WHO & WHO CO., LTD.
ไม่มีคำอธิบาย
พบทั้งหมด 35 เรื่อง

You Are My Make Up Artist
เมคอัพอาร์ติสต์หนุ่มที่ทุ่มสุดตัว เพื่อมัดหัวใจซุปตาร์สาวรุ่นพี่ รัฐกรเมคอัพอาร์ติสต์หนุ่มและเป็นยูทูบเบอร์ชื่อดังแอบหลงรักซุปตาร์สาวอย่างวาสิตามาตั้งแต่เด็ก แม้ว่าหญิงสาวจะมองว่าเขาเป็นเพียงน้อง (สาว) คนหนึ่งเท่านั้น แต่แล้วก็ดันเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมา วาสิตาตั้งท้องกับชายหนุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ และได้รู้ความจริงว่าเขาไม่ได้เป็นน้อง (สาว) อย่างที่เธอเข้าใจ และเขาไม่ได้เป็นอย่างที่คนทั้งประเทศคิด เพื่อพิชิตหัวใจของหญิงสาว รัฐกรจึงต้องพิสูจน์ตัวเองทุกอย่างเพื่อให้วาสิตาได้รับรู้ถึงความรักที่แท้จริงของเขา แม้ว่ามันจะมีอุปสรรคมากแค่ไหนเขาก็ไม่หวั่น

Dung Duang Haruetai
ดั่งดวงหฤทัย (2563/2020) เจ้าหญิงมณิสรา แห่งทานตะ ถูกส่งตัวให้เดินทางขึ้นไปตามแม่น้ำกัปตาฬี เพื่อไปอภิเษกกับเจ้าหลวงรังสิมันต์แห่งกาสิก แต่วายุ ทหารองครักษ์ แกล้งพูดให้มณิสรา รู้ถึงความโหดเหี้ยมของเจ้าชายรังสิมันต์แห่งกาสิก จนทำให้มณิสรากลัวการแต่งงานครั้งนี้มาก อีกทั้งเธอก็ไม่มีใจรักให้กับรังสิมันต์อยู่แล้ว มณิสราจึงตัดสินใจหนีจากขบวนเรือ ที่กำลังล่องในแม่น้ำ แล้วหนีเข้าไปในป่าแห่งพันธุรัฐทันที โดยไม่รู้เท่าทันวายุ ว่าเขาต้องการส่งตัวชยารพี พี่สาวต่างมารดาของมณิสราไปแต่งงานกับรังสิมันต์ แทน ในขณะที่มณิสราวิ่งหนีไปอย่างไร้จุดหมาย ก็ได้พบกับบ้านพักของ เจ้าชายทยุติธรบวรรังสี มกุฎราชกุมารแห่งพันธุรัฐ พระเชษฐาของเจ้าหญิงทรรศิกา ซึ่งกำลังมาพักผ่อนอยู่กับทหารคนสนิทอย่างธารเทพ ที่บ้านพักในป่า มณิสราเข้ามากินข้าวปลาอาหารในบ้าน แล้วเผลอหลับไป เมื่อเธอตื่นขึ้นมา พบกับทยุติธร และธารเทพ เธอตกใจกลัว แต่สุดท้ายก็สารภาพ ว่าเธอคือเจ้าหญิงมณิสรา หนีขบวนเสด็จมา เพราะไม่ต้องการอภิเษกกับชายที่ตนไม่ได้รัก เจ้าหญิงทรรศิกาเองก็ไม่สบายใจ เรื่องการหายตัวไปของมณิสรา ในดินแดนของพันธุรัตน์ จึงเดินทางไปพบกับทยุติธร ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ เช่นเดียวกับที่เจ้าหลวงรังสิมันต์แห่งกาสิก ก็ เสด็จไปพันธุรัฐอย่างลับ ๆ เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงเรื่องการหายตัวไปของมณิสรา และจัดการกับเรื่องนี้ด้วยพระองค์เอง ระหว่างทาง ทรรศิกาเกือบพลัดจากหลังของเจ้าสีนิล ม้าของตนเอง แต่ก็มีชายคนหนึ่งช่วยชีวิตเธอไว้ ต่อมาเธอยังต้องอยู่ในป่าอันหนาวเหน็บ ทรรศิกาได้พบกับนายพรานหนวดเคราครึ้มนั่งก่อไฟอยู่ เธอจึงเข้าไปขอความช่วยเหลือ แต่ปรากฎว่าถูกวางยาสลบในน้ำชา และถูกลักพาตัวไป ชายผู้นั้นเปิดเผยตัวตนในเวลาต่อมา ว่าคือเจ้าหลวงรังสิมันต์แห่งกาสิก ทรรศิกาถูกจับตัวไป เธอจึงคิดว่าตนกลายเป็นเชลยทางการเมือง สำหรับแลกเปลี่ยนตัวกับเจ้าหญิงมณิสราเสียแล้ว ทรรศิกาได้รู้จักกับราชองครักษ์คู่ใจของเจ้าหลวงรังสิมันต์ ที่ชื่อ ราชิดและเบนลีอีกด้วย รังสิมันต์ แกล้งทำตัวเป็นคนโหดร้าย ใจคอโหดเหี้ยม ยิ่งทำให้ทรรศิกา ไม่ชอบใจมากยิ่งขึ้น รังสิมันต์พาทรรศิกาเดินทางไปเหมันตาลัยราชนิเวศน์ที่กาสิก ระหว่างทาง ทรรศิกาได้เห็นวิวทิวทัศน์อันสวยงามที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อถึงเหมันตาลัย เจ้าหลวงแนะนำให้ทรรศิการู้จักกับมาลัย พระพี่เลี้ยงอาวุโส หัวหน้านางกำนัลทั้งหมด เจ้าหญิงได้รับการดูแลที่ดีเยี่ยงเจ้าฟ้าหญิงกาสิก นอกจากนั้น เจ้าหลวงรังสิมันต์ ยังให้ กะวาน มาอยู่เป็นเพื่อน คอยดูแลทรรศิกาอย่างใกล้ชิด รวมถึง พากระรอกน้อย เด็กชาวเขามาอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับทรรศิกาด้วย พัชรธาร ผู้เคยเป็นคู่หมายตั้งแต่วัยเยาว์ของเจ้าหลวง อีกทั้งเป็นพระญาติสายใกล้ชิดกันกับรังสิมันต์ เธอไม่พอใจมากที่เห็นรังสิมันต์ใกล้ชิดกับทรรศิกา และให้เกียรติอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้ง วายุ และ ชยารพีก็เดินทางมาถึงกาสิก ชยารพี บอกกับรังสิมันต์ ว่าอาสาจะแต่งงานแทนมณิสรา แต่รังสิมันต์ ปฎิเสธข้อเสนอ ซ้ำยังบอกให้ชยารพีกับวายุ กลับบ้านเมืองตนไปเสีย พัชรธารให้วายุร่วมมือกับตนไปลอบทำร้าย ทยุติธร และธารเทพ ที่กำลังเดินทางมายังชายแดนกาสิก เพื่อช่วยเหลือทรรศิกา แต่โชคดี รังสิมันต์ มาช่วยทยุติธร ไว้ได้ทัน รังสิมันต์ยืนยันว่าคนร้ายไม่ใช่คนของกาสิก รังสิมันต์ขอให้ทยุติธร แต่งงานกับมณิสรา และตนเองจะแต่งงานกับทรรศิกา แต่ทยุติธร ไม่ต้องการให้ทรรศิกากลายเป็นสิ่งของที่มาต่อรองเรื่องทางการเมือง หากรังสิมันต์กับทรรศิการักกันจริงขอให้ปล่อยตัวทรรศิกามาก่อน แล้วให้ทรรศิกาเป็นฝ่ายตัดสินใจเอง พระเทวีรู้ความจริงเรื่องการหายตัวไปของทรรศิกา พระเทวีโกรธทยุติธรมาก เมื่อรู้ว่าทยุติธร นำตัวมณิสรามาหลบซ่อนไว้ แทนที่จะจัดขบวนเสด็จส่งมณิสรากลับอย่างสมพระเกียรติ มณิสราเครียดจัด ตัดสินใจจะฆ่าตัวตาย โชคดีพระเทวีมาช่วยไว้ทัน มณิสราร้องไห้เสียใจที่ไม่สามารถลิขิตชีวิตของตนเอง พระเทวีจึงขอให้มณิสรามาเป็นลูกสาวของตนเองอีกคน และลุกขึ้นยืนหยัดต่อสู้เพื่อบ้านเมืองอีกครั้ง นานวันไป เมื่อทรรศิกาได้ใกล้ชิดกับรังสิมันต์ จึงได้รู้ว่า เขาไม่ใช่คนโหดเหี้ยมอย่างที่ตนเองคิด ซ้ำยังเป็นคนเด็ดขาด แต่มากไปด้วยความอบอุ่นและจริงใจ รังสิมันต์ให้เกียรติเธอเสมอมา ความกลัว ความเกลียดชัง แปรเปลี่ยน เป็นความรักของคนทั้งคู่ในเวลาต่อมา รังสิมันต์ จัดงานพิธีใหญ่ขึ้น เขายืนเด่นสง่าอยู่หน้าบัลลังก์ โดยมีคณะเสนาบดีพร้อมหน้า กรมวังประกาศพิธีอุปภิเษก ถวายพระยศแด่ทรรศิกากัญญาวดีแห่งกาสิก ดำรงพระยศเทียบเท่าเจ้าฟ้าหญิงแห่งกาสิกทุกประการ รังสิมันต์สวมมงกุฎให้ทรรศิกา ทั้งสองยืนคู่กันอย่างสง่างาม รังสิมันต์เดินทางไปส่งทรรศิกาที่พันธุรัตน์ เมื่อถึงชายแดน เขากลับถูกลอบยิง หัวใจของทรรศิกาแทบหลุดลอยตามรังสิมันต์ไป โชคดี ธารเทพ ทยุติธร และมณิสรามาทันเวลา ทยุติธร ช่วยรังสิมันต์ไว้ ด้วยการถ่ายเลือด ต่อชีวิตให้กับเขาอีกครั้ง มณิสราขอโทษที่ตนเองเป็นต้นเหตุทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายมากมาย แต่รังสิมันต์ไม่ถือโทษกับเธอ ซ้ำยังบอกอีกว่า เขาดีใจที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดทรรศิกา และรักกันในที่สุด รังสิมันต์ขอให้เขาได้เป็นพี่ชายของมณิสรา ไม่ว่าจะเกิดเรื่องใดที่ทำให้เธอไม่สบายใจ ขอให้เขาได้ดูแลมณิสรา เยี่ยงน้องสาวตลอดไป มณิสราปลื้มใจมาก ข้อผูกพันเรื่องการหมั้นหมายเป็นอันหมดสิ้นกันนับตั้งแต่บัดนี้ ทยุติธรดีใจมากที่เรื่องราวจบลงด้วยดี ทยุติธร พามณิสรากลับมาที่ทานตะ เล่าความจริงทุกอย่าง ทำให้เจ้าหลวงรู้ความจริง เรื่องที่วายุ และชยารพี วางแผนการณ์ชั่วร้ายต่าง ๆ สุดท้าย ทั้งสองคน จึงต้องรับโทษต่อไป เจ้าหลวงอับอายไม่น้อยที่มณิสรากับรังสิมันต์ถอนหมั้นกัน แต่เมื่อทยุติธรบอกว่า ในไม่ช้า เมื่อมีพิธีบรมราชาภิเษกกษัตริย์แห่งพันธุรัฐขึ้น เขาจะขอแต่งงานกับมณิสราต่อไป เจ้าหลวงจึงดีใจที่มณิสราจะได้เป็นราชินีแห่งพันธุรัฐ เมื่อรังสิมันต์กลับมากาสิก จึงประกาศยกเลิกการหมั้นหมายกับมณิสรา ทหารหลายฝ่ายไม่พอใจ เพราะถือเป็นการหยามเกียรติ ทหารอยากให้ทำสงคราม แต่รังสิมันต์ยืนยัน จะไม่ยอมรบ แต่จะใช้วิธีทางการทูตแทน เพราะเลือดในตัวของเขาครึ่งหนึ่ง เป็นของทยุติธร เลือดแห่งพันธุรัฐ เขาจะไม่ยอมทรยศต่อความดีเป็นอันขาด หลังจากประชุมเสร็จ อาการป่วยของรังสิมันต์ก็กำเริบ เขากลัวจะไม่ได้เห็นหน้าทรรศิกาอีก จึงรีบเดินทางไปหาที่พันธุรัฐ เขาสารภาพว่ารักทรรศิกาด้วยใจจริง พระเทวีมาเจอ จึงรีบให้หมอหลวงรักษาให้หายดี รังสิมันต์ บอกกับพัชรธาร ว่าเขารักเธอแบบน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น พัชรธารยอมรับในความรักที่รังสิมันต์มีต่อทรรศิกา เธอจึงไปเป็นนักบวช คอยช่วยเหลือชาวบ้าน แจกจ่ายอาหารให้ผู้ทุกข์ยาก และยินดีกับคนทั้งสองจากใจจริง เมื่องานราชาภิเษกมาถึง ทยุติธร ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งพันธุรัตน์ โดยมีมณิสรายืนเคียงข้าง รังสิมันต์ ราชิด เบนลี เข้าร่วมพิธีด้วย รังสิมันต์ขอพระเทวีแต่งงานกับทรรศิกาอย่างเป็นทางการ พระเทวีตกลงใจ เพราะเห็นแก่ความรักที่แท้จริงของคนทั้งสอง เบนลี กับกะวาน ก็ได้ครองรักกัน ทยุติธรได้แต่งงานกับมณิสรา ส่วนรังสิมันต์ก็ได้แต่งงานกับทรรศิกา ทุกคน อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ทั้งกาสิก พันธุรัตน์ และทานตะ ผูกพันแน่นแฟ้น ไม่มีสิ่งอื่นใด มาทำลายความมั่นคง ผาสุกนี้ได้อีกต่อไป ชื่อไทย : ดั่งดวงหฤทัย ชื่ออังกฤษ : - ละครช่อง : ช่อง 3 ผลิตโดย : บทประพันธ์ : ลักษณวดีบทโทรทัศน์ : ปราณประมูล กำกับการแสดง : รัญญา ศิยานนท์ แสดงนำ : เจษฎาภรณ์ ผลดี, คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส, ฐากูร การทิพย์, มทิรา ตันติประสุต ออกอากาศ : 5 มีนาคม 2563 - 16 เมษายน 2563 วันออกอากาศ : พุธ - พฤหัสบดี เวลาออกอากาศ : 20.20 - 22.35 น. จำนวนตอน : - ความยาวตอน : - เรทละคร : - ดั่งดวงหฤทัย

Sattayathitthan
เด็กชายภาคินตกใจตื่นกลางดึก นับครั้งไม่ถ้วนแล้วที่เขาฝันเห็นเรื่องราวในอดีต คมดาบฟาดอากาศลงมาที่ตัวเขาเต็มแรงจนเขาเสียชีวิตทันที ภคินี ผู้เป็นแม่ ทนไม่ได้จึงส่งภาคินไปเรียนต่างประเทศ หลายปีผ่านไปจนภาคินเรียนจบวิชาการออกแบบอัญมณี มาทำงานที่โรงงานผลิตอัญมณีของครอบครัว ภคินีนอนใจว่าลูกชายคงหลุดพ้นจากฝันร้ายในวัยเยาว์ ไม่รู้เลยว่าภาคินปิดบังไม่ให้มารดารู้ว่าความฝันนั้นยิ่งชัดเจนมากขึ้นทุกทีประหนึ่งว่าเกิดขึ้นจริง ๆ มีแต่นายแพทย์สหัสคุณ เพื่อนสนิท เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้
ภาคินมีเพื่อนสาวมากหน้าหลายตา แต่ที่สนิทมากที่สุดคือ นวียา แต่ภาคินยังไม่ยอมตกลงปลงใจกับใคร ความรู้สึกลึก ๆ บอกเขาว่าเขากำลังรอคอยใครคนหนึ่ง คนที่เขาเฝ้าติดตามมาเนิ่นนาน เพื่อที่จะชดใช้อะไรบางอย่างที่เขาผูกพันสัญญากับคนผู้นั้นไว้
วันหนึ่งภาคินจอดรถที่สี่แยก เมื่อไฟสัญญาณเปลี่ยนเป็นสีแดง คนที่รอข้ามถนนกลุ่มใหญ่ก้าวลงมา จากตรงนั้น ภาคินก็เห็นรสวัลย์ หญิงสาวหันหน้ามาทางภาคินสบตากันอย่างแรง ภาคินชาวาบไปทั้งตัวเหมือนโลกหยุดหมุน และก่อนที่ร่างของรสวัลย์จะลับไปจากสายตา เขาก็เห็นรสวัลย์แต่งชุดไทยงดงามมองมาที่เขา ภาคินแน่ใจว่าเขาเคยพบเธอมาก่อน เป็นชาติที่แล้วอย่างแน่นอน
เหตุการณ์ประหลาดนี้ตามมารบกวนภาคินตลอดเวลา ภาคินพบรสวัลย์อีกครั้ง ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง มีลูกค้าลวนลามรสวัลย์ ภาคินเข้าไปห้ามจนเกิดการชกต่อยกัน เหตุการณ์ยุติลงที่รสวัลย์ถูกไล่ออกจากงาน เมื่อกลับถึงบ้านรสวัลย์เล่าให้ธันวา เพื่อนชายที่หลงรักรสวัลย์มานานฟัง รสวัลย์อยากหาเงินพิเศษมารักษามารดา นอกเหนือจากงานพาร์ตไทม์ที่ร้านขายต้นไม้ นอกจากนี้การเรียนวิชาสถาปัตย์แลนด์สเคปในมหาวิทยาลัย จำเป็นต้องใช้เงินมากเป็นค่าอุปกรณ์การเรียนอีกด้วย
วันหนึ่งคุณย่าอุบลของภาคินชวนไปดูบ้านโบราณสมัยรัชกาลที่ 3 ที่เจ้าของจะขาย บ้านหลังนี้เป็นของพระยานฤนารถภักดี ขุนนางสามแผ่นดิน เมื่อภาคินเห็นบ้านเต็มตาความรู้สึกคุ้นเคยผูกพันหลั่งไหลเข้ามาเต็มหัวใจ ศาลาท่าน้ำเก่าทรุดโทรมจนเสาและพื้นส่วนหนึ่งจมหายไปในน้ำ ที่นี่ไม่ผิดแน่ ภาคินบอกตัวเองในขณะที่ภาพศาลางดงามร่มรื่นใต้ร่มเงาต้นจำปีใหญ่เด่นชัดขึ้นมาในสายตา ภาคินเห็นภาพที่คุณนิ่ม และทด นั่งคุยกันที่ศาลา ที่สำคัญเขาเห็นภคินี ผู้เป็นแม่ ที่นั่น แต่แต่งกายเป็นคนสมัยโบราณ ภาคินเพิ่มความแปลกใจมากขึ้นไปอีก
กาลเวลาย้อนไปสยามสมัยรัชกาลที่ 4
นางชื่น จูงมือทด ลูกชายวัย 5 ขวบ มาที่บ้านคุณพระวสุพินิจ คุณพระตกลงซื้อทดไว้เป็นทาส ให้แม่เอาเงินไปไถ่ศพพ่อที่โดนรุมจนตายที่บ่อน คุณพระมอบหมายให้ตาสม ทาสชรา ดูแลทด ตาสมเป็นคนดีธรรมะธัมโม จึงเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนทดให้เป็นคนดีเช่นกัน
คุณนพ คือลูกชายของคุณพระวสุพินิจ ลูกสมุนของคุณนพในกลุ่มนั้นมี ชิด เป็นหัวโจก ชิดเป็นลูกของชด หัวหน้าทาส จึงทำให้ชิดข่มลูกทาสคนอื่น ยกตนเป็นคนสนิทของคุณนพ วันหนึ่งชิดกับเพื่อน ๆ ชวนคุณนพไปเล่นน้ำ ลุงสมรู้เข้าก็ไม่ชอบใจ เพราะรู้ว่าคุณนพว่ายน้ำไม่แข็ง จึงให้ทดตามไปดู แล้วก็เป็นอย่างคิด คุณนพจมน้ำ ในขณะที่ชิดและเพื่อน ๆ ไม่มีใครลงไปช่วย ทดจึงรีบกระโดดน้ำไปช่วย ตั้งแต่นั้นมา คุณนพก็ยกให้ทดเป็นเพื่อนสนิท ทำให้ชิดและเพื่อน ๆ ไม่พอใจมาก คุณนพยังพาทดไปเรียนหนังสือด้วย ชิดจึงเกลียดทดเป็นทวีคูณ
ปัจจุบัน
คุณย่าอุบลตกลงใจซื้อบ้านเก่าหลังนั้นไว้ ภาคินดีใจมาก เขาตั้งใจไปซื้อต้นจำปีเพื่อมาปลูกที่ศาลาท่าน้ำ และที่ร้านขายต้นไม้นั้นเอง เขาก็พบรสวัลย์ในวันหนึ่งที่ร้านขายต้นไม้ ภาคินไปหาซื้อต้นจำปีร้านที่รสวัลย์ทำงานพอดี รสวัลย์ไม่อยากพูดดีด้วย แต่ภาคินกลับรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก
ภาคินสะดุ้งตื่น ก่อนลุกขึ้นยืนเขารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ตรงนั้น ตรงที่มือเขาวางอยู่ เมื่อขุดดูปรากฏว่าเป็นแหวนทองเหลืองโบราณวงหนึ่งถูกฝังอยู่ใต้ต้นจำปีสูงใหญ่ใกล้ ๆ กับศาลาผุพังที่เขานอนเล่นจนหลับไป ความรู้สึกโหยหารบกวนจิตใจของภาคินตลอดเวลา ทุกครั้งที่เขามองดูแหวน เขารู้สึกคุ้นเคยเหมือนได้จับต้องมาแล้วเป็นร้อยครั้ง กลิ่นดอกจำปีเช่นกัน น่าประหลาดที่ทั้งสองอย่างทำให้เขาคิดถึงผู้หญิงคนนั้นเหลือเกิน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจไปหาจิตแพทย์ตามที่สหัสคุณ เพื่อนรัก แนะนำ เขาก็พบรสวัลย์ในวันหนึ่งที่ร้านขายต้นไม้ ภาคินไปหาซื้อต้นจำปีร้านที่รสวัลย์ทำงานพอดี รสวัลย์รู้สึกไม่ชอบหน้าภาคิน มีแต่ภาคินที่รู้สึกดีกับเธอ
อดีต
อดีตที่ฉายผ่านเข้ามาในอนุสติ ทดคอยแม่ที่ว่าจะมารับทุกวันแต่ไม่มีวี่แวว วันหนึ่งเหมือนโลกถล่มทลายมาใส่เด็กชาย เมื่อตาสมนำแหวนทองเหลืองมาให้ ทดรู้ทันทีว่าแม่ตายแล้ว แต่ไม่รู้ว่าแม่ตายด้วยอาการทุกขเวทนาอย่างที่สุด นั่นก็คือถูกไฟคลอกจนตาย ตาสมปลอบโยนและแนะนำให้ทดอยู่เป็นทาสต่อไป เพราะอย่างน้อยยังมีที่คุ้มกะลาหัว ทดรับใช้งานทั้งคุณพระและคุณนพอย่างถวายหัว จึงเป็นที่รักของสองพ่อลูกอย่างยิ่ง
คุณพระไปราชการ คุณน้อม ภรรยา ท้องแก่คลอดก่อนกำหนดเสียชีวิต แต่ทารกรอด คุณพระสั่งโบยหมอตำแยปางตาย คุณนิ่ม บุตรีที่รอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ คือแก้วตาดวงใจของคุณพระ โตขึ้นมาชนิดที่เท้าแทบไม่ได้เหยียบดิน คนเลี้ยงชื่อนางใบ มีลูกสาวคนหนึ่งชื่อน้อย คุณนิ่มและน้อยดื่มนมจากเต้าเดียวกัน โตมาด้วยกัน คนหนึ่งเป็นลูกไล่ของอีกคนหนึ่ง นางใบรักคุณนิ่มสุดสวาทขาดใจ หารู้ไม่ว่าเป็นความอิจฉาริษยาให้หัวใจของเด็กอีกคนที่เป็นลูกแท้ ๆ เวลาคุณนิ่มมีฤทธิ์ คนที่ปรามได้ทั้งไม้แข็งไม่นวมมีคนเดียวคือทด เด็กชายวัย 10 ขวบ ปราบเด็กหญิงวัย 5 ขวบ ได้อย่างราบคาบทุกครั้ง
ต่อมาทดในวัยรุ่นหนุ่ม รับตำแหน่งทนายหน้าหอของคุณนพ ผู้ซึ่งเข้ารับราชการในกรมท่า เพราะคุณนพเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษที่ได้เรียนมาจากมิชชันนารีชาวอังกฤษ ทดซึ่งตามคุณนพไปทุกครั้งก็พลอยได้เรียนไปด้วย ทดช่วยงานคุณนพทุกเรื่องแม้แต่เรื่องที่ยากที่สุด ทำให้คุณนพได้ความดีความชอบเลื่อนบรรดาศักดิ์ก้าวหน้าเร็วกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่คนที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับทดออกนอกหน้าคือ ชิด ทาสที่โตมาด้วยกัน นอกจากเป็นคู่แค้นทางชีวิตแล้ว ชิดยังถือว่าทดเป็นศัตรูหัวใจ เพราะชิดหลงรักแย้ม ทาสสาว แต่แย้มกลับมีใจให้ทด
คุณนิ่มวัย 12 ปี มีฤทธิ์มากขึ้นทุกวัน นิสัยเสียจนผู้คนเอือมระอา ยังคงมีแต่ทดที่ตามดูแลอยู่ แม้คุณนิ่มจะดื้อดึงออกฤทธิ์ออกเดชกับทด จนบางครั้งทดทั้งเจ็บตัว ทั้งถูกเข้าใจผิดจากการกลั่นแกล้งของคุณนิ่ม แต่ทดก็มีวิธีสยบคุณนิ่มเสมอ ครั้งหนึ่งทดช่วยคุณนิ่มไม่ให้จมน้ำตาย ทุกคนจึงรู้สึกว่าทดเป็นผู้มีบุญคุณกับครอบครัว เจ้าคุณกับคุณนพทวีความรักใคร่วางใจทดมากขึ้นทำให้ชิดคั่งแค้นมากขึ้นเช่นกัน เมื่อคุณนิ่มโตเป็นสาวมากขึ้นทุกวัน ทดออกแผนการกับเจ้าคุณและคุณนพให้ส่งตัวคุณนิ่มเข้าวังเพื่อเรียนรู้ธรรมเนียมปฏิบัติของกุลสตรีไทย คุณนิ่มเมื่อรู้ว่าทดเป็นคนต้นคิด ก็แค้นใจมาก น้อยใจที่ต้องจากบ้านไปอยู่ลำพัง แม้กระทั่งวันที่เธอเดินทางไป คุณนิ่มก็ไม่ยอมพูดกับทดอีกเลย
ในวังเสด็จพระองค์หญิง คุณนิ่มต้องฝึกและเรียนรู้อย่างหนัก เพื่อให้มีทุกอย่างให้สมกับความเป็นกุลสตรีลูกผู้ดีชั้นสูง คุณนิ่มแสนจะอึดอัดคับข้องใจ ทวีความแค้นขึ้นทุกวัน รอคอยวันที่จะกลับมาแก้แค้นชิด และยังคงไม่ชอบหน้าทด เพราะทั้งแย้ม ทาสสาวที่ชิดหมายปอง กับน้อยทาสอีกคนที่กำลังโต แต่คนที่สองสาวรักกลับกลายเป็นทด อย่างนี้หรือชิดจะปล่อยให้ทดลอยนวล ทอง ทนายหน้าหอของเจ้าคุณ จะกลับไปเยี่ยมแม่ที่เจ็บอยู่ที่กรุงเก่า ลาท่านเจ้าคุณแต่ท่านไม่ให้ไป เพราะมีราชการด่วน ทดแนะทองว่าให้รีบไปเพราะงานของเจ้าคุณคือเข้าวังตอนกลางคืน แต่ปรากฏว่าทองกลับมาไม่ทัน เจ้าคุณโกรธจัด สั่งโบยทด แม้คุณนพจะขอเว้นความผิดแต่เจ้าคุณก็ไม่ยอม ขณะที่ทดกำลังถูกโบย คุณนิ่มก็ปรากฏตัวพอดี
ทุกคนตะลึงกับสตรีสาวที่งามพร้อมทั้งกิริยาทั้งวาจาตรงหน้า เกือบไม่มีใครเชื่อว่านี่คือคุณนิ่มจอมเฮี้ยวประจำบ้าน เจ้าคุณดีใจเห็นลูกสาวกลับมาจึงยกเลิกคำสั่งโบยทด แต่คุณนิ่มกลับขอเป็นผู้โบยทดด้วยตัวเอง ทุกคนตะลึง คุณนิ่มลงหวายแต่ละครั้ง ทดสะดุ้งสุดตัวเพราะเจ็บไม่น้อยแม้เป็นแรงผู้หญิง นัยน์ตาที่สบกันทุกครั้งที่หวายลงหลังกลับเป็นแววตาของคนที่มีใจต่อกันมาเนิ่นนาน คุณนิ่มลงหวาย แต่ภาพที่ทดเคยช่วย เคยทำอะไรให้ เคยปกป้องคุ้มครอง เคยพาไปเที่ยวซุกซนตามที่ต่าง ๆ กลับชัดเจนในความคิด คุณนิ่มโยนหวายทิ้งเมื่อทดค่อย ๆ อ่อนแรงฟุบลง
เจ้าคุณกับคุณนพตะลึงกับหัวใจเด็ดเดี่ยวของคุณนิ่ม คุณนิ่มแสดงให้เห็นทั้งการบ้านการเรือนแบบกุลสตรีไทยทุกกระเบียดนิ้ว เธอมีกิริยางามละม่อมไปหมดทั้งตัว เป็นที่น่าชื่นชม กิตติศัพท์ความงดงามของคุณนิ่มแพร่กระจายไปในวงสังคมเจ้าขุนมูลนาย หนุ่ม ๆ ลูกชายเจ้าพระยานาหมื่นต่างก็ขอให้บิดาพามาดูตัว ในจำนวนนี้คนที่ท่านเจ้าคุณถูกใจและหมายมั่นเป็นเขยคือ หลวงมนูญวงศา หรือคุณพัน ท่านเจ้าคุณชอบคุณพัน เพราะคุณพันเห็นดีเห็นงามกับเจ้าคุณในกรณีที่เจ้าคุณพยายามคัดค้านการเลิกทาส สองคนคุยกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย คนที่ขัดแย้งคือคุณนพ เรื่องการเลิกทาสจึงเป็นหัวข้อขัดแย้งของทั้งสามคนเสมอ ๆ
ทดเฝ้ามองคุณนิ่มอยู่ห่าง ๆ ภายใต้ความนุ่มนวลเรียบร้อยนั้นวิญญาณของคุณนิ่มคนเก่ายังอยู่ เธอยังดื้อยังแก่น เธอรู้เต็มอกว่าทดแอบมองมาเสมอ ทดพยายามหักห้ามใจตัวเองอย่างหนัก รู้ตัวว่าไม่มีวันเป็นไปได้ แม้ว่าบางครั้งสายตาเกลียดชังของคุณนิ่มจะแปรเปลี่ยนเป็นห่วงหาอาทรก็ตาม ขณะเดียวกันคุณนิ่มก็ยังต้อนรับคุณพันและคุณ ๆ ทั้งหลายเมื่อเขามาเยี่ยมเยือน ทดไม่เคยรู้สึกว่าตนเองสับสนอย่างนี้มาก่อน ความทุกข์ในรักเป็นเช่นใด ทดรู้แก่ใจแล้ว
ปัจจุบัน
ภาคินสงสัยว่าเธอมีสัญญาอะไรจากอดีตหรือไม่ เธอไม่ชอบเขาเหมือนที่คุณนิ่มในอดีตไม่ชอบทดหรือเปล่า สหัสคุณจะพาภาคินไปหาจิตแพทย์ แต่ภาคินปฏิเสธ เขาไม่ต้องการคำอธิบายจากวิทยาศาสตร์ใด ๆ ทุกอย่างเกิดขึ้นกับตัวเขา เขาจะตัดสินว่าจะทำอย่างไรต่อไป และนั่นเองทำให้เขาตัดสินใจสั่งซ่อมศาลาท่าน้ำ เมื่อซ่อมเสร็จเรียบร้อยเขารู้ว่านี่คือศาลาท่าน้ำเดียวกันที่เขาช่วยคุณนิ่มขึ้นมาจากน้ำเมื่อเธออายุ 5 ขวบ มันคือที่แห่งเดียวกันที่ความรักของเขากับคุณนิ่มเกิดขึ้น
เมื่อบ้านซ่อมเสร็จแล้วภาคินใช้เล่ห์กลอุบายจนรสวัลย์ต้องมาจัดสวนให้เขา ทำให้เขาได้พบเธอทุกวัน แม้เธอจะปลีกตัวห่างไม่ยอมใกล้ชิดเกินกว่าเรื่องงาน นอกจากนี้ยังมีธันวาที่คอยตามติดรสวัลย์ และดูเหมือนรสวัลย์จะมีไมตรีกับธันวาเกินเพื่อน เขารู้ว่ารสวัลย์จงใจแสดงให้เขารู้เพื่อให้เขาเลิกตามตอแยเธอ แต่ภาคินไม่ยอมแพ้ เขารู้อย่างเดียวว่าเขาต้องต่อสู้ รสวัลย์ต้องเป็นของเขาคนเดียว
อดีต
เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทดกับคุณนิ่มมีวินาทีที่หัวใจสองดวงเข้ามาใกล้ชิดกันมากขึ้น ทดช่วยชีวิตคุณนิ่มไม่ให้จมน้ำอีกครั้ง วินาทีที่เขาโอบอุ้มตัวคุณนิ่มแนบอกขึ้นมาจากสายน้ำ ใกล้ชิดจนเขารู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงของคุณนิ่ม และเขาเชื่อว่าคุณนิ่มก็รู้สึกถึงใจของเขาเช่นกัน เพียงเท่านั้นหัวใจของทดก็เจ็บปวดมากกว่าเก่า คุณนพรู้ความนัยข้อนี้ เตือนสติทดเองว่า เป็นไปไม่ได้ที่พระยานฤนารถภักดีจะยอมให้คุณนิ่มรักกับทด
คุณนพถูกส่งไปรบกบฏจีนฮ้อ ทดสมัครเข้าร่วมศึกครั้งนี้ด้วย คุณนิ่มร่ำลาทดอย่างอ่อนหวานซาบซึ้งที่สุด ทำให้ทดตระหนักดีถึงความรักของเธอว่าเขาไม่มีวันได้รับจากใครอีก ทั้งสองจากไปรบเป็นแรมปี คุณนิ่มไม่พูดไม่ติดต่อกับชายใดอีกเลย เธอครองตัวบริสุทธิ์ทั้งกายวาจาใจเพื่อคอยทด
วันหนึ่งทั้งสองคนกลับจากศึก คุณนพเสียขาจากการรบแต่ไม่ตาย เพราะทดพลีชีพเพื่อช่วยคุณนพ ทดแบกคุณนพข้ามน้ำข้ามเขาจนมาถึงหมู่บ้านที่สามารถรักษาขาที่เน่าเฟะของคุณนพได้ คุณนพสัญญาว่าจะช่วยให้ทดสมหวังกับคุณนิ่มให้ได้
เรื่องทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของชิดและน้อย น้อยหลงรักทด แต่ใช้ชิดเป็นเครื่องมือโดยยอมพลีกายให้ชิด และให้ชิดสัญญาว่าจะช่วยใหเธอสมหวังกับทด ทางหนึ่งคือกำจัดคุณนิ่มไม่ให้ได้กับทด และทางหนึ่งคือต้องให้ท่านพระยารู้เรื่องนี้ ชิดและน้อยจัดการจนท่านพระยามาเห็นทดกับคุณนิ่มอยู่ด้วยกันในวันหนึ่ง ท่านสั่งโบยทดให้ตายคาหวาย คุณนิ่มปราดเข้าไปโอบอุ้มชายที่รักประกาศว่าขอตายด้วยกัน ท่านพระยาโกรธมาก
น้อยเป็นผู้วางแผนการทั้งหมด ทั้งสองคนรู้ว่าท่านพระยากลับจากราชการเวลาสองยามคืนนี้ ชิดจะปล่อยให้คุณนิ่มลงมาพบทด ชิดจะพาท่านพระยามาขณะที่สองคนอยู่ด้วยกัน ชิดเข้าไปหาคุณนิ่มและเปิดทางให้ไปหาทด บอกว่าทดคอยที่ศาลาท่าน้ำ คุณนิ่มไม่ไปเพราะสงสัยในท่าที ชิดบังคับให้ไป คุณนิ่มขัดขืน ชิดบันดาลโทสะจะข่มขืน นางใบตื่นขึ้นมาช่วยจึงถูกฆ่าตาย คุณนิ่มใช้โอกาสที่ชิดเผลอหนีลงเรือนไป ถึงจะไม่เชื่อชิด แต่คุณนิ่มก็ไปที่ศาลาท่าน้ำ
ที่นั่น คุณนิ่มพบว่าทดอยู่กับน้อยทั้งสองคน เสียงทดแผ่ว ๆ ฟังไม่ค่อยถนัด แต่เสียงน้อยนั้นชัดเจนว่า พี่ทดไม่ได้รักคุณนิ่มจริง ๆ หรือ เสียงทดตอบรับแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในโสตประสาทของคุณนิ่ม คุณนิ่มตัดสินใจกระโดดน้ำตาย ครั้งนี้ไม่มีทดมาช่วย เพราะเป็นทดนั่นเองที่ส่งเธอลงสู่สายน้ำอันมืดมิด อนุสติสุดท้ายก้องกังวาน "ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน ขออย่าได้พบพานคนหลอกลวงหลายใจอย่างเขาอีก จะไม่ยอมโดนหลอกอีกเป็นอันขาด"
ปัจจุบัน
สวนจัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ภาคินให้คุณย่าอุบลขอร้องรสวัลย์ให้ดูแลตกแต่งภายใน ภาคินไม่ปล่อยโอกาสนี้ผ่านไป เขาบอกรักรสวัลย์ และพร้อมที่จะทำทุกอย่างให้เธอมีความสุข ขอให้เธอแต่งงานกับเขา ภาคินพยายามทำทุกอย่างจนรสวัลย์เริ่มใจอ่อนเกือบจะรับคำ
แล้วคืนนั้นรสวัลย์ก็ฝัน ฝันเห็นตัวเองอยู่ในสายน้ำกำลังจะจม บนตลิ่งภาคินประคองกอดนวียา แต่แปลกทั้งสองคนแต่งกายเหมือนคนโบราณ รสวัลย์ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร แต่กิริยาของภาคินที่ประคองอย่างทะนุถนอม ทำให้รสวัลย์รู้ว่าต้องเป็นคนสำคัญ ขณะที่ร่างค่อย ๆ จมลง เสียงประกาศก้องดังแจ่มชัดว่า "ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน ขออย่าพบพานคนหลอกลวง หลายใจอย่างเขาอีก จะไม่ยอมโดนหลอกอีกเป็นอันขาด"
นวียาบอกว่าเธอเป็นคนรักของภาคิน รสวัลย์จึงไม่อยากรับฟังเรื่องใดจากปากของภาคินอีก ภาคินรู้สึกว่าอดีตกำลังฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็น เขาเฝ้าไตร่ตรองว่าอะไรทำให้รสวัลย์ตัดรอนเขาไม่ไยดี แม้กำจัดรสวัลย์ไปได้แล้ว ภาคินก็ไม่กลับมาหานวียา แถมยังบอกตรง ๆ ว่าไม่เคยคิดอะไรเกินเพื่อน และเช่นกัน รสวัลย์ก็ไม่รับคำขอแต่งงานของธันวา เมื่อเป็นเช่นนี้ ธันวาและนวียา ซึ่งคือชิดกับน้อย จึงต้องร่วมมือกันเหมือนในอดีต
ธันวาหลอกรสวัลย์ไปหมายจะข่มขืน แต่รสวัลย์ก็หนีมาได้เพราะภาคินเข้าไปช่วยพอดี รสวัลย์ไม่เอาเรื่องธันวา แต่ขออย่าให้เห็นหน้าอีก ธันวานัดพบนวียาเพื่อปรึกษาแผนการต่อไป หมอสหัสคุณจึงสะกดรอยตามธันวาและรู้ความจริงทั้งหมด ธันวาและนวียาพ้นไปจากชีวิตของทั้งสองคนแล้ว รสวัลย์ถูกพาเข้าไปในอดีตเพื่อรับรู้ถึงเหตุการณ์ในชาติก่อน รับรู้ความเจ็บปวดของการถูกหลอกลวง ภาคินขอให้ฉายภาพฉากสุดท้ายของเขา จิตแพทย์สั่งให้หลับตาแล้วภาพนั้นก็ปรากฏ ทั้งภาคินและรสวัลย์รับรู้พร้อมกัน
เมื่อบ่าวไพร่ช่วยกันหาคุณนิ่มไม่เจอ ชิดจึงขอให้ท่านพระยาฆ่าทดเสียเพื่อชดใช้ และใส่ร้ายทดว่าทดหลอกคุณนิ่มและอยากแต่งงานกับคุณนิ่มเพราะอยากเป็นไท ซึ่งนางน้อยก็พร้อมเป็นพยาน ท่านพระยาโกรธมากจึงให้ชิดฆ่าทดเสีย ทดจำต้องรับความตายที่จะเกิดขึ้น ทดเงยหน้ามองคนเป็นนาย เสียงที่เปล่งออกมา หนักแน่น มั่นคง "หากตัวลูกนี้ ยังมีความดีหลงเหลืออยู่บ้างในชาตินี้ ลูกขอตั้งสัตยาธิษฐานใช้ความจริงใจเป็นหลักอ้าง ใช้ดวงจิตเป็นที่มั่น ขอเฝ้าติดตามนางอันเป็นที่รักทุกชาติภพ เพื่อไขข้องความเข้าใจผิดของนาง ขอให้ลูกเกิดมาเพียบพร้อมยศศักดิ์สมบูรณ์ฐานะไม่เป็นรองใคร ไม่เป็นทาสเขา ขอให้สามารถครองรักกับนางที่รักสืบไป"
ชิดแสยะยิ้มมองร่างที่นั่งนิ่งราวกับไร้ชีวิตด้วยความสะใจ มันเงื้อมดาบฟาดฟันผ่าแล่งลงหน้าอกทันที คุณนพมาถึงก็ห้ามไม่ทัน น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินเป็นทาง ในที่สุดเขาก็ไม่สามารถรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับบ่าวคนสนิทได้ ในขณะที่ดาบในมือคุณนพจ่อที่คอ บ่าวคนสนิทของคุณนพจับตัวชิดไว้มั่น ชิดสารภาพว่าทุกอย่างเป็นแผนของเขากับน้อย ฉากสุดท้ายของคุณนิ่มตรงกับความฝันของรสวัลย์ ภาคินโอบกอดรสวัลย์อย่างนุ่มนวล ปาดน้ำตาสองข้างแก้มในขณะที่บอกว่า ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนเขาจะรักต่อรสวัลย์คนเดียว สมดังสัตยาธิษฐานที่เขาให้ไว้ก่อนตาย ติดตามชมละคร สัตยาธิษฐาน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.30 น. ทางช่อง 3

Buang Nareumit
รอยอดีต เป็นละครเรื่องใหม่ที่ขวัญอุมา เพิ่งได้รับการทาบทามให้สวมบทบาทนางร้ายเป็นครั้งแรก เป็นนางร้ายบทเด่นที่สุดของเรื่องที่จะได้พิสูจน์ความสามารถของนางเอกเจ้าน้ำตาอย่างเธอ หลังถ่ายทอดฝีมือมาแล้วหลายต่อหลายเรื่องจนได้รับฉายาว่านางเอกน้ำตาสั่งได้ ทว่าหลังได้อ่านบทแล้วก็รู้สึกไม่ชอบใจนักกับบทของ โฉมเฉลา บางครั้งหลังอ่านบทบางตอนก่อให้เกิดความทรงจำรางเลือน เหมือนภาพฝันขาดวิ่นที่ไม่ปะติดปะต่อ จึงนำเรื่องนี้มาปรึกษา ลูกปลา’ผู้จัดการส่วนตัว และยืนยันว่าบทมันไม่ถูกต้อง คิดว่านางเอกต้องไม่ใช่แบบนี้ จึงทำให้ทั้งคู่ต้องไปหาซื้อหนังสือ และที่ร้านหนังสือนั่นเอง ก็ทำให้ขวัญได้พบกับธีรัชโดยบังเอิญ และหนังสือก็หมดไปแล้ว ไม่มีขายเธอจึงยังไม่ได้หนังสือมาเป็นของตนเอง
ละครเรื่องรอยอดีต มีคเชนทร์ เป็นผู้กำกับฯ ซึ่งเป็นเพื่อนกับ แม่ของธีรัช ซึ่งงานนี้วิยาดา รับวาดรูปภาพเหมือนของขวัญอุมาในเรื่องอีกด้วย ส่วนอรนภา ก็ได้รับบทเป็นนางเอก ที่มีชื่อว่าพิมพ์แข อรนภา มีผู้ติดตามคือแต้วแร้ว ซึ่งมักจะมีปากเสียงกับลูกปลาอยู่บ่อย ๆ ภาพที่คนเห็นภายนอกว่าอรนภา เป็นนางเอกของวงการ แต่จริง ๆ แล้วเธอคอยหาทางกลั่นแกล้งขวัญอยู่ตลอดเวลา ทั้งด้วยตนเอง และโดยการใช้แต้วแร้วเป็นเครื่องมือ นอกจากนี้ยังมี ฉายฉาน ที่รับบทเป็นธนกฤต และปกป้องก็ร่วมเล่นละครด้วย
ธีรัชมีโอกาสได้อ่านนิยาย ซึ่งแม่ของเขามีเก็บไว้ แล้วก็เริ่มติดจนไม่ยอมวางมือ เพราะเขาเองก็มีความผูกพันกับตัวละครบอกไม่ถูก แถมยังเอาเก็บไปฝัน เป็นเรื่องเป็นราว เขาฝันถึงตอนที่ปราน พระเอกในนิยายกลับจากอังกฤษ แล้วแม่พยายามจับคู่ให้เขากับกนกแข แต่น้องสาวกลับคิดจับคู่ให้พี่ชายกับโฉมเฉลาครูประจำชั้นตัวเอง แต่ในฝันนั้น ปรานชื่อปภาคิน พิมพ์แขชื่อกนกแขและโฉมเฉลาชื่อฉัตรชนก ในวันทำพิธีบวงสรวงละครรอยอดีต ธีรัชเอารูปที่แม่วาดไปส่งให้ที่กองถ่ายแต่ขวัญอุมาซุ่มซ่ามเดินชนเขาจนกรอบรูปตกลงมาแตก
วิยาดาเสียดายภาพที่เสียหายมาก เพราะภาพของขวัญอุมาวาดยากที่สุดตั้งแต่ที่เธอเคยวาดภาพเหมือนคนมา และไม่เพียงแต่ธีรัชที่ฝันถึงเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับหนังสือนิยายรอยอดีต ขวัญอุมาเองหลังแสดงบทบาทของโฉมเฉลาเธอก็เก็บเรื่องนี้ไปฝันได้เป็นฉากๆ ราวกับกำลังนั่งดูละคร เพียงแต่บุคคลในฝันชื่อไม่เหมือนตัวละครในนิยายรอยอดีต แต่เนื้อเรื่อง เนื้อหาสอคล้องกันอย่างน่าแปลกใจ และตอนถ่ายละครเรื่องนี้หญิงสาวก็เข้าถึงบทบาทราวกับเป็นโฉมเฉลาจริง ๆ แถมยังติติงรายละเอียดต่าง ๆ ในฉากที่เธอเห็นว่าขาดหายไปได้ดีเยี่ยมจนคเชนทร์ผู้กำกับและลูกปลาแปลกใจ
เกิดอุบัติเหตุ บ้านที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำ เกิดไฟไหม้ จนกองถ่ายต้องหยุดชะงักลง ขวัญและลูกปลาได้พบกับวิยาดาโดยบังเอิญที่บ้านศรีราชา วิยาดาขอให้ขวัญมาเป็นแบบให้เธอวาดรูปอีกครั้ง และเชิญให้ขวัญพร้อมทั้งลูกปลา พักอยู่ที่บ้านอีกด้วย และที่นั่นเอง ก็ทำให้ขวัญและธีรัชได้พบกันอีกครั้ง คืนแรกที่พักในบ้านของวิยาดา ขวัญอุมากับธีรัชได้กลิ่นหอมแรงของดอกราตรีจึงเดินออกมาตามหาที่มาของกลิ่น ดูเหมือนจะมีแค่เธอกับเขาเท่านั้นที่ได้กลิ่นนี้ และเมื่อเดินมาพบกันโดยบังเอิญ เธอกับเขาก็คล้ายจะเห็นภาพชายหญิงคู่หนึ่งตรงจุดที่กำลังยืนอยู่
อดีต
พลโทปพณและคุณปฐมาแห่งคฤหาสน์รมย์ฤดี กำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมตัวต้อนรับปภาคิน คุณชายใหญ่ของบ้านที่เพิ่งกลับจากไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ปภาคินมีน้องสาวที่อายุห่างกันหลายปีชื่อวรดา และปฐมาคิดจะจับคู่ลูกชายกับกนกแข ลูกสาวของกานติมาซึ่งเป็นเพื่อนของตนเอง ขณะนี้กนกแขกำลังเรียนอยู่ชั้นม.ปลาย กนกแขเป็นเพื่อนกับฉัตรชนก แต่ด้วยความที่ฉัตรชนกเป็นคนหัวดี จึงสามารถสอบเลื่อนชั้น และสามารถไปเป็นครูได้ในที่สุด พร้อม ๆ กับธนา ซึ่งคบหากันเป็นเพื่อนสนิทมาหลายปี ธนานั้นเป็นคนดี แต่ยากจน เช่าบ้านอยู่ใกล้กับบ้านของฉัตรชนก ซึ่งอยู่สองคนกับแม่ นวลนงค์ไม่เคยเล่าเรื่องความเป็นมาของพ่อให้ฟังว่าเป็นใคร เพียงแต่บอกกับฉัตรชนกว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว กนกแขไปมาหาสู่ที่บ้านฉัตรชนกเป็นประจำ และที่นั่นเองทำให้ธนาได้พบกับกนกแข ความเป็นสาวแรกรุ่นของกนกแขเป็นที่ดึงดูดใจของธนา ทั้งกนกแขเอง ก็ให้ความใกล้ชิดกับธนาอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ทั้งคู่แอบคบหากันโดยที่ผู้ใหญ่ไม่รู้ มีเพียงฉัตรชนกเท่านั้น ที่เห็นความเป็นไปของคนทั้งสอง ซึ่งลึก ๆ ในใจแล้ว ฉัตรชนกเอง ก็มีใจให้ธนาอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นธนามีความสุข ฉัตรก็ยินดีด้วยใจจริง
กนกแขไม่ยอมไปงานเลี้ยงต้นรับปภาคินเพราะยังหลงไหลในตัวธนา อีกทั้งยังพูดยกปภาคินให้กับฉัตรชนกอีกด้วย วรดาเป็นลูกศิษย์ของฉัตรชนก เห็นในความดีงาม เฉลียวฉลาดและความสวยของฉัตรชนก จึงแนะนำให้ปภาคินได้พบกับฉัตรชนก ปภาคินรู้สึกประทับใจในตัวฉัตรชนกตั้งแต่แรกเจอ และชวนให้ฉัตรชนก ไปงานเลี้ยงวันเกิดที่บ้านของเขาในสัปดาห์ต่อมา เมื่อถึงวันงาน กนกแขก็มาก็พ่อแม่ด้วย กนกแขเห็นความหล่อเหลา อีกทั้งความร่ำรวย ซึ่งธนาไม่มีอะไรเทียบเท่าปภาคินเลย จึงพยายามทำตัวเป็นเจ้าของปภาคิน แต่ปภาคินไม่ได้สนใจ เขายังมองแต่ฉัตรชนกเพียงผู้เดียว ทำให้กนกแขเริ่มไม่พอใจ กนกแข หวังจะได้เต้นรำคู่กับปภาคินเป็นคนแรก แต่ปภาคิน กลับชวนวรดาไปเต้นด้วยแทน ธนาเองก็เสียใจที่กนกแขหันไปสนใจปภาคินในเวลาอันรวดเร็ว ฉัตรชนกสงสาร จึงปลอบใจธนา ธนารู้ซึ้งว่า ฉัตรชนกคือผู้หญิงที่งดงามทั้งกายและใจ ปภาคินขอฉัตรชนกให้เต้นรำด้วย ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันเป็นอย่างยิ่ง กนกแขเริ่มวางแผนสลัดธนาไปจากตน และจะต้องแต่งงานกับปภาคินให้ได้ ส่วนปภาคินก็เริ่มไปมาหาสู่กับฉัตรชนกที่บ้าน จนแม่เริ่มไม่สบายใจ เพราะเห็นความแตกต่างในเรื่องฐานะ กลัวลูกสาวตนเองจะต้องเจ็บปวดในที่สุด
ปัจจุบัน
คเชนทร์ขอใช้บ้านของวิยาดาในการถ่ายทำ หลังจากที่สถานที่เดิมนั้นไฟไหม้ วิยาดาอนุญาตในที่สุด เพราะต้องการวาดรูปของขวัญให้เสร็จอีกด้วย แต่ปกป้อง พระเอกของเรื่องเกิดอุบัติเหตุขาหักเล่นต่อไม่ได้ คุณวรา เจ้าของละครหัวเสียอย่างหนัก รีบไปดูอาการ แล้วก็สั่งให้คเชนทร์เดินหน้าลุยถ่ายทำต่อ ไม่ต้องรอให้ปกป้องหายป่วย โทษที่เตือนแล้วไม่ฟัง เรื่องที่ไม่ให้ขับมอเตอร์ไซค์ คเชนทร์ได้พบกับธีรัช วันที่เขากลับมาหาแม่ที่ศรีราชา คเชนทร์ถูกชะตากับธีรัช ขอให้เขามาเป็นพระเอกให้ แรก ๆ เขาปฎิเสธ แต่พอเจอแม่เกลี้ยกล่อม และขวัญลองติวบทให้ ซึ่งขวัญเองก็รับรองกับคเชนทร์ว่า ธีรัชนั้นมีหัวทางด้านการแสดง ทำให้ธีรัช รับปากเล่นเป็นพระเอกที่ชื่อปราน ในที่สุด แรก ๆ ธีรัชเหมือนยังเล่นละครได้ไม่ดีนัก แต่พอถ่ายทำจริง กลับเล่นได้อย่างสมจริงเป็นที่สุด ทั้งคเชนทร์ ขวัญอุมา อรนภา ฉายฉาน ต่างก็เริ่มยอมรับในตัวเขา ธีรัชกับขวัญเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ทั้งจากการที่ขวัญตกน้ำในกองถ่าย แล้วเขาพาเธอไปโรงพยาบาล หรือแม้กระทั่งในฉากที่กนกแข แกล้งทำให้ขวัญตกน้ำ แล้วธีรัชไปช่วย ทำให้คนทั้งสองเริ่มผูกพันกันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
แล้ววันหนึ่ง หลังจากเสร็จสิ้นการถ่ายทำ ธีรัช ขวัญ ลูกปลา ก็มากินข้าวด้วยกัน พบฉายฉานกับอรอุมา ที่กำลังจะกลับออกจากร้าน ฉายฉานให้ขวัญไปดูรูปถ่ายในร้าน ที่มีใบหน้าเหมือนขวัญ ขวัญเห็นรูปก็ตกใจ จึงขอพบโกสุมเจ้าของร้าน โกสุมเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟัง บอกว่าย่าสมเป็นเจ้าของที่ แบ่งที่ปลูกบ้านให้เช่าทำสวนผัก ครูฉัตรแต่งงานไปกับเศรษฐีตึกเย็นหรือบ้านรมย์ฤดี เป็นคุณหมอ ขอมาปรับปรุงที่ เลยถ่ายรูปเอาไว้เป็นที่ระลึก รวมถึงครูธนาด้วย ขวัญให้โกสุมเล่าถึงเรื่องราวในอดีต โกสุมยืนยัน ฉัตรรักปภาคินคนเดียว ไม่ได้รักธนา มีแต่คนในครอบครัวที่ใส่ร้ายว่าฉัตรทำเสน่ห์ใส่หมอปภาคิน ธีรัชได้พบกับบันทึกของปภาคินในเล่มแรก และเล่มที่สองในเวลาต่อมา เขานำไปถ่ายเอกสารแล้วแบ่งกับขวัญช่วยกันอ่านเพราะต่างอยากรู้ความจริง ธีรัชกับ ขวัญ เล่าเรื่องความจริงในสมุดบันทึกให้คเชนทร์ คุณวราฟัง และทุกคนก็ไปหานลิน เพื่อปรับบทให้ตรงกับความจริงในสมุดบันทึกของปภาคิน อรนภาตกใจที่มีการปรับเปลี่ยนบท คเชนทร์บอก ถึงแม้บทจะไม่ตรงกับนิยาย แต่จะโปรโมทให้ละครเรื่องรอยอดีต เป็นเรื่องจริงที่ยิ่งกว่านิยาย คุณวราเองก็เห็นด้วย
อดีต
พ่อและแม่ของปภาคินไม่อาจทัดทานความรักที่ลูกชายมีต่อฉัตรชนกได้ จึงยอมให้ทั้งคู่แต่งงานกัน ศักดินัย ซึ่งเป็นคนดูแลปภาคิน ตอนที่ไปเรียนอยู่ต่างประเทศ ก็มางานนี้ด้วย พร้อมกับลูกสาวคือฐิติพา ที่เกิดกับหม่อมยุพา เมื่อศักดินัยรู้ว่าฉัตรชนกเป็นลูกของนวลนงค์ ก็เกิดสงสัยว่าใครเป็นพ่อของเธอ นวลนงค์เองก็ช็อคเหมือนกันที่ได้พบกับศักดินัยแบบไม่ตั้งตัว เพราะในอดีตนั้น ตนเองเคยเป็นภรรยาของศักดินัยมาก่อน สุดท้าย นวลนงค์จึงสารภาพกับศักดินัยในที่สุด ว่าฉัตรชนก เป็นลูกของเธอที่เกิดจากศักดินัย โดยที่ศักดินัยไม่รู้ ศักดินัยดีใจมากที่ได้พบกับลูกสาว แต่คนที่เคียดแค้นเป็นที่สุดก็คือ กนกแข ที่ฉัตรชนก แย่งปภาคินไปจากเธอ หนำซ้ำ ตอนนี้ ฉัตรชนก ยังกลายเป็นหม่อมราชวงศ์อีก ฐิติพาเองก็เช่นเดียวกัน เมื่อฉัตรชนกเข้ามาเกี่ยวดองกับเธอ สมบัติที่วังโสภณ ก็จะต้องถูกแบ่งไปให้กับฉัตรชนก ซึ่งข้อนี้เอง ทำให้ทั้งกนกแข และฐิติพายอมไม่ได้ จึงตกลงใจจะร่วมมือกัน หาทางให้ครอบครัวของฉัตรชนกแตกแยก เพื่อที่ปภาคินจะได้มาเป็นของกนกแข และจะต้องเขี่ยให้ฉัตรชนก ไปจากวังโสภณให้ได้ เพื่อที่สมบัติจะได้ไม่ตกไปถึงมือฉัตรชนก
ศักดินัย และนวลนงค์ ปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด หลังจากที่ศักดินัยเข้าใจผิด คิดว่านวลนงค์ หนีตามชายอื่นไป หลังจากแต่งงาน ศักดินัยก็ชวนฉัตรชนกไปเยี่ยม วังโสภณที่กรุงเทพฯ สัก 3 ถึง 4 วัน จึงไม่ได้พบกับหมอที่ไปทำงานตั้งแต่เช้า ซึ่งตอนนี้หมอเข้าใจผิด คิดว่าฉัตรยังรักธนาอยู่และพยายามหนีหายไปจากเขา จึงเสียใจมาก ปฐมาดีใจที่ฉัตรได้เป็นหม่อมราชวงศ์ หม่อมยุพาแค้นใจที่ศักดินัยพานวลกับฉัตรมาที่วังโสภณ สั่งให้ช่วง คนรับใช้คนสนิท ไปหาหมอเสน่ห์ คิดจะกำจัดฉัตรเพื่อแก้แค้นนวล หมอกลับบ้านไม่พบฉัตร เสียใจที่รู้ความจริงเป็นคนสุดท้ายเรื่องที่ฉัตรเป็นลูกศักดินัย คิดว่าฉัตรไม่รักตนแล้ว
ฐิติพา พาแขไปทำเสน่ห์กับหมอเสน่ห์ แขไปหาปภาคินที่บ้าน แล้วใช้ยาเสน่ห์ ร่ายมนต์กับปภาคิน จนทั้งสองได้เสียกัน แขทำทีเป็นร้องไห้กับปพนและปฐมา บอกว่ารักปภาคินอย่างแท้จริง และใส่ร้ายเรื่องที่ฉัตรนัดแนะธนาไปอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ หาว่าฉัตรแต่งงานกับปภาคินเพื่อเอาเงินไปอยู่กินกับธนา ปภาคินยังงง ๆ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะไม่รู้ว่าตนเองโดนเสน่ห์ ปฐมาจดหมายถึงฉัตรว่าคิดถึงให้รีบกลับ นวลกับฉัตรจึงลาศักดินัย กลับไปที่ตึกเย็น ศักดินัยให้สร้อยคอพร้อมพระกับฉัตรเป็นที่ระลึก เมื่อถึงตึกเย็น นวลพาฉัตรไปหาคุณใหญ่ อานุภาพของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำให้มนต์เสน่ห์ของแขเสื่อมไปชั่วขณะ ใหญ่จำฉัตรได้ โผเข้ากอดฉัตร แต่แขยืนยันว่าเธอก็เป็นเมียอีกคนของใหญ่เหมือนกัน ฉัตรและแม่ตกใจมาก
แขไม่ยอมแพ้ คิดจะให้ใหญ่ มาเป็นของตนให้ได้ กลับมาหาหมอเสน่ห์เพื่อทำพิธีอีกครั้ง แต่คราวนี้ ต้องใช้หญิงบริสุทธิ์ มาร่วมพิธีด้วย แขจึงขอร้องให้ฐิติพาช่วยอีกครั้ง เหมือนกรรมบังตา ยุพาตกลงช่วย เพราะความอิจฉาริษยาในตัวนวล โดยไม่รู้ว่า เป็นการนำมาซึ่งความเสื่อมเสียของฐิติพา ฐิติพาเข้าร่วมพิธี และเสียความบริสุทธิ์ให้แก่หมอเสน่ห์ เธอทั้งเจ็บ ทั้งอายจนบอกไม่ถูก แขดีใจพิธีสำเร็จ ได้ตุ๊กตาทำเสน่ห์กลับไป และไปทำพิธีต่อด้วยตนเองที่ทางสามแพร่ง พอดีธนาขี่จักรยานมาพบเข้า แขจึงรีบหนีไป ธนาคิดว่าตนเองตาฝาด ที่เห็นแข จึงรีบปั่นจักรยานกลับบ้านไป
ปัจจุบัน
ธีรัชกับขวัญยังคงสืบเรื่องราวในอดีตต่อไป ยิ่งตอนนี้นลิน คนเขียนบท ต้องการความจริงเพื่อจะได้เขียนบทให้จบ ทั้งสองจึงต้องเร่งมือมากขึ้น พอดียายชุ่ม คนรับใช้เก่าแก่บ้านวิยาดา ที่มีความทรงจำอันลางเลือน นึกเรื่องราวในอดีตมาได้เป็นช่วง ๆ บอกกับธีรัชและขวัญ ว่าฉัตรถูกใหญ่ไล่ออกจากรมย์ฤดี แล้วหนีไปขายผักที่ปากน้ำโพ นครสวรรค์ หนีไปกับนวล พร้อมทั้งป่าน ลูกของฉัตรด้วย ขวัญกับธีรัช จึงตัดสินใจไปปากน้ำโพ เพื่อตามหาป่าน แล้วก็ได้พบกันในที่สุด ป่านบวชเป็นแม่ชีอยู่ในวัดที่ปากน้ำโพ
แม่ชีบอกยินดีจะเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟังทุกอย่าง และนัดทุกคนมาใหม่ในวันรุ่งขึ้น เลยทำให้ธีรัช ลูกปลา และขวัญต้องค้างที่รร.ปากน้ำโพ ธีรัชโทรศัพท์ชวนฉายฉานมาฟังเรื่องราวด้วยกัน ฉายฉานสนใจ จึงไปชวนอรนภาที่บ้านด้วย อรได้โอกาสใกล้ชิดฉายฉาน จึงตั้งใจสานสัมพันธ์ส่วนตัวต่อ แต่ฉายฉานปฎิเสธ เพราะยังไม่ถึงเวลา และไม่อยากให้มีเรื่องส่วนตัวกระทบกับงาน ทำให้อรหัวเสียมาก เรื่องราวในอดีตที่ขาดหายไปเริ่มปะติดปะต่อมากขึ้น จากคำบอกเล่าของแม่ชี แขทำเสน่ห์ใส่ใหญ่ จนใหญ่หลงใหล แถมยังใส่ความว่าฉัตรเป็นคำทำเสน่ห์ จนฉัตรถูกไล่ออกจากบ้าน กลับไปที่บ้านสวนด้วยความช้ำใจ ธนาเองก็เสียใจที่แขทำให้ครอบครัวของฉัตรแตกแยก
ธนาสงสาร คอยมาเยี่ยมฉัตรที่บ้านเสมอ นวลเอง ก็เป็นห่วงลูกสาวมาก ปพนและปฐมา พาใหญ่ไปอยู่ที่วัดกับหลวงพ่อ ตั้งใจจะให้บวช ลบล้างสิ่งชั่วร้าย แล้วก็ให้กนกแขกลับบ้านไปก่อน แขโกรธมาก ที่ทำอะไรไม่ได้ ศักดินัย ไปราชการต่างประเทศ และเครื่องบินประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิต หม่อมยุพา รีบจัดงานอย่างรวบรัด รวมถึงการโอนถ่ายทรัพย์สิน ไม่ให้ตกเป็นของนวลและฉัตร และไล่แม่อิ่ม คนรับใช้คนสนิทของนวลออกได้ แม่อิ่มจึงไปหานวลที่บ้านสวน ตั้งใจไปอาศัยใบบุญของฉัตรและคุณใหญ่ แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะฉัตรถูกไล่ออกจากบ้านเสียแล้ว นวลเองก็เสียใจที่เสียศักดินัยไปอย่างกะทันหัน
ฐิติพาไปถามข่าวคราวกับแขเรื่องมนต์เสน่ห์ และย้ำต้องทำให้ใหญ่หย่ากับฉัตรให้ได้ แขจึงไปทำพิธีอีกครั้ง แต่หลวงพ่อที่วัด ช่วยใหญ่ไว้ ให้ใหญ่สวดมนต์ภาวนา พร้อมทั้งหลวงพ่อก็ช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้าย จนกลับเข้าไปหาตัวแขในที่สุด แขเริ่มป่วย มีอาการคุ้มดีคุ้มร้าย ยังไม่ทันที่ปภาคินก็ได้บวช นายสุขคนรับใช้ที่รมย์ฤดี ก็เข้ามาบอกว่าที่บ้านถูกปล้น หลวงพ่อให้เขากลับไปที่บ้านทันที ปฐมายื้อแย่งสมบัติที่พวกโจรกำลังจะเอาไป จนพลาดตกบันไดเสียชีวิตทันที ส่วนปพนก็ถูกยิงบาดเจ็บ โจรร้ายยังไม่หยุดแค่นั้น ไปที่บ้านสวนของนวลนงค์ เข้าทำร้ายสองแม่ลูก แม่อิ่มเข้าช่วย จนดึงผ้าคลุมหน้าของโจรหลุดและจำได้ว่าเป็นญาติของช่วง บ่าวคนสนิทของหม่อมยุพา โจรตกใจที่มีคนเห็นหน้า จึงรีบหนีไป พอดีธนากับสม พาชาวบ้านเข้ามาพอดี ฉัตรกับนวลจึงรอดได้อย่างหวุดหวิด อิ่มขอร้องให้สองแม่ลูกไปจากที่นี่โดยเร็ว เพราะเหตุที่เป็นอย่างนี้ ต้องมาจากหม่อมยุพา ที่ไม่ต้องการให้ทั้งสองมีส่วนได้เสียในสมบัติของศักดินัย ธนาเองก็เห็นดีด้วย เพราะเป็นห่วงทั้งสองมาก นวลกับฉัตร จึงตัดสินใจ จะเดินทางไปปากน้ำโพตอนรุ่งสางทันที โดยมีธนาตามไปส่ง
หม่อมยุพากับฐิติพาทำทีตามมาช่วยงานศพปฐมา แต่ที่จริงต้องการมาพูดใส่ร้าย ป่าวประกาศให้ชาวบ้านรับรู้ว่า ฉัตรร่วมมือกับธนา เอาคนมาปล้นบ้าน แล้วหนีไปด้วยกัน ซ้ำร้ายยังให้ปภาคินหย่ากับฉัตรโดยเร็วเพื่อไม่ให้เสียชื่อเสียง กานติมาพากนกแขมางานศพ เมื่อได้ฟังพระสวด เธอก็ทุรนทุราย จนอาเจียนออกมาเป็นเลือด ส่วนนวลก็ขายสมบัติเก่า เพื่อตั้งตัว ค้าขายอยู่ที่ปากน้ำโพ ซึ่งขณะนั้น ฉัตรท้องได้สี่เดือนแล้ว และป่านก็คลอดที่ตลาดปากน้ำโพในเวลาต่อมา ธนาลาฉัตรกลับไปเป็นครูเหมือนเดิมทั้งที่ใจของเขาอยู่กับฉัตรตลอดเวลา แต่ฉัตรปฎิเสธความรู้สึกของธนา เพราะไม่อยากให้ธนาต้องเจ็บปวดที่เธอยังไม่ลืมปภาคิน
ธนากลับมาที่บ้านเช่าจึงรู้จากสมว่า บ้านของปภาคินถูกปล้น ฐิติพาทำทีไปเยี่ยมกนกแข ที่ตอนนี้สติหลุดลอย ไม่อยู่กับเนื้อตัว ฐิติพายุให้แขทำพิธีต่อ เพื่อให้ได้ปภาคินคืนมา เพราะตอนนี้งานศพของปฐมาเสร็จสิ้น และคืนนั้นเอง ฐิติพาก็พากนกแขไปทำพิธีที่ทางสามแพร่งอีกครั้ง เป็นเวลาเดียวกับที่ปภาคินไปหาหลวงพ่อที่วัด เพื่อจะนำอัฐิของแม่ไปลอยอังคาร หลวงพ่อให้ตะกรุดกับปภาคิน ไว้ติดตัว ป้องกันอันตราย อีกทั้งหลวงพ่อยังช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ทำให้พิธีของแขไม่สำเร็จ มนต์ดำย้อนเข้าตัว กนกแขถูกฟ้าผ่าตายอย่างน่าสยดสยอง ธนาขี่จักรยานมาเห็นพอดี จึงรู้ว่าฐิติพารู้เห็นเรื่องนี้ด้วย
ธนาตามสะกดรอยตามฐิติพาและช่วงไป จนได้รู้ว่าให้หมอเสน่ห์ทำพิธีให้ หมอเสน่ห์ให้ฐิติพาและช่วง เก็บข้าวของที่ยังเหลือในพิธีมาถอนอาคมน์ให้หมด มิเช่นนั้น สิ่งเลวร้ายจะย้อนกลับมาหาผู้ที่มีส่วนร่วมทุกคน ธนาได้ยิน จึงเอาตุ๊กตาในที่เกิดเหตุที่เขาพบ และยังเหลือซากอยู่ นำไปให้หลวงพ่อที่วัด พอดีกับช่วงที่หมอเสน่ห์กำลังทำพิธี จึงเกิดการต่อสู้กันระหว่างหลวงพ่อกับหมอเสน่ห์ ทั้งสัปเหร่อ เทิด ต่างเป็นลูกมือช่วยหลวงพ่อปราบหมอเสน่ห์ได้ในที่สุด ชีวิต ส่วนฐิติพาซึ่งกำลังอยู่กับหม่อมยุพาและช่วงที่วังโสภณ ก็ล้มทั้งยืน หมดสติไป หลวงพ่อให้เทิดใช้ผ้าเหลือห่อตุ๊กตา ที่เหลือแต่เพียงซากเล็กน้อย แล้วนำไปฝังดินไว้ จบเรื่องราวเลวร้ายในที่สุด
สารประดิษฐ์ โทษว่าปภาคิน มีส่วนรู้เห็นในการตายของกนกแข เพราะทางสามแพร่งเป็นเส้นทางที่กนกแขกำลังจะเดินทางมาที่รมย์ฤดี เขาอุ้มศพกนกแขมาถึงที่รมย์ฤดี ปพนไม่สบายใจที่นอกจากจะเกิดเรื่องร้ายกับปฐมาแล้ว ยังเกิดความเข้าใจผิดกันอีก ความสัมพันธ์ที่ยืนยาวของสองครอบครัว จึงจากกันด้วยความร้าวฉาน สุดท้ายปภาคิน วรดา ก็พาพ่อไปจากรมย์ฤดี เพื่อหลีกหนีเรื่องราวอันเลวร้ายต่าง ๆ ช่วงรีบไปหาหมอเสน่ห์ จึงเห็นสภาพที่หมอโดนของย้อนเข้าตัวเหมือนกัน รีบกลับไปบอกหม่อมที่วัง แล้วให้รีบพาฐิติพา กลับไปที่ศรีราชา เพื่อจะได้ช่วยชีวิตทัน หม่อมยุพา ฐิติพา ช่วงมาที่บ้านปภาคิน แต่ไม่พบใคร พอดีธนากับสนเดินมาเจอ
ธนาจึงรีบไปนิมนต์หลวงพ่อที่วัด พร้อมกับเทิดให้มาที่บ้านปภาคิน สมอยากให้ความจริงเปิดเผย จึงไปตามสารประดิษฐ์ พร้อมด้วยกานติมา มาให้เห็นกับตา เมื่อกานติมาเห็นรอยไหม้ดำที่หน้า และหน้าอกของฐิติพา ซึ่งเหมือนกับกนกแข ตอนที่ตาย ก็ตกใจจนแทบเป็นลม ความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย สารประดิษฐ์รับไม่ได้ที่กนกแขทำเรื่องมนต์เสน่ห์ แม้ตายไปแล้ว ก็ยังถูกติเตียน แต่หม่อมยุพา กับฐิติพา ก็ยังไม่หยุดคิดอกุศล หลวงพ่อ จึงช่วยได้แต่ให้ยาว่านสมุนไพร ไว้ละลายน้ำทาบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนเท่านั้น เพราะเวรกรรมที่ทำ ก็ต้องสั่งสมบุญเป็นเครื่องช่วยบรรเทา ธนากับสม ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ซึ่งสมก็ได้นำไปถ่ายทอดให้กับลูกหลานฟังกันต่อไป ตกทอดมาถึงโกสุม ซึ่งมาเล่าให้กับธีรัช ขวัญ อร ฉายฉานฟังนั่นเอง ธนาขอบวชเป็นศิษย์หลวงพ่อ แล้วพอสึกออกมาก็เกิดสงครามพอดี จึงไปเป็นครูสอนหนังสือให้กับชาวบ้านที่ลี้ภัยหนีมา ทั้งหมดนำเรื่องที่ได้รับรู้อย่างเหลือเชื่อมาเล่าให้กับคุณวรา คเชนทร์ฟัง
วราให้นลิน ปรับเปลี่ยนบทตามความเป็นจริง และจะหาทางให้ตอนจบไม่เศร้ามากนัก แล้วก็เริ่มการถ่ายทำทันที และคุณวรา ก็ตัดสินใจจัดงานแถลงข่าวเรื่องการเปลี่ยนแปลงบท โดยเชิญ คุณภารดีและคุณเนื้อเย็นบุตรสาวและภรรยาของปรานมาที่งานแถลงข่าวด้วย เพื่อที่ทุกคนจะได้เข้าใจตรงกันว่า ปรานเขียนนิยายจากบันทึกของคุณลุงปภาคิน ซึ่งตอนนั้น มีเพียงบันทึกเล่มแรกที่พ่อได้เจอ ยังไม่พบสมุดเล่มที่สอง หลังจากนั้นจึงแต่งเติมตามจินตนาการ ทั้งคุณภารดี และเนื้อเย็น จึงยินดีให้ปรับเปลี่ยนบทได้ในที่สุด
การถ่ายทำละครกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น ตอนนี้ แขหาทางใกล้ชิดปราน ถึงขนาดขอให้ปรานไปหย่ากับโฉมเฉลา ธนกฤต พยายามเกลี้ยกล่อมให้ปรานรู้ว่าโฉมเฉลาเป็นคนดี แขเป็นคนทำเสน่ห์ใส่ ที่สำคัญ โฉมเฉลากำลังตั้งครรภ์ ลูกของเธอกับปรานด้วย ศักดินัย ซึ่งเป็นทำงานให้กับสัมพันธมิตร กลับมาที่วังโสภณ ไม่ได้เสียชีวิตเหมือนที่เป็นข่าว หลังจากเสร็จสิ้นสงคราม ข้าวของที่วัง ถูกหม่อมยุพาขายจนแทบหมดสิ้น หม่อมยุพากับฐิติพา ไม่ได้ยินดีในการกลับมาของพ่อเลย ซ้ำ ยังจะขายวังโสภณอีก ศักดินัย รู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของสองแม่ลูก จึงตัดสินใจ ไปตามหานวลนงค์และฉัตร ส่วนหม่อมยุพา กับฐิติพาก็ออกจากวังไป แถมถูกโจรร้ายปล้นจนหมดตัว ช่วงก็ลากลับต่างจังหวัด ถูกคนร้ายเอาทรัพย์สินไป หมดตัวเช่นเดียวกัน
แล้วก็ถ่ายทำถึงตอนจบในละครเรื่องรอยอดีต เป็นฉากงานแต่งของกนกแขกับปราน แต่ศักดินัย นำตัวโฉมเฉลามาที่งานเสียก่อน นวลนงค์ดีใจที่เรื่องลงเอยได้ด้วยดี ความรักที่ปรานมีต่อโฉมเฉลายังคงเหนียวแน่น กนกแขไม่ได้หัวใจของปรานมาครอง อรนภาหัวเสียที่ตนเองไม่ได้แต่งงานในตอนจบ แต่ฉายฉานก็พูดให้กำลังใจ เพราะใจความจริงนั้น กนกแข ตายเสียตั้งแต่ปภาคิน หรือคุณใหญ่ อพยพไปอยู่ที่จันทบุรีพร้อมกับพ่อและน้องสาวแล้ว ละครปิดฉากไปอย่างสวยงาม คุณวรา และคเชนทร์ ขอบคุณวิยาดา ที่ให้ใช้สถานที่ตลอดมา ขวัญบอกลาวิยาดาและธีรัช ธีรัชส่งสายตาบ่งบอกถึงความอาลัยอาวรณ์ต่อขวัญอุมา ในขณะที่เธอขับรถจากไป วิยาดาเตือนสติ ให้ธีรัช ทำสิ่งที่ตนเองตั้งใจ ก่อนที่จะสายไป
คุณวราและคเชนทร์ เชิญธีรัชกับขวัญอุมา มาที่ออฟฟิศ เพื่อติดต่อเล่นละครเรื่องใหม่ ขวัญไม่รู้ว่าต้องเล่นกับธีรัช จึงรับปากไปเสียก่อน แต่ธีรัชยังไม่ตกลงใจรับเล่น เพราะเขาเองยังไม่มั่นใจ ว่าจะสวมบทบาทของคนอื่นได้ดีเท่ากับปรานได้หรือไม่ ฉายฉานเองก็อยากเอาชนะใจของอรอุมา ด้วยความรักที่แท้จริง ไม่ได้ต้องการเพียงความรักแบบชั่วครั้งชั่วคราว เขาขอให้อรอุมาเปิดใจ ยอมรับความรักจากเขา และเรียนรู้ไปด้วยกัน
ธีรัชและขวัญอุมา ไปเยี่ยมยายป่านที่วัด และได้พบกันโดยบังเอิญ ธีรัชพยายามเข้าหาขวัญ แต่ขวัญปฎิเสธและเดินหนี เธอพยายามหนีหัวใจของตัวเอง และยังเจ็บแค้นที่ปราน ทอดทิ้งโฉมเฉลาอย่างน่าสงสาร ขวัญไม่อาจสลัดความคิดในอดีตได้ มีเพียงธีรัช ที่พยายามพูดให้เธอเข้าใจว่านี่คือปัจจุบันและความจริง ที่เขาคือธีรัช
เมื่อรอยอดีตได้ออกอากาศ ก็กลายเป็นละครที่โด่งดังไปทั่ว จนถึงงานประกาศรางวัล ธีรัชได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ สร้างความปลื้มใจให้กับวิยาดา คเชนทร์ และคุณวรามาก ส่วนขวัญอุมา จันทรารักษ์ ได้เข้าชิงนักแสดงนำฝ่ายหญิง พร้อม ๆ กับอรนภา ได้เข้าชิงจากละครเรื่องรักแล้วไม่แคล้วกัน อรนภาเป็นผู้ประกาศรางวัล และคนที่ได้รางวัลนักแสดงนำหญิงก็คือขวัญอุมา ทุกคนต่างปรบมือดีใจไปกับขวัญด้วย วิยาดา ตัดสินใจถอดแหวนแต่งงานมอบให้ธีรัช แล้วธีรัช ก็ขอขวัญแต่งงานบนเวทีประกาศรางวัลนั่นเอง ขวัญไม่อาจหนีหัวใจของตนเองได้อีกต่อไป ธีรัชบรรจงสวมแหวนให้กับเธอ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุขของทุกคน ความรักของปภาคิน และฉัตรชนกซึ่งมีรากฐานจากความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจ จนแปรเปลี่ยนเป็นความจริงใจ ความมั่นคง ความศรัทธาในความรัก บ่วงแห่งรักของทั้งคู่คือมนต์นฤมิตที่จะผูกพันรักนี้ให้ยั่งยืน ชั่วกัลปาวสาน ติดตามชมละคร บ่วงนฤมิต ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3 ละคร บ่วงนฤมิต เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มกราคม 2562

Ded Peek Nang Fah
เรื่องราวของ คะนึงนาง บุตรสาวของ ไพรัช และ รัศมี ซึ่งไพรัชผู้เป็นพ่อนั้น เป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวย แต่แล้วเหตุการณ์ก็พลิกผัน เมื่อไพรัชถูกเพื่อนหลอกให้เล่นหุ้น และโกงเงินไปจนหมดตัว ไพรัชต้องกลายเป็นบุคคลล้มละลายโดยพริบตา ชีวิตหรูหรา ทั้งกิน เที่ยว ช้อปปิ้งอย่างจุใจของคะนึงนางหมดสิ้นกันก็คราวนี้เอง
ได๋ น้องสาวของนาง ซึ่งเคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับพี่สาว ก็ต้องลาออกจากโรงเรียนอินเตอร์ ย้ายมาเรียน โรงเรียนใกล้บ้าน เพื่อลดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ เมื่อตกอยู่ในยามยาก ได๋กับนาง ก็เริ่มเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น เริ่มปรับตัวให้เข้ากับความเป็นอยู่ที่มี เพราะตอนนี้ ข้าวของในบ้าน ทั้งรถ กระเป๋า รองเท้า แบรนด์เนมทั้งหลายที่นางเคยเป็นเจ้าของ ก็กลับถูกรัศมี ผู้เป็นแม่ นำไปขายจนหมดสิ้น
นางยังไม่กล้าบอกความจริงให้กับเพื่อน ๆ ลูกไฮโซขาช้อปของเธอรู้ความจริง เพราะตนเองก็ยังทำใจไม่ได้ แต่ก็หาทางช่วยเหลือครอบครัว ด้วยการไปสมัครเป็นแอร์โฮสเตส หวังนำเงินมาจุนเจืออีกทาง นางสอบรอบแรกผ่าน ได้พบกับเพื่อน คือนักรบ และผักกาด เป็นเพื่อนที่รู้ใจที่นั่นเอง แต่ที่สำคัญ นางได้พบกับ ไวน์ หรือ วรินยุพา เพื่อนนักเรียนตั้งแต่สมัย มัธยมปลาย จนถึงระดับมหาวิทยาลัย เรียกว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ด้วยเพราะมัก ถูกตาต้องใจชายหนุ่มคนเดียวกัน ไวน์มีคู่หูคือชะเอม ซึ่งสอบผ่านการคัดเลือกรอบแรก มาเป็นแอร์โฮสเตสเช่นเดียวกัน
รัศมีเครียดจัด หาทางช่วยเหลือครอบครัว โดยหวังจะให้นางไปผูกสัมพันธ์กับ พิมาน ลูกชายคนเดียวของสร้อยศรี นักธุรกิจที่มีเงินทองมากมาย โดยที่รัศมีเองไม่รู้ว่า สร้อยศรีก็ตกที่นั่งลำบาก เพราะสามีของเธอก็เสียที ถูกหลอกเอาเงินไป จนอยู่ในขั้นการเงินวิกฤติเช่นเดียวกัน นางกับพิมาน ได้รู้จักกันในที่สุด นางไม่อยากทำตามวิธีของแม่ แต่เธอก็ไม่อยากขัดใจ แรก ๆ พิมานก็ไม่นึกชอบนางเท่าไหร่นัก แต่เมื่อพบกันหลายครั้งเข้า ทำให้เขาได้รู้ว่า นางเป็นผู้หญิงที่ดี และน่าสนใจ พิมานจึงเริ่มตามจีบนางอย่างจริงจัง
นางเบื่อชีวิตจอมปลอมที่ต้องปิดบังเรื่องราวต่าง ๆ เป็นที่สุด จนวันหนึ่งเขาได้พบกับดิน ชายหนุ่มที่มาช่วยเธอซ่อมรถให้ระหว่างที่รถเสีย แถมโชคร้าย ดินขับรถไปชนเข้ากับคนขายน้ำเต้าหู้ ทำให้เขาต้องไปช่วยขายน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ แล้วบังเอิญ นางผ่านไปพบเข้าพอดี นางจำดินได้ จึงไปช่วยดินขายน้ำเต้าหู้อย่างคล่องแคล่ว เพราะครั้งหนึ่ง แม่ของนางก็เคยเป็นแม่ค้ามาก่อน นางกับดินได้ไปกินข้าวแกงด้วยกัน ทั้งสองสนิทกันอย่างรวดเร็ว นางเล่าเรื่องราวเรื่องที่บ้านเธอล้มละลาย อย่างอัดอั้นตันใจให้กับดินฟัง โดยที่ไม่รู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว ดินไม่ใช่คนธรรมดา หรือเป็นพ่อค้าขายน้ำเต้าห้า แต่เขาคือ ปฐพี โคไพลอตหนุ่ม หรือนักบินผู้ช่วยของสายการบินที่นางกำลังจะไปเป็นแอร์โฮสเตสนั่นเอง
ไวน์ยังไม่วายตอแยเธอ หวังจะกลั่นแกล้งทุกวิถีทาง อีกทั้งเมื่อไวน์รู้ว่า พิมานกับนาง เริ่มคบหากัน ไวน์ก็ทำทีเป็นสาวแสนดี เข้าไปหาสร้อยศรี แม่ของพิมาน ถึงบ้าน บอกว่าครอบครัวของนางกำลังล้มละลาย ไม่อยากให้ครอบครัวของสร้อยศรีเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย นับแต่วันนั้น สร้อยศรีก็สั่งพิมานห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับนางอีก แต่ให้หันมาคบหากับไวน์แทน เพราะไวน์คือลูกเศรษฐีตัวจริง พิมานเสียใจมาก เพราะเริ่มชอบนางเข้าจริง ๆ จึงเอาเรื่องไปปรึกษากับปฐพีหรือดิน ว่าความรักกำลังมีอุปสรรค โดยที่ปฐพียังไม่รู้ว่า ผู้หญิงที่พิมานชอบนั้นก็คือนางนั่นเอง
ในการทดสอบรอบสุดท้ายของสายการบิน ไวน์ยังคงพูดจากถากถางเรื่องครอบครัวของนาง อีกทั้งเรื่องที่ถูกพิมานทิ้ง นางไม่อยากสนใจ ยิ่งทำให้ไวน์แค้นใจ ไวน์จึงท้าว่า หากใครได้ใจปฐพีไปก่อน คนนั้นจึงจะเป็นผู้ชนะ นางยิ่งฮึดสู้ แถมยังบอกอีกว่า คนแพ้ต้องกราบเท้าลายอมแพ้ และออกไปจากสายการบิน ทั้งนางและไวน์ตั้งตนเป็นศรัตรูหัวใจกันอย่างเต็มพิกัด โดยฝ่ายของไวน์นั้น เคยพบหน้า ถึงขนาดทำทีเข้าไปซบไหล่ โคไพลอตหนุ่มอย่างปฐพีมาแล้ว แต่ด้านของนางนั้น ยังไม่เคยเห็นหน้าปฐพีเลยสักครั้ง ตั้งแต่เข้ามาอบรมที่สายการบิน ทั้ง ๆ ที่จริงแล้ว ปฐพีกับดิน คือผู้ชายคนเดียวกันนั่นเอง
พิมานเสียใจที่นางไม่สนใจ กลับไปดื่มเหล้าที่ร้านจนเมามาย ไวน์ตามไปดื่มด้วย แล้วพาพิมานกลับไปที่คอนโด ถ่ายรูปตอนที่อยู่ด้วยกันอย่างใกล้ชิดไว้อีกด้วย รุ่งเช้าเมื่อพิมานตื่นมา ไวน์ก็บอกเล่าเรื่องราวที่เธอมโนขึ้นเอง ว่ามีความสัมพันธ์กับพิมาน พิมานแทบไม่เชื่อหู แต่ตนเองก็จำอะไรไม่ได้เพราะเมามาก ไวน์ส่งรูปไปให้นางดู เป็นหลักฐานว่าเธอได้พิมานมาครอง เมื่อ นาง, ผักกาด, นักรบ ได้เห็นภาพ ถึงกับอึ้ง ไม่คิดว่าไวน์จะกล้าทำได้ขนาดนี้ แต่สร้อยศรีกลับดีใจที่รู้ว่าพิมานหายไปกับไวน์มาตลอดคืน พิมานเครียด เล่าให้ปฐพีฟัง นึกเสียใจที่ทำผิดต่อนาง แต่ก็ต้องรับผิดชอบไวน์
นางกับดิน มีโอกาสได้พบกันอีก นางเล่าเรื่องที่ตนเองกับไวน์ มีปัญหากันเรื่องพิมาน เพราะอยากเอาชนะซึ่งกันและกัน ดินเตือนสติ ไม่อยากให้นางเอาชนะกันด้วยเรื่องแบบนี้ แต่ทิฐิมานะ ทำให้นางไม่ฟังดิน ทั้งคู่จึงผิดใจกัน ดินได้แต่คิดถึงนาง แต่ไม่กล้าโทรหา อัคนี หลานของปฐพี ได้แต่ปลอบใจเขา เพราะครั้งหนึ่งทั้ง ปฐพี หรือ ดิน นาง แล้วก็อัคนี ได้ไปเที่ยวสวนสนุกด้วยกัน อัคนีเองก็ชอบใจในความสดใส ใจดีของนางเช่นเดียวกัน
ทั้ง นาง, ผักกาด, นักรบ ไวน์, ชะเอม ต่างก็สอบผ่านได้เป็นแอร์สมใจ ไวน์กับชะเอม บินไปพร้อมกับสายฟ้า ซึ่งสายฟ้า ก็มีทีท่าว่าชอบไวน์ตั้งแต่แรกเห็น โดยที่ไม่ได้สนใจชะเอมเลย มีแต่ชะเอมที่รู้สึกว่าเธอคุ้นหน้าสายฟ้าอย่างบอกไม่ถูก
ด้าน นาง, นักรบ, ผักกาด ก็ได้พจน์ เป็นหัวหน้า คอยแนะนำเรื่องต่าง ๆ ระหว่างที่คอยต้อนรับผู้โดยสารบนเครื่อง นางได้ผ่านวิกฤตบนเครื่อง เมื่อเกิดความไม่เข้าใจกับผู้โดยสาร แต่ก็สามารถอธิบาย และสามารถผ่านเรื่องราวไปได้อย่างภาคภูมิใจ โดยมีพจน์เป็นคนให้คำแนะนำ นักรบ เกิดรักแรกพบต่อพจน์ตั้งแต่แรกเห็น แต่ทั้งนางและผักกาดต่างให้นักรบเก็บอารมณ์เอาไว้ให้ได้ เพราะยังไม่รู้ว่าความรู้สึกที่แท้จริงพจน์เป็นอย่างไร เพราะเขาดูใจดี สุภาพ และตั้งใจทำงานมาก ที่สำคัญ พจน์มีภรรยาแล้วชื่อปรียา ทำงานอยู่ที่สายการบินเช่นเดียวกัน
ปฐพีเฝ้าแต่คิดถึงนาง แต่ก็ไม่กล้าติดต่อไป ทำให้อัคนีเริ่มล้อเลียนว่าปฐพีจะตกหลุมรักนางเข้าอย่างเต็มเปา ด้าน วิเวียน ลูกสาวเจ้าของสายการบินที่ปฐพีทำงานอยู่ ที่ครั้งหนึ่งเคยคบหากับปฐพี แต่ด้วยความที่เธอชอบเจ้ากี้เจ้าการเรื่องส่วนตัวของปฐพีมากเกินไป ทำให้ปฐพีถอยห่างออกมา และคบกับเธอเป็นเพียงเพื่อน แต่วิเวียนก็ไม่เคยยอมแพ้ พยายามตามตื้อปฐพีตลอดมา เรื่องราวของนาง บนสายการบิน ทั้งที่มีสปิริต และดูแลผู้โดยสารอย่างดี ถูกอัปโหลดลงในโลกโซเชียล จนเป็นที่ชื่นชม ปริยาจึงตัดสินใจตอบตกลงให้นางไปออกทีวี เพื่อเป็นการโปรโมทสายการบิน โดยมี ไวน์ ชะเอม นักรบ และ ผักกาดไปร่วมรายการด้วย พจน์ก็ไปเป็นพี่เลี้ยง เฝ้าดูการสัมภาษณ์อย่างใกล้ชิด
ไวน์ได้ที ต้องการฉีกหน้านางต่อหน้าประชาชนทั้งประเทศ จึงแอบโทรหาพิธีกรของรายการบอกเรื่องที่บ้านของนางล้มละลาย และเรื่องที่ต้องการจับพิมาน ชายหนุ่มรูปหล่อ และฐานะดี หวังช่วยกอบกู้ฐานะของเธอ แต่นางกลับใช้วิกฤติให้เป็นโอกาส เธอตอบรับความจริงอย่างเข้มแข็ง และบอกว่า จะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือครอบครัว ยิ่งทำให้คะแนนความสงสารในตัวนางพุ่งกระฉูด ไวน์แค้นใจมาก วิเวียน ซึ่งดูรายการอยู่ทางทีวี เริ่มคิดหาทางใช้นางเป็นเครื่องมือโปรโมทสายการบินอีกด้วย
นาง, นักรบ, ผักกาด, ไวน์, ชะเอม, พจน์ บินไปทำงานที่ญี่ปุ่น ครั้งนี้เอง นางสนิทสนมกับปฐพีมากขึ้น เธอมีโอกาสได้ไปเที่ยวในที่ต่าง ๆ กับปฐพี นางต้องการเอาชนะไวน์ให้ได้ โดยส่วนลึกรู้สึกผิดต่อดินไม่น้อย นางได้ถ่ายโฆษณาโปรโมทสายการบินคู่กับปฐพี ด้วยความหึงหวง วิเวียน บินตามไปดูถึงญี่ปุ่น ด้านนักรบก็ตกหลุมรักพจน์เข้าอย่างจังจนปรียาจับได้ ปรียาต่อว่านักรบอย่างเสียหาย พจน์เองก็รู้สึกชอบนักรบไม่น้อย แต่ไม่กล้าแสดงออก ทำให้นักรบเสียใจ แต่สุดท้าย พจน์ก็ต้องยอมรับในจิตใจตนเอง เลือกที่จะอยู่กับนักรบ และเลิกรากับปรียาในที่สุด นักรบลาออกจากงานและมาใช้ชีวิตของตนเอง
การประกวดแอร์โฮสเตส เข้มข้นขึ้นทุกวัน นางกับไวน์ ยังเป็นตัวเต็งในครั้งนี้ แต่วิเวียน กลับตามด่าว่านางไม่เลิก แม้กระทั่งต่อหน้าสื่อมวลชนมากมาย สุดท้ายถูกพ่อตำหนิเรื่องความประพฤติ ที่ไม่สามารถเป็นผู้นำได้ เพราะเธอตามเข้าไปตบนางหลังเวทีประกวด เหตุที่แย่งปฐพีไปจากตน วิเวียนต้องตัดใจ ลาออกจากตำแหน่ง กลับไปอยู่กับแม่ที่ต่างประเทศ และยอมรับกับปฐพีว่าไม่อาจที่จะคว้าหัวใจเขาไว้ได้ นางอับอาย เสียใจ โทรศัพท์ไปปรึกษาดิน แล้วเธอก็เดินไปเห็นปฐพี รับโทรศัพท์ของเธออยู่ ทำให้นางรู้ว่า ปฐพีกับดินคือคนเดียวกัน นางช็อก อึ้งไป เสียใจมากที่ถูกหลอก เธอเองยอมรับว่ารักดิน แต่ก็เสียใจที่ปฐพีปิดบังความจริง นางหนีหายไป ปฐพีไม่สามารถติดต่อเธอได้อีกเลย
ไวน์เองก็เสียใจไปกับนาง ซ้ำร้าย ตอนนี้เธอก็ท้องก็พิมานแล้วด้วย นักรบ, ผักกาด, ชะเอม ต่างก็สงสารนางเช่นเดียวกัน พอดีกับที่ ไคริ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น เดินทางมาเมืองไทย และได้ติดต่อเพื่อมาหานาง เขาเชิญให้เธอไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ เครื่องสำอางที่ญี่ปุ่น นางตัดสินใจเดินทางไปทันที ทั้ง ผักกาด, ชะเอม, นักรบ ต่างก็รู้สึกใจหายที่นางต้องจากไปกะทันหัน
รัศมี, ไพรัช, ได๋ ตกลงใจย้ายครอบครัวไปทำไร่ที่ เพชรบูรณ์ ส่วนชีพ นักดนตรีที่ปฐพีเคยเจอที่เชียงใหม่ ก็มาซื้อไร่ติดอยู่กับที่ของรัศมีเช่นเดียวกัน ปฐพีตามไปหานางที่เพชรบูรณ์ ทำให้เขาเจอทั้งครอบครัวนาง และชีพ เฟื่องฟ้าและอัคนีตามปฐพีไปที่เพชรบูรณ์ ทำให้เฟื่องฟ้าได้พบกับชีพ ความลับจึงเปิดเผยต่อปฐพีในที่สุด ว่าชีพคือพ่อของปฐพี ชีพกับเฟื่องฟ้าปรับความเข้าใจกันได้ ทำให้ปฐพีมีความสุขมาก
ปฐพีรู้ว่านางไปญี่ปุ่น จึงรีบตามไปง้อ แต่พบนางอยู่กับไคริ เขาเสียใจมาก นางเองก็ไม่ยอมพูดดีด้วย สองครอบครัวของนางและปฐพี วางแผนช่วยเหลือให้ปฐพีและนางได้คืนดีกัน รัศมีจึงบอกกับนางว่าไพรัชป่วยให้รีบกลับมา ส่วนไวน์ก็บอกว่าเธอจะแต่งงาน ให้นางรีบกลับมางานแต่งเช่นเดียวกัน นางร้องไห้เสียใจ คิดว่าไวน์จะแต่งงานกับปฐพี เธอจำใจกลับมางานแต่ง แต่กลับต้องแปลกใจ เมื่อเห็นว่าเจ้าบ่าวของไวน์คือพิมาน อีกทั้งตอนที่เธอไปหาพ่อแม่ที่เพชรบูรณ์ กลับเจอปฐพีรออยู่ นางไม่อาจใจแข็งได้อีกต่อไป เพราะเธอยอมรับว่าหัวใจนั้นให้ดินหรือปฐพีไปแล้ว ทั้งสองได้กลับมารักกันในที่สุด ติดตามชมความสนุกเข้มข้นของละคร เด็ดปีกนางฟ้า ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร เด็ดปีกนางฟ้า เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 2561

Jao Ban Jao Ruean
แพรขาว หญิงสาวที่มีลูกติดคือชมพู ต้องออกมาจากคฤหาสน์ของคุณนายแถบทิพย์ เมื่อพัสกร สามีของเธอ คว้าดิว สาวนั่งดริงก์ ในคาราโอเกะมาทำเมีย และหอบหิ้วลูกน้อยมาอีกหนึ่งคน อ้างว่าเป็นลูกของพัสกร แพรขาวจึงไปเช่าบ้านของยายเกสร มี ป้าสมพร และนลินอยู่ด้วย ถึงแม้เขมิกา พี่สาวของพัสกร จะยื่นข้อเสนอให้แพรขาวเอาชมพูไปอยู่ที่คอนโด แล้วจะเป็นคนส่งเสียให้ชมพูเรียนหนังสือ แต่แพรขาวก็ไม่ยอม พัสกรจะเอาลูกกลับมาอยู่กับตนให้ได้ ถึงขนาดตามไปอาละวาดกับแพรขาวยื้อแย่งตัวชมพู ทั้งที่โรงเรียน และที่บ้าน แต่ก็ไม่สำเร็จ เขมิกาให้สาโรจน์ ทนายความประจำบริษัท ไปช่วยแพรขาวไว้ เพราะสาโรจน์ให้เหตุผลว่าแพรขาวมีสิทธิ์ในตัวชมพูมากกว่าใคร
หรือแม้กระทั่งวันที่พัสกรมาอาละวาดที่บ้าน ไรวินท์ วิญญาณเจ้าบ้านเจ้าเรือนที่แพรขาวอาศัยอยู่ ก็ออกมาช่วยแพรขาวปกป้องชมพูอีกแรง จนพัสกรต้องล่าถอยกลับไป ไรวินท์อยู่คอยเป็นเพื่อนเล่นกับชมพูอยู่เสมอ ในยามที่แพรขาวไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว จวบจนกระทั่ง ลลิต นักธุรกิจหนุ่ม มาซื้อที่ฝั่งตรงข้ามบ้านเช่าของแพรขาวเพื่อทำสปา ลลิตเห็นความงามในตัวแพรขาว ลงทุนมาหาแพรขาวถึงบ้านเพื่อชวนไปทำงานที่สปาในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ไรวินท์ท้วงติง ด้วยความเป็นห่วง ไม่อยากให้แพรขาวไปทำงานกับลลิตแต่แพรขาวไม่ฟัง เพราะเธอกำลังขัดสนเรื่องเงิน ลลิตสะกดจิตแพรขาวตั้งแต่วันแรกที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับแพรขาว โชคดีที่ไรวินท์ให้ชมพูนำกุหลาบขาวของไรวินท์ติดตัวไป เลยทำให้แพรขาวรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
นลินเห็นแพรขาวยืนพูดอยู่คนเดียว จึงเริ่มสงสัย เลยถามแพรขาวว่าคุยอยู่กับใคร แพรขาวจึงบอกกับนลิน ยายเกสร และป้าสมพร ว่าคุยกับไรวินท์ ทุกคนฟังแล้วอึ้ง จนขนหัวแทบลุก สุดท้ายยายเกสร จึงเล่าความจริงให้ฟัง ว่าไรวินท์ ไม่ใช้ผู้ชายธรรมดา แต่เป็นเจ้าบ้านเจ้าเรือนอยู่ที่บ้านหลังนี้ หลังจากที่ในสมัยยังสาว ยายเกสร ได้ซื้อเรือนไม้เก่า ๆ ในราคาถูก มาปลูกที่บ้านหลังนี้ แล้วไรวินท์ ก็เป็นวิญญาณ มาช่วยดูแล ปกป้อง คนในครอบครัวไว้หลายครั้ง พร้อมทั้งมาเข้าฝัน ให้ยายเกสร สร้างเรือนให้อยู่ แยกออกไปจากเรือนใหญ่ ซึ่งก็คือศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือนจนถึงปัจจุบัน
เมื่อได้ฟังเรื่องราวทุกอย่าง แพรขาวถึงกับอึ้งไป นึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ชมพู ตกลงไปในน้ำตั้งแต่วันแรกที่มาถึง และไรวินท์ช่วยชีวิตชมพูเอาไว้ หรือแม้แต่เหตุการณ์ที่พัสกรมาอาละวาดที่บ้าน จนไรวินท์ช่วยไว้ได้อีก หลังจากนั้น ไรวินท์ ก็เริ่มเล่าเรื่องอดีตให้กับแพรขาวฟัง ว่าทำไมวิญญาณเขาถึงติดอยู่ที่นี่ เริ่มตั้งแต่ แรม (พ่อของไรวินท์) ซึ่งเป็นนักเรียนกฎหมาย ไปสอนหนังสือพิเศษให้กับเล็ก น้องชายของวารี (แม่ของไรวินท์) วารีตกหลุมรักแรม ตั้งแต่นั้นมา จนแรมเรียนจบกฎหมาย ได้เป็นทนายความที่สำนักกฎหมาย จวบจนคุณย่าของวารีเสียชีวิต ซึ่งวารีดูแลจนถึงวาระสุดท้าย จึงได้มรดกมากมายจากย่า จนสามารถตั้งตัวได้ ทำให้หญิงใหญ่กับวีณา น้องสาวของวารีไม่พอใจ สุดท้ายทั้งหญิงใหญ่และวีณาก็ออกเรือนไปหมด แล้ววารีก็ได้แต่งงานกับแรมในที่สุด จนมีลูกด้วยกันคือ ไรวินท์ แล้ววีณาก็เลิกกับสามีมาอยู่ที่บ้านของวารี แรมกับวีณามีความสัมพันธ์กันลับ ๆ แล้วแรมก็ยอมรับความจริงกับวารีในที่สุด วารีเจ็บปวดแต่ก็จำทน จนแรมถูกย้ายไปทำงานที่กำแพงเพชร วีณาก็ตามไปอยู่ด้วย นาน ๆ ที แรมกลับมาหาวารีสักครั้ง แต่วารีก็ยังรักแรมเช่นเดิม ความสัมพันธ์ของไรวินท์กับพ่อจึงห่างเหิน มีเพียงคุณหญิงจีบ ผู้เป็นยาย และน้าเล็ก คอยดูแลเอาใจใส่ไรวินท์เสียยิ่งกว่าไข่ในหิน
คุณหญิงจีบยกทรัพย์สมบัติทุกอย่างให้กับวารี รวมทั้งในส่วนของวีณาด้วย เพราะผิดที่วีณา แย่งสามีของวารีไป ต่อมาไรวินท์เริ่มโตเป็นหนุ่ม เล็กก็เสียชีวิตลง เขายกสมบัติทั้งหมดให้กับไรวินท์เพียงผู้เดียว รวมทั้งเรือนใหญ่ด้วย แรมยังคงใช้ชีวิตอยู่กับวีณาที่กำแพงเพชร แต่หน้าที่การงานไม่ได้เจริญก้าวหน้าเท่าที่ควร เพราะวีณายังทำตัวเป็นคุณนาย ดูถูกคนจน ไม่สามารถเข้ากับเพื่อนร่วมงานหรือชาวบ้านได้สักคน สุดท้ายวีณาทนความเงียบเหงาอยู่ต่างจังหวัดไม่ไหว จึงให้แรมย้ายเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ แต่ทำเรื่องยื่นไปเท่าไรก็ไม่เป็นผล สุดท้ายแรมจึงลาออกจากราชการ กลับมาทำงานที่สำนักงานทนายความที่กรุงเทพฯ แทน
แรมกลับมาที่บ้าน วารีดีใจมาก แต่ไรวินท์กลับมีท่าทีห่างเหิน เพราะเสียใจที่พ่อทิ้งแม่ไป แรมขอกลับมาอยู่เรือนใหญ่พร้อมกับวีณา แต่ไรวินท์ไม่ยอม เพราะตอนนี้เขาถือสิทธิ์ขาดในเรือนใหญ่ที่เล็กยกให้ แรมโกรธตรงเข้าทำร้ายไรวินท์ วารีเข้าช่วยจึงได้รับบาดเจ็บ ไรวินท์โกรธพ่อ สงสารแม่จับใจ ยื่นคำขาดให้พ่อกลับมาอยู่ได้เพียงคนเดียว ไม่นับญาติกับวีณาอีก แรมกลับไปด้วยความแค้น เงินทองที่ได้จากการทำงานก็ต้องไปเช่าบ้าน จ่ายค่าเลี้ยงดู ค่าแต่งตัวให้กับวีณา จนสุดท้ายวีณาทนไม่ไหวไปมีสามีใหม่ ทิ้งให้แรมอยู่ลำพัง เจ้าของสำนักงานทนายความก็เสียชีวิตลง แรมเลยกลายเป็นคนตกงานตอนใกล้เกษียณ ติดเหล้า ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างน่าเวทนา
ไรวินท์ขายเรือนหลังใหญ่ที่เล็กยกให้ แล้วตนเองกลับมาอยู่เรือนเล็กกับแม่ ไรวินท์เรียนจบรัฐศาสตร์ และเข้ารับราชการที่กระทรวงมหาดไทย ท่านเจ้าคุณที่ซื้อเรือนไปย้ายเข้ามาอยู่ เขามีลูกสาวสามคน สองคนแรกออกเรือนไปเหลือเพียงสีนวลลูกสาวคนสุดท้อง วารีแม่ของไรวินทร์ อยากให้ไรวินท์แต่งงานกับสีนวล ผู้หญิงที่พร้อมทุกอย่าง ไรวินท์ตามใจแม่เพราะไม่อยากให้เสียใจ ตกลงใจแต่งงานกับสีนวลในที่สุด ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รัก ป้าของวารีเล่าให้ฟังว่า วีณากลายเป็นง่อย ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ น่าเวทนายิ่งนัก ไรวินท์แอบไปหาพ่อเห็นสภาพพ่อก็ทนไม่ได้ แอบส่งเสียหาที่พักให้ใหม่ สร้างความสุขใจให้กับแรมมาก แรมเตือนสติไรวินท์ว่าแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักอาจทำให้มีปัญหาเกิดขึ้นตามมา
ไรวินท์ยังคงเล่าถึงอดีตต่อไปเรื่องที่เขามีความสัมพันธ์กับผู้หญิงถึง 3 คนด้วยกันก่อนที่จะมาแต่งงานกับสีนวล เริ่มตั้งแต่บัวน้อย สาววัยรุ่นร้านขายข้าวแกงที่ตกหลุมรักไรวินท์ จนเขาพาไปเช่าบ้านอยู่ด้วยกันลับ ๆ และไรวินท์ยังให้บัวน้อยดูแลพ่อของตนเองด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างแรม และไรวินท์ จึงเริ่มดีขึ้น ส่วน รำไพ น้องสาวของสนอง เพื่อนรักของไรวินท์ ที่มีปัญหากับพี่สะใภ้ จนต้องหอบน้องชายอีกสองคนระเหเร่ร่อนออกมาจากบ้าน ไรวินท์จึงช่วยเหลือ และอยู่กินกับรำไพด้วยอีกคน และคนสุดท้าย สุดสวาท ลูกสาวของหลวงพิทักษ์ ข้าราชการผู้ใหญ่ในกรมปลัดมหาดไทย คนนี้ถึงแม้ไรวินท์จะไม่ได้รักนัก แต่ด้วยความมีหน้ามีตาทางสังคม และไรวินท์เกรงจะมีผลกระทบเรื่องหน้าที่การงาน เขาจึงคบหากับสุดสวาทด้วยอีกคน แพรขาวไม่ชอบใจที่ไรวินท์ทำตัวเจ้าชู้ จึงต่อว่าเขาอยู่หลายครั้ง
ไรวินท์ได้พบกับมาลาตี และหลงใหลเธอมาก จนไม่ได้มาดูแลบัวน้อย สุดท้าย บัวน้อย จึงแต่งงานไปกับคนอื่น ทิ้งให้แรม อยู่บ้านเช่าเพียงลำพัง ไรวินท์ส่งตัวแรมไปโรงพยาบาล โดยให้รำไพมาเฝ้าไข้แทน วารีมาเยี่ยมไข้แรมจึงได้พบกับรำไพรู้ว่ารำไพเป็นเมียน้อยของไรวินท์ วารีพูดให้รำไพคิด ว่าอย่าทำผิดต่อลูกเมียของไรวินท์ที่ตอนนี้สีนวลกำลังตั้งท้องได้ 5 เดือนแล้ว สีนวลเองก็เสียใจจนบอกไม่ถูก วารีพูดอโหสิกรรมให้กับแรมในทุกสิ่งที่ผ่านมา แล้วแรมก็เสียชีวิตในวันรุ่งขึ้น รำไพตัดใจจากไรวินท์ในที่สุด เขียนจดหมายลาให้ไรวินท์แล้วจากไปเริ่มต้นชีวิตใหม่
เขมิกาสงสัยว่าลูกของดิวจะไม่ใช่ของพัสกรจึงหาวิธีจะตรวจดีเอ็นเอเด็ก ดิวรีบเอาลูกหนีไปอยู่กับสามีทำให้พัสกรว้าวุ่นใจมาก แต่ดิวทนความลำบากไม่ไหวเพราะไม่มีเงินทองใช้เลยกลับมาติดต่อพัสกร พอดีลูกป่วยเลยต้องให้พัสกรพาไปโรงพยาบาล แถบทิพย์ เขมินี สาโรจน์ ดีใจมาก เพราะจะได้พิสูจน์ดีเอ็นเอของเด็กไปด้วย ผลพิสูจน์ปรากฏว่าลูกของดิวไม่ได้เกิดกับพัสกร แถบทิพย์เสียใจมาก ดิวก็รีบพาลูกหนีไปกลัวความผิด ส่วนลลิตก็ไปติดต่องานต่างประเทศให้มาตา ดูแลกิจการสปาแทน พนักงานสาว ๆ ถูกไล่ออก แพรขาวเริ่มหนักใจ พอดีสาโรจน์ยื่นข้อเสนอเรื่องงานใหม่ เงินเดือนงาม ทำเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ให้กับแพรขาว เธอจึงตัดสินใจออกจากลลิตสปา
สีนวลเจ็บท้อง วารีว้าวุ่นใจ ไม่มีรถพาไปโรงพยาบาล จึงให้เด็กรับใช้ ไปตามหมอตำแยแถวบ้านมาช่วยทำคลอดให้ สีนวลคลอดลูกสาว ปลอดภัยดีทั้งแม่ และลูก ไรวินท์เริ่มรักลูกสาวมากขึ้น ถึงแม้จะไม่ไยดีกับสีนวลนักก็ตาม สีนวลแอบร้องไห้เสียใจอยู่บ่อย ๆ แล้วคดีความเรื่องพินัยกรรมก็ตัดสิน สุดสวาทเป็นฝ่ายชนะเพราะหลักฐานยืนยันว่าพินัยกรรมของมาลาตีเป็นตัวปลอม สุดสวาทได้ทรัพย์สินทั้งหมดไป มาลาตีบีบน้ำตากับไรวินท์จนเขาใจอ่อน แล้วทั้งสองก็มีความสัมพันธ์กัน สีนวลสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนไปของไรวินท์ เริ่มระแวง เคียดแค้นไรวินท์มากขึ้นทุกวัน ที่ไม่ไยดีตน
ลลิตพยายามจะปลุกปล้ำแพรขาว แต่ต๊อกช่วยเอาไว้จนถูกยิงตาย พอดีมาตาเข้ามาแพรขาวเลยหนีกลับบ้านไป ไรวินท์เป็นห่วงแพรขาวมาก นลินพาแพรขาวไปแจ้งความ ลลิตกับมาตาตามไปที่โรงพักหาว่าแพรขาวเข้าไปขโมยของ สาโรจน์มาช่วยแพรขาวอีกแรง ด้วยความอ่อนล้าหมดแรงทำให้แพรขาวหมดสติไป สาโรจน์นำตัวแพรขาวส่งโรงพยาบาล รุ่งขึ้นเมื่อแพรขาวอาการดีขึ้นจึงไปรับชมพูพร้อมกับสาโรจน์ พบพัสกรที่จับตัวดิวขังไว้ เขมินีพยายามจะช่วยดิวออกมาแต่พัสกรมีปืน แพรขาวตกใจจนแทบเป็นลมโชคดีที่สาโรจน์ช่วยไว้ แล้วปืนในมือพัสกรก็ตกลงพื้น ดิวหยิบขึ้นได้ยิงเข้าใส่พัสกรเข้ากลางอกพัสกรเสียชีวิตในที่สุด แถบทิพย์เสียใจจนแทบไม่ได้สติ สาโรจน์กับแพรขาวต้องเป็นธุระจัดการเรื่องานศพให้ ในขณะที่เขมินีต้องอยู่เป็นเพื่อนแถบทิพย์ วิญญาณของพัสกรอาละวาดจนคนในบ้านอยู่กันแทบไม่ได้ต้องไปอยู่ที่คอนโดเขมินี ด้วยกันทั้งหมดรวมถึงแพรขาวกับชมพูด้วย แพรขาวไม่ได้กลับไปที่บ้านเช่านานนับเดือนทำให้ไรวินท์เหงาหงอยมาก
ไรวินท์ดีใจมากเมื่อแพรขาวกลับมาที่บ้านเช่าอีกครั้ง เขาเล่าเรื่องราวในอดีตให้แพรขาวได้ฟังว่า สีนวลยังคงดูแลวารีและเลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง ไรวินท์ไม่ได้มาสนใจไยดีเธอ จนก้าวเข้าสู่ยุคสงคราม ไรวินท์ให้วารี สีนวล และลูกไปอยู่ที่อยุธยา ส่วนตนเองไปเช่าบ้านที่เมืองนนท์อยู่กับมาลาตี สีนวลเสียใจมากที่จะไม่ได้เห็นหน้าไรวินท์อีก จนกระทั่งลูกของสีนวลเริ่มโต วารีก็ต้องมาตายด้วยโรคท้องร่วงที่กำลังระบาด ไรวินท์กลับไปงานศพแม่ แล้วรุ่งขึ้นลูกสาวก็มาตกน้ำตายอีก สีนวลเสียใจแทบคลั่ง ไรวินท์ยังไม่มีที่ท่าไยดีกับสีนวลเช่นเดิม สีนวลขอติดเรือไรวินท์กลับไปที่เมืองนนท์ จึงได้พบกับมาลาตี รู้ความจริงว่าไรวินท์มีมาลาตีอยู่ตลอดเวลา สีนวล กลับไปอยู่ที่ตึกใหญ่ ไรวินท์ขอแยกทางกับสีนวลยกทั้งตึกใหญ่และเรือนเล็กที่ไรวินท์ เคยอยู่มาตั้งแต่เด็กให้กับสีนวล สีนวลบอกจะรักษาสมบัติทุกชิ้นเก็บไว้ให้ไรวินท์ รอวันที่เขากลับมา ดังคำสั่งเสียของวารีที่บอกไม่ให้สีนวลทอดทิ้งไรวินท์
มาลาตีเสียใจไม่น้อยที่ไรวินท์ ไม่ได้เอาสมบัติติดตัวออกมาจากบ้านเลย ซ้ำร้ายไรวินท์ยังจับได้อีกว่า มาลาตีปลอมลายมือของพ่อเรื่องพินัยกรรมเรื่องการยกสมบัติให้ ไรวินท์เสียใจมากที่ถูกหลอกมาตลอด ในงานศพของประสมแม่ของสุดสวาทไรวินท์ก็ไปด้วย สุดสวาทไล่ให้ไรวินท์ออกจากงานไปอย่างไม่ไยดี โทษที่เข้าข้างคนผิดอย่างมาลาตีและใช้ชีวิตอยู่กันอย่างผัวเมียออกนอกหน้า ทั้ง ๆ ที่ไรวินท์ก็มีครอบครัวแล้วทำให้ไรวินท์อายมาก ซ้ำร้ายมาลาตียังปลอมลายมือว่าเป็นไรวินท์เขียนจดหมายไปขอเงินกับสีนวลตลอด เวลา จนสีนวลต้องขายข้าวของในบ้านเอาเงินให้คนของมาลาตีไปโดยไม่รู้ว่าโดนหลอก สุดท้ายไรวินท์จึงจับได้ว่ามาลาตีปลอมพินัยกรรมของคุณพ่อจริง ๆ แต่ด้วยความหลงใหล ทำให้ไรวินท์อภัยให้มาลาตีทุกอย่าง
ป้าใหญ่ไปเยี่ยมสีนวลที่กำลังเจ็บหนัก จึงเขียนจดหมายให้ไรวินท์ไปเยี่ยม แต่พอดีเขาติดราชการ มาลาตีจึงไม่ยอมให้ไปเยี่ยม ศรีนวลรอคอยการกลับมาของไรวินท์ ด้วยการใช้มีดกรีดที่ข้างเสาเรือนนับวันรอเขาทุกคืน จนสุดท้ายเธอก็ตรอมใจตาย เพ้อหาไรวินท์จนนาทีสุดท้ายของชีวิต สีนวลยกบ้านให้ไรวินท์ โดยฝากกุญแจไว้กับป้าใหญ่ ไรวินท์กลับไปที่บ้านหลังนั้น เขาไม่เห็นทรัพย์สินใด ๆ หลงเหลือ มีเพียงจดหมายขอเงินที่ลงชื่อว่าเป็นของเขา ซึ่งแท้ที่จริงเป็นลายมือของมาลาตีนั่นเอง ไรวินท์เศร้าและเสียใจเป็นที่สุด รู้สึกถึงความผิดและความโง่เขลาของตัวเอง ที่หลงรักมาลาตีจนไม่ลืมหูลืมตาและไม่ได้มาดูใจสีนวลเลยจนนาทีสุดท้าย
ไรวินท์แค้นใจมาลาตีเป็นที่สุด กลับไปดูหีบใส่ของ จึงพบแหวนของแม่ไรวินท์อยู่กับมาลาตี เขาจึงยิ่งมั่นใจว่ามาลาตีจะต้องไปเอาสมบัติจากสีนวลมาอย่างแน่นอน มาลาตีสุดจะแก้ตัวเพราะไรวินท์ถือจดหมายลายมือของเธอมายืนยัน ไรวินท์ให้มาลาตีสารภาพผิดมาทั้งหมด และขอเลิกกับมาลาตีในที่สุด มาลาตียังไม่หยุดแค่นั้น ยังปลอมลายมือไรวินท์ไปกู้หนี้ยืมสินจนเจ้าหนี้มาเอาผิดกับไรวินท์ เขากลัวจะเสียประวัติการทำงานจึงต้องลาออกนำเงินมาใช้หนี้โดยที่เขาไม่ได้ ก่อ ไรวินท์กลับมาอยู่ที่บ้านของสีนวล ส่วนมาลาตีก็มีสามีใหม่ถูกปอกลอกจนหมดเนื้อหมดตัว และผูกคอตายในที่สุด
ไรวินท์ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างน่าเวทนา มีเพียงเงินที่เขาเอาบ้านไปจำนองไว้กับป้าใหญ่ไว้เลี้ยงดูตนเองอดมื้อกิน มื้อ มีเพียงป้าใหญ่ที่คอยส่งข้าวส่งน้ำมาให้แถมยังป่วยกระเสาะกระแสะอีก ไรวินท์เห็นวิญญาณของลูกและสีนวลมาหาเขา สีนวลบอกจะรอคอยวันที่จะได้มาอยู่ด้วยกันกับไรวินท์ไม่ว่าจะนานเพียงใด ด้วยความตกใจไรวินท์จึงวิ่งหนีตกบันไดลงมาเสียชีวิตอยู่ที่เรือนนั้นเอง แพรขาวได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างจากไรวินท์แล้วก็รู้สึกเศร้าใจไปด้วย ไรวินท์ยอมรับว่าเขาเสียใจที่ทำผิดต่อสีนวล แต่ยังไงเสียเขาก็ไม่ได้รักสีนวลและไม่มีวันรักวิญญาณของสีนวล สีนวลที่อยู่บนชั้น 2 ของ เรือนหลังเล็กยายเกสรได้แต่เจ็บใจและบอกจะไม่มีวันปรากฏวิญญาณให้ไรวินท์ เห็นเพราะกลัวไรวินท์จะหนีเธอไปอีก สีนวลขอเฝ้ามองไรวินท์อย่างนี้ตลอดไป
ลลิตหาทางแก้แค้นแพรขาวจึงไปที่บ้านแพรขาวพร้อมกับมาตา มาตาเป็นคนเอาน้ำมันไปราดบริเวณบ้าน แต่เห็นวิญญาณของสีนวลยืนอยู่จึงตกใจวิ่งหนีไปก่อน ส่วนลลิตไปที่ห้องของแพรขาวไรวินท์จึงรีบมาปลุกแพรขาวให้หนีไปที่เรือนยาย เกสรจึงรอดไปได้หวุดหวิด ลลิตเจอเข้ากับวิญญาณของต๊อก ต๊อกสิงร่างลลิต มาตาจึงเห็นลลิตเป็นต๊อกใช้ไม้พายตีจนลลิตตาย ส่วนตัวเองหนีจนพลาดตกตึกตายตามไปอีกคน วิญญาณของพัสกรยังคงอาละวาดจะเอาแม่ไปอยู่ด้วย จนแถบทิพย์ประสาทเสียแทบไม่ได้นอน แพรขาวต้องนำตัวชมพูและตนเองไปนอนเป็นเพื่อนแถบทิพย์ที่คอนโดเขมินีอยู่บ่อย ครั้ง สุดท้ายยายเกสรก็เสียชีวิต ป้าสมพรตัดสินใจขายที่และรื้อบ้านทิ้ง วิญญาณของต๊อกมาบอกกับแพรขาวว่า วิญญาณของสีนวลอยู่ที่ชั้น 2 ของเรือนหลังเล็กอีกหลังในบ้านของยายเกสร แพรขาวจึงไปหาสีนวลเพื่อเกลี้ยกล่อมให้สีนวลปล่อยไรวินท์ไป เพื่อไรวินท์จะได้ไปเกิดไม่ต้องทนทุกข์อยู่อย่างโดดเดี่ยว สีนวลยิ่งโกรธเมื่อเห็นว่าแพรขาวมีใจผูกพันกับไรวินท์ จึงให้วิญญาณร้ายมาทำร้ายแพรขาว ไรวินท์คุกเข่าขอร้องไม่ให้สีนวลทำร้ายแพรขาว สุดท้ายไรวินท์ ยอมสละวิญญาณตนเองไปเป็นวิญญาณร้ายแทนเพื่อช่วยชีวิตแพรขาว ความตั้งใจดียอมเสียสละจิตวิญญาณเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นทำให้วิญญาณของไร วินท์หลุดพ้นจากบ้านแห่งนี้ สีนวลจึงกลายเป็นวิญญาณที่โดดเดี่ยวไม่ได้มองเห็นไรวินท์อีกต่อไป
วิญญาณของไรวินท์ ตามมาขอบคุณที่แพรขาวทำให้เธอหลุดพ้นจากทุกสิ่ง ซ้ำยังเกลี้ยกล่อมให้พัสกรปล่อยวางแล้วไปสู่ภพภูมิที่ดี ไม่ต้องวนเวียนอยู่กับอดีตอีก พัสกรจึงจากไปอย่างสงบ บ้านไม้ของยายเกสรถูกรื้อ วิญญาณของสีนวลไม่มีที่อยู่ แพรขาวให้สาโรจน์เป็นธุระ นำไม้ไปสร้างศาลาถวายวัดเป็นศาลาคู่ชื่อว่าศาลาไรวินท์และศาลาสีนวล วิญญาณของไรวินท์พาสีนวลมาอยู่ที่ศาลา ทั้งสองต่างอโหสิให้กันไม่มีกรรมใดผูกพันกันอีก ไรวินท์มาพบแพรขาวในฝันเพื่อบอกลาและให้แพรขาวลืมเรื่องราวที่เขาและแพรขาวได้พบกัน เพื่อที่จะได้หมดความผูกพันและได้แต่งงานกับสาโรจน์ ผู้ชายที่รักมั่นในตัวแพรขาว ตราบใดที่ไม่มีใครพูดถึงไรวินท์แพรขาวจะไม่สามารถจดจำเรื่องราวระหว่างเขาและแพรขาวได้อีก วิญญาณของสีนวลก็มาขอบคุณแพรขาวเช่นกันที่ทำให้เธอมีที่อยู่ ไม่ต้องเป็นวิญญาณเร่ร่อน
แพรขาวลืมเรื่องราวระหว่างเธอและไรวินท์อย่างหมดสิ้น เธอแต่งงานกับสาโรจน์ในเวลาต่อมา ชมพูไปเรียนต่อเมืองนอกจนเป็นสาวและแต่งงานมีครอบครัว พร้อมกับลูกแฝด สาโรจน์เสียชีวิตในเวลาต่อมาชมพูจึงพาครอบครัวกลับมาอยู่เมืองไทย เธอซื้อเพลงมาฝากแพรขาว ซึ่งเป็นเสียงเปียโนที่ไรวินท์เคยเล่นให้ฟัง ชมพูบอกคิดถึงคุณลุงไรวินท์ทำให้อดีตที่แพรขาวเคยลืมเลือนกลับมาอย่าง สมบูรณ์ เธอร้องไห้คิดถึงไรวินท์ คืนนั้นแพรขาวเสียชีวิตและได้พบกับไรวินท์อีกครั้ง ทั้งสองต่างมีความรู้สึกที่ดีให้แก่กัน ได้พบและอยู่ด้วยกันในที่สุด ติดตามชมละคร เจ้าบ้านเจ้าเรือน ได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.50 น. ทางช่อง 3

Malee Rerng Rabam
เสียงเพลงดังมาจากห้องน้ำหลังบ้านไม้ในหมู่บ้านชนบท ห้องน้ำคือเวที ฝักบัวคือไมโครโฟน กระจกอยู่ตรงหน้า หนูมาลี (มีชื่อจริงพ่อตั้งให้ว่า ด.ญ.มาลีเริงร่า อากาศดี) เด็กสาวหน้าตาผิวพรรณสวยราวกับภาพวาด อยู่ในห้องน้ำวันละหลายชั่วโมง เพียงเพื่อร้องเพลงและเต้นรำเลียนแบบศิลปินดังที่อยู่ในทีวี
หนูมาลี เป็นสาวเหนือจากหมู่บ้านเล็ก ๆ หนูมาลีเติบโตมาด้วยน้ำมือปู่คนเก่งชอบช่วยเหลือแต่เป็นอัลไซเมอร์ชื่อ ปู่เชื้อ และย่าหูตึงใจดีแต่มักทำผิดเพราะฟังไม่ได้ยินชื่อ ย่าหงส์ มาลีเติบโตอย่างไม่มีพ่อแม่จึงใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับทีวีและวิทยุแทบทั้งวันหนูมาลีมีความฝันว่าตนจะได้มีโอกาสเข้าร่วมประกวดร้องเพลงแล้วชนะเลิศ โด่งดังเป็นดาวในเมืองหลวงกับรายการทีวีสักรายการหนึ่งนั่นคือฝันที่หนึ่ง ฝันที่สองของหนูมาลีคือการได้พบพ่อบังเกิดเกล้า เรืองยศ หรือ พ่อเรือง ที่เข้าไปทำงานในกรุงเทพฯ ทุก ๆ เดือนหนูมาลีจะไปที่ไปรษณีย์เพื่อรับเงินที่พ่อเรืองส่งมาให้ ภาพจำสุดท้ายของหนูมาลี คือเมื่อตอนสามขวบ พ่อเรืองในชุดทหารเกณฑ์ เอาข้าวของมากมายมาเยี่ยมปู่ย่า และเข้ามากอดหนูมาลีอย่างรักใคร่ หลังจากนั้นพ่อก็ได้แต่ส่งเงินและจดหมายมา ทุก ๆ วันสงกรานต์ ปู่ ย่า และหนูมาลี จะไปรอที่ปากทางหมู่บ้านแต่พ่อเรืองก็ไม่มา ปู่บอกว่า พ่อเป็นทหารที่เก่งมาก ป่านนี้คงเป็นเจ้าคนนายคน จึงส่งเงินและจดหมายที่มีแต่ความห่วงใยกลับมาบ้านได้สม่ำเสมอ ปู่และย่าภูมิใจในตัวพ่อเรืองมาก
สำหรับหนูมาลี พ่อเรืองคือดวงใจ คือจุดหมาย คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องมีแม่ ! ปู่เคยเล่าให้ฟังว่า พ่อเรืองกับแม่เป็นเพื่อนนักเรียนกัน ทั้งสองแอบได้เสียกันตอนงานลอยกระทง แม่ของหนูมาลีเกิดท้อง ด้วยความที่แม่ของหนูมาลีใฝ่แสงสีในเมืองหลวง หลังจากคลอดลูกก็ทิ้งลูกไว้แล้วหนีเข้ากรุงเทพฯ พ่อเรืองคนนี้เองที่ไปตระเวนหาลูก ถึงกับต้องขโมยเด็กขึ้นรถสองแถวหนีจากสังคมสงเคราะห์ เรืองยศพาหนูมาลีกลับบ้านมาให้พ่อกับแม่เลี้ยง แล้วดิ้นรนไปหางานทำในเมืองหลวงเพื่อส่งเสียให้หนูมาลีได้เรียนสูง ๆ ให้พ่อกับแม่ได้มีเงินรักษาตัวยามเจ็บไข้ พ่อเรืองพูดคุยกับหนูมาลีทางจดหมายปีละครั้ง แต่หนูมาลีส่งจดหมายถึงพ่อเสมอทุกเดือน สิ่งเดียวที่หนูมาลีไม่เข้าใจคือ ทำยังไงพ่อเรืองก็ไม่ยอมให้หนูมาลีออกจากหมู่บ้านไปหาพ่อที่กรุงเทพฯ ทุกครั้งที่หนูมาลีส่งจดหมายก็ได้แต่ส่งเข้าตู้ไปรษณีย์เลขที่ 14 ไปรษณีย์รัชดา โดยไม่บ่งบอกที่อยู่ใด ๆ
เมื่อหนูมาลีเรียนจบม.6 หนูมาลีตัดสินใจแน่วแน่ จะเข้ากรุงเทพฯ ไปหาพ่อ หนูมาลีตั้งใจจะไปประกวดร้องเพลงในรายการโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงดังที่สุดในประเทศด้านการหาซูเปอร์สตาร์ สุดท้ายจึงตัดสินใจเดินทางมาที่กรุงเทพฯ หนูมาลีจะไปดักรอพ่อที่หน้าไปรษณีย์ ยังไงเสียพ่อต้องมาไขตู้เอาจดหมายที่ตนส่งมาทุกเดือน
ผ่านการเดินทางที่น่าเวียนหัว เข้ากรุงเทพฯ ครั้งแรก เมืองฟ้าอมรตรงหน้าเนืองแน่น ซับซ้อนจนยากที่จะเข้าใจ ทันทีที่ลงจากบขส. หนูมาลีกอดกระเป๋าแน่น พอดีพบเข้ากับอธิ นายตำรวจที่กำลังดักจับ คนส่งยาเสพติด อธิเข้าใจผิด คิดว่ามาลีเป็นคนร้าย จึงไล่จับ มาลีวิ่งหนี จนทองทา เพื่อนของอธิต้องช่วยจับตัวไว้ มาลีต่อสู้ ใช้สนับมือฟันไปที่หน้าอกของทองทาจนเป็นรอยแผลเป็น สุดท้ายทองทา อธิ และมาลีจึงไปสถานีตำรวจด้วยกัน จึงรู้ว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด อธิต้องไปจับคนร้ายต่อ ทิ้งให้ทองทาอยู่กับมาลี มาลีไปเฝ้ารอพ่อที่ไปรษณีย์ แต่ด้วยความเป็นห่วง เพราะมืดค่ำ ทำให้ทองทาต้องพามาลีไปพักที่บ้านชั่วคราว แล้วจึงช่วยหนูมาลี ตามหาพ่อต่อไป
ท่าทางที่เรียบร้อยสะอาดอ้านของทองทา หยิบจับทำอะไรก็ดูดีงดงามไปหมด ทำให้หนูมาลีอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองเป็นพวกรักร่วมเพศ หนูมาลียังพบใบสมัครร้องเพลง ในกระเป๋าของทองทา หนูมาลีรู้สึกสนิทสนมกับทองทาทันที หนูมาลีถามว่าทองทาจะสมัครการแสดงอะไร ทองทาบอกว่าเขาเป็นแดนเซอร์ เขารักการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ หนูมาลีปักใจเชื่อว่า ทองทาเป็นเกย์ เป็นนักล่าฝันจากบ้านนอกเหมือนกันกับตน เพราะทองทาพูดภาษาไทยบางคำแปลก ๆ และมีทีท่าเป๋อ ๆ เปิ่น ๆ เหมือนกันกับตนในเมืองหลวงแห่งนี้
หนูมาลีหารู้ไม่ ทองทาไม่ได้เป็นสาวประเภทสอง เขาเป็นชายหนุ่มปรกติ ที่ชอบดูแลตัวเอง รักศิลปะ เขารักการเต้นทุกชนิดเป็นชีวิตจิตใจ ในวัยเด็กพ่อกับแม่ของเขาแยกทางกัน แม่ที่เป็นนักบัลเล่ต์หนีไปอยู่ต่างประเทศ เขาจึงทิ้งประเทศไทยไปอยู่กับแม่ และเรียนเต้นจนจบปริญญาเอก ทองทามีอาชีพเป็นผู้ออกแบบท่าเต้นและการแสดงโชว์ มีผลงานมากมายในต่างประเทศ ก่อนจะเดินทางมาที่ประเทศไทยเมื่อไม่กี่วันนี้ ทองทาจึงเป็นผู้ชายทั้งแท่งที่มาจากประเทศนอกไม่ใช่เกย์บ้านนอกอย่างที่หนูมาลีเข้าใจทองทารู้สึกประทับใจในความใสซื่อ จริงใจและใบหน้าที่สวยงามของหนูมาลี เขารู้สึกขำกับอาการตีความเอาเองของหนูมาลีหลาย ๆ อย่าง ก็เลยเออออห่อหมกไปกับหนูมาลี อยู่ช่วยเหลือหนูมาลีไปเรื่อย ๆ อย่างน้อยก็ได้นอนเคียงข้างสาวสวยช่างฝันที่พูดคุยสนุกทุกคืนเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะสนิทสนมกับหนูมาลีอย่างรวดเร็ว ทองทาก้มมองที่หน้าอกด้านซ้ายที่มีหัวใจอยู่ตรงนั้น รอยแผลจากสนับมือทำท่าจะกลายเป็นแผลเป็น เหมือนความประทับใจในตัวสาวน้อยที่ดูจะเพิ่มมากขึ้น ไม่มีทีท่าจะลดน้อยลง !
มาลีไปรอพ่อที่ไปรษณีย์ทุกวัน จนได้พบกับชงโค ที่มาเอาจดหมายไป เธอสะกดรอยตามไป และได้พบกับการะเกด การะเกดให้มาลี ตามไปดูเจ้าของจดหมายที่กำลังจะขึ้นโชว์บนเวที ดวงตาสองข้างของหนูมาลีจับจ้องอยู่บนเวทีการแสดง ไฟแสงสีปรากฎ หนูมาลีใจเต้น พ่อเรืองที่ตนรอคอยกำลังจะปรากฎตัวขึ้นตรงหน้า และแล้วชายหนุ่มผิวขาวใบหน้าสวยเฉี่ยวก็ปรากฎขึ้น รอยยิ้มฉาบเครื่องสำอางค์ บนร่างสูงสง่า ปรากฏตัวขึ้นราวกับราชินีแห่งคีตศิลป์ เสียงอันทรงพลังราวกับนักร้องมืออาชีพแทรกมากับดนตรีกระหึ่มบนเวที !
หนูมาลีก้มลงมองรูปถ่ายสีของพ่อเรืองในมือที่สั่นเทาของตน ชายหัวเกรียนในชุดทหารเกณฑ์สีเขียวอุ้มกอดหนูมาลีในวัยสามขวบอย่างรักใคร่ นี่คือวันสุดท้ายที่ได้พบหน้าพ่อเรืองเมื่อ 15 ปีก่อน พ่อเรืองของหนูมาลีไม่ใช่ทหาร ! แต่เป็นกระเทยแต่งหญิง เขาไม่ได้เป็นนายพันหรือนายพลอย่างที่ปู่บอก ไม่ใช่แม้แต่เฮียเจ้าของร้านคาราโอเกะ แต่คือ โรส เจ้าของร้านคาราโอเกะที่สวยและร้องเพลงเพราะมาก นี่เองคือคำตอบ ทำไมพ่อจึงไม่มาหาปู่ย่าและแม้แต่ลูกสาวของตัวเอง เพราะพ่อมีชีวิตอีกด้านที่น่าอับอายและไม่อยากให้ใครรู้ โดยเฉพาะคนในครอบครัว !ไม่เพียงแต่หนูมาลีที่ตกใจ โรสเองก็จำหนูมาลีได้ทันที ทั้งสองไม่ใช่พ่อลูกที่โผเข้าหากันกอดกัน ทั้งสองนิ่งอึ้งมองหน้ากัน ไม่มีคำพูดใด ๆ ! ทั้งสองไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกอย่างไรในเวลาเช่นนี้ ความผิดหวังในตัวผู้เป็นพ่อ ทำให้มาลีไม่สามารถเรียกเรืองยศ หรือโรสว่าพ่อได้ สุดท้าย โรสจึงให้มาลีเรียกตนเองว่าพี่โรส
หนูมาลีต้องอยู่กรุงเทพฯ ต่อไป ทั้งเรื่องเรียนต่อ และเรื่องการเข้าประกวดร้องเพลง เธอกลายเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านของโรส โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า ทั้งสองคนเป็นพ่อลูกกัน มาลีแสดงทีท่าไม่ชอบบอย คนรักของโรสตั้งแต่แรก แต่บอยก็ไม่ถือสาอะไร มาลีพบว่า เมื่อถอดเครื่องประกอบทั้งหมดออกแล้ว โรสก็เป็นเพียงผู้ชายรูปร่างหน้าตาดี มีท่าทางกระตุ้งกระติ้งมากกว่าปรกติ โรสเป็นคนปากจัด ขี้โวย เอาจริงเอาจัง ดุดัน ตรงไปตรงมา นับแต่วันนั้น หนูมาลีทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านของพี่โรส วัน ๆ หนูมาลีพูดกับพี่โรสไม่กี่คำ พี่โรสเองไม่ได้พูดถึงปู่ย่า ไม่ได้พูดถึงข้อความในจดหมายที่เขียนหากันมาตลอด15 ปี พี่โรสและหนูมาลียังคงไว้ซึ่งการเป็นนายจ้างและลูกจ้างเหมือนคนอื่นแต่มีบางสิ่งที่ไม่เหมือน สิ่งนั้นคือสายตาอันห่วงใย ที่โรสจะทอดมองมาที่หนูมาลีครั้งละนาน ๆ ความผิดปรกติอีกอย่างหนึ่งก็คือ พี่โรสนั้นจะปากไวปากจัด บ่นด่าจิกกัดทุกคนได้ตลอดวลา 24 ชั่วโมง แต่สำหรับเด็กเสริฟที่ชื่อหนูมาลีแล้ว โรสไม่เคยดุด่าสักคำ
มาลีสมัครเข้าประกวดร้องเพลงพร้อมกับ ชงโค การะเกด ซึ่งเจ้าของสถานีโทรทัศน์คือเมืองแมน พ่อของทองทา ซึ่งเมืองแมนเป็นคนเจ้าชู้ เห็นแก่ผลประโยชน์และธุรกิจเป็นใหญ่ และภรรยาคนล่าสุดของเขาก็คือ โยทะกา แม่ของมาลีนั่นเอง ที่สถานี มาลีได้พบกับทองทาอีกครั้ง และเธอก็รู้ในที่สุด ว่าทองทาเป็นลูกของเมืองแมน คู่ต่อสู้คนสำคัญของมาลีก็คือ เบลล่า ลูกสาวต่างมารดาอีกคนของเมืองแมน เบลล่าสนิทสนมกับทองทา เธอเข้าประกวดเวทีนี้เช่นเดียวกัน ถึงแม้โยทะกาจะทักท้วงในตอนแรก แต่เพื่อกระแสข่าวและเรทติ้งทางสถานี เมืองแมนจึงให้เบลล่าเข้าประกวดในที่สุด โดยมีบุณฑริก ผู้เป็นยาย เป็นแรงสนับสนุนสำคัญของเบลล่า
เมืองแมนเป็นคนเจ้าชู้ เขาได้แม่ของทองทา ช้องนาง เป็นภรรยาคนแรก ช้องนางที่กำลังมีอนาคตในวงการบัลเล่ต์ ยอมทิ้งฝันนักบัลเลต์ระดับโลกเพราะท้องกับเมืองแมน แต่แล้วช้องนางก็ต้องเสียใจเมื่อพบว่าเมืองแมนไม่หยุดอยู่ที่ตนเอง เมืองแมนแอบไปมีเมียน้อย เป็นสาวไฮโซจากตระกูลเก่าแก่ชื่อ บัวบุษบง ช้องนางจึงหย่าและหนีไปต่างประเทศ แต่บัวบุษบงก็อยู่กับเมืองแมนได้ไม่นาน เมืองแมนแอบไปคบกับนางงามระดับประเทศคนดังชื่อ โยทะกา เมื่อบัวบุษบงรู้เข้า บัวบุษบงก็กินยาตายทิ้งลูกสาวชื่อ บุษบาบัณ หรือ เบลล่า เอาไว้ให้แม่ของตนเลี้ยง เมืองแมนแต่งงานกับโยทะกา จากสาวเหนือบ้านนอกมาเป็นนางงาม จากนางงามมาเป็นภรรยามหาเศรษฐี จากภรรยามหาเศรษฐี โยทะกากลายเป็นผู้บริหารรายการทีวีหญิงที่มีความสามารถ มีชื่อเสียง มีหน้ามีตาอยู่ในสังคม เป็นที่รู้จักของคนทั่ว ๆ ไป
การแข่งขันเต็มไปด้วยความเข้มข้น ทั้งมาลี การะเกด ชงโค เบลล่า ทิมมี่ โกมินทร์ ภูมิ ซึ่งทางเบลล่านั้นมีครูสอนทั้งร้อง ทั้งเต้นให้อย่างครบครัน ส่วนมาลีนั้นไม่มีใคร จึงขอร้องให้ทองทามาเป็นครูสอนเต้นให้ ทองทาจึงใกล้ชิดกับมาลีมากขึ้น ส่วนอธิก็เริ่มสนิทสนมกับการะเกด และชอบการะเกดมาขึ้นทุกวัน โรสไม่ค่อยเห็นด้วยนักที่มาลีเข้าประกวด เพราะอยากให้มาลีเรียนหนังสือมากกว่า แต่เมื่อได้พบกับทองทา เห็นว่าเขาเป็นคนหนุ่มที่เก่ง และนิสัยดี จึงฝากให้ทองทา ดูแลมาลีอีกแรง
มาลีเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อย ๆ ที่เวทีนี้เอง เธอได้พบกับนักร้องชายในฝัน ซีโร่ อดีตผู้ชนะเลิศจากการประกวดปีที่แล้ว ซีโร่รู้ว่ามาลีหลงรักตนเอง จึงพยายามหว่านเสน่ห์ พูดจาหวานใส่มาลีตลอดเพื่อสร้างกระแส ทองทารู้ดีว่าซีโร่ไม่มีความจริงใจต่อมาลี แต่ไม่อยากพูดให้มาลีเสียใจ ส่วนเบลล่าเองก็ไม่พอใจมากที่ทองทาสนิทสนมกับมาลี จึงหาทางกลั่นแกล้งมาลีตลอดเวลา
กิจการที่ร้านของโรสไม่ค่อยดีนัก แล้วชงโค ก็ตกรอบจากการประกวด เจ๊ซูซี่ เพื่อนของโรส ที่ชอบหาเด็กสาว ๆ ไปให้กับ เสี่ยวานิช จึงติดต่อชงโคไปถ่ายภาพโป๊ และสุดท้ายก็ไปมีความสัมพันธ์กับวานิชในที่สุด กลายเป็นผู้หญิงกลางคืนเต็มตัว ซูซี่ยังไม่หยุดแค่นั้น ยังหลอกให้การะเกดไปหาวานิช จนถูกข่มขืน ทั้งทองทา และอธิตามไปช่วยไม่ทัน การะเกดเหมือนตกนรกเพราะทำใจไม่ได้ สุดท้ายเธอก็ลาออกจากการแข่งขันในที่สุด เหลือมาลีเพียงลำพัง กิจการที้ร้านของโรสก็ต้องถูกปิดลงชั่วคราว เพราะเจ้าหนี้ตามมาทวงหนี้ อาละวาดจนแขกในร้านหนีกันไปหมด บอย ก็พยายามช่วยโรสทุกวิถีทาง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก สุดท้าย มาลีเริ่มยอมรับในตัวของบอยมากขึ้นโรส แคที่ บอย มาลี จึงกลับไปต่างจังหวัด เพื่อเยี่ยม ปู่เชื้อ กับย่าหงส์ ความลับเรื่องที่โรสเป็นกะเทย ถูกเปิดเผยในที่สุด แต่มาลีก็ยืนยันว่า ไม่ว่าโรสจะเป็นยังไง ก็ยังเป็นพ่อของเธอในที่สุด
ทองทา รักและเป็นห่วงมาลีเพิ่มขึ้นทุกวัน ตัดสินใจ ร้องเพลงสารภาพรักมาลีบนเวทีเปิดตัวศิลปินหน้าใหม่ของบริษัท เมืองแมนดีใจมากที่จะได้ทองทา มาเป็นศิลปิน เรียกเงินและเรทติ้งอีกคน ส่วนบรมและแซนดี้ ก็หมายมั่นปั้นมือ จะปั้นทองทาให้โด่งดังให้ได้ มาลีไม่ยอมพบหน้าทองทา จนทองทาต้องตามไปหาที่ต่างจังหวัด โรสเชียร์ทองทาจนออกนอกหน้า แต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้พูดคุยกัน ซีโร่ก็ตามมาก่อกวน พูดจาไม่ดีใส่โรสไปหลายคำ แต่สุดท้ายเมื่อรู้ว่าโรสเป็นพ่อของมาลี ก็ถึงกับอึ้งไป
การะเกดกลับไปเยี่ยมแม่ที่ต่างจังหวัด เศร้าใจกับชีวิต อธิคอยตามไปปลอบใจไม่ห่าง แต่ยังไง การะเกดก็ไม่ยอมกลับไปร้องเพลงอีก และด้วยความสงสารที่โรสไม่มีทางออก แคที่ จึงยอมออกทุนให้ก้อนใหญ่ เพื่อให้โรสกลับไปเปิดร้านอีกครั้ง ทุกคนจึงกลับไปที่กรุงเทพฯ ป้าบุญมา สมศรี ก็กลับมาทำครัวเช่นเดิม แต่คราวนี้โรส เปลี่ยนคอนเซปต์ร้าน ให้แขกที่มา ได้ขึ้นโชว์ กลายเป็นซุปตาร์กันถ้วนหน้า ทำให้ร้านเริ่มโด่งดัง ลูกค้าจองคิวขึ้นโชว์กันแบบข้ามเดือน มาลีกลับเข้าไปร้องเพลงประกวดอีกครั้งด้วยเพลงที่บอกถึงความคิดถึงที่มีต่อทองทา ซึ่งทองทาเอง ก็เข้าห้องอัดเสียงร้องเพลงด้วยความคิดถึงมาลีเช่นเดียวกัน สุดท้ายคืนนั้นเอง ทองทากับมาลีก็ปรับความเข้าใจกันในที่สุด ทั้งคู่บอกรักกัน และยืนยัน และก้าวไปสู่ฝัน ด้วยการร้องเพลงของทั้งคู่
ในขณะที่เส้นทางการร้องเพลงของมาลีกำลังไปได้ดี โรสกลับมีอาการป่วยมากขึ้น ด้วยการเป็นมะเร็งที่ลำไส้ สุดท้ายเขาตัดสินใจ บอกกับโยทะกาว่า มาลีคือลูกสาวของตนเอง ที่เกิดกับโยทะกา โยทะกาดีใจมาก แต่เมื่อมาลีรู้ความจริง กลับรับไม่ได้ที่โยทะกาทอดทิ้งตนไป ขอมีโรสเป็นพ่อเพียงคนเดียว ซ้ำร้ายเมืองแมนยังคงไม่เลิกนิสัยเจ้าชู้ เอาแต่ได้ เขาไปมีความสัมพันธ์กับเลขาจ๋า เลขาของโยทะกา จนโยทะการู้เรื่องในที่สุด โยทะกาเครียดจัด กินยานอนหลับไปเกินขนาดจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทองทาต้องไปดูแล แต่หนูมาลียังไม่ยอมไปเยี่ยม เพราะยังทำใจไม่ได้
เบลล่า เอาจุดอ่อนที่มาลีเรียกโรสว่าพี่ ปลุกกระแสนักข่าวให้เกลียดชังมาลี ที่ไม่ยอมเรียกโรสว่าพ่อ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่มาลีขึ้นเวทีร้องเพลงที่ร้านของโรส และเรียกโรสว่าพ่ออย่างเต็มปาก เต็มคำ โรสดีใจมาก ข่าวของมาลีและโรสแพร่กระจายไป อีกทั้งยังเรื่องที่โรสป่วยเป็นมะเร็ง ยิ่งทำให้ประชาชนเห็นใจเธอมากขึ้น จนคะแนนโหวตขึ้นแซงหน้าเบลล่าไปอีก
การะเกดกลับมาร้องเพลงอีกครั้งที่ร้านของโรส แต่อดีต ยังคงทำให้เธอหวาดกลัว ซึ่งอธิก็หาทางจับวานิช เอาผิดให้ได้ แต่เขาก็รอดไปทุกครั้ง สุดท้าย การะเกดจึงยอมเป็นพยานคดีถูกวานิชข่มขืน จนวานิชถูกจับในที่สุด ทั้งการะเกดและอธิ รักและเข้าใจกัน ส่วนชงคง ก็กลับมาอยู่ที่ร้าน เลิกอาชีพค้าบริการ โดยได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากโรส และทุกคน
กระแสข่าวของซีโร่เริ่มแผ่วเบาไป เขาจึงคิดหาวิธีสร้างข่าวกับหนูมาลี ด้วยการเข้าไปในห้องแต่งตัว เพื่อถ่ายรูปกับมาลี แสดงว่าสนิทสนมกัน ซีโร่คิดจะลวนลามมาลี โชคดีที่โรสเข้ามาช่วยทัน มาลีแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ซีโร่คิดร้ายต่อตนเอง ทำให้ซีโร่หมดอนาคตไปในทันที เมืองแมนมีโอกาสได้เจอมาลีเข้าอย่างจัง จึงเกิดหลงไหล อยากได้มาลีมาเป็นของตนเอง และไม่เหลียวแลเลขาจ๋าอีก โดยที่เมืองแมนไม่รู้ว่า มาลีคบอยู่กับทองทา เมื่อเบลล่ารู้เรื่องจึงแกล้งส่งข้อความทางโทรศัพท์ไปหาเมืองแมน อ้างว่าเป็นหนูมาลี ซึ่งมีใจให้กับเมืองแมน ทำให้เมืองแมนเข้าใจผิดคิดว่าหนูมาลีมีใจให้ อาการป่วยของโรสทรุดหนัก จนทุกคนรู้กันหมด ทั้งโยทะกา มาลี โรส ชงโค การะเกด อธิ สมศรี บุญมา ที่เสียใจที่สุดก็คือบอย เขาร้องไห้ กอดโรส อ้อนวอนให้โรสไปรักษาตัว เพื่ออยู่เป็นกำลังใจให้กับทุกคน สุดท้ายโยทะกาจึงยื่นมือเข้ามาช่วย พาโรสไปรักษาตัว
การประกวดร้องเพลงรอบสุดท้ายมาถึง คะแนนของเบล สู้มาลีไม่ได้ เธอจึงคิดหาทางกำจัดมาลี ด้วยการให้คนร้ายจับตัวมาลี ไปที่คอนโดเมืองแมน เมืองแมนปลุกปล้ำมาลี ดีที่โยทะกามาช่วยไว้ทัน เธอใช้ปืนยิงที่ขาของเมืองแมน เพื่อช่วยมาลี ลูกสาวคนเดียวของเธอ ทองทาตามมาอีกคน ต่อสู้กับคนร้าย ที่ลักพาตัวมาลีมา แล้วมอบตัวให้กับอธิ ทองทาพามาลีขึ้นเวทีร้องเพลงทันเวลา แต่เบลล่าก็ใช้กลโกงจนชนะการประกวด มาลีภูมิใจมากที่ได้ร้องเพลง มันคือนาทีที่ยิ่งใหญ่ ที่เธอได้มอบให้กับผู้ชม พร้อมทั้งครอบครัวที่สมบูรณ์อย่างโรส และโยทะกา
โรสยิ้มปลื้มที่เห็นหนูมาลีได้ทำให้ฝันเป็นจริง อาการของโรสทรุดหนัก แต่เขากลับดีใจที่ร้านอาหารของเขาขายดิบขายดี จนสามารถปลดหนี้สินได้ โรสทำพินัยกรรมมอบส่วนแบ่งให้กับทุกคน และให้มาลีดูแลกิจการต่อ ฝากฝังให้โยทะกาดูแลมาลีแทนตนต่อไป อธิขอการะเกดแต่งงาน ส่วนทองทาก็ขอมาลีแต่งงาน เพียงรอให้มาลีเรียนจบก่อนเท่านั้น ทั้งคู่ก็จะแต่งงานกัน โรสหมดลมในอ้อมกอดของหนูมาลี ทุกคนเศร้าใจ เมืองแมนไม่สามารถกลับมาเดินได้เหมือนเดิม ซ้ำยังถูกปลดจากการเป็นผู้บริหารสถานี โยทะกาสู้คดี เรื่องที่ยิงเมืองแมน ว่าเป็นการปกป้องลูกสาวตนเอง ทองทาได้ขึ้นเป็นผู้บริหารสถานีแทน โดยมีโยทะกา บรม แซนดี้ เป็นผู้ช่วย ส่วนซีโร่ก็สำนึกผิด กลับมาขอโทษมาลี และทองทาก็ให้โอกาสซีโร่ได้กลับมาทำงานเรื่องการร้องเพลงอีกครั้ง บุณฑริก ยังคงเพ้อเจ้อเรื่องทรัพย์สมบัติ ส่วนเบล ก็ถูกดำเนิคดีเรื่องจ้างวาน คนมาทำร้ายมาลี เบลเริ่มมีอาการเพ้อ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ด้วยความที่ทะเยอทะยาน ชอบแก่งแย่งชิงดี จนไม่สามารถควบคุมสติตนเองได้
มาลีกลายเป็นนักร้องที่โด่งดัง มีงานไม่ได้หยุด ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้ที่ชนะเลิศในการประกวด อีกทั้งความรักที่มีกับทองทาก็ผลิบานขึ้นทุกวัน ถึงวันนี้มาลีจะไม่มีโรสเคียงข้าง แต่เธอก็มีโยทะกาคอยดูแล พร้อมทั้งเสียงเพลงที่อยู่กับเธอไปตลอดกาล ติดตามชม ละครมาลีเริงระบำ ได้ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครมาลีเริงระบำ เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม 2557

Por Kai Jaae
อาทิตย์ บวรกิจบรรหาร ทายาทหนุ่มรูปหล่อขั้นเทพ ลูกชายคนเดียวของคุณนายลิ้นจี่ เศรษฐินีแม่หม้าย เจ้าของกิจการโรงงานยาแผนโบราณ และยาโด่ไม่รู้ล้ม อาทิตย์เป็นนักธุรกิจเพลย์บอย ชอบขี่มอเตอร์ไซค์ มีคู่ควงเป็นดาราคนดังสาวสวยระยะสั้น ๆ บ่อยครั้ง แต่ทำตัวกะล่อน ไม่ประกาศตัวเป็นแฟนกับใครทั้งนั้น ล่าสุดก็มีอายูมิ ดาราสาวเซ็กซี่ และน้องแพรวา แอร์โฮสเตสสาวสวยสายการบินดัง ที่เป็นถึงลูกสาวนายพล มาติดพันอยู่
กลุ่มหนุ่มเพื่อนอีก 4 คนของอาทิตย์ ก็ประกาศเจตนารมณ์เดียวกัน คือจะใช้ความเป็นผู้ชายให้คุ้มที่สุดและจะไม่หยุด ถ้าไม่หมดน้ำยา มี เอนก เจ้าของกระเป๋าแบรนด์ดัง (ฉายา ท่านอาจารย์ใหญ่) ทำตัวเป็นขาใหญ่หัวหน้าก๊วน ที่อวดตัวว่าเป็นเซียนแห่งการสับหลีก มีกิ๊กกี่คนไม่เคยถูกจับได้ โทนี่ วิศวกรโรงงาน (ฉายา นักรักออนไลน์) ที่มีความสุขกับการปิ๊งสาวในเน็ต ชอบเล่นเว็บแคม และหลอกเด็ก ๆ ใส ๆ มาส่งเสียเลี้ยงดูคนแล้วคนเล่า โมกข์ อดีตนายแบบรูปหล่อ (ฉายา สมภารกร่าง-ชอบไก่วัด) ที่ยอมตัวแต่งงานกับปะการัง เมียอายุมากกว่าหลายปี ที่รวยระดับชาติ เจ้าของกิจการโรงแรมชั้นหนึ่งแต่พอเมียเผลอ โมกข์ก็จีบสาว ๆ ลูกน้องเมียตัวเองไม่เลี้ยง และ แท่น โปรดิวเซอร์เพลงหนุ่มโสดช่างฝัน ขี้โม้ (ฉายา ป๋าล่าฝัน) ที่หวังฟันบรรดาศิลปินสาว ๆ เกิร์ลแก๊งที่ตนปั้นเอง แต่ก็พลาดมาตลอด
ปณิธานของอาทิตย์คงจะบรรลุสมความมุ่งหวัง หากชีวิตนี้เขาไม่ไปพบหญิงสาวที่ไม่เหมือนใครเข้าในวันหนึ่ง เธอคือ มัทนี หักฤทธิ์ศึกสงบ ลูกสาวคนสุดท้อง หัวแก้วหัวแหวนของท่านหาญ หักฤทธิ์ศึกสงบ ที่ธรรมมะธรรมโม สงบสำรวม และคุณนายจำเนียร สตรีนักต่อสู้เพื่อความอบอุ่นเป็นสุขในครอบครัวชื่อดัง ที่มีบทบาทในสังคมว่าเป็นคุณป้ามหาภัย มีปากเป็นอาวุธในการวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมชู้สาวของดาราคนดัง คุณนายจะเชิด ๆ เริด ๆ มากว่าครอบครัวของตนเองนั้นแสนที่จะเพอร์เฟคท์ สามีอยู่ในโอวาท ลูก ๆ อยู่ในกรอบและได้มีครอบครัว แต่งงานกันไปอย่างมีความสุขทุกคน เว้นมัทนี ลูกหลงน้องนุชสุดท้อง เด็กช่างคิด ที่ประกาศตัวว่าเกลียดผู้ชาย ชาตินี้จะไม่แต่งงาน และทำงานเป็นผู้ประสานงานในมูลนิธิคุณภาพชีวิตสตรี อย่างเอาจริงเอาจัง
มัทนีสนิทกับเอกชเยศร์ บก.นิตยสารหัวรุนแรง ชอบด่าคนรวยและพวกไฮโซ และแสดงออกว่าเป็นผู้ชายที่บูชาเพศหญิงและต่อสู้เพื่อความยุติธรรมระหว่างเพศมามาก เขาจึงเป็นศัตรูตัวยงกับกลุ่มพ่อไก่แจ้ มีโอกาสเมื่อไหร่เขาเป็นต้องด่า ต้องแฉพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ตลอด ๆ เอกชเยศร์แสดงตัวเปิดเผยว่าเขารักมัทนีฉันแฟน และหวังจะให้เธอรับรักอย่างเป็นทางการสักวัน
อาทิตย์พบมัทนีครั้งแรกด้วยปัญหาของโทนี่ ที่ดันไปนัดเด็กสาวในเว็บแคม แล้วเด็กคนนั้นอายุแค่ 16 จึงโดนตำรวจจับ โทนี่อาละวาดว่าเขาถูกเด็กหลอกว่าอายุ 23 อาทิตย์ไปช่วยประกันเพื่อน มัทนีเป็นตัวแทนมูลนิธิที่พ่อแม่มาแจ้งให้ไปช่วยดูแลเด็ก เธอยุให้พ่อแม่เด็กเอาความให้ถึงที่สุด เพื่อเล่นงานพวกผู้ชายเลว ๆ แบบนี้ให้ติดคุกให้ได้ อาทิตย์ตกตะลึงในความงามของมัทนีจนเสียอาการ แต่ไม่ลืมภารกิจปกป้องเพื่อน และช่วยเหลือได้ในที่สุด
ขากลับ มัทนีแกล้งขับรถลุยน้ำ ทำน้ำกระเด็นใส่อาทิตย์ทั้งตัว และสะใจที่ความหล่อของเขาต้องเปรอะเปื้อน หาญบอกกับจำเนียรว่าจะไปหาความสงบที่วัด จะได้นั่งกัมมัฏฐาน หลีกหนีไปจากความวุ่นวายของโลกีย์ แล้วก็เก็บของใส่กระเป๋าเล็ก ๆ นุ่งขาวห่มขาวออกจากบ้านไป ทำให้คุณนายจำเนียรตื้นตันในความดีของผัวอย่างยิ่ง แต่ความจริงท่านหาญแอบไปจอดรถ หลบเปลี่ยนเป็นชุดโก๋แก่แบบเจ็บ ๆเพื่อพรางตัว แล้วไปเที่ยวโคโยตี้อย่างสำราญใจ บังเอิญในสถานที่นั้น อเนกกับอาทิตย์ โมกข์และแท่น ก็ไปเที่ยวกิน ดื่มคุย ระบายอารมณ์กัน แต่แล้ว นรี อาจารย์สาวมหาวิทยาลัยแฟนสาวขี้หึงของอเนกโผล่มา เพื่อจับอเนกให้ได้ว่าเขามาเที่ยวซุกซนลับหลังเธอ อเนกและพวกแทบช็อกที่เห็นนรี แต่อเนกก็บอกว่าเขามาที่นี่เพื่อปลอบใจแท่นที่กำลังอกหัก ชวนให้นรีช่วยเป็นที่ปรึกษา นรีเชื่อสนิทแต่นรีหันไปเห็นท่านหาญที่กำลังป้อสาวอย่างได้ที่ นรีจำได้ว่านั่นคือลุงของเธอ นรีจึงรีบโทไปฟ้องคุณป้าจำเนียรทันที
จำเนียรให้คนรถขับพามาจับผิดถึงสถานบันเทิงนั้น แต่ท่านหาญเห็นเมียก่อน จึงวิ่งหนีเข้าไปห้องน้ำ จำเนียรตามมาตามล่าถึงห้องน้ำชาย พอดีท่านหาญเจอกับอาทิตย์ จึงวอนไหว้ให้อาทิตย์ช่วย ชายหนุ่มใจอ่อนยอมแลกชุดกับท่านหาญ และสวมแว่นดำเดินออกไปให้จำเนียรเห็น และหลงเชื่อว่าตนตาฝาด แล้วยังช่วยหลอกล่อจนท่านหาญหนีไปได้สำเร็จ จำเนียรต่อว่านรี และเมื่อกลับถึงบ้าน เจอท่านหาญนั่งสวดมนตร์บทสรรเสริญภรรยาอยู่ในห้องพระ ทำให้เธอซึ้งใจจนต้องเข้าไปกราบเท้าว่าผัวช่างแสนประเสริฐ
ส่วนท่านหาญรับนัดกับสาวพริตตี้ จึงรีบโทรหาอาทิตย์ ทวงเสื้อผ้าให้อาทิตย์ช่วยมาคืนที่บ้าน อาทิตย์ขี่มอไซค์มาให้อย่างเร็ว แต่พอมากดกริ่ง สาวใช้ที่มาเปิดก็เหมาเอาว่าเขาเป็นหมอนวดที่คุณนายจำเนียรกำลังรออยู่ และรีบลากอาทิตย์ไปที่ระเบียง ให้นวดจำเนียร อาทิตย์พยายามปฏิเสธ แต่ไม่มีใครฟัง โดยเฉพาะจำเนียรที่โอดครวญว่าเจ็บปวดสารพัด พอดีอาทิตย์มีความรู้เรื่องการแพทย์แผนโบราณมาบ้าง เพราะเป็นกิจการครอบครัว จึงช่วยจับจุดบางจุด แก้อาการได้ มัทนีมาเห็น ร้องเอะอะทักอาทิตย์อย่างตกตะลึง แต่ทำให้จำเนียรกลับเข้าใจผิด ว่าอาทิตย์เป็นหมอนวดที่ดังมาก มัทนีค้าน พอดีท่านหาญมาเจอ กลับเข้าช่วยอาทิตย์ว่าเป็นหมอนวดจริงๆ ส่วนหมอนวดตัวจริงมาถึง ก็กลับโดนคนใช้ไล่ไป เพราะดูไม่น่าเชื่อถือ อาทิตย์ได้โอกาส รีบโฆษณายาโด่ไม่รู้ล้มของคุณนายลิ้นจี่ ท่านหาญดีใจ รีบไปหาซื้อมากิน ส่วนอาทิตย์ เมื่อได้รู้ความลับของพ่อมัทนี ก็สะใจมาก ที่ได้รู้จุดอ่อนของครอบครัวหญิงสาวที่เกลียดผู้ชายเจ้าชู้
มัทนีต้องเจออาทิตย์อีก คราวนี้ เป็นเคสของโมกข์ ที่จีบเชอรี่พนักงานพีอาร์คนสวยของโรงแรมเมียตน โดยลืมไปว่าในออฟฟิศเต็มไปด้วยกล้องวงจรปิด ภาพเขานัวเนียพนักงานประสาสมภารกินไก่วัด โดนสมาพันธ์ลูกจ้างหญิงของโรงแรมเอาไปแจ้งต่อมูลนิธิของมัทนีอีก และมูลนิธิก็แจ้งความจะเอาเรื่องในข้อหาลวนลามอนาจาร อาทิตย์ต้องถ่อไปช่วยประกันเพื่อน แล้วก็เลยต้องปะทะกับมัทนี อาทิตย์แกล้งยั่วโมโห มัทนีตัดสินทันที ว่าอาทิตย์เป็นศัตรู ประกาศสงครามกันต่ออย่างดุเดือด
นรีรู้ตัวว่าท้อง ทำให้อเนกต้องตัดสินใจแต่งงาน ทีแรกเขาไม่เต็มใจ แต่เขาก็ไม่ต้องการผิดศีลธรรม อเนกร่ำไห้ในท่ามกลางก๊วนเพื่อน เสียดายความโสด นรีเข้าใจผิดคิดว่าอเนกรักเพื่อนมากกว่าตนเอง ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน อาทิตย์ต้องทำหน้าที่เกลี้ยกล่อมให้คนทั้งคู่เข้าใจกันในที่สุด และอเนกเองก็ได้รู้ว่าไม่มีใครรักตนเองเท่ากับนรี สุดท้ายทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันและแต่งงานกันในที่สุด มัทนีกับคุณจำเนียรช่วยนรีจัดพิธีแต่ง อาทิตย์กับเพื่อน ๆ มากันพร้อมหน้า คุณนายลิ้นจี่มาร่วมงานด้วย พอคุณจำเนียรรู้ว่าอาทิตย์เป็นลูกใคร ก็ตื่นเต้นตาโตในความรวย ความรู้สึกหวาดระแวงในตัวชายหนุ่มก็เปลี่ยนมาเป็นความปลื้ม อยากได้เป็นเขยในทันที ส่วนคุณนายลิ้นจี่ได้พูดคุยกับมัทนี คุณนายก็รู้สึกชอบใจในหญิงสาวสวยคนนี้มาก อยากได้มาเป็นสะใภ้จะได้ดัดนิสัยให้อาทิตย์ได้ พวกแม่ ๆ หารู้ไม่ว่าท่านหาญแอบนัดพบน้องโคโยตี้คนนั้น เพื่อทดสอบสรรพคุณของยาโด่ไม่รู้ล้มคุณนายลิ้นจี่ โดยท่านหาญหลอกจำเนียรว่าจะไปกัมมัฏฐาน ท่านหาญพาสาวเข้าโรงแรมเป็นจังหวะเดียวกับที่มูลนิธิที่มัทนีทำงาน พาตำรวจไปทะลายการค้าประเวณีหญิงต่างด้าว ที่โรงแรมนั้นร่วมมือด้วย ตำรวจเคาะประตูทุกห้องให้เปิดห้อง ท่านหาญโทให้อาทิตย์มาช่วย ไม่งั้นฉาวแน่ ๆ อาทิตย์จำต้องซิ่งมอเตอร์ไซค์ แล้วย่องไปช่วยท่านหาญออกมาได้
เอกชเยศร์ ยังทำตัวเป็นคนเห็นแก่ตัว ให้มัทนีเป็นคนดูแลตลอด โดยที่มัทนีไม่รู้ตัว วันหนึ่งเธอขับรถไปส่งเอกชเยศร์ที่บ้าน ขากลับรถมัทนีโดนน้ำเข้าในซอยบ้านชเยศร์ ทำให้รถดับกลางทางในซอยมืด มัทนีตัดสินใจโทรบอกพ่อ ให้ท่านหาญส่งคนรถมาช่วย คนที่มาช่วยเธอกลับเป็นอาทิตย์ในรถโฟร์วีล บิ๊กฟูตและเด็กจากอู่ประจำของเขา เขาลากรถเธอมาพาไปส่งถึงอู่ อาทิตย์พามัทนีไปทานข้าวให้หายเหนื่อย แถมอาทิตย์ก็เซอร์ไพรส์ด้วยการเล่นเปียโนและร้องเพลงรักเพราะมากให้มัทนีฟัง คืนนั้นจบลงด้วยการที่เขาพาเธอไปส่งบ้านอย่างสวัสดิภาพ มัทนีต้องรู้สึกขัดแย้งอย่างหนัก กับส่วนลึกที่มีความสุขและแสนประทับใจ จากการกระทำทั้งหมดของอาทิตย์ กับความคิดในสมองว่าอย่าไว้ใจคนแบบพ่อไก่แจ้จอมเจ้าชู้เด็ดขาด
อาทิตย์ดูแลการซ่อมรถของมัทนีอย่างพิถีพิถัน เย็นนั้นอาทิตย์เอารถไปคืนมัทนีแต่กลับพบชเยศร์และทำตัวเข้านอกออกในดุจเจ้าของบ้านแล้วก็ด่าพฤติกรรมผู้ชายเจ้าชู้เพลย์บอยเพื่อประจบท่านหาญกับคุณจำเนียร แต่หารู้ไม่ว่าทุกอย่างที่ตนประณามออกไป ล้วนโดนใจดำของท่านหาญทั้งสิ้น ทำให้ท่านหาญเกลียดขี้หน้าชเยศร์มากขึ้น ๆ เอกชเยศร์เขียนข่าวด่าอาทิตย์กับเพื่อน ๆ จนคนรู้ไปทั่ว อาทิตย์แค้นใจจึงวางแผนกับเพื่อน ๆ ให้มัทนีกับเอกชเยศร์เข้าใจผิดกัน เอกชเยศร์คิดว่ามัทนีปันใจไปให้อาทิตย์จนเขาโกรธมัทนีมาก กว่าจะรู้ความจริงมัทนีก็แทบจะเสียรู้อาทิตย์ซะแล้ว อาทิตย์สะใจมากที่ได้แก้แค้นเอกชเยศร์กับมัทนี และอาทิตย์ยังวางแผนให้โมกข์กับปะการังปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด ทำให้อาทิตย์สุขใจมากที่เพื่อนได้กลับไปใช้ชีวิตคู่อีกครั้งกับปะการัง
แต่อาทิตย์กลับเครียดเมื่อมัทนีโกรธเขาอย่างหนัก เพราะตนเองได้หลงรักมัทนีเข้าให้แล้ว เขาหลุดปากถามว่ามัทนีรักชเยศร์หรือเปล่า มัทนีอึ้งบอกว่าชเยศร์เป็นแค่เพื่อน อาทิตย์เลยโพล่งออกมาว่าถ้าเช่นนั้นหากเขาขอเธอแต่งงานเธอจะว่าไง มัทนีตกใจรีบปฏิเสธทันทีว่าเธอเกลียดผู้ชายเจ้าชู้ อาทิตย์ก็พลั้งปากต่อไปอีกว่าถ้าเขาเลิกเจ้าชู้ กลับตัวเป็นคนดี มัทนีจะให้โอกาสไหม
คืนนั้น อาทิตย์บุกพบคุณนายลิ้นจี่ถึงห้องนอน ปรึกษาว่าทำไงดี ไม่รู้ทำไม ดันไปขอมัทนีแต่งงาน แถมสัญญาว่าจะเลิกเจ้าชู้อีก คุณนายลิ้นจี่แกล้งดุว่าเป็นลูกผู้ชายต้องรักษาคำพูด แกเล่นเผลอตัวไปแบบนี้จะแก้ไขยังไง อาทิตย์บอกว่าก็ไม่ต้องแก้ไข แต่จะทำตัวให้ดีจริง ให้มัทนียอมแพ้ แต่งงานกับตนให้ได้ในที่สุด
อาทิตย์กับมัทนีตกลงใจแต่งงานกัน แต่พอใกล้ถึงวันแต่งอาทิตย์กลับหายหน้าไป ทั้งเอนก โทนี่ แท่น โมกข์ ต่างเศร้าใจที่จะต้องสูญเสียอาทิตย์ไปจากแก๊งพ่อไก่แจ้ มัทนีเริ่มเครียด อาทิตย์หลบไปทำใจ เพราะนอกจากเขากลัวจะสูญเสียความโสดแล้ว เขายังกลัวว่าจะไม่สามารถเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีได้ กลัวว่าจะทำให้มัทนีผิดหวังในตัวเขา สุดท้าย พลอยเชอรีล พี่ที่อาทิตย์ให้ความนับถือ ได้พูดเตือนสติ ให้อาทิตย์นึกถึงความรักที่เขามีต่อมัทนี จนสุดท้ายอาทิตย์ก็มาปรากฎตัวในงานแต่งงานอย่างเฉียดฉิว
อาทิตย์พามัทนีไปฮันนีมูนที่ไร่สมุนไพรของพ่อของเขาที่เสียไปแล้ว โดยมีเพื่อน ๆ ทั้งเอนก โมกข์ โทนี่ แท่น และตู้ ปุยฝ้าย เพื่อนของนรี ก็ตามไปด้วย ที่สำคัญเอกเชยศร์ ยังตามไปราวี สร้างความร้าวฉานให้มัทนีกับอาทิตย์ไม่เลิก อาทิตย์เกิดหึงหวงมัทนี จนมีปากเสียงกัน แก๊งพ่อไก่แจ้หาวิธีเล่นงานเอกเชยศร์จนต้องหนีกลับกรุงเทพฯ ไป อาทิตย์กับมัทนีจึงปรับความเข้าใจกันได้ ที่นี่เอง ตู้ตกหลุมรักแท่น ด้วยความที่แท่นเป็นคนเอื้อเฟื้อ ชอบช่วยเหลือ และยิ้มง่าย แท่นจึงไม่รู้ตัวว่าตู้แอบชอบตนเอง หลังจากนั้นเพื่อน ๆ เลยยกขบวนกลับกรุงเทพฯ กันหมด ปล่อยให้คู่บ่าวสาว ข้าวใหม่ปลามัน ได้ฮันนีมูนกันอย่างดูดดื่ม สมใจอาทิตย์เลยทีเดียว
ที่กรุงเทพฯ น้ำผึ้ง กิ๊กคนล่าสุดของหาญมาหาหาญถึงบ้าน พอดีเจอเข้ากับคุณนายลิ้นจี่เสียก่อน ตอนที่กำลังจะเข้าบ้าน คุณนายลิ้นจี่รู้ความลับหาญ เกิดรับไม่ได้ แต่ไม่กล้าบอกจำเนียร จึงร้อนใจไปเล่าให้อาทิตย์ฟังถึงที่ไร่ แต่มัทนีเกิดได้ยินเข้า เข้าใจผิดคิดว่าคุณนายลิ้นจี่พูดถึงกิ๊กของอาทิตย์ เลยโกรธอาทิตย์เสียใหญ่โต โดยที่อาทิตย์ไม่รู้เรื่อง มัทนีกลับกรุงเทพฯ ทันที และมีท่าทางมึนตึงใส่อาทิตย์เรื่อยมา
ตู้มาช่วยแท่น คิดงานเรื่องถ่ายทำมิวสิควิดีโอ พร้อมกับแก๊งพ่อไก่แจ้ นรี ปุยฝ้าย พร้อมด้วยมัทนีก็มาด้วย อาทิตย์พร้อมกับเพื่อน ๆ เล่นมิวสิควิดีโอพร้อมกับสาว ๆ ด้วย ทำให้มัทนียิ่งไม่ชอบใจขึ้นไปอีก ส่วนตู้ก็เข้าใจในที่สุดว่าแท่นนั้นเป็นคนดี ไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งกับตนเองมากไปกว่าคำว่าเพื่อน ด้านหาญก็แอบเอาเงินส่งเสียให้น้ำผึ้ง สุดท้ายต้องยืมเงินอาทิตย์อีกด้วย มัทนีเริ่มสงสัยเรื่องการใช้จ่ายอาทิตย์ แต่อาทิตย์ไม่กล้าบอกความจริงเพราะกลัวมัทนีจะเสียใจเรื่องพฤติกรรมของพ่อตนเอง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันอีก
หาญกลัวความลับเรื่องน้ำผึ้งจะแตก จึงหาเรื่องไล่อาทิตย์ออกจากบ้านเพราะกลัวอาทิตย์จะเล่าให้มัทนีฟัง คุณนายลิ้นจี่เสียใจมากที่อาทิตย์ถูกไล่ออกจากบ้าน จึงบอกให้จำเนียรจับตาดูหาญให้ดี คุณนายลิ้นจี่ยืนยันว่าอาทิตย์เป็นคนดี หาญหลอกจำเนียรว่าจะออกไปบรรยายพิเศษ จำเนียรกับมัทนีตามไปดู อาทิตย์รู้เข้าเสียก่อนจึงพยายามติดต่อให้หาญหนี พบว่าหาญกำลังเอารถเข้าจำนองเพื่อเอาเงินให้น้ำผึ้ง พอดีจำเนียรกับมัทนีมาเจอเข้า หาญโยนความผิดว่าน้ำผึ้งเป็นกิ๊กอาทิตย์ ทำให้อาทิตย์อึ้งมาก ส่วนมัทนีก็เข้าใจผิด ความร้าวฉานระหว่างมัทนีกับอาทิตย์เกินที่จะเยียวยา
หาญตามไปหาน้ำผึ้งพบว่าอยู่กับชายคนใหม่ ซ้ำร้ายตำรวจยังนำกำลังตำรวจเข้าจับกุมน้ำผึ้งที่ต้มตุ๋มหลอกเอาเงินผู้ชายมากหน้าหลายตามาแล้วหลายครั้ง ข่าวออกใหญ่โตครึกโครม มีภาพของหาญยืนอยู่ในครั้งนี้ด้วย มัทนีร้องไห้เสียใจที่จะต้องหย่ากับอาทิตย์เพราะรู้ใจตนเองแล้วว่ารักอาทิตย์เข้าจริง ๆ มัทนีกอดหาญร้องไห้เสียใจ หาญเริ่มรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีกที่ตนเองคือคนที่ทำลายชีวิตครอบครัวลูก ยิ่งเมื่อถึงวันที่มัทนีเดินทางไปเซ็นใบหย่ากับอาทิตย์ หาญอดใจหายไม่ได้ สุดท้ายยอมสารภาพความผิดทุกอย่างกับจำเนียรและรีบตามไปที่อำเภอ แต่ไม่ทันอาทิตย์กับมัทนีหย่ากันในที่สุด มัทนีร้องไห้เสียใจพอ ๆ กับที่อาทิตย์จากไปด้วยความช้ำใจที่มัทนีไม่เชื่อในตัวเขาเลย
จำเนียรไม่ให้อภัยหาญอีกที่โยนความผิดทุกอย่างให้อาทิตย์ จนทำให้ครอบครัวของมัทนีต้องแตกแยก คุณนายลิ้นจี่ก็มาให้กำลังใจจำเนียร พร้อมปรับความเข้าใจกัน ส่วนพลอยเชอรีลก็มาพบมัทนีถึงบ้าน บอกความจริงเรื่องที่ครั้งหนึ่งเธอเคยแต่งงานเพียงเดือนเดียว แล้วสามีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ก็มีเพียงแต่อาทิตย์ที่คอยให้กำลังใจ พลอยเชอรีลได้มอบการ์ดแต่งงานให้มัทนีนำไปให้อาทิตย์ พร้อมบอกว่าเธอกำลังจะแต่งงานใหม่กับคนที่เธอรัก ไม่ได้กลัวความรักอีกต่อไปแล้ว พลอยเชอรีลพูดเตือนสติให้มัทนีได้คิดว่าอาทิตย์เป็นคนดี และรักมัทนีเต็มหัวใจ เหตุที่อาทิตย์ต้องเลิกกับมัทนีก็เพราะเขารักมัทนีมากเกินไป เกินกว่าที่จะทำให้มัทนีเสียใจเรื่องพ่อตนเอง นรีเองก็พาหาญมาที่บ้านจำเนียร หาญขอร้องให้จำเนียรเกลี้ยกล่อมให้มัทนีตามอาทิตย์กลับมาให้ได้เพื่อความสุขของลูกเป็นการชดเชยที่หาญเคยทำผิดต่ออาทิตย์และลูกสาวตนเอง
เอกเชยศร์พยายามตามกลับมาง้อขอคืนดีกับมัทนี แต่มัทนีปฎิเสธ จำเนียรเองก็ช่วยมัทนีไล่เอกเชยศร์ไปจากบ้าน ทำให้เอกเชยศร์ต้องยอมแพ้ในที่สุด นรีติดต่อกับเอนกเรื่องที่อยู่ของอาทิตย์ ที่ตอนนี้ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ทั้ง โมกข์ แท่น โทนี่ ด้วย กว่ามัทนีจะเดินทางมาถึง อาทิตย์ก็หนีไปแล้ว มัทนีนั่งรออาทิตย์อยู่วันแล้ววันเล่าจนอาทิตย์ได้คิดเพราะไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน หัวใจของเขาก็ยังติดอยู่ที่มัทนี เขากลับมาหามัทนีอีกครั้งด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความรัก มัทนีบอกกับอาทิตย์ ว่าเธอจะรออาทิตย์ตลอดไป ทั้ง เอนก นรี โทนี่ แท่น โมกข์ ต่างซึ้งไปกับความรักของคนทั้งคู่ ส่วนจำเนียรก็ให้อภัยหาญในที่สุด ครอบครัวที่มีความสุขก็กลับมาอยู่กันพร้อมหน้าอีกครั้ง ติดตามชมความสนุกสนานของ ละครพ่อไก่แจ้ ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.25 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครพ่อไก่แจ้ เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557

Kaen Sanaeha
วันนั้นหม่อมบุหลัน ของหม่อมเจ้ารังสิโยภาสแห่งวังรังสิยา ยืนมองเรือประทับของท่านชายแล่นออกจากท่า มองเห็นแสงตะเกียงอ่อนลงจนลับหายไปในที่สุด ในโสตประสาทยังแว่วเสียงสั่งเสียของท่านชายว่า ถ้าบุหลันคลอดลูกก่อนท่านเสด็จกลับ ให้ตั้งชื่อลูกชายว่าหม่อมราชวงศ์ศักดินา ถ้าเป็นลูกหญิงให้ชื่อว่าหม่อมราชวงศ์หญิงวิมลโพยม พร้อมทั้งถอดสร้อยพระศอและเหรียญประทาน โดยท่านชายย้ำว่า ได้ฝากฝังบุหลันไว้กับหม่อมเจ้าหญิงแขไขเจิดจรัส พระชายาเรียบร้อยแล้ว นั่นแหละคือสิ่งที่บุหลันหวาดกลัว โดยเฉพาะนางเฟือง พระพี่เลี้ยงผู้จงรักภักดีของท่านหญิง นางเฟืองจึงแค้นแทนท่านหญิง ที่ท่านชายยกเด็กกำพร้าหลานสาวหัวหน้าห้องเครื่องวังรังสิยามาเป็นหม่อม บุหลันสังหรณ์ใจตลอดเวลาว่านางเฟืองผู้นี้แหละคือศัตรูตัวสำคัญ คืนวันหนึ่ง เสียงฝ่ามือนางเฟืองฟาดลงบนแก้มของบุหลัน พร้อมคำอาฆาตรุนแรงว่า ใครทรยศต่อท่านหญิงมันผู้นั้นต้องตาย บุหลันนัยน์ตาเหลือกลาน ขณะที่ถูกลากตัวมายังเรือนแพริมท้องน้ำที่ประตูเปิดกว้างรอคอย คำสั่งนางเฟืองให้ฆ่าบุหลัน แล้วพาไปทิ้งน้ำ บุหลันรู้สึกวาบหวิวขณะที่ปวดท้องอย่างรุนแรง เสียงฟ้าคำรามเปรี้ยง ฝนตกกระหน่ำกลบเสียงหวีดร้องของบุหลันยามใกล้คลอด เสียงหวีดสุดท้ายดังขึ้นพร้อมเสียงอุแว้ของทารกเกิดใหม่ดังกังวานไปทั่วคุ้งน้ำ เวลาดึกคืนวันนั้น นางเฟืองอุ้มทารกน้อยเพศชายคนหนึ่งมาถวายท่านหญิงพร้อมทูลว่าบุหลันคลอดลูกชายและยกถวายให้เป็นลูกชายท่านหญิง ท่านหญิงแปลกพระทัยแต่ก็หลงรักทารกตั้งแต่แรกเห็น หารู้ไม่ว่าขณะนั้นแม่ของเด็กชายนอนสลบอยู่ในเรือที่ไอ้ยอด บ่าวในเรือนพายมุ่งหน้าไปยังรอยตะเข็บแม่น้ำต่อกับทะเล เมื่อถึงที่หมายขณะที่ไอ้ยอดกำลังจะผลักร่างของบุหลันลงน้ำ มันก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อมันได้ยินเสียงร้องของทารกอีกคนหนึ่ง ไกลออกไปตามแม่น้ำสายเดียวกัน ที่บ้านปัณณธร คุณหญิงเพ็ง ปัณณธร พจน์ลูกชายคนเดียวและฉัตต์ลูกชายวัยห้าขวบของพจน์ กำลังเศร้าโศกอย่างยิ่ง เพราะราตรีภรรยาที่รักยิ่งของพจน์เพิ่งจะเสียชีวิตในวันนั้น วันเดียวกันละเมียดต้นห้องของคุณหญิงเพ็งวิ่งมาบอกว่ามีผู้หญิงคนหนึ่ง มานอนสลบอยู่ที่ท่าน้ำ พร้อมด้วยชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็นใบ้และทารกเพศหญิงอีกหนึ่งคน คุณหญิงเวทนาจึงรับทั้ง 3 ชีวิตให้อาศัยในบ้านปัณณธรต่อไป ผู้หญิงที่มากับสายน้ำให้ทุกคนเรียกว่า จันทร์ ตั้งชื่อลูกสาวว่า รุ้ง จันทร์เป็นที่รักของคนทั้งบ้านโดยเฉพาะคุณหญิงเพ็ง เพราะจันทร์ขยันขันแข็งช่วยงานทุกอย่างในบ้านโดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ฝีมือ เช่น ทำอาหาร ร้อยดอกไม้ แกะสลักผลไม้และเย็บเสื้อผ้า คุณหญิงพอใจในตัวจันทร์มากถึงขนาดอยากให้เป็นลูกสะใภ้ พจน์เองแม้จะอาลัยอาวรณ์ภรรยาที่ล่วงลับไปแล้วก็ยังใจอ่อนต่อความดีและความอ่อนหวานของจันทร์ นอกจากนี้จันทร์ยังเป็นแม่นมของจริมา ลูกสาววัยแค่เดือนเศษของพจน์ด้วย จันทร์รักและทะนุถนอมจริมาเช่นเดียวกับรุ้งลูกสาวของตนเอง คนเดียวทีไม่พอใจอย่างยิ่งคือฉัตต์ ลูกชายคนโตของพจน์ ฉัตต์ปักใจว่าเป็นเพราะคนพวกนั้นแม่ของตนถึงตาย ฉัตต์ลั่นวาจาว่าเกลียดที่สุด และความเกลียดชังนั้นไม่เคยจางหายจนกระทั่งเขาโตเป็นหนุ่ม ท่านชายรังสิโยภาสกลับมาถึงวังพบแต่ลูกชายของบุหลัน ส่วนตัวบุหลัน นางเฟืองทูลว่าหนีไปกับชู้คือไอ้ยอด ท่านชายไม่เชื่อว่าบุหลันจะเลวขนาดนั้นแต่ก็อดระแวงไม่ได้ มีผลทำให้ทรงไม่เอาใจใส่คุณชายศักดินา รวมทั้งท่าทีเฉยชาไม่สนใจท่านหญิง จนถึงวันที่ท่านชายลั่นวาจาว่าถ้ารู้ว่าใครเป็นตัวการเรื่องบุหลันจะทรงฆ่าด้วยองค์เอง โดยเฉพาะนางเฟืองที่ทรงรังเกียจอย่างยิ่ง ท่านชายรับสั่งจบ ทรงปิดประตูใส่พักตร์ท่านหญิง นับแต่วันนั้นเป็นต้นมาสายใยความเป็นสามีภรรยาที่เกาะเกี่ยวอยู่เพียงบางเบาก็ขาดสะบั้น ท่านชายสงสัยนางเฟืองตลอดเวลาว่าต้องมีส่วนในเรื่องราวของบุหลัน ทรงไม่ต้องรอนานเรื่องราวของนางเฟืองก็จบลง ไอ้แคล้วหลานชายนางเฟือง ผู้สมรู้ร่วมคิดฆ่าบุหลันกลับมาขู่เข็นเอาเงิน นางเฟืองจึงฆ่าไอ้แคล้ว แต่มันยังมีชีวิตอยู่จนสารภาพทุกอย่างกับท่านชายก่อนสิ้นใจ ท่านชายเรียกนางเฟืองมาต่อหน้าพระพักตร์ต่อหน้าท่านหญิงด้วย ท่านชายเล่าถึงความโหดร้ายของนางเฟืองที่ทำต่อบุหลัน รับสั่งให้ขังนางเฟืองเพื่อจะส่งตำรวจในวันรุ่งขึ้น แต่คนใจเด็ดอย่างนางเฟืองหรือจะยอมให้ตัวเองถึงมือตำรวจ นางเฟืองเชือดคอตายต่อหน้าพระพักตร์ท่านชายเช่นกัน ท่านหญิงทรงเปิดจดหมายที่นางเฟืองทิ้งไว้ให้ จดหมายนั้นบอกว่าแม้ตายไปวิญญาณก็จะคอยปกป้องท่านหญิง นางเฟืองทำตามคำในจดหมายทุกอย่าง วิญญาณนางเฟืองอยู่กับท่านหญิงตลอดเวลา คอยปกป้องคุ้มครองภัยอันตรายตลอด แต่วิญญาณจงรักภักดีของนางเฟืองไม่ช่วยปัดเป่าความเศร้าหมองลึกซึ้งของท่านหญิงอันเกิดจากท่าทีหมางเมินไม่มีเยื่อใยของท่านชาย ท่านหญิงกลายเป็นคนซึมเศร้าหมดอาลัยตายอยากในชีวิต วิญญาณนางเฟืองทนไม่ได้ ดังนั้นเวลาโพล้เพล้ของวันหนึ่ง ท่านชายทรงประทับอยู่หัวบันได เนตรมองจ้องที่ร่างของท่านหญิงที่ถูกซ้อนทับด้วยร่างของนางเฟือง แววตาเยือกเย็นเหี้ยมโหด รอยยิ้มหยามหยันเหมือนนางเฟือง ที่จมกองเลือดตายในวันนั้น ท่านชายโบกพระหัตถ์ไล่อย่างหวาดกลัว ส่งเสียงร้องโหยหวนก้องวังในขณะที่ทรงเสียหลักกลิ้งหล่นมาตามขั้นบันได ท่านชายเป็นอัมพาตต้องทรงนอนนิ่งจากนั้นเป็นต้นมา จันทร์กับรุ้งอยู่เป็นสุขในความเมตตาของเจ้าของบ้านปัณณธร เว้นแต่ฉัตต์ผู้ที่ยังแค้นและเกลียดชัง รุ้งคือผู้รับบาป ฉัตต์เกลียดรุ้งและแสดงออกทั้งวาจาและกริยา วันหนึ่งถึงขนาดผลักรุ้งกระเด็น พจน์ลงโทษให้รุ้งเฆี่ยนฉัตต์ ไม่มีใครคิดว่ารุ้งจะยอมทำแต่รุ้งยอม ด้วยเหตุผลที่รุ้งรู้อยู่คนเดียวว่าถ้ารุ้งไม่เฆี่ยน พจน์ต้องเฆี่ยนเสียเอง และฉัตต์จะเจ็บมากกว่าเป็นเท่าตัว เหตุการณ์นี้ทำให้ฉัตต์เพิ่มความเกลียดชังรุ้งขึ้นอีก ทำให้ฉัตต์เป็นไม้เบื่อไม้เมากับจริมาน้องสาว ผู้ที่รักรุ้งเหมือนพี่น้องแท้ ๆ จริมาคอยปกป้องรุ้งจากการกลั่นแกล้งของฉัตต์ตลอดเวลา คุณหญิงเพ็งพอใจจันทร์มากขึ้นเป็นลำดับ ถึงกับบอกกับพจน์ให้บอกกับจันทร์ว่าคุณหญิงจะขอจันทร์เป็นแม่จริง ๆ ของจริมา พจน์พอใจจันทร์เป็นทุนอยู่แล้ว แต่คำตอบของจันทร์คือ เธอจะซื่อสัตย์ต่อสามีจนวันตาย พจน์ประทับใจมาก แต่คุณหญิงผิดหวังอย่างแรง พจน์ปลอบคุณหญิงว่า ถึงจะไม่ได้ลูกสะใภ้แต่คุณหญิงก็ได้ลูกสาวและหลานสาวคนใหม่ คุณหญิงทำใจยอมพร้อมทั้งจัดงานรับขวัญจันทร์และรุ้งอย่างยิ่งใหญ่ คนในวงสังคมจึงรับรู้ว่าจันทร์คือน้องสาวของพจน์ และรุ้งคือหลานสาวของคุณหญิง พร้อมทั้งให้ใช้นามสกุล ปัณณธรอีกด้วย วันหนึ่งที่บ้านปัณณธรปรากฏร่างของเด็กชายหน้าตาดี ท่าทางภาคภูมิ นำผลไม้ต่างประเทศหลากหลายมาเยี่ยมคุณหญิง และเพื่อแจ้งข่าวการสิ้นพระชนม์ของท่านพ่อ ฉัตต์เรียกเพื่อนนักเรียนโรงเรียนเดียวกันนี้ว่าชายเดียว คุณหญิงเรียกจันทร์ให้ไปงานศพท่านชายรังสิโยภาสด้วย จันทร์รู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนและทุกอย่างนิ่งสนิท ความรักความอาลัยท่วมหัวใจ ที่งานศพ สายพระเนตรของท่านผู้หญิงแขไขเจิดจรัส รวมทั้งท่านหญิงอัปสราภาน้องสาว ต่างก็จ้องที่จันทร์เป็นตาเดียว ความสงสัยเต็มพระทัยแม้จะรับรู้ว่าผู้หญิงที่หน้าเหมือนบุหลันคนนี้ชื่อ จันทร์ ปัณณธร วันต่อมา จันทร์ขออนุญาตคุณหญิงว่าจะพารุ้งไปงานศพท่านชายด้วย คุณหญิงไม่อนุญาตเพราะไม่สมควรพาเด็กไปงานศพ จันทร์จำใจต้องเล่าความจริงให้พจน์ฟังว่าตนคือหม่อมบุหลัน และรุ้งคือหม่อมราชวงค์หญิงวิมลโพยมน้องสาวฝาแฝดของคุณชายศักดินา เพื่อให้พจน์ช่วยให้รุ้งได้ไปกราบศพท่านพ่อ พจน์กระซิบต่อหน้าโกศท่านชายว่า อย่าได้ทรงห่วงใยคุณหญิงวิมลโพยมเพราะเขาจะดูแลให้เท่าเทียมลูกในไส้ของเขาเอง เวลาของความตื้นตันใจอันใหญ่หลวงจันทร์ เมื่อพารุ้งไปกราบพระศพท่านพ่อและเพิ่มมากขึ้นเมื่อคุณชายศักดินา เข้ามาหมอบกราบพระศพท่านพ่อเคียงข้างรุ้ง ใบหน้าที่แหงนเงยอยู่เคียงคู่กันนั้น แม้จะต่างเพศกัน แต่คล้ายคลึงกันยังสังเกตได้ จันทร์สะท้อนถอนใจอยู่คนเดียวในขณะที่ท่านหญิงผู้ซึ่งทอดพระเนตรเห็นเช่นกัน ต้องข่มความรู้สึกตื่นเต้นหวั่นไหว ลูกสาวนางจันทร์ ปัณณธร ไฉนนอกจะเหมือนบุหลันแล้วลูกยังเหมือนชายเดียวอีกด้วย พจน์บอกจันทร์ว่านางเฟืองตายแล้ว ถามจันทร์ว่าจะเปิดเผยความจริงหรือไม่ จันทร์ปฏิเสธเพราะไม่ต้องการดึงคุณชายศักดินาผู้สูงด้วยเกียรติยศให้ต่ำต้อยลง ส่วนรุ้ง จันทร์จะให้รู้ความจริงเมื่ออายุ 21 ปี จะเลือกและตัดสินใจว่าจะเรียกร้องความเป็น ม.ร.ว.วิมลโพยม คืนหรือไม่ สิบกว่าปีที่ผ่านไป เด็กทุกคนเติบโตขึ้น ฉัตต์ กำลังจะไปเรียนต่างประเทศ รุ้งและจริมาเรียนชั้นมัธยมปลายเช่นเดียวกับคุณชายเดียว ม.ร.วทอแสงรัศมี มีลูกสาวของท่านหญิงอัปสราภา น้องสาวของท่านหญิงแขไขเจิดจรัส เรียนชั้นเดียวโรงเรียนเดียวกับรุ้งและจริมา ก่อนฉัตต์ไปต่างประเทศ เขาซื้อแกรนด์เปียโนให้รุ้งเพราะรู้ว่ารุ้งชอบเล่นเปียโนมาก ทุกคนสงสัยว่าเหตุใดฉัตต์ยอมเสียเงินจำนวนมากให้รุ้ง ทั้งที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าฉัตต์ไม่ชอบรุ้ง แต่สำหรับรุ้งทุกครั้งที่เห็นเปียโนเธอทั้งสุขทั้งเศร้าและคิดถึงฉัตต์อย่างรุนแรง ฉัตต์ไปแล้ว คุณชายเดียวยังมาที่บ้านปัณณธรเป็นระยะ ๆ จันทร์เป็นสุขใจเมื่อมีโอกาสได้พบลูกชายบ้าง คนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับคุณชายเดียวก็คือจริมา ทุกครั้งที่พบกัน ทั้งสองจะเหมือนน้ำกับไฟ ทั้งจิกทั้งกัดไม่มีใครยอมใคร คนที่คุณชายเดียวรู้สึกผูกพันด้วยโดยไม่รู้สาเหตุก็คือรุ้ง ส่วนคุณหญิงทอแสงรัศมีแสดงให้รู้อย่างเปิดเผยว่าตนชอบคุณชายศักดินา เมื่อถูกขัดขวางจากหม่อมแม่ หญิงทอแสงจึงบอกให้รู้ว่าตนรู้เรื่องชาติกำเนิดของชายเดียวแล้ว จึงไม่แปลกอะไรที่เธอจะชอบ คุณชายเดียวไม่มีสายเลือดเกี่ยวข้องกัน แต่เธอไม่รู้หรือพยายามจะไม่รู้ว่า ชายเดียวไม่เคยมีความรู้สึกพิเศษ ๆ กับเธอ พจน์เตรียมการให้จริมาไปเรียนต่างประเทศ ส่วนรุ้งประกาศอย่างเด็ดขาดว่าจะเรียนพยาบาล เพื่อจะได้ดูแล 3 คนที่รุ้งรักบูชาสุดหัวใจ คือคุณย่า ลุงพจน์ และแม่ พจน์เจ็บเป็นโรคร้ายจึงอยู่ได้ไม่เกินปีเดียว แต่สั่งจันทร์ให้ปิดทุกคน จริมามารู้โดยบังเอิญ เธอเสียใจมากที่สุดถึงกับจะไม่ยอมไปเรียน จันทร์ต้องสัญญาว่าจะให้จริมากลับมาดูใจพ่อ จริมาถึงยอมไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผิดอย่างยิ่งก็คือ ไม่มีใครบอกฉัตต์ ฉัตต์ไม่รู้แม้แต่เรื่องพ่อเจ็บ เพราะพจน์เขียนจดหมายถึงฉัตต์เตรียมไว้ล่วงหน้าหลายฉบับ และส่งให้ฉัตต์เดือนละฉบับ พจน์มีชีวิตยืนยาวมาก จนมัจจุราชไม่อาจผ่อนผันได้อีกต่อไป ตั๋วเครื่องบินถูกส่งไปให้จริมา เพื่อมาดูใจบิดาในวันสุดท้าย ฉัตต์คนเดียวเท่านั้นที่ไม่รู้ความจริง ส่วนคุณชายเดียวเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ เหตุผลเพราะท่านหญิงสุขภาพอ่อนแอ ประชวรบ่อย ๆ คุณชายจึงไม่กล้าทิ้งท่านไปไกล สถานะทางการเงินในบ้านปัณณธรเริ่มเป็นปัญหาใหญ่ ทั้งฉัตต์และจริมาเรียนต่างประเทศต้องใช้เงินจำนวนมาก คุณหญิงอนุญาตตามคำแนะนำของจันทร์และรุ้งให้เปิดสวนอาหารริมน้ำ กิจการสวนอาหารเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว เพราะอาหารอร่อยสถานที่สวยงามเจริญตา รุ้งบริหารงานในทุกรายละเอียด เพื่อให้สวนอาหารโตเร็วที่สุด ฉัตต์ได้รับเงินสม่ำเสมอแม้แต่เงินซื้อรถแทนคันเก่าที่ใช้การไม่ดี ทอแสงรัศมีพยายามพาตัวมาใกล้ชิดคุณชายศักดินา แต่คุณชายไม่เคยมีไมตรีตอบ ใจคุณชายอยู่ที่รุ้ง นี่เองเป็นสาเหตุทีทำให้คุณชายมาที่ร้านอาหารบ่อย ๆ บางครั้งมาสั่งอาหารไทยโบราณไปถวายท่านแม่ ท่านหญิงพอพระทัยที่ได้เสวยอาหารที่คุ้นเคย บางครั้งความทรงจำเดิม ๆ ทำให้หวนคิดถึงฝีมือนางบุหลันที่เคยทำถวาย จนในที่สุดเมื่อทรงทราบว่า เป็นฝีมือของนางจันทร์ จึงรับสั่งให้คุณชายไปพามาเข้าเฝ้า แม้ว่าจะทรงไม่สบายพระทัยเลยด้วยเกรงว่าสิ่งที่ทรงคิดจะเป็นจริง วันหนึ่งคุณชายพารุ้งมาเฝ้าท่านหญิง รุ้งไม่รู้ตัวเลยว่าสายพระเนตรของท่านหญิงที่มองรุ้งเปลี่ยนแปรเป็นความเกลียดชัง ความอาฆาตแค้น และความมุ่งร้ายหมายชีวิตอย่างรุนแรง มันคือสายตาของใครคนหนึ่งที่แฝงฝังวิญญาณชั่วร้ายอยู่ในวังวนริษยา รอคอยเวลาที่จะเผาผลาญทุกคนที่บังอาจทำร้ายท่านหญิงให้พินาศไป คนแรกที่โดนพิษความแค้นก็คือ นายหญิงอัปสราภาน้องสาวของท่านหญิงที่นางเฟืองรู้ว่ามีใจอิจฉาริษยาท่านหญิงเสมอมา วันหนึ่งท่านหญิงผู้เคราะห์ร้ายสินพระชนม์โดยไม่มีใครรู้สาเหตุ ท่านหญิงทุรนทุรายอยู่ในกองเพลิงแห่งความชิงชัง เพราะเฟืองคอยเสี้ยมสอนปลุกปั่น ยุแหย่ ใส่ไฟอยู่ทุกวี่วัน ท่านหญิงปราศจากความสุข วิญญาณนางเฟืองยิ่งร้อนเร่า แผ่รังสีอำมหิตไปทั่ววัง มีคนเคราะห์ร้ายตายเพราะพยายามจะไปหาหมอผีมาปราบวิญญาณ แต่ไม่มีใครทานทนวิญญาณที่กล้าแกร่งของนางเฟืองได้ ในที่สุด เมื่อท่านหญิงว้าวุ้นใจถึงขนาดล้มเจ็บ นางเฟืองทั้งขู่ทั้งปลอบทั้งยืนยันว่าบุหลันตายแล้ว จันทร์ไม่ใช่บุหลัน แต่ท่านหญิงไม่ยอมเชื่อ ชายเดียวนึกเป็นห่วงรุ้งอยู่ตลอดเวลา แต่เป็นความผูกพันที่เขาเองก็อธิบายไม่ได้ ชายเดียว คอยช่วยเหลือรุ้งอยู่ห่าง ๆ ในขณะที่จันทร์เองก็ทุกข์ใจ เพราะเกรงว่า เด็กทั้งสองจะรักกัน โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า ความรู้สึกของรุ้งและชายเดียว เป็นความห่วงใยฉันท์พี่น้องเท่านั้น อีกคนหนึ่งที่ทุกข์ไม่แพ้กันก็คือคุณหญิงทอแสงรัศมี ทำอย่างไรจึงจะไม่เสียชายให้รุ้ง เธอนึกถึงฉัตต์ เธอเคยเห็นสายตาของฉัตต์ที่มองรุ้ง เธอรู้ตัวว่าภายใต้ความเกลียดชังคือความห่วงหาอาทร ทำอย่างไรให้ฉัตต์กลับมาเป็นผู้ขัดขวางความสัมพันธ์ของรุ้งและชายเดียว ทอแสงมั่นใจว่าฉัตต์รักรุ้ง ฉัตต์ต้องเอารุ้งคืนไปได้ แผนการร้ายผุดขึ้นในหัวของทอแสง จึงเขียนจดหมายในนามผู้หวังดีบอกฉัตต์ว่าพ่อตายแล้ว ฉัตต์โกรธจัดกลับเมืองไทยทันที อย่างที่ทอแสงรัศมีต้องการ โดยเธอและคนที่ถูกพายุอารมณ์พัดอย่างรุนแรงคือรุ้ง ฉัตต์อาละวาดเอาเรื่องรุ้งอย่างหนัก เรื่องสำคัญคือ ปิดบังเรื่องคุณพจน์ตายเพราะต้องการเปิดร้านอาหารเพื่อหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าของรุ้งและแม่จันทร์ รุ้งเงียบสนิทไม่บอกเหตุผลว่าต้องหาเงินมาก ๆ เพราะต้องส่งให้ฉัตต์กับจริมา ฉัตต์ไม่รู้ว่าอะไรพัดพาให้เหตุการณ์ของเขาและรุ้งวุ่นวายขนาดนี้ ในเมื่อเขาคิดถึงรุ้งเกือบตลอดเวลาที่อยู่ต่างประเทศ ภาพของรุ้งตั้งแต่เด็กทารกเป็นเด็กหญิง จนรุ่นสาว เขายังจำได้ทุกบททุกตอน ด้วยความแค้นเขาอาละวาดกับรุ้งไล่รุ้งออกจากบ้าน มากกว่านั้นเขายังหลุดปากขอแต่งงานกับพิสินี เพื่อนสาวที่เรียนมาด้วยกัน ผู้ซึ่งเขารู้ว่าหลงรักเขาอยู่ เขาผูกมัดตัวเองขนาดนี้ใครจะช่วยคลายปมเหล่านี้ให้ จริมากลับจากต่างประเทศ เธอเรียนจบได้ปริญญาเรียบร้อย วันที่จริมากลับถึงบ้านคือวันที่ฉัตต์ไล่รุ้งออกจากบ้าน คุณชายเดียวพารุ้งไปพักที่วังรังสิยา และที่นั่น รุ้งต้องเผชิญกับแรงแค้นของนางเฟืองจนแทบเอาชีวิตไม่รอด นางเฟืองขอยืมมือทอแสงรัศมีเอายานอนหลับให้รุ้งกิน ดังนั้นเมื่อจันทร์ผู้ซึ่งแทบจะด่าวดิ้นสิ้นใจตาม ไปถึงไม่ปรากฏร่างของรุ้งอยู่ที่ใดเลยในวังรังสิมา ยอดตามจันทร์มาตามหารุ้งด้วย ทุกคนได้รู้ในวันนั้นว่ายอดไม่ได้เป็นใบ้ คนทั้งหมดมารวมกันที่วังรังสิยา จันทร์ ยอด จริมา คุณชายเดียว ฉัตต์ ทุกคนพยายามตามหารุ้งแต่ก็ไม่พบ ในห้องบรรทมของท่านหญิง วิญญาณนางเฟืองและท่านหญิงกำลังโต้เถียงกันอย่างดุเดือด ท่านหญิงผู้เสมือนมีแรงฮึดสุดท้ายวอนขอนางเฟืองว่าอย่าทำบาปต่อไปอีกเลย ขอให้นางเฟืองไปเกิดในภพใหม่เถิด นางเฟืองคำรามอย่างโกรธแค้นว่าไฟแค้นกำลังจะหมดสิ้นด้วยความตายของรุ้ง และนังบุหลันก็ต้องอกแตกตายตามลูกสาวมันไป ท่านหญิงอ้อนวอนอย่างสิ้นหวังว่าไฟแค้นนั้นกำลังเผาผลาญตัวท่านหญิงต่างหาก ขอให้นางเฟืองดับไฟนั้นเถิด มีคนตายไปหลายคนแล้วอย่าให้มีอีกเลยคำอ้อนวอนของท่านหญิงเหมือนสายลมพัดผ่าน เพียงแค่พริบตาเดียวผู้ซึ่งเฉลียวใจว่านางเฟืองคงพารุ้งไปที่เรือนข้าหลวงที่นางเฟืองเคยอยู่ ยอดตามไปและนั่นคือจุดจบของยอด ยอดตายด้วยอาการสยดสยอง นัยน์ตาเหลือกราญเหมือนกับเห็นสิ่งทีน่ากลัวที่สุด ท่านหญิงไม่ใช่สื่อที่จะยอมนางเฟืองอีกต่อไป นางเฟืองจึงเข้าสิงทอแสงรัศมี ทุกคนมองร่างของทอแสงรัศมีที่เดินลงมาจากชั้นบน รู้ได้ทันทีว่านั่นไม่ใช่ตัวตนของทอแสงรัศมี นางเฟืองในร่างทอแสงรัศมีกล่าวคำอาฆาตแค้นกับจันทร์และบอกให้เตรียมตัวตาย จันทร์พนมมืออ้อนวอนนางเฟือง เสียงหัวเราะของทอแสงรัศมีดังก้องกังวานไปทั่ววังพร้อมกับแสยะปากบอกว่าเตรียมตัวพบศพของรุ้งได้ ฉัตต์ ชายเดียวพุ่งพรวดไปค้นหารุ้ง ทอแสงรัศมีหัวเราะเยาะหยันตามหลังว่าไม่มีวันพบก่อนที่รุ้งจะตาย จะพบต่อเมื่อรุ้งตายแล้วเท่านั้น รุ้งนอนสลบอยู่ในห้องเก่าของนางเฟือง ในความรู้สึกครึ่งหลับครึ่งตื่น รุ้งรู้สึกว่ามีมือของใครคนหนึ่งที่หลั่งความปราณีผ่านมาที่มือ มือนั้นลูบหัวของเธอ เสียงอ่อนโยนแทรกเข้ามาอย่างแผ่วเบาให้เธอแผ่เมตตา ข้างนอกห้อง ชายเดียวพบสายสร้อยของรุ้งตกอยู่หน้าเรือนนางเฟือง สองหนุ่มกระโจนเข้าไปในห้องนางเฟือง แต่ว่างเปล่ารุ้งไม่ได้อยู่ในนั้น บนตำหนัก ทอแสงรัศมีขู่เข็ญอาฆาตจันทร์ จันทร์กราบอ้อนวอนแต่นั่นทำให้นางเฟืองในร่างของทอแสงรัศมีเย้ยหยันยิ่งขึ้น ท่านหญิงลั่นวาจาให้นางเฟืองหยุด ท่านหญิงจะบวชอุทิศแผ่กุศลให้นางเฟืองทั้งหมด ขอให้ทุกคนอโหสิให้นางเฟืองด้วย กรรมใดที่นางเฟืองเคยก่อไว้กับใครท่านหญิงขอรับไว้เป็นกรรมของท่านหญิงเองเพื่อทดแทนความรักของนางเฟือง ทอแสงรัศมีนิ่งงันไปนาน ภาพลางเลือนของนางเฟืองที่ซ้อนอยู่ในร่างทอแสงรัศมี ค่อย ๆ จางลงจนมองได้เห็นแล้ว ทอแสงรัศมีจึงอ่อนตัวจนซวนเซล้มลง ที่ห้องนางเฟืองซึ่งยังคงว่างเปล่าไม่มีแม้แต่เงาของรุ้ง ฉัตต์และชายเดียวที่กำลังยืนงุนงง เพราะที่ห้อง ร่างของนางเฟืองที่โปร่งใสค่อย ๆ ชัดขึ้น สองหนุ่มเห็นแล้ว จันทร์และจริมาวิ่งพรวดเข้ามา ทุกคนหยุดชะงักเลือดในกายแทบจะแข็ง ร่างผอมเกร็งของนางเฟืองออกเดินไปช้า ๆ จนลับตัวนางเฟือง สิ่งมหัศจรรย์ก็บังเกิด ทุกคนเห็นรุ้งที่นอนอยู่ที่พื้นที่สักครู่นี้ว่างเปล่า ร่างของรุ้งจากโปร่งใสค่อย ๆ ชัดเจนเช่นกัน จันทร์ผวาเข้าไปหาลูกสาวร้องไห้เหมือนใจจะขาด เรียกคุณชายเดียวเข้ามาแล้วพูดเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในโสตประสาทของคุณชายว่า แม่ขอบใจคุณชายที่ช่วยชีวิตน้องสาวแท้ ๆ ของคุณชายไว้ได้ เรื่องราวทุกอย่างถูกเปิดเผย ท่านหญิงบวชตามที่สัญญา ไม่มีการรบกวนจากวิญญาณของเฟืองอีก จันทร์ยังคงยืนยันที่จะอยู่ที่บ้านปัณณธรต่อไป ฉัตต์พบบัญชีรายรับรายจ่ายที่รุ้งจดไว้ และเข้าใจแล้วว่าเงินที่เขาใช้สบายๆ อยู่ทางโน้นคือหยาดเหงื่อและแรงกายของคนทางนี้ ขณะเดียวกัน เขาก็ตระหนักว่าท่าทีที่รุนแรงรังเกียจรุ้งคือ หน้ากากที่เขาใช้ปิดบังความรักที่เขาพยายามซ่อนเร้นตลอดมา พิสินีรู้แท้แล้วว่าฉัตต์รักรุ้งหมดหัวใจ จึงยอมถอนหมั้นกลับไปเรียนต่อต่างประเทศ ฉัตต์สารภาพรักกับรุ้ง ทั้งคู่ไปจุดธูปบอกท่านพ่อของรุ้ง ฉัตต์ขออนุญาติแต่งงานกับรุ้งในที่สุด ส่วนความรักความผูกพันที่มีอยู่ในใจของชายเดียวเสมอมานั้น เมื่อเขารู้แล้วว่ารุ้งคือน้องสาวฝาแฝดของตน ชายเดียวก็ดีใจมาก สัญชาตญาณของความผูกพันในสายเลือดนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าสิ่งใด ชายเดียวไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ เขายังคงนึกถึงใบหน้าอ่อนหวาน นัยน์ตาขี้เล่นของจริมา ความรักของชายเดียวที่ก่อเกิดตั้งแต่ก่อนที่จริมาจะไปเรียนเมืองนอก จึงไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป ชายเดียวสารภาพรักต่อจริมา งานแต่งงานของ ฉัตต์ กับรุ้ง และ ชายเดียว กับ จริมา ถูกจัดขึ้นในเวลาต่อมา สร้างความดีใจให้แก่ทุกฝ่าย ความแค้นกลายเป็นความรักและการให้อภัย คนที่มีความสุขที่สุดขณะนี้เป็นใครไปไม่ได้นอกจากท่านหญิงและจันทร์ ติดตามชม ละครแค้นเสน่หา

Phu Pha Prai Mai
"ภูผา" ชายหนุ่มที่มีสาวงามล้อมรอบกายถึงสามคน "แพรไหม" "ปรางแก้ว" "เจ้าแสงมณี" หากเขามีหัวใจดวงเดียวมอบให้แพรไหม แต่เพราะความเข้าใจผิดว่าเธอคือคนที่ฆ่าพี่ชาย ทำให้ภูผาต้องห้ามความรู้สึกลึกซึ้งในใจ โดยใช้ความโกรธ เกลียด และความเย็นชา ปิดหัวใจตนเอง "แพรไหม" ผู้ยึดมั่นในความกตัญญู จึงยอมหมั้นหมายกับเจ้าชายหนุ่ม "แสงฉาย" หากในหัวใจกลับผูกพันห่วงใย... "ภูผา" ทุกสิ่งที่เธอทำ เพียงเพื่อเขา เพราะคำว่า "รัก" เพียงคำเดียว ทว่า...เมื่อแรงแค้นและความเข้าใจผิดยังเกาะกุมใจอยู่ อีกหนึ่งก็ต้องกตัญญู ท้ายที่สุดใจทั้งสองดวงจะมีวันได้มาเกี่ยวพันกันหรือไม่? เอาใจช่วยพวกเขาพร้อมกัน