาเท่านั้น แวววรรณคิดได้ว่าจดหมายของจอนที่ส่งมาถึงพ่อแม่ต้องมีที่อยู่ แล้วมันก็เป็นจริง ทั้งคู่จึงวางแผนช่วยให้เพื่อนสมหวังในรัก โดยมีทุกคนร่วมมือด้วย หลายวันต่อมา เสี่ยมังกรให้นันณภัสไปดูทำเลที่หัวหิน เพราะอยากเปิดธุรกิจรีสอร์ตที่นั่น โดยขอให้เธอพาน้องวุ่นไปพักผ่อนด้วย และที่นี่เอง นันณภัสได้พบกับอรวีที่มาเปิดร้านอาหารริมทะเล อรวีดีใจที่ได้เจอน้องวุ่น แต่เธอก็รักษาสัญญาไม่เคยเปิดเผยความจริงเรื่องที่เธอเป็นแม่ของน้องวุ่น อรวีขอเลี้ยงข้าวนันณภัสเป็นการตอบแทนในมื้อค่ำ ซึ่งนันณภัสก็ยินดี เพราะอยากให้แม่ลูกได้อยู่ด้วยกันบ้าง ท่ามกลางแสงจันทร์ริมหาด นันณภัสได้พบจอนอีกครั้ง และเธอก็ได้รู้ว่า ทั้งหมดเป็นแผนของอาม้าที่ต้องการให้เธอได้ปรับความเข้าใจกับจอน หลังจากที่แวววรรณรู้ว่าจอนหนีมาทำงานกับอรวี นันณภัสงอนที่ถูกปิดบังความจริงอยู่คนเดียว เพราะแม้แต่น้องวุ่นก็รู้เรื่อง จอนซึ่งไม่เคยง้อผู้หญิงจึงง้อนันณภัสในสไตล์เฉิ่มเชยเป็นครั้งแรก และขอเธอแต่งงาน ในที่สุด นันณภัสก็ใจอ่อนกับความซื่อและความดีของเขา ทุกคนต่างเฮลั่นที่ได้ยินคำตอบรับจากนันณภัส รวมถึงอาม้าและเสี่ยมังกรที่ตามมาด้วย วุ่นวิ่งมากอดจอนและนันณภัสอย่างดีใจ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะและความสุขกลับคืนสู่ครอบครัวของนันณภัสอีกครั้ง

Koo Hoo
ความโชคร้ายไม่ได้วิ่งเข้าหาใครง่ายๆ หรือมาได้ทุกวัน ยกเว้นเขาคนนี้ ที่นอกจากจะเป็นคราวเคราะห์แล้ว ยังเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัด หรือเรียกง่ายๆ ว่า ซวยซ้ำซวยซ้อนจนทำให้เขาต้องเข้าไปพัวพันกับนักค้ายาระดับชาติ แต่ในความโชคร้ายนั้นก็ทำให้เขาได้รู้จักกับคำว่า “มิตรภาพและรักแท้” เปิดเทอมใหม่ ชลิต อาจารย์ประจำวิชาพลศึกษาหนุ่มสุดหล่อของนักศึกษาสาวจากหลายคณะ กำลังเดินเท้าไปมหาวิทยาลัยที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเช่า ระหว่างทาง เขาสวนกับคนกลุ่มหนึ่งและจ้องหน้ากันโดยบังเอิญ หนึ่งในนั้น คือ ป้อม ลูกน้องคนสนิทของชาญ พ่อค้ายารายใหญ่ ที่แย่ไปกว่านั้นคือ มีคนเสียชีวิตในซอกตึกที่กลุ่มป้อมออกมา ชลิตไม่ทันเอะใจ ได้แต่รีบโทรบอกตำรวจ โดยผู้ที่มาทำคดีนี้ คือ ร้อยตำรวจตรีคันศรและหมู่ทอง ลูกน้องในทีมของพันตำรวจตรีขจร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ชลิตต้องตามไปให้ปากคำที่โรงพัก ชลิตเซ็งกับความซวยของตัวเอง จึงไม่ได้สนใจชายตาบอดที่ขายล็อตเตอรี่อยู่หน้าโรงพัก ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างเดินผ่านสนามบาสเก็ตบอล เพื่อไปสอน เขายังโดนลูกบาสกระแทกใส่หัวจนมึน ปาริชาติ หรือเล็ก นักศึกษาสาวชั้นปีที่สามที่เป็นเจ้าของลูกบาสเข้ามาขอโทษ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นชลิต อาจารย์หนุ่มเนื้อหอมก็เลยพูดจายียวนอย่างคนไม่ลงรอยกัน ชลิตทำอะไรไม่ได้ เพราะทั้งเจ็บทั้งอายจึงเดินไปจากตรงนั้นทันที ปาริชาติยิ้มมีความสุขที่สามารถแกล้งชลิตได้ ลึกๆ แล้ว เธอก็แอบชอบชลิตซึ่งอายุห่างกันแค่สามปีเหมือนนักศึกษาอื่นๆ แต่เพราะหมั่นไส้ที่สาวๆ เอาแต่รุมล้อม เธอก็เลยแสดงออกตรงกันข้าม แก้วขวัญ เพื่อนสนิทของปาริชาติส่ายหน้าระอากับความเฮี้ยวของเพื่อน ผิดกับเอมอรและตุ้ม เพื่อนสาวอ้วนผอมของปาริชาติที่ปลื้มชลิตจนออกนอกหน้า ส่วน ประดับ เพื่อนชายแอบเขม่นชลิตด้วยกลัวว่าสักวันปาริชาติที่เขาหลงรักจะมอบใจให้ชลิต ชลิตไม่ชอบนิสัยของปาริชาติที่เอาแต่ใจ แก่นแก้ว แต่อย่างไรปาริชาติก็เป็นลูกศิษย์ที่เรียนเก่งและขยัน หลังเลิกเรียน ปาริชาติขับรถผ่านชลิตโดยมีแก้วขวัญนั่งมาด้วย เธออดแซวชลิตไม่ได้ เรื่องที่เขาเป็นถึงอาจารย์แต่ยังเดินต๊อกต๋อย พูดไม่พูดเปล่า ปาริชาติยังแกล้งขับรถลงน้ำที่ขังจนกระเด็นเลอะชลิต ชลิตได้แต่เข่นเขี้ยวฝากไว้ก่อน เคราะห์ของชลิตยังไม่หมดแค่นั้น เพราะเขาสังเกตเห็นชายฉกรรจ์สี่คนเดินตาม ชลิตคุ้นหน้าป้อม แต่ไม่มีเวลาคิด เขาอาศัยจังหวะคนพลุกพล่านวิ่งหนีเข้าไปในสลัม โดยมีกลุ่มป้อมวิ่งตาม ระหว่างทาง เขาพบหนุ่มตาบอดคนเดียวกับหน้าสถานีตำรวจยืนขายล็อตเตอรี่อยู่ ก็ถามทางหนีเพราะทุกที่ตันหมด หนุ่มคนนั้นให้ชลิตไปหลบที่บ้านหลังหนึ่ง เมื่อพวกป้อมมาถาม ชายตาบอดก็บอกไปคนละทาง ก่อนจะพาชลิตหนีไปหลังวัด ชลิตขอบคุณและถามชื่อจนรู้ว่าเขา ชื่อ รัชทายาท หรือ รัช ชลิตคิดตอบแทนบุญคุณโดยชวนรัชทายาทไปอยู่ที่บ้านเช่าด้วยกัน เมื่อรู้ว่ารัชทายาทอาศัยอยู่ที่วัด รัชทายาทยอมตกลงระหว่างที่ชลิตออกไปซื้อกับข้าว รัชทายาทก็สำรวจรอบบ้านจนรู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน เขาโรยหมากฝรั่งไว้ทั่วบ้านเพื่อป้องกันเหตุร้าย ก่อนที่เขาจะแอบโทรศัพท์ติดต่อหน่วยงานที่เขาทำงานให้ ว่าพบร่องรอยของกลุ่มคนร้ายเป้าหมายแล้ว ระหว่างนั้นกลุ่มของป้อมตามชลิตมาถึงบ้าน แต่ด้วยความสามารถในการต่อสู้ในที่มืดของรัชทายาทก็ทำให้พวกป้อมพ่ายแพ้กลับไป แม้แต่ชลิตที่เพิ่งกลับมาก็แปลกใจ แต่ก็สบายใจที่รัชทายาทป้องกันตัวเองได้ วันรุ่งขึ้น ชลิตต้องแปลกใจที่เห็นรัชทายาทกำลังกวาดบ้านและร้องเพลงลูกทุ่งไปด้วยอย่างอารมณ์ดีเหมือนกับคนตาดี แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆ รัชทายาทกวาดบ้านทั้งๆที่ตาบอดนั่นเอง รัชทายาทขอออกไปขายล็อตเตอรี่พร้อมชลิตที่ไปสอน แต่ระหว่างทาง ชลิตก็เห็นเสี่ยบงกช นักธุรกิจคนดังกำลังถูกคนร้ายจี้ขึ้นรถ ชลิตวิ่งเข้าไปช่วยและต่อสู้กับคนร้าย มีรัชทายาทที่ตามมาคอยแอบช่วยจนคนร้ายหนีไป เสี่ยบงกชขอบคุณชลิตและให้เงินตอบแทน แต่ชลิตปฏิเสธ ทำให้เสี่ยบงกชชอบใจ ระหว่างนั้น ปรารถนา ลูกสาวคนโตของเสี่ยบงกชก็ขับรถมารับพ่อพอดี ชลิตเห็นหน้าปรารถนาครั้งแรกก็หลงรักทันที ขณะที่ ปรารถนาเองก็สนใจชลิต เมื่อรู้ว่าเขาช่วยพ่อของเธอ ปรารถนาจึงชวนชลิตกับเพื่อนไปเลี้ยงข้าวขอบคุณที่บ้าน ซึ่งเสี่ยบงกชก็เห็นดีด้วย ชลิตตกลงและเดินยิ้มหวานไปตลอดทางเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้ปาริชาติที่เห็นหมั่นไส้ เลยโยนบาสหวังจะให้โดนหัวชลิต แต่กลายเป็นว่า โดนหัวอาจารย์ระเบียบ อาจารย์ภาษาไทยแทน ปาริชาติและกลุ่มเพื่อนต่างชี้ไปที่ประดับ ทำให้ประดับโดนลงโทษทั้งที่ไม่ผิด แต่เขาก็ยิ้มแก้มแทบปริเมื่อปาริชาติพาไปเลี้ยงไอศกรีมขอบคุณ ตกเย็น ชลิตไปยืนรอรัชทายาทที่ป้ายรถเมล์ แต่เพราะไม่มั่นใจในเสื้อผ้าของตัวเองที่จะไปพบหญิงสาวที่หลงรัก เขาจึงกลับไปเข้าห้องน้ำที่มหาวิทยาลัย ปาริชาติซึ่งกำลังจะกลับบ้านเห็นก็หมั่นไส้ เพราะชลิตไม่เคยห่วงหล่อขนาดนี้ เธอแกล้งเข้ามาพูดจายียวนใส่ แต่วันนี้ชลิตกำลังอารมณ์ดีจึงไม่ถือสา ทำให้ปาริชาติอึ้งไปต่อไม่ถูก ด้านชลิตเดินมาสมทบกับรัชทายาทก่อนจะตัดสินใจโบกแท็กซี่ไปที่บ้านของเสี่ยบงกชเพื่อความรวดเร็ว เสี่ยบงกชต้อนรับทั้งคู่อย่างดี รัชทายาทขอตัวกลับก่อนทั้งที่ยังไม่ได้รับประทานอาหารอ้างว่าต้องนอนเร็ว แต่แท้จริงแล้ว รัชทายาทกำลังปฏิบัติภารกิจสำคัญบางอย่าง ปรารถนาเห็นชลิตเป็นผู้ชายหน้าตาดีก็ส่งสายตาหวานอ่อยตลอดเวลา จนชลิตเคลิบเคลิ้ม ขณะที่ ปาริชาติช็อกที่เห็นชลิต ยิ่งรู้ว่าชลิตจะเป็นของเล่นชิ้นใหม่ของพี่สาวก็ไม่ชอบใจ เพราะแท้จริง ปรารถนามีคู่หมั้นอยู่แล้ว คือ กนิต หรือนิต พี่ชายของแก้วขวัญนั่นเอง ปรารถนาส่งสายตาห้ามปาริชาติพูดอะไร ปาริชาติจึงได้แต่หงุดหงิดใจหาเรื่องกวนชลิต แต่เขาไม่ใส่ใจเพราะใจจดจ่ออยู่กับปรารถนา เสี่ยบงกชเห็นชลิตหน่วยก้านดีก็ชวนมาทำงานด้วยกัน แต่ชลิตปฏิเสธ เพราะตนยังรักอาชีพครูอยู่ ด้านรัชทายาท แท้จริงเป็นลูกบุญธรรมของพันตำรวจตรีขจร ท่านขอเขามาจากโรงเรียนสอนคนตาบอด เพราะเห็นในความสามารถของรัชทายาทที่มีประสาทสัมผัสทางหูและจมูกไวมาก ท่านเลี้ยงดูรัชทายาทอย่างดี และพาเขาไปฝึกศิลปะการต่อสู้ จนรัชทายาทเก่งมาก เมื่อถึงเวลา รัชทายาทก็ช่วยเหลืองานราชการด้วยการเป็นสายลับสืบเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดและให้เบาะแสคนร้ายกับตำรวจ ซึ่งจากการให้ปากคำของชลิตวันนั้น ทำให้ตำรวจเชื่อว่าเป็นการฆ่าตัดตอนของพวกเดียวกัน พ่อบุญธรรมจึงให้รัชทายาทเข้ามาตีสนิทกับชลิต เพราะเชื่อว่าฆาตกรจะต้องกลับมาเอาชีวิตชลิตเพื่อปิดปากแน่ รัชทายาทเดินไปตามถนนเพื่อไปยังจุดนัดหมายซึ่งไม่ไกลจากบ้านเสี่ยบงกชมากนัก แต่เพราะความรีบร้อนทำให้ถูกรถของแก้วขวัญเฉี่ยว แก้วขวัญตกใจมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอขับรถตามลำพัง แก้วขวัญกำลังจะมาบ้านปาริชาติเพื่อบอกข่าวดีว่ากนิตเรียนจบเฉพาะทางด้านจักษุแพทย์แล้ว และกำลังจะกลับมา แก้วขวัญเป็นห่วงรัชทายาทจึงพาเขาไปหาหมอเกริกชัย อาแท้ๆของเธอที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นมรดกของแก้วขวัญกับพี่ชาย ตอนนี้ เกริกชัยทำหน้าที่ผู้บริหารแทนพี่ชาย พ่อของแก้วขวัญและกนิตที่เสียไปแล้ว จนกว่ากนิตจะกลับมารับตำแหน่ง รัชทายาทขอบคุณแก้วขวัญที่มีน้ำใจ แต่ปฏิเสธที่จะนอนพักที่โรงพยาบาล เพราะกลัวชลิตเป็นห่วง แก้วขวัญจึงไปส่งถึงบ้านชลิตแทนคำขอโทษ ทำให้รัชทายาทประทับใจ วันรุ่งขึ้น แก้วขวัญฝากปาริชาติไปบอกปรารถนาเรื่องกนิตกำลังจะกลับมา แต่ดูเหมือนปรารถนาจะไม่สนใจ และแวะมาที่มหาวิทยาลัยของปาริชาติบ่อยๆ เพื่อชวนชลิตไปเที่ยว ซึ่งชลิตก็ไปด้วยความเต็มใจ แต่ก็ไม่ให้เสียในเรื่องการงาน ปาริชาติหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ทำให้แก้วขวัญสงสัยว่า เพื่อนสาวอาจรักชลิต ปาริชาติรีบปฏิเสธและเดินหนีไปทันที ด้านป้อมกับลูกน้องทั้งสามคนถูกชาญ นายใหญ่สั่งมาให้เก็บชลิตให้ได้ เพราะตอนนี้ ชลิตจำป้อมได้จึงไปบอกให้ตำรวจสเก็ตช์ภาพคนร้ายแล้ว ชาญจึงกลัวว่าตำรวจจะสาวมาถึง และทำให้ธุรกิจมืดของตนเสียหาย ขณะเดียวกัน ชาญก็ส่งมาตา นักฆ่าหญิงมือดีในคราบสาวเซ็กซี่ไปยั่วยวนและดึง เสี่ยบงกชให้มาร่วมธุรกิจ เพราะนอกจากเสี่ยบงกชจะร่ำรวยแล้ว เขายังเส้นใหญ่อีกด้วยซึ่งจะช่วยให้งานของชาญเป็นไปอย่างราบรื่น เสี่ยบงกชนัดลูกค้าที่ผับแห่งหนึ่ง ที่นั่น เขาได้พบมาตาในคราบนักร้องสาวเนื้อหอม เขาชื่นชมคนมีความสามารถและเป็นคนขี้สงสาร มาตาอาศัยทั้งสองสิ่งนี้เข้าหาเสี่ยบงกช จนท่านหลงกลรับมาตามาทำงานเป็นเลขาฯแทนการเป็นนักร้อง มาตาเริ่มเข้ามามีบทบาทในบริษัทและโรงงานของ เสี่ยบงกช โดยที่เสี่ยบงกชจับไม่ได้ว่าโรงงานของเขาถูกใช้เป็นฐานผลิตยาเสพติด โกดังเก็บสินค้าก็กลายเป็นที่เก็บอาวุธเถื่อน โดยไม่มีใครตรวจสอบได้ รัชทายาทกับแก้วขวัญยังคงติดต่อกัน แก้วขวัญมักจะไปแอบช่วยรัชทายาทขายล็อตเตอรี่โดยไม่ให้คุณกรรณิการ์ผู้เป็นแม่รู้ และเพราะสนิทกับแก้วขวัญทำให้รัชทายาทสนิทกับปาริชาติไปด้วย และได้รู้เรื่องที่ปรารถนามีคู่หมั้นแล้ว รัชทายาทอยากบอกชลิต แต่พอรับรู้ว่าเพื่อนกำลังมีความสุขก็สงสารไม่กล้าบอก การได้มาคลุกคลีกับปาริชาติ ทำให้รัชทายาทรับรู้ความผิดปกติบางอย่าง รัชทายาทนั้นนอกจากฝึกการต่อสู้ เขายังได้ฝึกและพัฒนาทั้งประสาทสัมผัสทางหูและจมูก ทำให้รับรู้ได้เร็วกว่าคนอื่นหลายเท่า ครั้งนี้ เขารับรู้ได้ถึงกลิ่นของยาเสพติดที่เจือจางมากภายในบ้านของปาริชาติ โดยเฉพาะเมื่อเข้าใกล้เสี่ยบงกช ทำให้เขาเริ่มสงสัยว่าเสี่ยบงกชเกี่ยวข้องอะไรกับพวกค้ายา ข้อมูลทั้งหมด รัชทายาทแอบนำไปส่งให้พ่อบุญธรรมได้ทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมาก เพราะแก้วขวัญยังรู้สึกผิดจึงคอยดูแลรัชทายาททุกฝีก้าว ทำให้เขาไม่สามารถไปส่งข่าวได้ ชลิตยังคงถูกปรารถนาหลอกควง โดยที่ปาริชาติได้แต่มองอย่างเจ็บปวด ชลิตแปลกใจที่รัชทายาทมาสนิทสนมกับปาริชาติก็อดแซวไม่ได้ว่าเพื่อนรักชอบปาริชาติ ปาริชาติหมั่นไส้ที่ชลิตคิดเอง เออเอง จึงประชดด้วยการสนิทกับรัชทายาทจริงๆ ชลิตไม่ใส่ใจ แต่กลับทำให้แก้วขวัญอดหวั่นไหวไม่ได้ เสี่ยบงกชกลับบ้านดึกขึ้นทุกวัน อ้างกับคุณประไพศรี ภรรยาว่างานหนัก แต่แท้จริง มาตาเป็นคนชวนเสี่ยบงกชเที่ยว เธอใช้ความเซ็กซี่ยั่วยวนเขา แต่ไม่เคยพลาดท่าเสียที ทำให้เสี่ยบงกชยิ่งหลง เพราะเข้าใจว่ามาตารักนวลสงวนตัว ด้านประไพศรีเริ่มไม่ไว้ใจสามี จึงขอให้ชลิตช่วยตามดูเสี่ยบงกช เพราะนางไม่รู้จักใครที่ไว้ใจได้ ชลิตตกลง ตอนแรกเขาจะไปคนเดียว แต่เพราะต้องการสืบเรื่องยาเสพติดรัชทายาทจึงขอไปด้วย และสัญญาว่าจะไม่เป็นภาระให้ชลิต ซึ่งรัชทายาทก็ทำได้จริง แถมยังช่วยชลิตจากพวกป้อมอีกด้วย ทำให้ชลิตเริ่มสงสัยพฤติกรรมของรัชทายาทที่เก่งเกินคนตาบอดทั่วไป ชลิตไม่กล้าบอกประไพศรีและปรารถนาว่าเห็นเสี่ยบงกชไปเที่ยวกับมาตา เพราะกลัวทั้งคู่ผิดหวัง จึงเอาไปบอกปาริชาติแทน ปาริชาติเลยจับตาดูเลขาคนใหม่ของพ่อเป็นพิเศษ ด้านรัชทายาทมั่นใจยิ่งขึ้นว่ามาตาและเสี่ยบงกชเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแน่นอน พันตำรวจตรีขจรจึงให้รัชทายาทหาทางเข้าไปที่โรงงานของเสี่ยบงกช โดยมีหมวดคันศรและหมู่ทองเป็นกองหนุน รัชทายาทจึงอาศัยปาริชาติ จนได้เข้าไปในโรงงานและเก็บรายละเอียดทางหนีทีไล่อย่างดี แก้วขวัญเห็นปาริชาติกับรัชทายาทสนิทสนมกันก็เข้าใจผิด แต่ปาริชาติมองออกเลยยืนยันกับเพื่อนว่าไม่เคยคิดอะไรกับรัชทายาทนอกจากความเป็นเพื่อน ทำให้แก้วขวัญอารมณ์ดีขึ้น ขณะเดียวกัน หมวดคันศรรู้จักกับครอบครัวของแก้วขวัญอยู่แล้ว เพราะแม่ๆเป็นเพื่อนกัน และคุณกรรณิการ์ก็หวังจะให้แก้วขวัญแต่งงานกับคันศร การสอบปลายภาคเรียนของปาริชาติผ่านไป เธอจึงชวนครอบครัวและเพื่อนๆไปเที่ยวทะเล เสี่ยบงกชพามาตาไปด้วย มาตาจึงรีบบอกชาญให้ดำเนินการนำยาเสพติดที่แอบผลิตในโรงงานของเสี่ยบงกชและอาวุธเถื่อนในโกดังไปขาย ประไพศรีช้ำใจแต่ไม่อยากให้ลูกสาวไม่สบายใจจึงชวนกรรณิการ์ แม่ของแก้วขวัญไปเป็นเพื่อน ส่วนแก้วขวัญชวนทั้งชลิตและรัชทายาทไปโดยไม่บอกปาริชาติ รัชทายาทขอตัวอ้างว่าวันนั้นเป็นวันหวยออก เขาต้องเร่งขายล็อตเตอรี่ให้หมด แก้วขวัญคิดจะช่วย แต่รัชทายาทปฏิเสธเพราะอยากให้แก้วขวัญได้เที่ยวพักผ่อน ขณะที่ กรรณิการ์ไม่ชอบรัชทายาทตั้งแต่เจอกันครั้งแรก แม้เขาจะนิสัยดี แต่ก็ตาบอดและจน เมื่อคนอื่นๆ เดินทางไปทะเลแล้ว รัชทายาทก็ออกมายังจุดนัดพบกับหมวดคันศร แล้วเขาก็นำกำลังตำรวจไปยังจุดที่เป็นโกดังเก็บของผิดกฎหมาย ทำให้งานนี้ชาญเสียหายหลายสิบล้าน เขายิ่ง เจ็บใจ และเข้าใจว่าชลิตเป็นสายให้ตำรวจ เนื่องจากสนิทสนมกับลูกสาวเสี่ยบงกช ชลิตจึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญ โดยที่เขาไม่รู้ตัวและยังมีความสุขด้วยคิดว่าปรารถนารักตนจริง แต่แล้วฝันของชลิตก็สลาย เมื่อกนิตปรากฏตัวเซอร์ไพรซ์ปรารถนาหลังจากกลับจากเมืองนอก กนิตอาศัยมากับคันศรและ รัชทายาท ชลิตผิดหวังรุนแรงจนต้องหลบหน้าทุกคน ขณะที่รัชทายาทอ้างว่าเจอคันศรโดยบังเอิญ และ คันศรชวนมาเพราะต้องมาส่งกนิต เพื่อนรุ่นพี่ แก้วขวัญทักทั้งรัชทายาทและคันศรอย่างสนิทสนม กรรณิการ์หมายมั่นจะให้แก้วขวัญรักกับคันศร เพราะอย่างไรก็สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก แต่คันศรมองออกว่ารัชทายาทชอบแก้วขวัญจึงไม่คิดแย่งคนรักของลูกเจ้านาย และเขาก็ยังสนุกกับงานยังไม่คิดจะแต่งงานด้วย เอมอรกับตุ้มคิดจะตามไปปลอบใจชลิต แต่กลับพบปาริชาติเดินตามชลิตก็แปลกใจ ประดับไม่พอใจอยากเข้าไปเป็นก้าง แต่ถูกสองสาวอ้วนผอมดึงไว้ จึงทำอะไรไม่ได้ ปาริชาตินั้นเข้าไปปลอบใจชลิตด้วยท่าทียียวนจนเขารู้สึกดีขึ้น ขณะที่ปรารถนามองออกว่าน้องสาวชอบชลิตแม้จะแสดงออกตรงข้าม เธออิจฉาน้องสาวตัวเอง เพราะในชีวิตนอกจากความสวยแล้ว เธอไม่มีอะไรสู้ปาริชาติได้เลย ครั้งนี้ เธอจึงคิดจะแย่งชลิตมาเป็นของตน โดยที่ชลิตไม่รู้ตัวว่าเป็นแค่เครื่องมือของปรารถนา ส่วนกนิตได้แต่ระแคะระคายในสิ่งที่ปรารถนาทำ แต่ยังจับไม่ได้คาหนังคาเขา ด้านรัชทายาทได้เบาะแสเกี่ยวกับ ยาเสพติดแต่ไม่มีเวลาไปบอกคันศร เขาจึงตัดสินใจขึ้นเรือตามพวกคนร้ายไป แต่แก้วขวัญมาเห็นซะก่อนเลยขอไปด้วยโดยที่รัชทายาทโกหกว่าอยากไปเที่ยวเกาะ ที่เกาะ รัชทายาทจำต้องเล่าความจริงให้แก้วขวัญฟัง แก้วขวัญอึ้งที่รู้ว่ารัชทายาทเป็นสายตำรวจทั้งที่ตาบอด เธอรับปากว่าจะไม่บอกใครแต่รัชทายาทต้องให้แก้วขวัญไปด้วย รัชทายาทได้พบโรงงานผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ของชาญ แต่ระหว่างที่แก้วขวัญถ่ายรูป และเขาโทรติดต่อคันศร คนร้ายเกิดจับได้ แก้วขวัญจึงทำหน้าที่เป็นดวงตาให้รัชทายาท ขณะที่รัชทายาทต่อสู้กับคนร้ายไม่ถนัดนักเพราะต้องคอยระวังแก้วขวัญ จึงได้แต่สู้ไปหนีไป ด้านชลิตกับปาริชาติเห็นเพื่อนรักหายไปก็เป็นห่วง ออกไปตามโดยมีคันศรกับกนิตขอไปด้วย ทั้งหมดสอบถามและจ้างคนเรือพาไปที่เกาะนั้นแบบเฉพาะกิจ ทำให้ไปช่วยรัชทายาทกับแก้วขวัญได้ทัน แก้วขวัญจำต้องช่วยรัชทายาทโกหกว่าตกเรือ และถูกโจรกระจอกไล่ตาม คันศรกับรัชทายาทได้คุยกันตามลำพังถึงข้อมูลโรงงานผลิตยา ขณะที่แก้วขวัญพากนิตมาหาทั้งคู่เพราะคิดว่า รัชทายาทควรได้รับการผ่าตัดเพื่อเป็นกำลังสำคัญให้กับตำรวจ เพราะคนตาดีจะทำประโยชน์ได้มากขึ้น กนิตยืนยันจะช่วยรัชทายาทเต็มที่และรับปากจะไม่บอกใคร ระหว่างนั้น ชลิตก็เดินออกมาพร้อมปาริชาติ ชลิตบอกว่าได้ยินทุกอย่าง เขาซึ่งเป็นคู่หูของรัชทายาทขอร่วมงานนี้ด้วย เพราะอย่างน้อย เขาก็คือเป้าหมายของพวกคนร้ายที่มันยังตามล่าเขาไม่หยุด ส่วนปาริชาติก็ขอช่วยเช่นกัน เพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงพ่อของเธอ คันศรโทรปรึกษาขจรก่อน เมื่อขจรอนุญาตทั้งหมดจึงกลายเป็นทีมเดียวกัน ปรารถนากับประดับเห็นความสนิทสนมของปาริชาติและชลิตที่เพิ่มมากขึ้นก็ไม่พอใจ กนิตช่วยผ่าตัดตารัชทายาทจนสำเร็จ แต่ในชีวิตประจำวัน รัชทายาทยังเป็นชายตาบอดขายล็อตเตอรี่ต่อ เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต มีเพียงคนในทีมเท่านั้นที่รู้ ความรักของรัชทายาทกับแก้วขวัญคืบหน้าด้วยดี ยกเว้นกรรณิการ์ที่ไม่เห็นด้วยและยังเชียร์คันศร ส่วนชลิตกับปาริชาติยังผิดใจกัน เมื่อมีปรารถนามาแทรกกลางเสมอ พวกป้อมยังคงหาจังหวะทำร้ายชลิต แต่พวกชลิตซ้อนแผนให้แก้วขวัญกับรัชทายาทแอบตามพวกป้อมไปจนรู้ที่อยู่ของชาญ นายใหญ่ แถมชาญกำลังอยู่กับมาตาอีกด้วย ทำให้แก้วขวัญกับ รัชทายาทได้ภาพเด็ด ด้านเกริกชัย อาของกนิตและแก้วขวัญเริ่มรู้สึกไม่มีความสำคัญ เมื่อกนิตกลับมาบริหารโรงพยาบาลเอง เกริกชัยคิดไปเองว่าหมดอำนาจ ทั้งที่กนิตยังเคารพเขาเหมือนเดิม เขาจึงเริ่ม หันหน้าเข้าหาการพนัน จนได้รู้จักชาญ และถูกชักจูงไปในทางเสียหาย รวมถึงยุยงให้ยึดโรงพยาบาลของหลาน เพราะชาญมองว่า โรงพยาบาลจะเป็นแหล่งกักตุนของที่ปลอดภัยอีกแหล่งหนึ่ง เทอมใหม่ซึ่งเป็นเทอมสุดท้ายของปาริชาติ ปาริชาติเลือกไปฝึกสอนในโรงเรียนใกล้ชุมชนกับที่ชลิตอยู่ และได้ชลิตเป็นที่ปรึกษา ทำให้ทั้งสองสนิทกันมากขึ้น แต่ปรารถนายังคงมาขัดขวางและไม่มีเวลาให้กนิต ทำให้กนิตเสียใจมากจนคิดจะเลิก แต่ปรารถนารู้เรื่องก่อนก็มาตามง้อและปฏิเสธต่างๆนานา จนกนิตใจอ่อนยอมให้อภัย ด้านแก้วขวัญฝึกสอนคนละโรงเรียนกับปาริชาติแต่ก็อยู่ไม่ไกลกัน เธอจึงมีเวลาพบปะกับรัชทายาทเช่นเคย โดยที่กรรณิการ์ได้แต่ฮึดฮัดทำอะไรไม่ได้ ด้านเสี่ยบงกชได้รู้จากลูกน้องในโรงงานว่ามีสิ่งผิดปกติจึงเข้าไปตรวจ และพบของผิดกฎหมาย ทำให้รู้ว่าถูกมาตาหลอกใช้ แต่ยังไม่ทันทำอะไร มาตาก็หายตัวไป เหมือนนกรู้ เสี่ยบงกชจึงไปให้ความร่วมมือกับตำรวจในการติดตามหาคนร้าย เสี่ยบงกชไปขอโทษประไพศรีที่หลงไปกับความเซ็กซี่ ประไพศรียอมให้อภัย แต่ขู่ไว้ว่า หากครอบครัวเดือดร้อน เพราะมาตา เธอจะเลิกกับเสี่ยบงกชทันที และเรื่องก็เป็นไปตามปากของประไพศรี เมื่อมาตากับชาญจับปรารถนา ปาริชาติ และแก้วขวัญเป็นตัวประกัน ประไพศรมากยื่นคำขาดว่าหากเสี่ยบงกชช่วยลูกไม่ได้ ชีวิตคู่ของพวกเขาต้องจบ ป้อมโทรนัดชลิตมาตกลงเรื่องแลกตัวประกัน แต่แท้จริงต้องการจับชลิตไปพบนายใหญ่ รัชทายาทเลยขอไปด้วย ป้อมเห็นเป็นคนตาบอดจึงไม่ว่าอะไร รัชทายาทไปเป็นเพื่อนจดจำเส้นทางด้วยการร้องเพลงเคาะจังหวะ ชาญสั่งให้ชลิตเป็นคนถือเงินค่าไถ่มาที่นี่คนเดียว ไม่อย่างนั้น ผู้หญิงจะเป็นอันตราย สองหนุ่มอยากช่วยสามสาว แต่มันมากเกินความสามารถ ทั้งสองจึงต้องล่าถอยมาก่อน รัชทายาทติดต่อตำรวจเข้าไปช่วยเหลือสามสาว และตามจับคนร้าย ป้อมกับพวกถูกจับ แต่มาตาพาชาญหนีไปได้ ปรารถนาเห็นชลิตมาก็อยากแกล้งปาริชาติจึงวิ่งเข้าไปกอด ทำให้ชลิตอึ้ง เพราะตอนนี้เขาเพิ่งรู้ใจตัวเองว่าชอบปาริชาติ แต่คนที่เสียใจกว่าปาริชาติ คือ กนิต ที่ตามมาช่วยปรารถนาด้วยความรัก ความผิดหวังบวกกับที่กนิตถูกกระสุนลูกหลง ทำให้กนิตสลบไปทันที ทุกคนรีบส่งกนิตไปโรงพยาบาล ปรารถนาเสียใจและเพิ่งรู้ใจตัวเองว่ารักกนิตมาก ความอิจฉาไม่ได้ช่วยให้เธอสมหวังในรัก ปรารถนาจึงเลิกเอาชนะน้องสาวตัวเอง สองพี่น้องกลับมารักกัน ปาริชาติปลอบใจปรารถนา ขณะเดียวกัน เธอก็เข้าใจว่าชลิตรักปรารถนาจริงจึงหึงและไม่ยอมพูดกับเขา ชลิตจึงต้องตามง้อ เกริกชัยตรวจพบว่ากระสุนฝังอยู่ใกล้จุดสำคัญมากจึงต้องระมัดระวังเรื่องการผ่าตัด การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี กนิตฟื้นขึ้นท่ามกลางความดีใจของทุกคน เขาขอบคุณเกริกชัยด้วยความจริงใจและไม่โกรธที่เกริกชัยแอบยักยอกเงินบริษัท เกริกชัยซาบซึ้งในน้ำใจหลานชายจึงเลิกคิดจะฮุบโรงพยาบาลเด็ดขาด ด้านปรารถนามาดูแลและตามง้อกนิต จนเขายอมให้โอกาสเธออีกครั้ง ส่วนปาริชาติก็ได้รู้ความในใจของชลิต ทำให้เธอถึงกับเขินอาย และยิ้มตลอดเวลาที่อยู่กับเพื่อน จนถูกแก้วขวัญแซวเสียงดัง ประดับซึ่งเพิ่งรู้ว่าปาริชาติตกลงคบกับชลิตก็เสียใจหันไปกินเหล้า มาตามาพบเข้าจึงหลอกใช้ประดับ โดยบอกว่าจะช่วยให้เขาสมหวังในรัก แต่แท้จริง เธอใช้ประดับเป็นตัวล่อจนสามารถจับปาริชาติไว้ได้ และตั้งใจจะส่งเธอไปขายต่างประเทศแก้แค้นเสี่ยบงกชและชลิต ชลิตรู้เรื่องก็ตามไปช่วยโดยมีรัชทายาทที่ตอนนี้ไม่ต้องปิดบังใครๆว่าเป็นคนตาบอดไปด้วย แก้วขวัญคาดโทษประดับ ประดับรู้สึกผิดจึงตัดสินใจออกตามหาปาริชาติพร้อมกับเพื่อนๆ ด้านคันศรมากับชลิต เพราะต้องการตามรอยชาญเช่นกัน ในที่สุด ทั้งหมดก็จับตัวชาญได้ แต่มาตาสู้จนถึงที่สุด ก่อนจะพยายามฆ่าตัวตาย แต่รัชทายาทช่วยไว้และบอกว่าชีวิตทุกชีวิตมีคุณค่า มาตาอึ้ง เพราะไม่เคยมีใครให้โอกาสเธอ ในที่สุด มาตาก็ยอมมอบตัว ชลิตแยกไปตามหาปาริชาติที่ถูกลูกน้องชาญจับแยกไปจนพบ เขาต่อสู้กับคนร้ายและช่วยปาริชาติไว้ได้ แต่เพราะตากฝนและออกตามหาปาริชาติทั้งวันทั้งคืน ทำให้ร่างกายชลิตอ่อนแอและป่วยเป็นไข้ป่าในที่สุด ปาริชาติต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดและพยายามหาทางออกจากป่า เสี่ยบงกชเป็นห่วงลูกมากจึงออกตามหาด้วยตัวเองจนพบ เสี่ยบงกชเห็นว่าชลิตเป็นคนดีจึงยอมให้คบกับปาริชาติ ขณะที่ กรรณิการ์ก็ยอมรับรัชทายาท เมื่อรู้ว่าเขาเป็นลูกบุญธรรมขจรและเป็นคนดีจริง รัชทายาทดีใจมากและสัญญาว่าจะเก็บเงินมาสู่ขอแก้วขวัญหลังเรียนจบ โดยไม่ขอความช่วยเหลือจากพ่อบุญธรรม การแต่งงานของปรารถนากับกนิตถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างพิธีการ ชลิตจูงมือ ปาริชาติไปคุยตามลำพัง เขาขอบคุณที่เธอดูแลเขาในป่า และขอสัญญาว่าจะรักและดูแลปาริชาติยิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง ทำให้ปาริชาติมีความสุขมาก เธอสัญญาว่าจะมีชลิตเพียงคนเดียวตลอดไป ..........................................................

Chap Kang
จากที่ราบสูง สู่เมืองกรุงที่แสนวุ่นวาย มิตรภาพต้องสั่นคลอน เพราะความละโมบ ทะเยอทะยาน สัมพันธภาพแตกดับ จากเพื่อนรักกลายเป็นเพื่อนแค้น ใครจะแพ้ ใครจะชนะ ต้องเดิมพันด้วยชีวิต
กล้า ไม้ ด้วง เพื่อนรัก จากบ้านเกิด เข้าสู่เมืองกรุงเพื่อฝันว่าจะมีชีวิตที่ดีกว่า แต่ทั้งสามก็สุขได้ไม่นาน เมื่อโตน เดช คนอีสานบ้านเดียวกันปอกหลอกจนหมดตัว เดชหลอกเพื่อปล้นเอาทรัพย์สิน กล้า ด้วง ไม้ไม่เหลือตังค์ชักบาท แม้แต่เสื้อผ้าก็ไม่มี หิวก็หิว ทั้งสามเดินมาจนเจอร้านขายข้าวมันไก่ แต่ไม่มีเงินจ่าย จึงขอล้างงานเป็นค่าข้าวมันไก่ เฮียอู เจ้าของร้านไม่ยอมจะแจ้งความ หมวย ลูกสาวเฮียอู กลับปิ๊งกล้าอย่างแรง เลยขอร้องพ่อ ด้วยความที่พ่อรักลูกสาวมากเลยยอมให้สามหนุ่มพักที่นี่ และทำงานเป็นพนักงานไปก่อนที่จะหางานทำ
โดยไม่ให้เงินเดือน กล้า ด้วง ไม้ออกหางานทำ ด้วยความที่ไม่รู้ทาง ทำให้หลง และเดินมั่วจนเกือบถูกรถของ เพชร ที่นั่งมากับ น้ำตาล ชนเข้า ไม้เห็นเพชรก็ชอบทันที เพราะเพชรเป็นคนสวย เพชรเข้าใจว่ากล้า ด้วง ไม้เป็นสืบแปดมงกุฎ เลยเอาเงินฟาดหัว กล้าโมโหมาก และเกลียดขี้หน้าตั้งแต่เจอ กล้า ด้วง ไม้ไปสมัครงานที่ท่าเรือ แต่คนงานเต็ม ระหว่างที่กำลังจะกลับ กล้าเห็นชายคนหนึ่งกำลังจะได้รับอุบัติเหตุ กล้ารีบเข้าไปช่วย ทำให้ได้รับบาดเจ็บ ชายคนนั้นซาบซึ้งใจ จึงตกลงรับเข้าทำงานที่ท่าเรือทันที เพราะยายที่กล้าช่วยไว้คือ เสี่ยเผด็จ เจ้าของท่าเรือ
กล้า ด้วง ไม้ เริ่มทำงานวันแรก แล้วกล้าก็เจอตอเช้าจนได้ เพชรเห็นกล้าเลยเข้าใจว่ากล้าตามเธอมา กล้าพยามจะอธิบาย แต่เพชรไม่ฟังทะเลาะกันเสียงดัง ร้อนถึงเสี่ยเผด็จต้องเข้ามาห้าม เพชรพยามแกล้งกล้าต่าง ๆ นานา ด้านไม้นั้นดีใจมากที่ได้เจอเพชรอีกครั้ง และฝันสูงคิดจะเด็ดดอกฟ้า แต่เพชรมีผู้ชายที่พ่อหมายตาจะให้แต่งงานด้วยคือ สหรัฐ ลูกชายคนโตของ ประพันธุ์ และ ปทุม เพื่อนสนิทของเสี่ยเผด็จ สหรัฐมีน้องสาวชื่อ ไข่มุก เป็นเจ้าของกิจการโชว์รูมรถยนต์นำเข้า แต่เพชรเห็นสหรัฐเป็นเพื่อน ทั้ง ๆ ที่สหรัฐรักเพชรจริง ๆ กล้าที่โดนเพชรเล่นงานไม่เว้นแต่ล่ะวัน ยังต้องเจอกับพวกคนงานทีเกลียดขี้หน้าอีก เพราะเข้าใจว่าสามคนเป็นเด็กเส้น
โดยเฉพาะแก้งค์ของ ใหญ่ ที่มีลูกน้องสองคน ชื่อ หรั่ง กับ มีด ที่คอยหาเรื่องกล้า จนมีเรื่องชกต่อยกัน ร้อนถึง หัวหน้าชัย ต้องรีบมาห้าม ฟ้างาม กะเทยควายที่พยายามเก็บเงินแปลงเพศคอยช่วยหนุ่ม ๆ ไอดอลของฟ้างามคือกล้า กล้า ด้วง ไม้ตั้งใจทำงาน และมีความเป็นกันเอง ทำให้มีเพื่อนเพิ่มมากขึ้นนอกจากฟ้างามแล้วก็ยังมี พี่น้องฝาแฝดคนล่ะฝา ข้าวเหนียว กับ ข้าวปุ้น ที่หลงรักด้วงหัวปักหัวปำ ป้าสม อดีตนักร้องหมอลำแดนอีสาน บุญยัง ลูกสาวที่บ้าเกาหลี ถึงขนาดตั้งชื่อตัวเองเป็นภาษาเกาหลีว่า ยังชุก ทุกคนในท่าเรือดีกับกล้า ด้วง ไม้มาก ยิ่งทำให้ใหญ่ไม่พอใจที่โดนขโมยซีน ใหญ่หมั่นไส้สามหนุ่มมาก ๆ เลย หาทางเล่นงานกล้า ด้วง ไม้ เสมอ ๆ แต่สามคนก็ตัวรอดไปได้ทุกครั้ง
จนกระทั่งถึงงานใหญ่ประจำท่าเรือที่เสี่ยเผด็จจะจัดขึ้นในวันแรงงาน และทุกปีวงดนตรีของใหญ่ก็จะเป็นที่ชื่นชอบของคนงาน แต่ครั้งนี้กล้า ด้วง ไม้ขอท้าดวล ไข่มุกได้เจอกับกล้าครั้งแรก ก็ชอบทันที เพชรเห็นกล้ากับไข่มุกก็เข้าใจว่ากล้าใฝ่สูง ไม่เจียมตัว สองคนเลยมีปากเสียงกัน แล้วเพชรก็รู้ว่ากล้ากับใหญ่ท้าแข่งดนตรีกัน เพชรอยากช่วยใหญ่ โดยเอาเงินให้พวกคนงาน แล้วก็มาถึงวงกล้า ด้วง ไม้ที่เริ่มเล่นก่อน มีแต่พวกฟ้างามกับคนงานอีกนิดหน่อยที่ปรบมือให้ ทำให้กล้า ด้วง ไม้ใจเสีย พอวงใหญ่ขึ้นไปเล่นดนตรี คนปรบมือ กรี๊ดกร๊าดดังลั่น ทั้ง ๆ ที่ทุกคนก็เห็นว่ากล้า ด้วง ไม้เล่นเด็กว่า เสี่ยเผด็จเห็นสีหน้าเพชรก็รู้ทันว่าเป็นแผนของเพชร เสี่ยเลยประกาศให้แข่งกันใหม่ และให้คนงานทุกคนเอาเงินมาคืนเพชร ไม่งั้นจะไล่ออก
เมื่อวงจับกังซองกล้าและใหญ่แสดงอีกครั้ง คนงานก็เทใจให้วงกล้าจนหมด ทำให้กล้าได้รับชัยชนะ ใหญ่แพ้ ระหว่างนั้นใหญ่โดนคู่อริดักเล่นงานกลางทาง กล้า ด้วง ไม้เห็นเข้าเลยช่วยใหญ่กับพวกเอาไว้ ทำให้ทั้งสองฝ่ายสมัครสมานสามัคคี ด้านเพชรเกลียดขี้หน้ากล้าจนแทบจะทนไม่ไหวเพราะกล้าชอบร้องเพลงแซวเพชรกับน้ำตาล เพชรเลยบอกให้สหรัฐช่วยทำยังไงก็ได้ให้กล้าโดนไล่ออก แต่คนที่โดนไล่ออกกลับเป็นด้วง ด้วงเริ่มหางานทำใหม่ โดยมีฟ้างาม ข้าวเหนียว ข้าวปุ้นคอยช่าย แต่ไม่ว่าไปทำงานอะไรก็พังทุกงาน ด้วงช่วยงานร้านเฮียอูขายข้าวมันไก่ ด้วงชอบ หมวยตั้งแต่แรกเห็น แต่หมวยรำคาญที่ด้วงชอบยิงมุขแป้กใส่เธอ
ถึงวันประกวดวงดนตรี เพชรแกล้งทำเป็นรู้สึกผิดที่ทำให้ด้วงถูกไล่ออก เลยเอาน้ำมาให้กล้ากิน กล้าเชื่อสนิท ดื่มน้ำเข้าไปปรากฏว่าน้ำใส่พริก กล้าเผ็ดมาก ทำให้เสียงหาย เพชรสะใจ วงจับกังถูกโห่ เพราะนักร้องเสียงแทบ เพชรเห็นคนดูปาของและโห่ไล่พวกกล้าก็รู้สึกผิดขึ้นมา เพชรเลยขึ้นไปช่วยแก้ไขสถานการณ์โดยการร้องเพลงแทนกล้า กล้ากับทุกคนอึ้ง เพชรร้องเพลงเพราะมาก ทำให้กล้ากับไม้ประทับใจการประกวดจบลง วงจับกังไม่ชนะ เพชระเลยขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงทุกคนเป็นการปลอบใจ เพชรกับกล้าเหมือนจะดีกัน แต่จนแล้วจนรอด เพราะความไม่ยอมคนของทั้งคู่ก็ทำให้ทะเลาะกันอีก
ศัดรูของเสี่ยเผด็จ คือ อาชา อาชามีเมียชื่อ เกด อาชาเป็นพวกมาเฟียค้าของเถื่อน ทำธุรกิจผิดกฎหมายอาชาเคยขอให้เสี่ยเผด็จช่วยขนของเถื่อนโดยใช้ท่าเรือของเลี่ย แต่เลี่ยไม่เล่นด้วย อาชาโกรธแค้นเลี่ยมาก ด้วงได้งานทำในกองถ่ายละคร ตำแหน่งสวัสดิการ ทันทีที่หมวยรู้ก็ลันล้ามาก เพราะเธอบ้าดารา ด้วงเลยใช้งานบังหน้า โกหกว่าตัวเองได้เป็นนักแสดง ชวนหมวยไปเที่ยวกองถ่าย หมวยเลยรู้ว่าด้วงโกหก ตัวเลยตั้งเป้าหมายว่าต้องเป็นนักแสดงให้ได้ เพื่อนเอาชนะใจ ระหว่างนั้นคนขับรถของเสี่ยเผด็จได้รับอุบัติเหตุ ไม้เห็นเป็นโอกาสดีที่จะได้ใกล้ชิดเพชรเลยเสนอตัว เสี่ยเผด็จไม่ถูกชะตาไม้เลยขอให้กล้าเป็นคนขับรถให้แทน กล้าจำต้องทำ ทำให้ไม้ไม่พอใจ เพชรได้ทีแกล้งใช้กล้าขับรถให้ แต่วันนั้นอาชาส่งมือปืนไปเก็บเสี่ย มือปืนไล่ยิง กล้าขับรถหนี เพชรกลัวสุด ๆ
กล้าช่วยเพชรเอาไว้ จนตัวเองถูกยิงได้รับบาดเจ็บ หลังจากเหตุการณ์นี้ ทำให้เพชรรู้สึกดีกับกล้า เพชรอาสาดูแลกล้าอย่างใกล้ชิด เสี่ยชอบกล้ามากกว่าเดิม เลยขยับให้กล้าเป็นบอดี้การ์ด และให้ไม้มาเป็นคนขับรถ อาชาหัวเสียที่แผนล้มเหลว เพราะแผนการนี้ทำให้ได้รู้ว่าอาชากับประพันธ์ ร่วมมือกันโค่นเสี่ย เพราะประพันธ์เป็นหนี้อาชาอยู่ และอาชาสั่งให้ประพันธ์ไปดีสนิทเสี่ยเผด็จ...เพื่อที่อาชาจะได้รู้ความเคลื่อนไหวของเสี่ย เพชรดูแลกล้าจนหายเจ็บ ระหว่างที่ดูแลกัน...กล้าเริ่มรู้สึกดีกับเพชร และเห็นว่าจริง ๆ แล้วเพชรเป็นคนที่น่าสงสาร เพชรเองก็เริ่มสนใจกล้าเช่นกัน แต่ทั้งคู่ไม่กล้าแสดงออก กล้าเจียมตัวรู้สึกตัวเองเป็นหมาวัด ส่วนเพชรเป็นดอกฟ้า ไม้กับเกดส่งสายตากัน เกดปิ๊งไม้เพราะคำพูดหวาน ๆ ของเขา ที่เกิดไม่เคยได้รับจากชายคนไหน สองคนเริ่มคบกันสหรัฐเกลียดชี้หน้ากล้า และพยายามจะทำให้กล้าถูกไล่ออก สหรัฐเริ่มเผยตัวตนออกมา ทำให้เพชรไม่พอใจ สหรัฐดูถูกกล้าที่เป็นแค่จับกังมาก่อน
กล้าตัดสินใจจะเรียนปริญญาตรีให้จบเพื่อเพชร ด้วงเห็นกล้ากับไม้ระหองระแหงกัน ก็พยายามหาทางช่วย ไม้ได้เลื่อนชั้นให้เป็นหัวหน้าคนงานแทนหัวหน้าชัย ไม่บ้าอำนาจ ตั้งตนเป็นใหญ่ โดยมีใหญ่ หรั่ง มีดเป็นพวก กล้าบอกให้เสี่ยรู้เรื่องไม้ เพราะทนเห็นเพื่อนทำผิดไม่ไหว ทำให้ไม้โกรธกล้ามาก ไม้ตัดขาดความเป็นเพื่อนกับกล้า!! เสี่ยเผด็จไล่ไม้ หรั่ง มีด ออกจากงาน ไม้แค้นใจแล้วโชคก็เข้าข้างเมื่อไม้ช่วยอาชาจากการถูกลอบยิงจากศัตรู อาชาได้ใจมาก เลยให้ไม้มาเป็นบอดี้การ์ดตัวเอง ไม้เลยได้รู้ว่าเกตเป็นเมียของอา ไม้ขอให้เกิดร่วมมือกำจัดกับอาชา เกดรับปาก ในที่สุดไม้ก็ฆ่าอาชาสำเร็จ และตั้งตนขึ้นมาเป็นหัวหน้าแก๊งค์
ด้านกล้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สำเร็จ เพชรดีใจที่กล้าประสบความสำเร็จ แต่ทำเก็กไม่สนใจ ไข่มุกมาแสดงความยินดีกับกล้า เพชรหึงเอาแต่ดื่มคอกเทลจนเมา กล้าอาสาไปส่งเพชรเพราะเป็นห่วง กล้าพยายามจะช่วยก็เจอเพชรด่า สองคนเลยมีปากเสียงกันใหญ่โต เพชรก็โพล่งออกมาว่า เธอรักกล้า ก่อนจะหลับไป กล้าแทบช็อคกับสิ่งที่ได้ยินเพชรตื่นมาในสภาพมึน กล้าพยายามหาโอกาสเข้าใกล้เพชร เพชรก็หนีตลอด จนในที่สุดกล้าตัดสินใจบอกรักเพชร กล้าขอความรักจากเพชร เพชรเองก็ทนเสียงเรียกร้องหัวใจตัวเองไม่ไหวเลยตอบรับรัก ไม่รู้มาว่าประพันธ์ยังเป็นหนี้อาชาอยู่ เลยบีประพันธ์ให้ร่วมมือกับเขาในการกำจัดเสี่ยเผด็จ
ไม้เข้ามาคุกคามชีวิตเพชร สหรัฐรู้ว่าพ่อร่วมมือกับไม้ สหรัฐโกรธมาก ไปหาเรื่องไม้ ประพันธ์พยายามห้ามแต่ไม่สำเร็จ ไม้จะยิงสหรัฐ แต่ประพันธ์ขวาง ทำให้ถูกยิงตาย สหรัฐคลั่ง พุ่งเข้าไปจะทำร้ายไม้เลยถูกยิงตกน้ำหาย ด้วงขอร้องไม่ให้เลิกทำชั่ว ด้วงรีบไปบอกกล้า ไม้กำลังจะปล้ำเพชร แต่กล้ามาช่วยได้ทันแล้วพาเพชรหนีออกมา เพชรดีใจที่เจอกล้า หมวยอกหักจนล้มป่วย ด้วงคอยดูแลทั้งคืนจนหมวยหาย แต่ตัวเองล้มป่วยแทน หมวยเริ่มรู้สึกดีกับด้วง จนสองคนรักกัน
กล้าต้องหยุดความชั่วร้ายของไม้ ก่อนที่ไม้จะถลำลึกลงไปมากกว่านี้ กล้าบริหารกิจการท่าเรือจนรุ่งเรือง กล้าตามหาเพชร เพชรถูกไม้จับเป็นตัวประกัน ไม้สั่งให้กล้ายิงตัวตายตรงหน้าเค้ากับเพชร ไม่งั้นเค้าจะฆ่าเพชร กล้าหยิบปืนขึ้นมา เพชรขอร้องไม่ให้กล้าทำ กล้าตัดสินใจจะปลิดชีพเพื่อช่วยเพชร แต่เกดโผล่มาบอกไม้ว่าเธอท้องกับเขา ไม่อึ้ง เพชรเห็นจังหวะ ผลักไม้แล้ววิ่งหนีไปหากล้า ไม้หัวเสียจะยิงกล้ากับเพชร เกิดเอาตัวบัง เกิดกับลูกตายไปพร้อมกัน ไม้หมดสิ้นทุกอย่าง ถูกตำรวจจับดำเนินคดีตามกฎหมาย รับกรรมในคุกไปจนตลอดชีวิต หลังจากรักษาตัวในโรงพยาบาลนานหลายเดือน ด้วงฟื้นขึ้นมา หมวยรับปากว่าจะแต่งงาน ด้วงดีใจมาก กล้ากับเพชร ด้วงกับหมวยเลยจัดงานแต่งงานพร้อมกันเป็นสองคู่ขู้ชื่น ติดตามชม ละครจับกัง ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.45 น. ทางช่อง 7 สี ละครจับกัง เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558

Look Phuchai Huajai Khem (The Fighting Chance)
ทิม หนุ่มหล่อมาดเข้มหัวใจสุดซื่อ ทำงานสุจริตทุกรูปแบบเท่าที่ทำได้ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแผงลอย มอเตอร์ไซค์รับจ้าง คนเก็บตั๋วโรงลิเก เพราะเขาต้องหาเงินช่วยค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวที่มี แม่นวลและ ขวด พี่ชายที่เป็นออทิสติก(เก็บมาเลี้ยง) แต่ถึงจะลำบากแค่ไหนทิมก็ไม่ย่อท้อ เพราะภาระที่ใหญ่หลวงอีกหนึ่งคือการส่งเสีย ไท น้องชายแท้ๆร่วมสายโลหิตให้เรียนมหาวิทยาลัย ไทเองก็รักพี่ชายมากยามว่างจากการเรียนมักจะมาช่วยพี่ชายและแม่ทำมาหากินเสมอ แม่นวลขายกล้วยทอดอยู่ในตลาดมีรายได้แค่หาเช้ากินค่ำไม่พอเก็บแต่พวกเขาก็มีความสุขในครอบครัวจะขาดก็เพียงแต่พ่อที่เป็นหัวหน้าครอบครัว ได้หายตัวสาบสูญไปจนใครๆคิดว่าถูกนักเลงพนันมวยเก็บไปแล้ว ทิมกัดฟันทำงานทุกอย่างเพื่อจะให้ไทเรียนจบเป็นหน้าเป็นตา ทิม ไท เป็นที่รักของทุกคนในตลาดโดยเฉพาะ โบตั๋น ลูกสาวคนสวยของ เฮียบุ้ง เจ้าของตลาดที่ประกาศตัวเป็นแฟนกับ ทิม แต่ทิมกลับเห็นเธอเหมือนน้องสาว แม้ ทิม ไท จะเป็นที่รักของคนในตลาด แต่ก็มีคนที่ไม่ชอบทั้งคู่เอามากๆกลุ่มหนึ่ง หัวหน้าแก๊งของกลุ่มอันธพาลครองตลาดคือ แดง โค้ก เด็กน้อยวัยโจ๋ (11ขวบ) นักมวยรุ่นจิ๋วที่ต้องเพิ่มพลังด้วยการกินน้ำอัดลม พร้อมด้วยลูกน้องจอมแสบ 2 คนคือ ปุ๊ ระเบิดไข่ บ้านขายไข่ในตลาดเวลาทะเลาะกับใครชอบใช้ไข่ปาใส่ ปุ๊เป็นคู่อริกับขวด เพราะชอบถูกเปรียบว่าขวดฉลาดกว่า ดำ น้ำมันพืช บ้านขายของชำในตลาด สามเด็กจอมแสบชอบรังแกขวดเพราะทำอะไร ทิม ไท ไม่ได้ และสาเหตุหลักที่ทั้งสามไม่พอใจเพราะ ภา เด็กแก่แดดวัย 10 ปี ลูกสาว พี่ติ่ง เจ้าของโรงลิเก ชอบ ทิม ไท แบบออกนอกหน้า ผู้กองวายุ นายตำรวจรุ่นใหม่ไฟแรงมาดขรึม ถูกผู้บังคับบัญชาที่เป็นบิดาของเขาเองส่งตัวเข้ามาเป็นสายสืบในค่ายมวย ครูเขต เพราะสงสัย อำนาจ เจ้าของค่ายมวยจะเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่อาศัยการชกมวยใต้ดินบังหน้า โดยมี จ่าทอง ตำรวจมือดีรุ่นเก๋าคอยประกบช่วยเหลือ วายุเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงนักมวยในค่ายมวยครูเขต ทำให้เขาไปสนิทกับทิม ทำให้กลายเป็นเพื่อนคู่หูคู่หาเรื่อง เพราะเมื่อไรที่คู่นี้อยู่ด้วยกัน มักจะต้องมีเรื่องชกต่อยเป็นประจำ ซึ่งเป็นชนวนให้ทิมต้องไปช่วยวายุสืบคดีโดยไม่รู้ตัว ไท รู้ว่าพี่ชายชอบมวยเพราะเขาเองก็ชื่นชอบเช่นกัน จึงพยายามช่วยเหลือจนทิมได้ไปฝึกมวยโดยแม่ไม่รู้ ครูเขต รู้สึกเอ็นดู ทิม เป็นพิเศษมักมาสอนเทคนิคการชกให้ทิมเสมอ ขวดหายไปเพราะถูกแก๊งอันธพาลครองตลาดแกล้ง ทิม กับ ไท ไปตามหาขวด แต่กลับไปเจอพวกค้ายาเสพติด ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับ ฟ้าใส กับ ยาหยี่ นักศึกษานิเทศฯ แอบไปที่โกดังทำข่าวซีดีเถื่อนขายตลาดนัดส่งอาจารย์แต่กลับเจอคดีใหญ่กว่า ทิม , ไท , ที่จะต้องแค่เข้าไปช่วยพี่ชายจำต้องช่วยสองสาวออกมาด้วย และด้วยความช่วยเหลือจากวายุที่นำกำลังเข้าไปปราบปรามพ่อค้ายาเสพติด ทำให้ ทิม , ไท สามารถช่วย ฟ้าใส , ยาหยี ออกมาได้ แต่ทั้งหมดก็เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดที่สำคัญพ่อค้ายาเสพติดเห็นหน้าทิม ทิม กับ ไท ได้รู้จัก ฟ้าใส และยาหยี ทำให้สองหนุ่มพี่น้องที่เคยแต่จะทุ่มเททุกอย่างให้กับครอบครัวเริ่มมีความรักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่สองพี่น้องเจียมตัวว่าเป็นแค่ลูกแม่ค้าในตลาดไหนจะอาจเอื้อมไปรักลูกสามเจ้าของบริษัทส่งออกชื่อดัง กฤช ว่าที่คู่หมั้นหนุ่มของฟ้าใส ไม่พอใจที่ฟ้าใสให้ความสนใจทิมเป็นพิเศษ อีกทั้ง ไทเองก็มักปกป้องฟ้าใสจากกฤช กฤช ไม่พอใจจึงนำเรื่องทั้งหมดไปฟ้อง ตะวัน (พ่อ) และ นภา (แม่) พ่อแม่ของฟ้าใสเจ้าของบริษัท T & N คอร์เปอเรชั่นฯ ที่ดำเนินธุรกิจนำเข้าและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหาร นภาสั่งห้ามลูกสาวไปแถวตลาดอีกโดยเด็ดขาด ฟ้าใส เองก็เริ่มถอดใจแม้เธอจะอยากพบเจอทิม วันรับปริญญาของไท แม่นวลเกิดอุบัติเหตุรถชนเพราะไปช่วยขวด วายุ ฟ้าใส ยาหยี รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ไท โกรธขวดมากที่เป็นต้นเหตุ ทิมทะเลาะกับไท แม่นวลต้องใช้เงินในการผ่าตัดด่วน ทิมจึงยอมไปหาอำนาจเพื่อยืมเงิน และเข้าเป็นนักมวยในค่าย อำนาจพอใจแต่ครูเขตกลับห่วงใยทิม กลัวทิมจะกลายเป็นเหยื่อเหมือนนักมวยคนอื่นๆ อำนาจบอกกับครูเขตว่าเขาชอบทิมเพราะในแววตาที่มุ่งมั่นคู่นั้นมันมีเลือดนักสู้อยู่เต็มเปี่ยมหาตัวจับยาก และนี่แหละคุณสมบัติพิเศษของ นักมวยใต้ดิน ครูเขตเห็นด้วยว่าทิมเป็นคนที่มีพรสวรรค์ ทำให้ครูเขตรู้สึกเสียดายหากทิมจะจบชีวิตนักมวยอยู่กับกลุ่มอำนาจ อำนาจส่งของล็อคใหญ่ ไทสืบรู้โดยบังเอิญว่ามีคนวางแผนให้ทิมต้องตกเป็นแพะรับบาป ไทจะรีบไปบอกทิม แต่ถูกคนของอำนาจตีหัวจนสลบ ทิมรู้ข่าวน้องชายรีบไปหาเป็นจังหวะเดียวกับวายุนำกำลังเข้าจับกุมทำให้วายุจำต้องจับทิม ไทหนีออกมาได้ และบอกความจริงกับวายุ ไท และวายุ วางแผนช่วยเหลือทิมให้พ้นข้อกล่าวหา และหาตัวการใหญ่ให้ได้ เพราะของที่เจอเป็นส่วนน้อยเหมือนวางกับดักไว้แล้ว ไท ,วายุ ช่วยหาหลักฐานทำให้ทิมพ้นผิด แต่ชื่อเสียงของทิมเสียหายไปแล้วไม่สามารถกลับมาชกมวยเวทีได้อีก ส่วนไทยอมที่จะชกมวยเวทีแทนทิม เพื่อจะช่วยวายุสืบหาความจริงเรื่องคนที่ตั้งใจใส่ความทิม ไท สงสัย กฤช และถ้าเป็นจริงแสดงว่า กฤช ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับอำนาจ หลังแม่ผ่าตัดทิม ไท เข้าไปเยี่ยมแม่ในห้อง ICU แม่นวลอาการไม่ดีเพราะแผลติดเชื้อ ทิม, ไท เข้าไปร้องเพลงให้แม่ฟัง ทำให้แม่นวลพ้นขีดอันตรายไปได้ ฟ้าใสดีใจที่เธอได้รักผู้ชายที่ดีและแสนจะอบอุ่น โบตั๋นรู้ว่าตัวเองอกหักอย่างจัง เพราะทิมก็รักกับฟ้าใส ไท ก็รักกับยาหยี โบตั๋นจึงหาทิศทางใหม่คือวายุ วายุต้องปวดหัวเรื่องที่โบตั๋นคอยตามตื๊อตลอดเพราะอยากเป็นคุณนายตำรวจ อำนาจจัดให้ทิมชกกับนักมวยนิโกรที่ขึ้นชื่อการโกงทุกรูปแบบ ครูเขตหนักใจมากถึงแม้จะสอนแม่ไม้มวยไทยให้เข้มอย่างหมดเปลือก ทิมชกชนะด้วยความยากลำบาก ทิมเริ่มหลงใหลกับศิลปะการต่อสู้ ทิมแปลกใจที่คนเก่งอย่างครูเขตทำไมถึงอยู่ในค่ายเล็กๆทั้งๆที่มีความสามารถ แก๊งอันธพาลครองตลาดเล่าให้ฟัง ครูเขตหาวิธีให้ทิมขึ้นชกอีกแต่จำต้อง ชกมวยระดับใหญ่ มีสปอนเซอร์สนับสนุน ฟ้าใสไปคุยกับพ่อแม่ ตะวันตกลงให้บริษัท T & N คอร์ปอเรชั่นฯ เป็นสปอนเซอร์เพื่ออนุรักษ์มวยไทย กฤชไม่พอใจมากหาทางเล่นงานทิม เกียรติ พ่อของกฤช และเป็นนายทุนใหญ่ของอำนาจ บอกให้กฤชใจเย็นเพราะเขาต้องการฮุบบริษัทของตะวันมาเป็นของเขา ส่วนไทเริ่มมีชื่อเสียงด้านการชกบนดิน ครูเขตให้ไทชกต่อไปเพื่อตอนหลังจะได้เป็นแรงผลักดันทิมให้แก้มลทินได้ สองพี่น้องจึงกลายเป็นนักมวยอาชีพ พี่ชายเป็นมวยใต้ดิน น้องชายเป็นมวยเวที คู่ชกของทิมที่อำนาจจัดให้ มีแต่ตัววายร้ายทั้งสิ้นเช่น ชัย เป็นนักมวยที่ราบสูงและเจนเวทีมากร่างกายกำยำ เป็นมวยหมัดหนักชั้นเชิงแพรวพราว อำนาจให้ ชัย โด๊ปยาและเล่นพนันข้างชัย ทิมสู้ชัยไม่ได้โดนยำเละ ทิม ฟื้นตัวครูเขตให้ไปฝึกฝนการต่อสู้อย่างหนัก กฤชคอยมากลั่นแกล้ง แต่แก๊งอันธพาลครองตลาดก็ปกป้องได้ทุกครั้ง ทิม , ไท กลับมาเยี่ยมแม่ที่บ้านสามแม่ลูกมีความสุขกันมาก ขวดแอบเห็น กฤช จับฟ้าใสไปเพื่อคิดจะรวบหัวรวบหาง และยาหยีโดนหางเลขจับไปด้วย ทุกคนเลยไปช่วยฟ้าใส ยาหยี ที่โกดังเก็บของชายทะเลของเกียรติได้ทัน ตะวัน และ นภา โกรธกฤชมากที่หลอกฟ้าใสไป ประกาศตัดความสัมพันธ์กับกฤชไม่ร่วมหุ้นกันอีก ตะวันขอร้องให้ไทช่วยกู้ภาพพจน์ที่ดีของบริษัทว่าอนุรักษ์ศิลปะไทย ไทชกมวยระดับต่างประเทศ พ่อแม่ฟ้าใสเริ่มปลื้มไท และจับคู่ให้ ไท กับฟ้าใส ทิมเองก็เปิดทางให้น้องอีกครั้งแม้ใจจะเจ็บมากก็ตาม ทิมเข้าป่าไปฝึกฝนมวย ครูเขต พาทิมไปหา หนานอิน ครูมวย ทิมผ่านการลองใจของหนานอินจนยอมที่จะสอน ทิมต้องไปเก็บตัวฝึกในป่า ทิมขณะที่ไปฝึกมวยในป่า ได้เจอเส้นทางการเดินยาเสพติด และปะทะกับพวกพ่อค้ายาจนได้รับบาดเจ็บเพราะไปช่วย นาย ลูกสาวชาวป่า ทิมรักษาตัวจนหายดี สลา นายบ้านของที่นี่เป็นพ่อของนาย และที่สำคัญสลาคือนักมวย มวยเม็งรายในตำนานได้ฉายา มวยตีนลิง สลาตอบแทนเข้มด้วยการสอนเคล็ดวิชามวยเม็งราย ที่มีเชิงเตะ คล่องแคล่ว ว่องไว ทั้งซ้ายขวา ไทมาถึงบ้านหนานอิน รับรู้ว่าทิมหายไป ฟ้าใสเป็นห่วงทิมมาก ไทออกตามหาพี่ชาย โดยมี ฟ้าใส และ ยาหยี ตามไปด้วย วายุก็ตามเส้นทางยาเสพติดในบริเวณที่ทิมหายตัวไปเช่นกัน สลา เดินป่าออกมาส่งทิม แต่มีเหตุผิดปกติจึงย้อนกลับไปหมู่บ้านพบหมู่บ้านถูกทำลาย นายถูกจับตัวไป ไทตามไปถึงบ้านสลา ให้ฟ้าใส และ ยาหยี ตามกำลังตำรวจมาช่วย ทิม ไท สลา รีบไปช่วยนาย ฟ้าใส หงุดหงิดที่ทิมห่างเหินเธอ และออกจะห่วงใยนายเป็นพิเศษ วายุ นำกำลังเสริมจากตำรวจตระเวนชายแดนมาจับพ่อค้ายาสำเร็จด้วย นายปลอดภัย เขตเผชิญหน้ากับอำนาจ อำนาจต้องการจัดมวยใต้ดินนัดพิเศษ โดยให้ทิม , ไท ขึ้นชกห้าไฟล์ในวันเดียวและการต่อสู้จะมีทุกรูปแบบ แต่ทิม , ไท ต้องชนะในสายของตัวเองเท่านั้น และท้ายสุดต้องมาชกกันเอง อำนาจถึงจะยอมปล่อยแม่นวลไป เขตรู้ดีว่าครั้งนี้คงเลี่ยงไม่ได้เพราะรู้จักนิสัยอำนาจดี เขตขอต่อรองว่าหลังจากนี้หนึ่งอาทิตย์ เมื่อถ่วงเวลาได้แล้ว วายุ นำกำลังตามสืบที่อยู่ของแม่นวล ครูเขต พาทิม , ไท ครูเขตรู้ดีว่าอำนาจจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทิม , ไท แพ้ให้ได้ และที่สำคัญต้องการให้สองพี่น้องตายบนเวที ครูเขตกลัวว่า ทิม , ไท อาจไม่ผ่านด่านต่างๆที่อำนาจวางไว้ ณ วันแข่ง ทิม , ไท สู้อย่างถวายชีวิตเพื่อแม่นวล และก็เป็นอย่างที่ครูเขตคิดไว้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ อำนาจต้องการให้ทิมมาแพ้ ทิมเจอทั้งฝรั่งตัวใหญ่ กังฟู และยูโด ทั้งหนึ่งต่อสาม บ้างก็ใช้อาวุธ การแข่งขันถูกจัดในสถานที่แปลกๆ ที่อำนาจเตรียมไว้ แต่ทิมก็ใช้วิชามวยไชยาแก้สถานการณ์เอาตัวรอด แม้จะชนะได้ แต่ทิมก็แทบเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน ถึงไฟท์สุดท้ายที่สองพี่น้องต้องชกกันเอง วายุ สืบรู้ที่ขังแม่นวล ครูเขต และ วายุ ไปช่วยนวล ทิม , ไท จำต้องชกแบบเต็มที่จนพี่ติ่งให้สัญญาณว่าวายุเข้าช่วยนวลได้แล้ว สองพี่น้องจะรีบลงจากเวทีเพื่อไปช่วยแม่ แต่ เดชและนักมวยมือดีเข้ามาขวาง สองพี่น้องช่วยกันล้มเดช และนักมวยมือดีจนสำเร็จ อำนาจรู้ตัวว่าจะถูกทลายจึงหลบหนี ทิม , ไท ตามสกัด อำนาจชักปืนขึ้นมาจะยิงแม่นวล แต่ก็ถูกวายุยิงสวนทันที อำนาจล้มลงขาดใจตาย กฤช แอบดูอย่างเจ็บใจ แม่นวลพบกับครูเขต ทำให้รู้ว่าสามียังไม่ตาย แต่ที่ไม่ยอมกลับบ้านเพราะกลัวลูกเมียถูกเล่นงานไปด้วย สี่คนพ่อแม่ลูกได้พบกันพร้อมหน้าพร้อมตา เหตุการณ์ทุกอย่างคลี่คลายมีความสุข กฤชถูกวายุไล่ตามจับ กฤชหนีมาแก้แค้นทิม กฤชยิงทิมแต่ขวดเห็นและเอาตัวเข้าบังขวดถูกยิง แม่นวลตกใจสลบทันที รถพยาบาลรีบพาแม่นวล และขวดถูกส่งโรงพยาบาล กฤชถูกจับกุม ขวดอยู่อาการโคม่า ขวดร้องเพลงที่แม่เคยกล่อมเขาเป็นประจำให้ทุกคนฟัง ทุกคนร่วมร้องเพลงกับขวดทั้งน้ำตา และปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นขวดรอดพ้นจากอาการโคม่า ทิม , ไท เอาเงินรางวัลที่ได้มารักษาแม่นวลจนหายดีเป็นปกติ ปลูกบ้านหลังเล็กๆ ให้พ่อ แม่ ส่วนที่ดินบริเวณข้างบ้าน ทิมก็ทำเป็นค่ายมวยเล็กๆ โดยให้เขตเป็นครูมวยสอนศิลปะมวยไทยแก่เด็กๆ และเยาวชน มีแดงโค้กเป็นพี่เลี้ยงเด็กใหม่ ส่วน ไทก็ไปช่วยงานบริษัทตะวัน และแบ่งเวลามาช่วยพ่อสอนมวยไทยเป็นประจำ หลังจากที่ได้ผ่านความลำบากมา วายุยอมรับกับทุกคนเขาคือตำรวจปลอมตัวมาเพราะตามจับอำนาจ และได้โบตั๋นเป็นหวานใจ พร้อมทั้งได้เลื่อนยศเพราะผลงานที่จับกุมกลุ่มอำนาจสำเร็จ ทิมได้พบรักที่บริสุทธิ์กับฟ้าใส ไท ได้เป็นผู้บริหารบริษัทตะวัน และมียาหยีคอยช่วยงาน แม่นวลรับรู้ว่ามวยไทยทำให้ครอบครัวมีวันนี้ได้ และที่สำคัญทิมตระหนักดีว่า “มวยไทย” เป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีคุณค่า เขาอยากสืบทอดศิลปะมวยไทยให้คงอยู่คู่เมืองไทยตลอดไป

Maem Ja (Oh Madam)

Tone
ณ.ทุ่งบางเพลง ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพ มีเด็กหนุ่มที่มีใจรักในเสียงเพลง ชื่อว่า โทน หนุ่มลูกกำพร้า โทนเติบโตมาพร้อมกับ เก่ง หนุ่มใจนักเลง สังข์ หนุ่มหน้าตาอัปลักษณ์ แต่ตลกและจิตใจดี และคนสุดท้าย มอส...เด็กน้อยวัย 7 ขวบ ที่พูดมาก และมีโทนเป็นไอดอลในดวงใจ
ทั้งสี่คนเป็นเด็กวัดที่ หลวงตาแคน อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดังเลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเท่าฝาหอย ถึงแม้ทั้งสี่คนจะเด็กวัด แต่ก็เป็นนักสู้ตัวยง ที่มักจะก่อเรื่องยุ่งๆให้หลวงตาปวดเฮดอยู่เสมอ แต่หลวงตาก็รักทั้งสี่คนมาก จึงถ่ายทอดวิชาในการร้องเพลง แต่งเพลง เล่นดนตรีเพื่อให้ทุกคนได้ใช้ในการทำมาหากิน
โรส ลูกสาวคนเดียวของ ผู้ใหญ่ณรงค์...แห่งทุ่งบางเพลง มีพรสวรรค์ในร้องและเต้น แต่ณรงค์ไม่ส่งเสริม หลวงตาแคนซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับผู้ใหญ่ณรงค์..จึงไหว้วานให้โรสมาช่วยสอนเด็กๆ ลูกชาวบ้านที่ยากจนรอบวัด เพื่อเป็นการสร้างอาชีพ โรสแอบชอบโทน แต่โทนเจียมตัวไม่กล้ายุ่งด้วย ผิดกับเก่งที่หลงรักโรส แต่โรสคิดกับเก่งเป็นพี่ชายที่แสนดีเท่านั้น
วัดทุ่งบางเพลงจะจัดงานวัดประจำปี นอกจากวงดนตรีลูกทุ่งแล้ว ยังจัดให้มีการแข่งขันบั้งไฟด้วย เก่งไปท้าพนันกับกลุ่มของบารมี ลูกชายอำนาจ นายก อบต. คนดัง โดยเดิมพันว่าถ้าบารมีแพ้จะต้องยอมบริจาคเงินเข้าวัดหนึ่งแสนบาท แต่ถ้าบั้งไฟของตัวเองแพ้ บารมีขอหอมแก้มโรส โทนโกรธเก่งมากที่ไปท้าพนันอะไรบ้าๆ แต่โรสกลับยอมทำตามคำท้าด้วยเหตุผลเชื่อว่าบั้งไฟของโทนจะชนะแน่นนอน
ในวันงานคณะของประจิน เจ้าของค่ายเพลงลูกทุ่ง อ๊อด ลูกชายคนโต กับหนูแดง ลูกสาวคนเล็กเดินทางมาร่วมงานนี้ด้วย เพราะอดีตหลวงตาแคนคือนักร้องลูกทุ่งที่อยู่วงเดียวประจินและณรงค์ ทั้งสามคนจึงเป็นเพื่อนที่สนิทมาก ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ
ทีมของบารมี กับ ทีมของโทนเตรียมการจุดบั้งไฟประชันกัน ชาวบ้านแห่มารอดู มีการเดิมพันทั้งสองข้างอย่างคึกคัก บารมีเป็นคนจุดบั้งไฟเป็นทีมแรก ปรากฏว่าบั้งไฟวิ่งไปได้แค่ยอดไม้ก็ตกลงมา ทำให้ฝ่ายของโทนดีใจกันมาก เพราะเพียงแต่บั้งไฟของพวกตัววิ่งเลยยอดไม้ไปนิดเดียวก็จะชนะแล้ว แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คาดไว้ บั้งไฟของโทน...ซึ่งถูกพวกบารมีมาแอบดัดแปลงไว้ก่อน แทนที่จะวิ่งขึ้นฟ้ากลับวิ่งไปรอบงานวัด จนทำให้เกิดความวุ่นวายไปทั้งงาน เท่านั้นยังไม่พอ มันยังวิ่งไปตกที่ข้างรถของประจินซึ่งมีหนูแดงนั่งอยู่เพราะไม่อยากลงมาร่วมงาน ด้วยความเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่าง ทำให้รถเสียหาย และที่ร้ายไปกว่านั้น หน้าของหนูแดงดำปี๋ไปด้วยเขม่าดินปืน หนูแดงแทบคลั่ง และหาว่าใครเป็นเจ้าของบั้งไฟอันนี้
แล้วความซวยก็มาเยือน เมื่อโทนตามมาเก็บบั้งไฟ โทนเจอกับหนูแดง สองคนเลยทะเลาะกันอย่างรุนแรง เก่งกับสังข์ตามมาทัน ก็รีบห้ามทัพ แต่หนูแดงไม่ยอม...เธอจะเอาเรื่องโทนให้ได้ หนูแดงประกาศให้โทนเป็นคนรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยจำนวนเงินมหาศาล ทำให้โทนตกใจมากเพราะไม่มีปัญญาที่จะหาเงินมาจ่าย เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อฝ่ายของโทนแพ้ โรสจำต้องทำตามคำสัญญายอมให้บารมีหอมแก้ม แต่เก่งไม่ยอมจึงเกิดการต่อสู้ ทำให้โทนกับสังข์ต้องเข้าไปร่วมด้วย มอสเห็นฝ่ายโทนจะเพลี้ยพล้ำเลยตะโกนว่าตำรวจมาก ทำให้วงแตก!! หนีกันไปคนล่ะทิศคนล่ะทาง สุดท้ายโทน เก่ง สังข์ก็รอดเงื้อมือบารมี
หลวงตาแคนต้องเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยกับประจิน...โดยขอเปลี่ยนค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับหนูแดง...เป็นการให้โทนทำงานทดแทน โดยหวังว่าจะให้โทนไปทำงานที่บริษัทเพลงของประจิน แต่หนูแดงไม่ยอมบอกว่าโทนต้องไปเป็นคนรับใช้ที่บ้านแทน โดยทำงานชดใช้ความผิดเป็นเวลา 1 ปี
โทนจำต้องยอมรับข้อเสนอแบบห่วงหน้าพะวงหลังเพราะเป็นห่วงหลองพ่อ แต่หนูแดงกลับคิดว่าโทนเป็นห่วงโรสมากกว่าเลยเข้าใจว่าโทนเป็นพวกเจ้าชู้ชอบหลีหญิง เก่ง สังข์และมอสขออาสาตามไปช่วยโทนด้วยอีกคน แต่หนูแดงปฏิเสธ เพราะต้องการจะแกล้งโทนคนเดียวให้เต็มที่โดยไม่ต้องการให้โทนมีพวกในบ้านธอ หลวงตาขอเวลาให้โทนเตรียมตัวสักวันสองวันก่อนจะเดินทางเข้ากรุงเทพ
แล้วเก่งก็เกิดเรื่องกับบารมีอีกจนได้ เหตุเกิดจากโรส(ตามเดิม) คราวนี้หนักถึงขั้นบารมีบาดเจ็บ ทำให้อำนาจโมโหมาก หมายจะเด็ดหัวเก่งมาให้ได้ หลวงตาเป็นห่วงความปลอดภัยของเก่ง จึงตัดสินใจให้เก่ง สังข์ และมอสเดินทางเข้ากรุงเทพไปพร้อมกับโทน โดยมีประจินช่วยเก็บเป็นความลับ...ไม่ให้หนูแดงรู้ ไว้รู้ทีเดียวที่กรุงเทพเลย ทางด้านณรงค์เองก็ก็เป็นห่วงโรส กลัวบารมีจะกลับมาทำมิดีมิร้าย จึงให้โรสไปอยู่กับ ป้าสมใจ ซึ่งเป็นป้าแท้ๆที่กรุงเทพ เก่งดีใจมากที่รู้ว่าโรสก็จะไปกรุงเทพเหมือนกับตน
เมื่อโทน เก่ง สังข์ มอสมาถึงบ้านของประจิน ทั้งสี่คนตื่นเต้นกับความใหญ่โตของบ้าน ระหว่างรอพบหนูแดง..สังข์กับมอสอดใจไว้ไม่ไหวลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำของคฤหาสน์อย่างสนุกสนาน โทนกับเก่งพยายามห้าม แต่สุดท้าย ทั้งสองคนก็กระโดดลงไปเล่นด้วยกัน หนูแดงมาเห็นเข้าจึงโกรธมากที่โทนขัดคำสั่งพาเพื่อนมา และยังลงเล่นน้ำโดยไม่ได้ขออนุญาต หนูแดงสั่งให้ทุกคนขึ้นจากสระแต่หนูแดงกลับลื่นตกสระว่ายน้ำไปด้วยอีกคน
ทันทีที่ทุกคนขึ้นจากสระว่ายน้ำ หนูแดงสั่งให้โทน เก่ง สังข์ทำความสะอาดสระน้ำเป็นการลงโทษ ยกเว้นมอสเพราะยังเด็กอยู่ เมื่อทั้งสามคนทำความสะอาดเสร็จ หนูแดงก็ไล่เก่งกับสังข์ให้ไปอยู่ที่อื่น เธอให้โทนกับมอสอยู่ที่นี่ได้สองคน แต่อ๊อดออกมาไกล่เกลี่ย หนูแดงจำต้องยอม ทั้งสี่คนเลยได้อยู่บ้านเดียวกัน และโชคดีมากที่บ้านป้าสมใจของโรสก็อยู่ไม่ห่างจากที่นี่
หนูแดงใช้งานโทนสารพัด เก่ง สังข์ ไม่ทำไม่เป็นไร แต่โทนต้องทำ!!! ส่วนมอสนั้น..ถือเป็นกรณียกเว้น ด้วยความที่เป็นเด็ก อีกทั้งยังเข้าหาผู้ใหญ่เก่งและปากหวาน ทำให้หนูแดงรักและเอ็นดูมอสเหมือนน้องชาย มอสจึงได้อยู่อย่างราชา ส่วนโทน เก่ง สังข์ ได้อยู่อย่างยาจก ทำให้จากที่มอสเคยเป็นลูกไล่ ก็กลายเป็นคนที่ทุกคนต้องเอาใจ เพื่อให้มอสหาของกินดีดี ของใช้ดีดีมาให้
โทนถูกคุณหนูแดง กลั่นแกลงทุกวิถีทาง ใช้ให้ทำงานหนักๆ แปลกๆ งานที่ผู้ชายทั่วไปไม่ยอมทำ เช่น การซักเสื้อผ้า ขัดรองเท้า แต่โทนก็ยอมทำตามทุกอย่าง แต่เพราะความเป็นคนซื่อของโทน ทำให้โทนทำผิดๆถูกๆเช่น ซักชุดชั้นในให้ด้วยแล้วเอามาตากไว้ที่สนามหน้าบ้าน หรือจะเป็นการนำเสื้อผ้าแพงๆในตู้ที่ซักรีดแล้วมาซักจนหมดตู้ แถมยังทำชุดราคาพัง ทำให้โทนเป็นหนี้หนูแดงเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
ด้านเก่งเทียวไล้เทียวขื่นไปหาโรสบ่อยครั้ง แต่ก็จะเจอป้าสมใจกับลูกสาว..ต้อยติ่ง ที่สกัดดาวรุ่งทุกครั้ง เก่งไม่กล้ากับป้าสมใจ แต่กับต้อยติ่ง สองคนจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอดเวลา
ณรงค์ฝากให้โรสมาทำงานที่ค่ายเพลงของประจิน โรสได้งานเป็นคนดูแลศิลปินในค่าย แต่บ่อยครั้งโรสก็จะแอบเต้นและแอบร้องเพลงตามนักร้องเวลาที่มีการซ้อม คนในค่ายเพลงชื่นชมโรสกันมาก เพราะโรสเป็นคนนิสัยดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น รวมถึงอ๊อดด้วย ทำให้อ๊อดประทับใจในตัวโรส
การที่อ๊อดไปดูแลเอาใจใส่โรส ทำให้หนูแดงอิจฉาหาทางกลั่นแกล้งทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ทำให้โทนไม่พอใจเลยมีปากเสียงกับหนูแดงอีก หนูแดงเข้าใจว่าโทนกับโรสมีบางอย่างที่พิเศษต่อกันเลยเตือนอ๊อด แต่อ๊อดไม่เชื่อ
ประจินเห็นหนูแดงชอบใช้งานพวกโทนก็อดสงสารไม่ได้ เลยให้โทน เก่ง และสังข์ ไปทำงานในค่ายเพลง ทั้งสามคนทำงานทุกอย่างตั้งแต่ขัดห้องน้ำยันจัดฉากบนเวที หนูแดงโกรธที่พ่อเข้าข้างพวกโทน เลยขอพ่อมาทำงานด้วย โดยโกหกว่าอยากช่วยพ่อบ้าง ประจินรู้ไม่เท่าทันลูกเลยให้หนูแดงมาทำงานกับอ๊อด มีแต่อ๊อดที่สงสัยหนูแดงว่าต้องคิดทำอะไรแผลงๆอีกแน่
ระหว่างนั้นที่ทุ่งบางเพลง บารมีรู้ข่าวจากเด็กวัดว่าโทนไปได้ดีในกรุงเทพ ก็เกิดความอิจฉาเลยขอพ่อมากรุงเทพ อำนาจให้บารมีไปอยู่กับบัญชา...ผู้ใหญ่ที่ตนนับถือ บัญชาเป็นเจ้าของธุรกิจหลายอย่าง ทั้งคาเฟ่ ผับ ร้านอาหาร โรงแรม แต่เบื้องหลังเค้าคือมาเฟียรายใหญ่ บัญชาไม่เคยเห็นความสามารถของบารมี จนกระทั่งวันหนึ่ง เค้าถูกลอบยิง แล้วบารมีช่วยเค้าเอาไว้ได้ ทำให้บารมีขึ้นมาเป็นมือขวาของเค้าทันที
ทางด้านโทน..ยังถูกหนูแดงตามรังควานไม่เลิก หนูแดงสั่งให้โทนเป็นคนขับรถให้เธอ ทำให้สองคนต้องไปไหนมาไหนด้วยกันและใกล้ชิดกันมากขึ้น โทนพยายามดัดนิสัยเอาแต่ใจและเจ้ายศเจ้าอย่างของหนูแดง โดยการพาหนูแดงไปกินร้านข้างถนน พาไปมูลนิธิเด็กให้เห็นคนที่เค้าด้อยโอกาสมากกว่าเรา หรือไม่ก็พาหนูแดงไปช่วยงานสังคม เช่น ขุดลอกคูคลอง เป็นต้น พอหนูแดงไม่ยอมทำ โทนก็จะดูถูกและท้าทาย ทำให้หนูแดงต้องยอม หนูแดงเริ่มนิสัยดีขึ้นโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว ทำให้โทรพอใจมาก
ครั้งนึงโทนพาหนูแดงไปต่างจังหวัด ขากลับกรุงเทพ เจอพายุฝนกระหน่ำ แถมรถยังเสีย หนูแดงโวยวายด้วยความตื่นกลัว โทนแสดงความเป็นสุภาพบุรุษโดยการให้หนูแดงนั่งอยู่ในรถ ในขณะที่เค้าออกไปเข็นรถ หนูแดงแอบประทับใจในความดีของโทน แต่ทำเป็นไม่สน..และยังคงรังแกโทนไม่หยุด
แต่เมื่อหนูแดงเห็นโทนไปสนใจดูแลโรสมากว่าตัวเอง ก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับหนูแดงมากยิ่งขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ ในขณะเดี่ยวกันอ๊อดก็เข้าข้างโทนตลอดเวลา และขอให้โทนช่วยเป็นพ่อสื่อให้เขากับโรส โทนลำบากใจมาก เพราะรู้ว่าเก่งแอบชอบโรสอยู่ โทนจำต้องช่วยอ๊อด เพราะอ๊อดเป็นผู้มีพระคุณ แต่โรสดันเข้าใจว่าโทนชอบเธอ ทำให้เก่งเข้าใจผิด เรื่องราวเลยบานปลายไปกันใหญ่โต เก่งมีเรื่องชกต่อยกับโทน สังข์กับมอสต้องรีบห้าม หนูแดงเกลียดโรสเข้าไปอีก เพราะเข้าใจว่าเป็นต้นเหตุทำให้ผู้ชายตีกัน เพราะเหตุการณ์นี้ทำให้อ๊อดรู้ว่าเก่งแอบชอบโรสมานานแล้ว
ทางด้านจินตนา แม่ของคุณหนูแดง อยากจะให้สามีปั้นลูกสาวให้เป็นนักร้องลูกทุ่งที่โด่งดัง ประ จินจึงให้โทนเป็นคนสอนร้องเพลงให้ แต่หนูแดงบอกว่าไม่ชอบเพลงลูกทุ่ง ที่พูดไปแบบนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะได้อยู่ใกล้กับโทน เพราะตอนนี้หนูแดงเริ่มรู้ใจตัวเองว่าชอบโทนแล้ว ประจินจึงให้หนูแดงเรียนร้องเพลงสตริงกับครูหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่อ คีตะ ซึ่งเป็นหนุ่มนักดนตรีขี้หลี ทำให้โทนต้องคอยแอบดูพฤติกรรมของคีตะกับหนูแดงอยู่เงียบๆ เพราะรู้สึกได้ว่าเขาเป็นคนไม่ดีแน่นอน เขาบอกให้หนูแดงระวังตัว แต่เธอกลับว่าเขามองโลกในแง่ร้าย และมักทำใกล้ชิดกับคีตะเวลาเห็นโทนไปไหนมาไหนกับโรส แท้ที่จริงแล้วคีตะเป็นกิ๊กอยู่กับปูเป้ นักร้องลูกทุ่งสาวสุดเซ็กซี่ ที่แอบมีใจให้โทน เพราะถูกใจความซื่อของเค้า
อ๊อดเห็นแววนักร้องในตัวโรสจึงอาสาเสนอให้พ่อปั้นโรสอีกคน แต่ติดที่หนูแดงอีกเช่นเดิม โทนเสนอให้สังข์เขียนเพลงให้โรสเพื่อเอาไปเสนอค่ายเพลงอื่น แต่ก็โดนหนูแดงสั่งห้ามอีก คีตะเริ่มแสดงตัวตนที่แท้จริงพยายามลวนลามคุณหนูแดงเกือบจะเสียท่าดีที่โทนมาช่วยไว้ทัน หนูแดงซึ้งใจ แต่ยังทำเป็นฟอร์มจัดตามเดิม ไม่ยอมขอบคุณโทน แต่ยอมลดวันที่โทนจะต้องรับใช้จาก 1 ปี เหลือแค่ 11เดือน
หนูแดงบอกว่าถ้าโทนอยากจะได้รับการลดวันลงอีก ก็ต้องหาทางทำให้เธอพอใจ เมื่อคีตะไม่ได้สอนหนูแดงเพราะโดนประจินไล่ออก โทนก็เลยต้องมาสอนหนูแดงแทน ครั้งนี้หนูแดงไม่ปฏิเสธ และแอบสุขใจที่ได้ใกล้ชิดกับโทน โทนสอนหนูแดงให้ร้องเพลงลูกทุ่ง ประจินพึงพอใจมาก
การเรียนการสอนเริ่มต้นขึ้นอย่างวุ่นวาย เพราะเธอไม่มีแววว่าจะร้องเพลงแนวนี้ได้เลย อ๊อดบอกให้โทนอดทนกับหนูแดง โทนตั้งใจอย่างมาก จริงๆแล้วหนูแดงร้องเพลงลูกทุ่งได้ แต่แกล้งร้องไม่ได้ เพราะโทนจะได้สอนเธอไปนานๆ
ด้านบัญชาต้องการขยายธุรกิจเพิ่มเลยชวนประจินลงทุนเปิดค่ายเพลงเพิ่มอีกหนึ่งค่าย นั่นคือค่ายเพลงเด็ก และมีศิลปินเบอร์แรกก็คือ “มอส” บารมีได้เข้ามาดูแลงานที่นี่แทนบัญชา และทำให้เจอกับพวกโทน อีกทั้งบารมียังเบนความสนใจมาที่หนูแดงแทนโรส เพราะหนูแดงรวยกว่า บารมีเดินหน้าจีบหนูแดง แต่ก็จะเจอหนูแดงทำเชิดใส่ และด่ากลับไปแบบชนิดที่ทำเอาบารมีโมโห บารมีอยากเอาชนะหนูแดงให้ได้
เก่งเริ่มหมดหวังในตัวโรส เลยพยายามตัดใจ ช่วงเวลาที่เก่งเศร้า กลับได้ต้อยติ่งคอยดูแล ทำให้เก่งเริ่มเห็นความอ่อนโยนในตัวต้อยติ่ง จากที่เคยเป็นคู่กัดก็กลายเป็นคู่ซี้กันในเวลาต่อมา
โรสเองที่เห็นโทนสนิทสนมกับหนูแดงก็เริ่มทำใจว่าเธอคงไม่ใช่เนื้อคู่ของโทน อ๊อดเห็นโรสเศร้าซึมเลยชวนโรสไปสอนเด็กๆในสลัม เพื่อฝึกให้มาเป็นหางเครื่องให้กับมอส จนเป็นที่สุนกสนานไปทั้งชุมชน มอสมาปรากฎตัวที่ชุมชน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างกรี๊ดกร๊าดชอบใจ แล้วมอสก็มาปิ๊งกับต้นอ้อ ลูกสาวผู้นำชุมชน ที่มีอายุมากกว่ามอส 5 ปี แต่มอสยึดคติ “อายุเป็นเพียงตัวเลข ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ” สังข์เลยแต่งเพลงที่มีเนื้อหาประมาณนี้ขึ้นมาเพื่อให้เป็นเพลงใหม่ของมอส และมันก็ดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง
บารมีเริ่มคิดการใหญ่เลยชวนอำนาจให้มาอยู่ด้วยกันในกรุงเทพ โดยเปิดบริษัทจำหน่ายแผ่นซีดีเพลงและหนังที่ถูกกฎหมายบังหน้า แต่เบื้องหลังกลับเอาแผ่นเพลงของค่ายต่างๆ ไปก๊อปปี้ออกขาย โดยเฉพาะของค่ายประจิน และบารมีก็ยังแอบได้เสียกับปูเป้อีกต่างหาก บารมีแกล้งทำดีกับบัญชาจนบัญชาเซ็นต์รับบารมีเป็นบุตรบุญธรรมถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากนั้นบารมีก็โกงเงินของบัญชาจนทำให้ตัวเองร่ำรวยผิดหูผิดตา บัญชาจับได้ จะกำจัดบารมี แต่เจอบารมีกำจัดก่อน แล้วบารมีก็ตั้งตัวเองขึ้นมาเป็นมาเฟียคนใหม่ เข้าหุบกิจการทั้งหมดของบัญชา และทำเรื่องผิดกฎหมายทุกรูปแบบ อำนาจไม่เห็นด้วย และคิดว่าบารมีกำลังหลงระเริง เลยพยายามห้าม แต่เจอบารมีด่า ทำให้อำนาจไม่กล้าขัดใจลูกชายอีกต่อไป
ความสัมพันธ์ของโทนกับหนูแดง เป็นไปในทางที่ดีขึ้น โทนเองก็เริ่มชอบหนูแดงมากขึ้นทีล่ะเล็กทีล่ะน้อย แต่ถึงอย่างนั้นสองคนก็ยังทำเก็กใส่กัน รวมถึงคู่ของเก่งกับต้อยติ่ง อ๊อดกับโรส กลายเป็นสามคู่ชู้ชื่น จะมีก็แต่สังข์ที่ไร้คู่ แต่สังข์ไม่สน เพราะคารมที่เป็นต่อ รูปหล่อที่เป็นรอง ทำให้มีสาวๆมาติดพันสังข์มากมาย โดยเฉพาะแมวกับหมู ฝาแฝดคนล่ะฝา..อ้วนผอม คนรับใช้บ้านหนูแดง ที่ทะเลาะตบตีกันตลอดเพื่อแย่งสังข์
ใกล้ถึงวันฉลองครบรอบ 20 ปีของค่ายเพลงประจิน ประจินมีโครงการจัดคอนเสิร์ตใหญ่ และจะใช้งานนี้เปิดตัวหนูแดง หนูแดงตื่นเต้นมาก ดีที่ได้โทนช่วยซักซ้อมให้ โทนตัดสินใจว่าหลังงานคอนเสิร์ต เค้าจะสารภาพรักหนูแดง ขณะที่บารมีขอให้อำนาจเป็นเถ้าแก่มาสู่ขอหนูแดงกับประจิน ประจินยินดีเพราะบารมีทั้งรูปหล่อและมีฐานะ แต่หนูแดงปฏิเสธและตามไปด่าบารมีถึงที่บ้าน ทำให้บารมีแค้นใจ ตั้งใจว่าต้องเอาหนูแดงเป็นเมียให้ได้!!
บารมีวางแผนชั่วร้าย ทำให้ประจินเข้าใจว่าโทน เก่ง สังข์ ปั๊มแผ่นซีดีในค่ายไปวางขายใต้ดิน ประจินโกรธมากไล่ทั้งสามคนออกจากบ้าน หนูแดง อ๊อด โรส มอส ไม่เชื่อ แต่ประจินไม่ฟัง และสั่งไม่ให้โทน เก่ง สังข์กลับมาเหยียบที่บ้านหลังนี้อีก โทนกับหนูแดงจำต้องจากกัน โดยที่โทนยังไม่ทันได้บอกความในใจกับหนูแดง หนูแดงโดนประจินบังคับให้แต่งงานกับบารมี หนูแดงปฏิเสธ ประจินสั่งกักบริเวณหนูแดง ไม่ให้ออกไปไหนมาไหนได้อีกต่อไป
โทน สังข์ และเก่ง ไปอาศัยอยู่บ้านป้าสมใจ ทั้งสามคนตกงาน โทนเลยเสนอให้สังข์แต่งเพลง ไปเสนอตามค่ายเพลงต่างๆ ทั้งสามคนคอยช่วยเหลือกัน โดยมีอ๊อดแอบสนับสนุน และคอยส่งข่าวให้หนูแดงได้รู้เรื่องโทน โทนกับหนูแดงทนคิดถึงกันไม่ไหว อ๊อดแอบพาโทนมาเจอหนูแดง โทนสารภาพรักหนูแดง หนูแดงดีใจมาก และรับรักโทน แต่ยง..คนสนิทของบารมีมาเห็นเข้า บารมีโมโหมาก ส่งคนไปจัดการโทน แต่เจอโทน เก่ง สังข์เล่นงานกลับไป ด้านมอสที่เหงามาก เลยหนีออกจากบ้านประจินมาอยู่กับโทนพร้อมทั้งลาออกจากค่ายเพลง มาช่วยโทน เก่ง สังข์ทำมาหากินโดยการร้องเพลงตามงานวัด ตลาดนัด มีคนถ่ายคลิปพวกเค้าเอาไปลงอินเตอรืเน็ต ทำให้มีคนจ้างพวกโทนไปแสดงตามงานต่างๆ
ด้านประจินเห็นธาตุแท้ของบารมี และรู้มาว่าบารมีเป็นเอเย่นต์รายใหญ่ในการปั๊มแผ่นผีขาย ประจินไปขอให้ สารวัตรไตรภูมิ ตำรวจจากศูนย์ปราบปรามอาชญากรทางเศรษฐกิจเข้ามาช่วย
ประจินตามมาขอโทษโทน และขอร้องให้โทรกลับมาทำงานที่ค่ายเพลงตามเดิม โทน เก่ง สังข์ มอสกลับมา หนูแดง อ๊อด โรสดีใจมาก โทนกับหนูแดงจับมือไปสารภาพต่อหน้าประจินกับจินตนาว่าเค้ารักกัน ประจินกับจินตนาไม่ขัดขวาง อีกทั้งยังยินดีมาก
จะมีก็แต่บารมีที่โกรธแค้น เพราะปัญหารุมเร้า สารวัตรไตรภูมิได้เบาะแสเรื่องโรงงานปั๊มแผ่นผีของบารมีเลย่างตำรวจมาบุกจับทลายโรงงานนรก ทำให้บารมีเสียหายหลายล้าน อีกทั้งยังเสียเงินไปกับการเล่นหุ้น และการพนัน จนกลายเป็นคนล้มละลาย ธนาคารกำลังจะยึดทรัพย์ อำนาจสงสารลูก ขอให้กลับไปตั้งต้นใหม่ที่ทุ่งบางเพลง แต่บารมีไม่กลับ เค้าโทษว่าเป็นความผิดของโทน และเค้าต้องแก้แค้น!!
ถึงวันคอนเสิร์ตครบรอบ 20 ปี ก่อนที่คอนเสิร์ตจะเริ่ม บารมีปะปนเข้ามากับฝูงชน แล้วลอบเข้ามาจับตัวหนูแดงไปเรียกค่าไถ่ แต่โรสดันมาเห็นเข้าเลยถูกจับไปด้วยอีกคน บารมีติดต่อประจินให้เอาเงินมาไถ่ตัวหนูแดงกับโรส โดยให้โทนเป็นคนถือเงินมาให้
คอนเสิร์ตต้องยกเลิกกะทันหัน ด้านโทนก็หิ้วกระเป๋าใส่เงินมาตามที่บารมีนัด โดยมีเก่งกับสังข์แอบมาห่างๆอย่างห่วงๆ บารมีออกมา โทนขอเจอหนูแดกับโรสก่อน แล้วถึงจะให้เงิน แต่ยงที่ซุ่มอยู่ในความมืด ดันเห็นเก่งกับสังข์เลยส่งสัญญาณบอกบารมี ทำให้เกิดการต่อสู้เกิดขึ้น แล้วสังข์ก็โดนบารมียิงเพราะช่วยปกป้องโทนกับเก่ง สารวัตรไตรภูมินำกำลังตำรวจมาล้อมจับบารมีกับยงไว้ได้ทัน ก่อนที่สองคนจะหนีไปได้พร้อมกับเงิน
สังข์ถูกพามาส่งโรงพยาบาล แต่ไม่รอด..สังข์เรียกโทน เก่งและมอสเข้าไปหา และบอกให้เพื่อนสนุกกับชีวิตต่อไป เพื่อเป็นการทำให้เค้านอนตายตาหลับ อีกทั้งยังขอให้ทั้งสามคนช่วยร้องเพลงที่เค้าแต่ง โทน เก่ง มอสรับปาก แล้วสังข์ก็จากไปอย่างสงบ
โทน เก่ง มอส นำร่างไร้วิญญาณของสังข์กลับไปทำพิธีที่ทุ่งบางเพลง ทุกคนเศร้ากับการจากไปของสังข์มาก ประจินตัดสินใจจัดคอนเสิร์ตอีกครั้งที่ทุ่งบางเพลง โทน เก่ง มอส ร้องเพลงที่สังข์แต่งขึ้น จนทำให้เพลงนี้ดังชั่วข้ามคืน
หลังจากผ่านไป 11 เดือน ครบสัญญาทาสของโทน โทนที่ตอนนี้กลายเป็นนักแต่งเพลงชื่อดังก็ขอหนูแดงแต่งงาน หนูแดงตกลง จึงจัดงานแต่งงานพร้อมกับอ๊อดและโรส ด้านเก่งกับต้อยติ่งที่แต่งงานกันก่อนหน้านั้นก็มีลูกด้วยกันหนึ่งคน ส่วนมอสกลายเป็นนักร้องลูกทุ่งเด็กร้อยล้าน ที่มีงานโชว์ตัวไปอีก 10 ปี

Mae Pu Priao (My Seaside Girl)
ปริทรรศน์ หรือ “ปู” สาวน้อยจอมแก่น ลูกสาว กำนันธง เจ้าของรีสอร์ทโฮมสเตย์และธุรกิจมะพร้าวแห่งจังหวัดตราด เรียนคณะสิ่งแวดล้อม ปี 3 นิสัยฉลาด แกร่ง ไม่กลัวใคร ระหว่างปิดเทอม ปูกลับมาช่วยงานที่รีสอร์ทและได้พบกับ นนท์ ชายหนุ่มลึกลับซึ่งแท้จริงคืออดีตนักข่าวที่หนีการตามล่าจากขบวนการค้าของเถื่อนระดับชาติ
เหตุการณ์ไล่ล่า การเปิดโปงอิทธิพลมืด และความเข้าใจผิด ทำให้ความสัมพันธ์ของปูกับนนท์เริ่มจากการเขม่น กลั่นแกล้ง ก่อนจะค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรัก ท่ามกลางอุปสรรคมากมาย ทั้งศัตรูธุรกิจอย่าง เสี่ยจิว, เงามืดของ รมต.บรรเจิด, ความรักสามเส้า ความหึงหวง และเกมอำนาจ