ThaiContentDB
ฐานข้อมูลเนื้อหาไทยที่ครบครันที่สุด
🔍ค้นหา
กำลังโหลด...
📺ละคร🎬ภาพยนตร์👥บุคคล🔍ค้นหา💬ความคิดเห็น
←กลับไปหน้าละคร

ละครจากผลิตโดย บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

BEC-Tero Entertainment Public Company Limited

เกี่ยวกับสตูดิโอ

ไม่มีคำอธิบาย

พบทั้งหมด 14 เรื่อง

ครั้งนั้น..ไม่ลืม
ครั้งนั้น..ไม่ลืม

Noir

256013 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:2 กุมภาพันธ์ 2560

เรื่องราวของ “ปม” ที่เป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ ความทรงจำ ที่มีความหมายไม่อาจลืมเลือนได้ของเด็กมัยธมเกิดขึ้นในกิจกรรมวัน “ศิษย์-ลูก” ของโรงเรียนมัธยมไตรมาลีศึกษา เป็นวันประชุมพบปะระหว่างผู้ปกครองและครูของนักเรียนมัธยมปีที่ ม.6 ก โดยมีครูที่ปรึกษาคือ ครูไพรัช และเหล่าผู้ปกครองของนักเรียน เช่น สันตินายทหารชั้นผู้ใหญ่พ่อของ “พอร์ช” ณัฐฐาน้าสาวของ “น้ำอุ่น” แม่เลี้ยงเดี่ยวผู้ซึ่งพาลูกชาย”อะตอม”มางานประชุมด้วย นุชนารถแม่ของ “อิฐ” ผู้ที่มีความเป็นลบค่อนข้างสูง ชัยวุฒิและโชติกาพ่อแม่จอมโอ้อวดของ “ข้าวฟ่าง” ผู้ที่คุยอวดในเรื่องของตนจนเกินจริง ก้องเกียรติพ่อของ “มาร์ค” ผู้ที่มีความคาดหวังในตัวของลูกชายสูง ฯลฯ เข้าร่วมประชุม ผู้ปกครองของแต่ละคนต่างพูดคุยถึงพฤติกรรมของลูกตนเองที่พวกเขารู้จักและอยากให้ผู้อื่นรับรู้ พอร์ช อิฐและน้ำอุ่น เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยมต้น พอร์ชและน้ำอุ่นเป็นหัวหน้าและรองหัวหน้าห้องที่ความสนิทสนมจนเหมือนเป็นแฟนกันและเพื่อนๆก็ยกให้เป็นคู่จิ้นของห้อง มาร์คหนุ่มนักกีฬาที่ใส่ใจกับการเรียนและการซ้อมมากกว่าเรื่องอื่นๆรอบตัว ข้าวฟ่างเด็กสาวธรรมดาที่ไม่ค่อยมีเพื่อนนอกจากน้ำอุ่นเป็นเป้าหมายการกลั่นแกล้งของแก๊งนางฟ้า กลุ่มสาวเชียร์ลีดเดอร์ซึ่งมีเกรซเป็นหัวหน้าแก๊งอยู่เป็นประจำ น้ำอุ่นทำงานพิเศษที่ร้านเบอร์เกอร์คิงเป็นประจำทุกวันเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้าน เนื่องจากน้าสาวต้องแบกภาระเลี้ยงดูอะตอม ยาย และตัวเธอเองหลังจากที่พ่อและแม่เสียชีวิตไปแล้ว น้ำอุ่นเป็นคนขยันและมองโลกในแง่ดี มีอัธยาศัยดี จึงเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานในร้านทุกคน ข้าวฟ่างผู้ที่ไม่ค่อยมีเพื่อนมักจะมานั่งที่ร้านเพื่อคุยกับน้ำอุ่นและเล่น Facebook หรือ Line เป็นประจำโดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง พอร์ช หนุ่มน้อยหน้าตาดีที่กำลังก้าวสู่วงการบันเทิงที่ต้องพบเจอเรื่องราวที่ไม่เคยคิดว่าต้องเจอ อิฐ ผู้ที่รักในดนตรีแต่ต้องทนอยู่กับปัญหาภายในบ้านที่ต้องหาทางออกในทางที่ผิดและได้รับการช่วยเหลือจากสีน้ำให้กลับมาใช้ชีวิตได้ดังเดิม แต่เรื่องราวมันจะดำเนินต่อไปด้วยซับซ้อนที่เพิ่มมากขึ้นจาก “ปม” ที่เกิดจากภูมิหลังของครอบครัว นิสัย สิ่งแวดล้อม อารมณ์ ความรู้สึก ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่ถูกปิดจะค่อยๆถูกคลายปมและสิ่งที่ฝังใจของพวกเค้าตลอดไป

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ
ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ

Kor Pen Jaosao Suk Krung Hai Cheun Jai

255813 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:28 สิงหาคม 2558

ตระกูล วรรณดำรง ตระกูลใหญ่ที่เริ่มต้นสืบเชื้อสายในไทยมาจากท่านเจ้าสัววรรณ ผู้ล่วงลับไปนานแล้ว ปัจจุบัน คุณปู่จรัล (เศรษฐา ศิระฉายา) เป็นเจ้าของธุรกิจหมื่นล้าน นั่นคือธนาคารไทยธนกิจ รวมทั้งกิจการในเครืออีกหลายรายการ อาทิ บริษัทประกันภัย อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ คุณปู่จรัลมีน้องสาวแท้ ๆ คือ คุณย่าพริ้มเพรา (โฉมฉาย ฉัตรวิไล) ที่ครองความเป็นโสดมาเนิ่นนาน เป็นคนดุ เจ้าระเบียบในแบบคนรุ่นเก่า ไม่มีใครในอาณาเขต วรรณดำรง ที่กล้าขัดคำสั่งของเธอ ทั้งคู่มีหลานสาวคนโตสุดรัก วรรณวิวาห์ หรือ วีว่า

วรรณวิวาห์ หรือ วีว่า (ภีรนีย์ คงไทย) สาวนักเรียนนอก เจ้าของ วรรณวิวาห์เวดดิ้ง บริษัทรับจัดงานแต่งงานแบบครบวงจร ที่มีชื่อเสียงและกำลังมาแรงในวงการธุรกิจนี้ โดยวีว่ามีความใฝ่ฝันตั้งแต่เยาว์วัย หากโตขึ้นและเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เธอจะได้สวมชุดเจ้าสาวที่สวยเริดที่สุด พร้อมเข้าพิธีแต่งงานอันสุดแสนเพอร์เฟคท์ วีว่ามีคู่หมายอยู่แล้วคือ ลาภิศ หรือ ลม (ธีรเดช เมธาวรายุทธ) นายทหารอากาศหนุ่มหน้าตาดีมีเสน่ห์ รู้จักและเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ ลมได้ให้คำมั่นสัญญากับวีว่า เมื่อเขาเรียนจบจากเมืองนอกจะขอเธอแต่งงานทันที และการคบหากันของทั้งคู่อยู่ในแรงส่งเสริมของ คุณย่าพริ้มเพรากับคุณหญิงแขอุไร (สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ) แม่ของลม เพื่อนรุ่นน้องของคุณย่าพริ้มเพรา ที่หวังในทรัพย์สินของตระกูลนี้

แต่แล้วการสิ้นลมหายใจแบบไม่คาดฝันของคุณปู่จรัล ทำให้ทุกอย่างกลับตาลปัตร เมื่อถึงวันเปิดพินัยกรรม เครือญาติทุกคนของตระกูล รวมถึงลมรีบดร็อบเรียนกลับมาเมืองไทยทันทีเมื่อทราบข่าว ซึ่งความจริงแล้ว ลมมีนิสัยไม่ต่างจากคุณหญิงแขอุไรผู้เป็นแม่ เขานึกถึงความร่ำรวยอันมหาศาลที่จะตามมาหลังแต่งงานกับวีว่า แต่แทนที่หลานสาวคนโตสุดรัก วีว่าจะได้เป็นผู้ครอบครองทรัพย์สินทั้งหมดตามที่หลายฝ่ายคาดไว้ หากคุณปู่จรัลกลับยกทรัพย์สินพร้อมกิจการทั้งหมดให้ปูรณ์ ลูกบุญธรรม ที่มีศักดิ์เป็นอาของวีว่า ความคาดหวังของทุกคนพังทลาย หากก็น้อมรับตามพินัยกรรมที่คุณปู่จรัลระบุ เพราะทุกชีวิตของเครือญาติในอาณาจักรวรรณดำรงอยู่ดีมีสุขกันได้ เป็นเพราะการจัดการด้านการเงินที่ปูรณ์ทำให้อย่างเสมอภาคเท่าเทียม เรียกว่าดอกผลแต่ละเดือนที่ปูรณ์จัดสรรมาให้แต่ละครอบครัว ก็อยู่สุขสบายกินใช้ไม่หมด หากวีว่ายังชังน้ำหน้าปูรณ์อยู่บ้าง ด้วยความที่คุณย่าพริ้มเพราปลูกฝังไว้ให้เกลียดชังอาปูรณ์ ที่เป็นแค่คนนอกสายเลือดหวังมากอบโกยเงินทอง ได้ใช้ชีวิตสุขสบายอย่างที่ไม่ควรได้รับ

แต่เมื่อคุณปู่จรัลสิ้นลม อคติของวีว่าก็เบาบางลง เธอเริ่มมองเห็นบางอย่างด้วยสายตาเปลี่ยนไป อาปูรณ์ที่เธอเกลียดชังหวาดระแวงมาตลอดไม่ใช่คนอย่างที่โดนปลูกฝังสักนิดเดียว ตลอดพิธีการงานศพของคุณปู่จรัล วีว่าเห็นพวกเครือญาติแม้กระทั่งลม ผู้ชายที่เธอคิดจะแต่งงานด้วยเอาแต่ถามไถ่เรื่องพินัยกรรมกับมรดกอย่างออกหน้าออกตา มีเพียงอาปูรณ์ทำหน้าที่ต้อนรับแขกเหรื่ออย่างขันแข็ง เธอยังสังเกตเห็นความเสียใจที่ไม่จอมปลอมเหมือนญาติของเธอหลาย ๆ คน หลังเปิดพินัยกรรม คนที่เดือดร้อนเห็นมีแต่คุณหญิงแขอุไรกับลมเท่านั้น

ทั้งสองโมโหจนขาดสติ เพราะพลาดเงินทองมหาศาลที่หมายไว้หลังจากการดองกับวีว่า เมื่อคุณย่าพริ้มเพราเอ่ยปากเรื่องแต่งงาน คุณหญิงแขอุไรทำเฉไฉบอกปัดและขอเลื่อนออกไปทันที ใจเด็ด (สมมาตร ไพรหิรัญ) พ่อของวีว่า ถึงกับโมโห รู้เช่นเห็นชาติความละโมภของคุณหญิงแขอุไรก็คราวนี้ ที่สำคัญทำให้ลูกสาวสุดรักต้องเสียชื่อว่าถูกฝ่ายชายทิ้งก่อนแต่ง วีว่าจะต้องตกเป็นขี้ปากเม้าท์มอยและเสียงหัวเราะเยาะในแวดวงไฮโซอย่างแน่นอน

ส่วนวีว่าหน้าชาทำอะไรไม่ถูก เธอเสียใจและกลับบ้านมาโวยวายกับ เจ้าขา (ปารีณา บุศยศิริ) น้องสาวของเธอ น้องสาวถามพี่สาวกลับไปว่าที่อยากแต่งงานกับลม เพราะรักลมจริง ๆ หรือแค่อยากแต่งงานเหมือนคนอื่น!!! วีว่าสะดุดกับคำถาม แล้วตกลงคำตอบคืออะไร เคยถามหัวใจตัวเองหรือเปล่า แต่เพราะทิฐิและความอายเกินกว่าจะรับตัวเองได้ วีว่าหุนหันพลันแล่นออกไปดื่มเหล้าจนเมามาย เมื่อเมาจนขาดสติ วีว่าขับรถตรงไปที่บ้านของลม แล้วต่อว่าลมอย่างเสียหายต่อหน้าพ่อและแม่ของเขา

ลมโมโหฉุนขาดประกาศใส่หน้าวีว่า "เขาไม่คิดจะแต่งงานกับผู้หญิงนิสัยรั้น ขีวีนอย่างวีว่าเลย คนที่คบอยู่และกำลังจะแต่งงานด้วยคือมุกริน (รัชวิน วงศ์วิริยะ) ดารานางแบบชื่อดังต่างหาก" วีว่าช็อก!!! กับคำพูดของลม เธอโวยวายหนักมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก่อนที่เรื่องจะบานปลาย ปูรณ์ก็เข้ามาห้ามและพาวีว่าออกไป ส่วนคุณหญิงแขอุไรที่อยู่ในเหตุการณ์ ก็อดรนทนไม่ไหว ใจของเธอมันสั่งให้เริ่มแผนการที่คิดไว้นานแล้วแต่ไม่ได้ทำสักที นั่นคือแผนการฮุบธนาคารไทยธนกิจมาเป็นของเธอและลูกชาย แล้วจัดการขายทิ้งเป็นเสี่ยง ๆ

วันหนึ่ง ขณะที่วีว่ากำลังขับรถกลับบ้าน ท่ามกลางสภาพรถติดขัด ทันใดนั้น!!! มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขี่มาขนาบข้างเธอ ชายสวมหมวกกันน็อกชักปืนขึ้นยิงใส่วีว่าทันที ในความฝันอันเลือนราง ชายหนุ่มหน้าตี๋สวมชุดขาวเดินมาหาวีว่า วีว่าถามว่าเธอตายแล้วเหรอ แล้วเขาเป็นใคร ทำไมถึงมาหาเธอในฝันได้ หรือเป็นเนื้อคู่เธอในชาติที่แล้ว ชายหนุ่มขำ แล้วบอกจะพาเธอกลับไปส่ง เบื้องบนต้องการให้เธอไปอยู่ในอีกร่างหนึ่ง ที่บังเอิญเสียชีวิตพร้อมกัน วีว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายหนุ่มหน้าตี๋พูด แต่ก่อนที่จะได้ซักถามอะไรอีก ร่างของเธอก็เหมือนถูกดูดไปยังเบื้องล่าง เบื้องล่างที่สว่างเกินบรรยาย

วีว่าสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เธอนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล และเมื่อเธอรู้สึกตัว คนที่เข้ามาแสดงความดีใจกลับเป็นพี่บี (คัชฑาเทพ เอี่ยมศิริ) ผู้จัดการส่วนตัวของมุกริน (รัชวิน วงศ์วิริยะ) ดารานางแบบชื่อดัง ผู้หญิงที่ลมบอกกับเธอว่าจะแต่งงานด้วย วีว่างุนงงว่าสองคนมาทำอะไรที่นี่ ทำไมไม่ใช่พ่อแม่หรือเจ้าขา น้องสาวเธอที่มาเยี่ยมไข้ แต่ไม่กี่นาทีต่อมา เมื่อเธอได้ส่องกระจก เธอก็ต้องพบคำตอบสุดช็อก เพราะในขณะนี้วีว่าอยู่ในร่างของมุกรินเรียบร้อยแล้ว เธอกลายเป็น มุกริน แม็กซ์เวลส์ ไปได้อย่างไร!!!

เรื่องราวบางส่วนก็ค่อย ๆ คลี่คลาย เมื่อวีว่าในร่างของมุกรินรู้ความจริงว่า มุกรินเสียใจที่ถูกพี่บี ผู้จัดการส่วนตัวแก้แค้น ด้วยการปล่อยภาพหลุดของมุกรินที่คลอเคลียกับผู้ชายหลายคนออกสื่อจนเป็นข่าวฉาว แถมยังถูกลมคนรักบอกเลิกอีก มุกรินเสียใจมากจึงกรีดข้อมือตัวเอง ลมมาเห็นเข้าจึงรีบพาส่งโรงพยาบาล เป็นเวลาเดียวกับที่วีว่าถูกคนร้ายยิงพอดี มุกรินหัวใจหยุดเต้นไปนาน แต่จู่ ๆ หัวใจของมุกรินก็กลับมาเต้นอีกครั้ง เธอฟื้นคืนสติแถมไม่มีอาการบาดเจ็บอะไรเลยราวกับปาฏิหารย์ ขณะเดียวกันวีว่าที่ยังไม่ตาย กลับต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ไม่รู้จะฟื้นเมื่อใด วีว่าในร่างของมุกรินตกใจกับสิ่งที่เธอล่วงรู้ เธอนึกถึงร่างของตัวเองจึงขอร้องให้ลมพาไปเยี่ยมในห้องพักผู้ป่วยของวีว่า ลมงง ๆ แต่ก็พาไป เมื่อวีว่าในร่างของมุกรินไปถึงห้องผู้ป่วยของวีว่า เธอได้พบกับพ่อแม่ เจ้าขาและชั้น (ฉัตรธนา ฉัตรบริรักษ์) ทั้งหมดงุนงง มุกรินที่ไม่เคยสนิทสนมอะไรด้วยกลับมาเยี่ยมวีว่า

ปูรณ์ตกใจและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาพุ่งไปโอบกอดร่างของวีว่าแล้วร้องไห้อย่างคนเสียสติ เขาอยากให้เธอฟื้นขึ้นมาเจอเขาเดี๋ยวนี้ เขาจะไม่หลบหนี ไม่ห่างหายไปจากเธออีกตลอดกาล ทุกอย่างอยู่ในสายตาของวีว่าในร่างมุกริน วีว่าเข้าใจชัดเจนว่าอาปูรณ์รักเธอเหมือนเดิม แต่ที่อาปูรณ์ต้องหายตัวไป เพราะทำตามคำสั่งคุณย่าพริ้มเพรา เรื่องราวเข้มข้นขึ้นไปทุกที แต่เรื่องราวความรักของทั้งคู่จะเป็นอย่างไร? อาปูรณ์กับวีว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคและปัญหาไปได้หรือไม่? วีว่า จะได้สวมใส่ชุดเจ้าสาวที่สวยเริดดดที่สุดอย่างที่ฝันไว้หรือเปล่า? ติดตามชม ละคร ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2558

คุณชายรักเร่
คุณชายรักเร่

Khun Chai Rakre

255741 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:29 มกราคม 2557

เหตุเกิดจากข้อความที่ระบุในพินัยกรรม กับคำขอร้องครั้งสุดท้ายก่อนที่ ม.ร.ว.สิรดนัย (สุเชาว์ พงษ์วิไล) จากไปด้วยโรคหัวใจวาย ที่มอบหมายให้ ม.ล.ภูผาเทพ หรือ รักเร่ (แฟร์ กันต์ดนย์ อาคาซาน) ติดตามคุณใหญ่ หรือ ม.ล.อัศวเมธา (สรณัฐ ยุปานันท์) ให้มารับมรดกตามที่ระบุในพินัยกรรม หลังจากตัดเป็นตัดตายกับอัศวเมธาที่ยืนยันจะแต่งงานกับฟ้ารุ่ง (จ๊ะโอ๋ พรหมภัสสร เจียมสกุลศักดิ์) ลูกสาวชาวบ้าน หลังจากอัศวเมธาแต่งงานไป รัชนีกร (มิ๊ง ฐรินดา กรรณสูต) ผู้เป็นมารดาก็ตรอมใจตาย สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับท่านสิรดนัย ถึงขนาดออกปากห้ามไม่ให้ภูผาเทพติดต่อกับพี่ชายอีกต่อไป ขณะเดียวกันภูผาเทพก็ถูกส่งไปเรียนต่อยังต่างประเทศ เขาจึงไม่ได้ติดตามข่าวคราวของพี่ชายอีกเลย นอกจากสิรดนัยจะมีลูกชายสองคนแล้ว เขากับรัชนีกรยังรับอุปการะ พีรณัฐ (เจมส์ กิจเกษม แมคแฟดเดน) ซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับอัศวเมธา โดยจดทะเบียนรับเป็นบุตรบุญธรรม แถมยังให้ใช้นามสกุล ศิรดารังสรรค์ หลังจากที่ วราวุฒิ (ธนายง ว่องตระกูล) ลูกน้องคนสนิทและไว้ใจนำมาฝากไว้ ด้วยเหตุผลที่ว่าพ่อแม่ของพีรณัฐซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ ของวราวุฒิถูกพวกค้ายายิงตาย

สิรดนัยส่งเสียเลี้ยงดูพีรณัฐจนกระทั่งเรียนจบปริญญาตรี และให้ชายหนุ่มเข้าทำงานใน บริษัท ศิรดารังสรรค์ กรุ๊ป ที่ดำเนินงานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ วราวุฒิจะเป็นคนคอยดูแลช่วยเหลืองานของสิรดนัยแล้ว พีรณัฐยังถือเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญคนหนึ่งของศิรดารังสรรค์ ตั้งแต่เล็กจนโตภูผาเทพให้ความเคารพรักพีรณัฐดุจพี่ชายคนหนึ่ง แต่แล้วความรู้สึกนั้นต้องเปลี่ยนไป เมื่อรู้ว่าพีรณัฐแอบคบหากับ นาถลดา (แอ ภัทราริน ยอดกมล) แฟนสาวของตนเอง ภูผาเทพจึงต้องยอมหลีกทางให้พี่ชายบุญธรรม ด้วยเหตุนี้สองหนุ่มจึงมองหน้ากันไม่ติดนับจากนั้นเป็นต้นมา เมื่อถึงวันเปิดพินัยกรรม มนตรี (สุรศักด์ ชัยอรรถ) ทนายประจำตระกูล ได้อ่านพินัยกรรมที่สิรดนัยระบุให้อัศวเมธา หรือทายาทของคุณใหญ่ เป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับมรดกเป็นเงินสดในธนาคารจำนวนหนึ่งพันล้านบาท รวมทั้งหุ้นในศิรดารังสรรค์กรุ๊ปอีกครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือตกเป็นของภูผาเทพ ด้านพีรณัฐได้รับมรดกเป็นที่ดินในต่างจังหวัดเพียงสิบไร่ และให้ได้รับเงินเดือน เงินปันผลจากบริษัทตามจำนวนหุ้นที่สิรดนัยให้ไว้ตั้งแต่เขาเริ่มเข้ามาทำงาน นอกจากนั้นพินัยกรรมยังระบุอีกว่า หากอัศวเมธาหรือทายาทไม่สามารถมารับมรดกภายในหนึ่งปีได้ เงินสดในธนาคารพร้อมทั้งหุ้นจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งจะตกเป็นของพีรณัฐ ส่วนอีกครึ่งให้บริจาคเพื่อการกุศล

จากข้อความในพินัยกรรม สร้างความไม่พอใจให้กับพีรณัฐเป็นอย่างมาก แต่คนที่พยายามเก็บซ่อนความผิดหวังอย่างสุดซึ้งกลับกลายเป็นวราวุฒิ ภูผาเทพถูกรอบทำร้ายขณะเตรียมออกตามหาพี่ชายและครอบครัว ทำให้เขาและศักดิ์ (แจ๊ส ชวนชื่น) ลูกน้องคนสนิท ต้องปลอมตัวเป็นพ่อค้าเร่ นามว่า รักเร่ กับ นะจ๊ะ (ศักดิ์) โดยซื้อรถมาดัดแปลงเป็นมินิมาร์ทเคลื่อนที่และลงทุนเปลี่ยนลุคจากคุณชายหล่อเฟี๊ยวมาเป็นหนุ่มจอมเปิ่น ทั้งคู่มาปรากฏตัว ณ ตำบลเนินไหแตก ชาวบ้านไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ที่ได้ยินเสียงประกาศของรถเร่ ต่างพากันออกมาซื้อของอย่างเนืองแน่น ไม่เว้นแม้แต่ น้องนน หรือ ชญานน (แม็ค ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์) ลูกชายวัยห้าขวบของฝนริน (มายด์ วรัทยา ว่องชยาภรณ์) ซึ่งฝนรินไม่ไว้วางใจรักเร่นัก เพราะรักเร่มีท่าทางแปลก ๆ เลยกลัวว่าจะขายของบังหน้าแต่เบื้องหลังอาจเกี่ยวข้องกับพวกค้ายาเสพติดที่เริ่มมาระบาดมอมเมาผู้คนในตำบล

รักเร่เป็นพ่อค้าที่อารมณ์ดี ซื่อสัตย์กับลูกค้าเสมอต้นเสมอปลาย ชายหนุ่มเลยได้ใจสาว ๆ ในตำบลเนินไหแตกไปครองอย่างง่ายดาย และหนึ่งในนั้นก็คือ ชมนาด (โบว์ โชติมา นวคุณากร) ลูกสาวคนเดียวของ ชัชชัย (เวนซ์ ฟอลโคเนอร์) ซึ่งเป็นเจ้าของโรงสีที่ร่ำรวย เบื้องหลังเป็นนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ ถือเป็นผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งที่ทางตำรวจกำลังจับตามองเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันวราวุฒิก็รู้ความจริงว่าน้องนนคือทายาทศิรดารังสรรค์ เลยบุกมาจับเพื่อหวังกำจัดให้สิ้นซาก ฝนรินกับรักเร่ช่วยกันออกตามหา ชะตาชีวิตของน้องนนท์จะเป็นเช่นไร เมื่อความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย ฝนรินจะยกโทษให้ภูผาเทพหรือไม่ ติดตามชม ละครคุณชายรักเร่ ได้ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 17.45 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคุณชายรักเร่ เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 29 มกราคม 2557

มาเฟียตาหวาน
มาเฟียตาหวาน

Mafia Ta Wan

2556
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:22 พฤศจิกายน 2556

เสี่ยปฐพี หรือ เจ้าพ่อหลี่ (จาตุรงค์ ม๊กจ๊ก) แห่งแก๊งพยัคฆ์ขาวได้ถูกลอบสังหารอย่างลึกลับ ทำให้เหล่าสมาชิกต่างทำท่าจะเปิดศึกเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ ก่อนตายเจ้าพ่อหลี่จึงมอบหมายให้ เฮียกำชัย (กฤตย์ อัทธเสรี) สมาชิกอาวุโสผู้เป็นสหายรักของตน ออกตามหาทายาทนอกสมรสที่เกิดกับหญิงสาวชาวไทยผู้หนึ่ง ซึ่งเรื่องราวของเธอกับเด็กในท้องถูกปกปิดเป็นความลับมาตลอด 50 ปี

อารักษ์ หรือ อาลัก (ฐปนัท สัตยานุรักษ์) เป็นหลานชายคนที่หกของเฮียกำชัยซึ่งมีใจรักด้านเสียงดนตรี แต่ด้วยพันธะที่สืบมาของครอบครัว เลยทำให้เขาต้องกลายมาเป็นที่ปรึกษาให้สกุลหลี่ และถูกมอบหมายให้เดินทางไปหาดใหญ่ เพื่อตามหาทายาทคนสุดท้ายของตระกูล โดยเฮียกำชัยได้มอบแหวนเขี้ยวพยัคฆ์ซึ่งเป็นแหวนประจำตำแหน่งหัวหน้าให้เขานำติดตัวไปด้วยเพื่อยืนยันฐานะ ขณะเดินทางไปหาดใหญ่เขากลับถูก สาลี่ (ณัฐพิมล นาฏยลักษณ์) เด็กหนุ่มหน้าหวานแถวท่ารถฉกเงินไปจนหมดกระเป๋า ซ้ำยังหลอกให้ไปมีเรื่องกับนักเลงจนหวิดถูกรุมสกรัมอีกด้วย อารักษ์ตามล่าสาลี่จนถึงบ้านเพื่อทวงหนี้แค้น แต่เมื่อได้เจอกับยายของสาลี่เขาจึงรู้ว่าแท้จริงสาลี่ก็คือหลานของเจ้าพ่อหลี่นั่นเอง

เมื่อสาลี่ยืนกรานว่าจะอยู่เลี้ยงยายที่หาดใหญ่ โดยไม่ยอมตามอารักษ์ไปรับตำแหน่งเจ้าพ่อ อารักษ์จึงต้องสร้างสถานการณ์ว่าแก๊งคู่อริของเจ้าพ่อหลี่ได้ส่งคนมาทำร้ายสาลี่เพื่อบีบบังคับเธอ แต่คาดไม่ถึงว่าจะมีคนมาตามฆ่าสาลี่จริง ๆ ทำให้ทั้งสองต้องหนีตายกันจ้าละหวั่น ระหว่างนั้นเองอารักษ์ก็พบว่าสาลี่เป็นผู้หญิง แต่ปลอมเป็นชายเพื่อความสะดวกในการเป็นมิจฉาชีพ แถมเธอยังขโมยแหวนเขี้ยวพยัคฆ์ไปจากเขาอีกด้วย

สาลี่สวมแหวนเขี้ยวพยัคฆ์ขณะวิ่งหนีเพราะกลัวมันจะหล่นหาย แต่ทันทีที่เธอสวมมันวิญญาณของเจ้าพ่อหลี่ที่สถิตย์อยู่ในแหวนก็ได้เข้าสิงร่างของเธอทันที ทำให้สาลี่สามารถออกลวดลายวิชากังฟูได้อย่างปาฏิหาริย์ เธอเล่นงานพวกคนร้ายจนแตกกระเจิงหนีไป

เหตุการณ์ไล่ล่าที่เกิดขึ้นทำให้ยายของสาลี่บาดเจ็บสาหัส สาลี่จึงยอมตามอารักษ์ไปกรุงเทพฯ เพื่อหาเงินมารักษายาย เขาสั่งให้เธอปิดเรื่องเพศของตัวเองเป็นความลับ เพราะเกรงว่าเหล่าสมาชิกหัวเก่าจะไม่ยอมรับผู้หญิงเป็นหัวหน้า จากนั้นอารักษ์ก็ให้อาต้า (วิวิศน์ บวรกีรติขจร) ญาติผู้น้องจอมบู๊ของตน มาเป็นบอดี้การ์ดให้ และให้ ซินดี้ (อาชิรญาณ์ ภีระพัภร์กุญช์ชญา) อดีตเลขาสุดเซ็กซี่ของเจ้าพ่อหลี่ มาปรับปรุงบุคลิกของสาลี่ให้ดูเป็นชายยิ่งกว่าเดิม

สาลี่ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในที่ประชุม การมาของเธอทำให้สงครามแก่งแย่งอำนาจของคนในแก๊งค์ยุติลง แต่ทุกคนก็ยังกังขาอยู่ว่าเด็กหนุ่มตาหวานผู้นี้จะนำพาองค์กรไปได้สักกี่น้ำ โดยเฉพาะ สมจิตร (นุ้ย เชิญยิ้ม) หลานเขยของเจ้าพ่อหลี่ผู้หมายมั่นจะคลองบัลลังก์มาช้านาน ได้เสนอแผนว่าควรทำบุญศพเจ้าพ่อหลี่ให้ครบร้อยวันเสียก่อน จึงค่อยให้สาลี่รับตำแหน่ง ทั้งนี้ก็เพื่อถ่วงเวลาหาทางกำจัดสาลี่นั่นเอง

การกระทำของสมจิตรได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก อาคิ้ม (พรสุดา ต่ายเนาว์คง) ภรรยาสาวที่ต้องการให้สามีตนก้าวมาเป็นใหญ่ ผิดกับ อาหงส์ (วารินทร์ วงค์คม) น้องสาวของเธอที่เอาแต่สนใจเรื่องเย็บปักถักร้อย ไม่แยแสด้านการเมืองสักนิด สาลี่ถูกชะตากับอาหงส์เพราะสงสารที่ไม่มีเพื่อน จึงมักชวนไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาอยู่เสมอ ซึ่งในระหว่างนั้นสมจิตรก็พยายามสังหารสาลี่อยู่หลายครั้ง แต่วิญญาณของเจ้าพ่อหลี่ที่อยู่ในแหวนก็ออกมาช่วยสาลี่เอาไว้ทุกครั้ง ระหว่างนั้นคนสนิทของสมจิตรก็วางแผนอุ้มตัวสาลี่กับอารักษ์มาฆ่าทิ้งกลางป่า แต่ระหว่างทางอารักษ์ก็ได้เสี่ยงตายปกป้องสาลี่ไว้จนหนีรอดมาได้

ระหว่างรอนแรมหลบหนีอยู่ในป่า สาลี่ก็คอยดูแลอารักษ์ที่บาดเจ็บเป็นอย่างดี ทำให้อารักษ์เริ่มสัมผัสได้ถึงความน่ารักแบบจริงใจของสาลี่ แต่เขาไม่ต้องการให้แผนทั้งหมดต้องมาพังเพราะเรื่องรักใคร่ ๆ จึงพยายามหลอกตัวเองให้ลืมความรู้สึกนี้ไป

อาคิ้มคิดจะทุ่มกายหว่านเสน่ห์กับสาลี่ เพื่อหวังจะอาศัยเรื่องชู้สาวมาทำลายเครดิตของอีกฝ่าย แต่สาลี่กลับไม่สนใจอาคิ้มเลยแม้แต่น้อย ทำให้อาคิ้มเริ่มเข้าใจว่าสาลี่เป็นเกย์ ข่าวลือเรื่องสาลี่แต๋วแตกแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว เรื่องราวชุลมุนวุ่นวายจึงเริ่มขึ้น !! งานนี้ถ้าสาลี่ถูกจับได้ว่าตนคือผู้หญิง !! ทุกคนจะยอมให้เธอเป็นหัวหน้ามาเฟียต่อไปหรือไม่? ติดตามชมความสนุกสนานเหล่านี้ได้ใน ละครมาเฟียตาหวาน ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.45 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครมาเฟียตาหวาน เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2556

หลบผี ผีไม่หลบ
หลบผี ผีไม่หลบ

Lob Pee Pee Mai Lob

2556
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:27 กันยายน 2556

นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งมีโครงการจะผลิตภาพยนตร์สารคดีเพื่อส่งเข้าประกวด ซึ่งในทีมนี้ประกอบด้วย ญาดา (พรภัสสร อัตถปัญญาพล), วิทย์, แป๋ม, อู๊ดและนุ่น โดยมีอาจารย์สำอาง (อุเทน คตน่วม) ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ญาดาตกลงกับทีมว่าจะทำหนังสารคดีแนวผี ๆ กัน โดยเลือกโลเคชั่นชนบทที่ยังมีความเชื่อในเรื่องลี้ลับ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ เมื่อถึงกำหนดนัดหมาย ทั้งหมดก็พากันออกเดินทางไปยังสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งอยู่ในอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดหมายปลายทางนั้นเอง จู่ ๆ รถก็เกิดเสียแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จวบจนกระทั่งพลบค่ำก็มีรถอีแต๊กของ คำมี ชาวบ้านที่เพิ่งกลับจากไร่ขับผ่านมา คำมีพาทั้งหมดไปขออาศัยพักที่บ้านของผู้ใหญ่มา ผู้ใหญ่บ้านแห่งตำบลบ้านโคก และยังช่วยลากรถที่เสียไปให้ บุญรอด ช่างประจำหมู่บ้านช่วยซ่อมให้ด้วย ผู้ใหญ่มากับนางฟ้อนผู้เป็นเมียให้การต้อนรับขับสู้ทุกคนด้วยความเต็มใจยิ่งและยังกำชับทุกคนว่าห้ามออกจากบ้านดึก ๆ ดื่น ๆ ตามลำพังเป็นอันขาด เพราะเวลานี้มีผีปอบกำลังออกอาละวาดอยู่ในหมู่บ้าน แต่ญาดากลับคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก เพราะถ้าทีมของเธอสามารถถ่ายภาพผีปอบตัวจริง ๆ ได้ล่ะก็หนังของพวกเธอมีหวังดังเป็นพลุแตกแน่นอน

กลุ่มของญาดาคิดว่าเรื่องผีปอบยายม้วน (ปนัดดา โกมารทัต) กับวานี (ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ) อาจจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังซ่อนเร้นอยู่ จึงอยากจะสืบหาความจริงต่อไป ประกอบกับรถที่เสียนั้นบุญรอดก็ยังหาอะไหล่มาซ่อมไม่ได้ ทั้งหมดจึงตกลงใจที่จะพักอยู่ที่นี่ต่อไปและเปลี่ยนโลเคชั่นที่จะใช้ถ่ายทำหนังสารคดีแนวผี ๆ มาเป็นที่บ้านโคกซะเลย

เวลาต่อมา เอ๊ด (รัชชานนท์ สุประกอบ), ปาล์ม, เป็ด, ชัย, เจนและหนูนา กลุ่มนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งไม่เชื่อว่าผีมีจริงในโลกก็ได้เดินทางมาพร้อมกับ อาจารย์พูน (โจ บอยสเกาต์) ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ และก็บังเอิญมารถเสียบริเวณเดียวกันกับทีมแรก และยังได้พบกับคำมีขับรถอีแต๊กผ่านมาเหมือนกันเปี๊ยบ คำมีพาทั้งหมดไปพบกับผู้ใหญ่มาและได้พักอยู่ที่บ้านอีกหลังซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับบ้านที่กลุ่มของญาดาพักอยู่ ทั้งสองกลุ่มเริ่มเปิดฉากไม่ลงรอยกันตั้งแต่ได้พบหน้า เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่ค่อยจะกินเส้นกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะญาดากับเอ๊ดซึ่งเคยเป็นคู่รักกันในอดีต แต่มีเรื่องบาดหมางจนถึงขั้นตัดสัมพันธ์กันไป เปลี่ยนสถานะจากคนรักมาเป็นศัตรูคู่ปรับที่ต่างก็ไม่มีใครยอมใคร เอ๊ดกับญาดาถึงขั้นเดิมพันกันว่าถ้าทีมไหนสามารถพิสูจน์ได้ก่อนว่าผีมีจริงหรือไม่ก็จะเป็นผู้ชนะ และผู้แพ้จะต้องยอมเป็นเบ๊ให้ผู้ชนะใช้งานได้ทุกอย่าง

ทีมของญาดากับวิทย์เริ่มถ่ายทำสารคดีเกาะติดวิญญาณโดยมีการสัมภาษณ์ชาวบ้านหลายคนถึงเรื่องวิญญาณผีเฮี้ยนที่ชาวบ้านเคยประสบพบมา ซึ่งชาวบ้านต่างก็ยืนยันว่าที่บ้านโคกมีผีจริงและเฮี้ยนกว่าที่อื่นแน่นอน วิทย์เสนอให้ถ่ายทำบางส่วนเป็นภาพเหตุการณ์จำลองตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเพื่อให้ดูสมจริง โดยให้ชาวบ้านมาร่วมแสดงเป็นผีด้วย และพอถึงเวลาถ่ายทำจริงตัวประกอบเหล่านั้นก็แสดงได้สมจริงมากไม่ว่าจะแสดงเป็นผีหัวขาด, ผีไส้ไหล, ผีตาโบ๋, ผีกระสือ ฯลฯ แต่ละตัวก็ดูสมจริงอย่างน่าทึ่ง ทั้ง ๆ ที่ไม่มีทีมเอฟเฟกต์มาช่วยแต่งหน้าแม้แต่คนเดียว ซึ่งภาพที่ออกมานั้นทำให้ทุกคนพอใจมาก แต่บางคนก็เริ่มรู้สึกว่ามีอะไรแปลก ๆ ซะแล้ว

ส่วนทีมของเอ๊ดกับปาล์มก็พากันออกสำรวจหาวิญญาณด้วยการใช้เครื่องมือไฮเทคตรวจจับคลื่นความถี่ และปรากฏว่าเครื่องจะร้องทุกครั้งที่มีชาวบ้านเข้ามาอยู่ใกล้ๆ แต่เอ๊ดคิดว่าเครื่องอาจจะขัดข้องจนทำงานผิดพลาด แต่ไม่ว่าจะลองแก้ไขแล้วนำมาทดลองกี่ครั้งผลก็ยังเป็นเหมือนเดิมคือทุกครั้งที่มีชาวบ้านเข้ามาใกล้เครื่องก็จะส่งสัญญาณดังขึ้นทันที

แต่พอทีมของญาดากลับมาเช็กภาพในเทปวิดีโอที่ถ่ายไว้กลับปรากฏว่าเทปเสียทั้งหมด จึงไม่มีหลักฐานมายืนยันได้ว่าผีที่ทุกคนเห็นนั้นเป็นผีจริงหรือว่าผีปลอมกันแน่ แต่เอ๊ดมั่นใจว่าสิ่งที่ทุกคนเห็นจะต้องมีใครสักคนที่อยู่เบื้องหลังแล้วจัดฉากขึ้นมาหลอกลวงแน่ ๆ และเขาจะต้องกระชากหน้ากากพวกลวงโลกพวกนี้ให้ได้

อาจารย์สำอางกับอาจารย์พูนต้องอกหักยับเยินเมื่อถูกวานีปฏิเสธรักแถมทั้งคู่ยังได้เห็นวานีกำลังจับไก่กินสด ๆ ก็รู้ทันทีว่าวานีเป็นผีปอบตามที่ชาวบ้านบอกจริง ๆ อาจารย์สำอางกับอาจารย์พูนเสียใจจนถึงขั้นดวลเหล้ากันจนเมามาย และที่ช็อกยิ่งกว่าก็เมื่อไปเจอภาพถ่ายที่ใช้ตั้งหน้าศพของผู้ใหญ่มาซึ่งเสียชีวิตมานานแล้ว ผู้ใหญ่มากับนางฟ้อนยอมรับกับทุกคนว่าเขากับเมียเสียชีวิตกันแล้วจริง ๆ พอทุกคนรู้ว่าถูกผีหลอกก็รีบเผ่นแน่บไปหาหลวงพ่อทอง หลวงพ่อทองจึงยอมเล่าความจริงเรื่องหมู่บ้านโคกให้ทุกคนฟัง เกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านโคกกันแน่? และความรักระหว่างเอ๊ดกับญาดาจะกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งหรือไม่? ติดตามชมได้ใน ละครหลบผี ผีไม่หลบ ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.45 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครหลบผี ผีไม่หลบ เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2556

กองร้อยกระทะเหล็ก
กองร้อยกระทะเหล็ก

Kongroi Krathalek

255640 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:2 สิงหาคม 2556

ณ กองร้อยที่ 88 ในช่วงเวลาใกล้เที่ยง บรรยากาศในหน่วยประกอบเลี้ยงดูคึกคักวุ่นวาย พลสูทกรรม 5 นาย กำลังวุ่นกับการเตรียมเสบียงอาหารสำหรับมื้อเที่ยง ปราบ กำลังถกเถียงกับ จ่าโย่ง ผู้บังคับหน่วยหัวอนุรักษ์เรื่องขั้นตอนของการทำอาหาร โดยมี หนูยิ้ม ลูกสาวจ่าโย่งแอบเชียร์ปราบอยู่ในใจ ปีนี้หนูยิ้มเรียนจบแล้ว กำลังรอเรียกสัมภาษณ์งาน แต่ถึงยังไงจ่าโย่งก็ยังคงเป็นห่วงและหวงหนูยิ้มอยู่ดี และมักจะหนีบลูกสาวติดไปด้วยทุกที่ แม้แต่เวลาออกปฏิบัติงาน หนูยิ้มเลยกลายเป็นลูกมือของพ่อไปโดยปริยาย ครั้นหนูยิ้มจะสมัครเป็นทหารรับราชการให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย พ่อก็ไม่เห็นด้วย

อีกด้านหนึ่ง พลทหารบาน กำลังสับหมู หั่นผักอย่างเมามันถึงขั้นเขียงแตก เพราะความบ้าพลัง ส่วน หมู่เลี้ยงกำลังละเมียดละไมกับการเด็ดพืชผักสมุนไพร และดมกลิ่นของมันไปด้วย ทำให้หนูยิ้มหงุดหงิดใจมาก ๆ กับความเชื่องช้าของเลี้ยง เพราะหนูยิ้มเป็นผู้หญิงที่คล่องแคล่วว่องไว กว่าอาหารจะเสร็จ ปราบกับจ่าโย่งต้องได้เถียงกันไปหลายยก เรื่องราวของหน่วยประกอบเลี้ยงแห่งนี้เป็นอยู่อย่างนี้ทุกเมื่อเชื่อวัน

วันนี้เป็นเวรปราบที่จะต้องนำอาหารไปเสิร์ฟให้ทหารในห้องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร แล้วปราบก็ต้องแปลกใจเมื่อไม่พบใครในห้องนั้น ขณะที่ปราบกำลังจะหันหลังออกจากห้อง ก็บังเอิญได้ยินเสียงดังลอดออกมาจากวิทยุใจความสำคัญคือ ทหารฝ่ายตรงข้ามได้จับทหารฝ่ายเราไว้เป็นตัวประกัน ทุกคนอยู่ในอันตราย ปราบไม่รอช้ารีบจดพิกัดไว้ แล้วเสียงผู้แจ้งก็หายไปพร้อมเสียงปืนรัวกระหน่ำ ความเป็น ความตายเท่ากัน ปราบถือกระดาษที่จดพิกัดไว้ในมือวิ่งออกไปหมายจะแจ้งให้ทุกคนทราบ แต่แล้วก็พบว่าเพื่อนทหารได้หายไปหมด เหลือแต่เพื่อน ๆ พลสูทกรรม ซึ่งยืนรอเก้ออยู่ที่โรงประกอบเลี้ยง ปราบรีบเล่าเรื่องที่ได้ยินให้เพื่อน ๆ ฟัง ทุกคนตกใจมาก ปราบออกความเห็นว่านี่เป็นโอกาสที่จะได้แสดงฝีมือให้ทุกคนเห็นว่าหน่วยของเราก็มีฝีมือเชิงรบเหมือนกัน ไม่ได้หน่อมแน้มปวกเปียกอย่างที่โดนล้อเลียน ทุกคนเห็นด้วย โดยเฉพาะหนูยิ้มซึ่งรอมานานที่จะได้แสดงความสามารถเฉพาะตัวที่คล่องแคล่วว่องไวและเก่งในเชิงมวยและการต่อสู้ ส่วนบาน หนูยิ้มว่าไงบานว่างั้น บานมีสมองก็เหมือนไม่มีแต่พละกำลังเหลือเฟือ

แม้จ่าโย่งจะค้านแต่ก็ไม่มีใครฟัง 4 หนุ่มสาวออกค้นหาอาวุธแต่ก็ไม่พบ จึงนำข้าวของที่ใช้ในครัวเท่าที่จะหาได้ติดตัวไป ปราบพกที่จุดเตาแก๊สกับขวดน้ำมันไป หนูยิ้มมือผัดเอากระทะกับตะหลิวติดตัวไป บานได้อีโต้ 2 อัน ส่วนเลี้ยงได้ขวดพริกไทยกับพริกป่นไป จ่าโย่งไม่รู้จะเครียดหรือจะขำกับภาพที่เห็น พยายามโน้มน้าวให้ทุกคนล้มเลิกความตั้งใจ แต่ไม่มีใครฟัง จ่าโย่งยื่นคำขาดไม่ให้หนูยิ้มไป แต่หนูยิ้มไม่ยอม ด้วยความที่อยากจะเอาใจหนูยิ้ม บานจึงฟาดหัวจ่าโย่งจนสลบไป ท่ามกลางความตกใจของทุกคน แต่ภารกิจก็ไม่อาจล้มเลิก ทุกคนมุ่งหน้าไปสู่พิกัดที่ได้รับแจ้งหมายจะให้ได้มาซึ่งคำว่า "ฮีโร่"

ทั้ง 4 บุกมาถึงพิกัดข้าศึกได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ เบื้องหน้าเป็นข้าศึกที่อยู่ในชุดดำ ปกปิดหน้าตา ไม่ระบุสัญชาติ และทหารฝ่ายเราที่ตกเป็นเชลย หนึ่งในนั้นเป็นแพทย์ทหารนาม สายรุ้ง คุณหมอคนสวยลูกสาวนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เลี้ยงหลงรัก แทบไม่น่าเชื่อใช้เวลาและเรี่ยวแรงไม่มาก ทั้ง 4 คน ก็สามารถใช้ตะหลิว มีด และไฟจัดการข้าศึกได้ไม่ยาก ท่ามกลางความตกใจระคนฉงนสนเท่ห์ของข้าศึก ทั้ง 4 เข้าประชิดตัวหัวหน้าข้าศึกจนจะสามารถช่วยสายรุ้งได้ หัวหน้าศัตรูซึ่งใช้ผ้าปิดหน้าปิดตาได้เข้ามาขวาง ทำให้มีการประมือกับปราบ ปราบอาศัยทีเผลอเล่นงานศัตรูด้วยไฟ แล้วแย่งปืนยิงใส่ศัตรูทันที

หยุดเดี๋ยวนี้ !! เสียงตวาดอันแสนจะคุ้นเคยแผดขึ้นจนทุกคนตกใจและหยุดชะงัก ผบ.สุชาตินั่นเอง ผบ. เดินหน้าเครียดเข้ามาพร้อมกับเหล่าทหารและศัตรูที่ต่างถอดผ้าปิดหน้าออก ทั้ง 4 ตกตะลึงเมื่อพบว่าทหารศัตรูเหล่านั้น คือเพื่อน ๆ ทหารของเขานั่นเอง "มาทำบ้าอะไรกันเนี่ย เขาซ้อมรบกันอยู่โว้ย" สิ้นสุดเสียงตวาดของ ผบ.สุชาติ ก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยาะโห่ฮาของบรรดาเพื่อนทหาร คนที่ตกใจที่สุดคือปราบ เขารีบหันไปดูหัวหน้าศัตรูที่ถูกเขายิงว่าเป็นอย่างไรบ้าง สิชล ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ผบ.สุชาติพยายามยันตัวลุกขึ้น ปราบรีบเข้าไปช่วย แต่สิชลโมโหจัดผลักปราบกระเด็น สายรุ้งเข้ามาดูอาการสิชล ซึ่งมีแค่แผลฟกช้ำ เพราะได้เสื้อเกราะช่วยชีวิตเอาไว้ ปราบโล่งใจ สายรุ้งอดขำปราบและเพื่อน ๆ ไม่ได้จึงหลุดหัวเราะออกมา ทำให้ปราบรู้สึกอายและหมั่นไส้สายรุ้งมาก สิชลนั้นออกจะเสียหน้าอย่างมาก ที่พลาดท่าให้ปราบซึ่งเป็นนายทหารพลสูทกรรม จนกลายเป็นความอาฆาต จะมีดีบ้างก็ตรงที่เขาได้รับความเอาใจใส่จากคุณหมอสายรุ้งคนสวย

ทั้ง 4 ได้รับโทษอย่างหนัก อีกทั้งยังโดนหัวเราะจากคนทั้งกองร้อย ทุกคนโทษว่าเป็นความผิดของปราบ ซึ่งเป็นผู้ชักชวนให้เพื่อน ๆ ไปทำภารกิจนี้ อีกทั้งจ่าโย่งก็โกรธหนูยิ้มเป็นอันมากที่ดื้อดึงไม่เชื่อฟัง หนูยิ้มก็โกรธบานที่ตีหัวพ่อของเธอ บานจึงพาลไปโกรธปราบว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด และที่เหนือความคาดหมาย คนที่น่าโกรธที่สุดคือเลี้ยง ผู้ซึ่งได้รับคำสั่งจาก ผบ.สุชาติให้มาบอกห้องครัวให้งดทำอาหารเนื่องจากมีการซ้อมรบ แต่เลี้ยงดันลืมบอก แถมไม่ได้เฉลียวใจอะไรเลยเมื่อตอนปราบมาชวนไปทำภารกิจ

เรื่องราวดูจะบานปลายใหญ่โต เมื่อเบื้องบนทราบเรื่องที่เกิดขึ้นที่กองร้อย 88 แห่งนี้ ผบ.สุชาติ โดนตำหนิอย่างแรงจากส่วนกลาง ดังนั้นกองร้อย 88 ทั้งหมดจึงโดนลงโทษ โดยการถูกส่งให้ไปเป็นกองร้อยบริการให้แก่เพื่อน ๆ ทหารในการซ้อมรบใหญ่ Cobra Super Gold ซึ่งเป็นการซ้อมรบร่วมกับทหารอเมริกัน ทุกคนในกองร้อยที่ 88 รู้สึกอับอายกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก และต่างโทษว่าเป็นเพราะปราบคนเดียวที่ทำให้กองร้อยที่ 88 โดนล้อเลียนว่าเป็น กองร้อยกระทะรั่ว

เมื่อการซ้อมรบจบลง ก็ถึงเวลาที่ทุกคนต่างรอคอย นั่นคือการได้กลับไปเยี่ยมบ้านนั่นเอง ปราบแบกความผิดหวังกลับมาบ้าน อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับ ปราโมท ผู้เป็นพ่อ ซึ่งคอยเหน็บแนมเรื่องที่ปราบไปสมัครเป็นทหารซึ่งพ่อไม่เห็นด้วยเลย ปราบมีความใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กว่าอยากจะเจริญรอยตามปู่ซึ่งเป็นทหาร ภาพความทรงจำของปราบมีแต่ภาพปู่ในเครื่องแบบทหารที่ดูสมาร์ทและเจ้าระเบียบมาก ปราบเป็นหลานคนโปรดของปู่ ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ปราบจะพยายามสอบเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยทหารทั้ง ๆ ที่พ่อคัดค้าน ปราบต้องผิดหวังอย่างมากที่ตนไม่สามารถสอบเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยได้ เนื่องจากตนเองมีปัญหาเรื่องสายตา ปราโมทตัดสินใจส่งปราบไปเรียนต่อต่างประเทศด้านการบริหาร เพื่อมาสานต่อธุรกิจของตน แต่ปราบกลับประชดพ่อด้วยการไปเรียนทำอาหาร ยิ่งทำให้ปราโมทโกรธมาก ปราบยิ่งตอกย้ำความโกรธของปราโมทเข้าไปอีก เมื่อเขากลับมาจากต่างประเทศก็สมัครเข้ารับการเกณฑ์ทหาร รังรอง ผู้เป็นแม่กลัวเหลือเกินว่าลูกจะได้รับอันตราย จึงแอบใช้เส้นสายให้ลูกได้เป็นพลสูทกรรมอยู่ในหน่วยประกอบเลี้ยง โดยเรื่องนี้ไม่มีใครรู้เลย

ปราบรู้สึกเสียหน้ากับพ่อมากที่ได้มาเป็นทหารทั้งทีแต่กลับต้องมาเป็นทหารโรงครัว แต่เขาก็หวังว่าวันหนึ่งเขาจะต้องได้ดิบได้ดีในการเป็นทหารให้ได้ แต่ในการกลับมาเยี่ยมบ้านคราวนี้ ปราบรู้สึกว่าตัวเองอาจจะต้องยอมแพ้กับความตั้งใจเดิม ๆ ของเขา ปราบคิดว่าถ้าครบ 2 ปีตามเกณฑ์ เขาอาจจะออกจากราชการทหารมาทำอย่างอื่น ซึ่งก็สมใจ อรนารี คู่หมั้นของปราบเป็นอย่างมาก ปราบมีทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ อรนารีพยายามผลักดันให้ปราบรับงานในวงการบันเทิงอย่างเธอ เพราะเป็นอาชีพที่ได้ทั้งชื่อเสียงและเงินทอง ปราบเองก็ชักจะเอนเอียงเพราะอยากจะมีรายได้ และยืนบนลำแข้งของตัวเองเสียที อรนารีเริ่มปฏิบัติการทันที โดยการพาปราบออกงานสังคมต่าง ๆ เพื่อให้ได้พบปะกับคนในแวดวงสังคมและบันเทิง

ปราบได้บังเอิญเจอคุณหมอสายรุ้งคู่ปรับเก่าเข้าโดยบังเอิญ วันนี้สายรุ้งดูสวยมากเป็นพิเศษ ปราบเองยังอดชื่นชมไม่ได้ แต่แล้วความคิดของปราบก็เปลี่ยนไปเมื่อเห็นสายรุ้งควงคู่มากับชายสูงวัยมาดดีคนหนึ่งดูจากท่าทางที่สายรุ้งปฏิบัติต่อชายผู้นั้น มันทำให้ปราบไม่อาจคิดเป็นอย่างอื่นไปได้เลย นอกจากสายรุ้งคือคู่รักของชายสูงวัยคนนั้น สายรุ้งช่างไม่อับอายเสียเลย ทั้งกอดทั้งหอมทั้งออดอ้อนกับชายผู้นั้นโดยไม่สนใจสายตาใคร จนปราบอดที่จะพูดกระแนะกระแหนไม่ได้ สายรุ้งเข้าใจความรู้สึกของปราบ แต่หล่อนกลับขำ และไม่คิดแก้ตัว

ในที่สุดปราบก็ได้เริ่มงานบันเทิงด้วยการประเดิมถ่ายแบบให้กับนิตยสารเล่มหนึ่ง ในฐานะกลุ่มหนุ่มสาวสังคมรุ่นใหม่ แม้จะตะขิดตะขวงใจที่ต้องพ่วงด้วยคำว่าลูกชายคนเดียวของปราโมท นักธุรกิจพันล้าน และปราบก็ได้พบกับสายรุ้งอีกครั้ง สายรุ้งมาร่วมถ่ายแบบด้วยในฐานะคุณหมอสาวสวยลูกสาวนายพลใหญ่แน่นอนว่าทั้งคู่เขม่นกันตลอดเวลา สายรุ้งยังคงขำปราบที่ยังคงเข้าใจว่า หล่อนเป็นเด็กเลี้ยงของพ่อตัวเอง แต่ก็ไม่คิดจะอธิบายให้เข้าใจ ปราบเกือบจะได้เป็นพระเอกหนังไปแล้ว ถ้าไม่ได้รับหมายเรียกตัวด่วนจากกองร้อย 88 ซะก่อน

ผบ.สุชาติแจ้งภารกิจลับพิเศษให้หน่วยประกอบเลี้ยงทั้ง 4 ทราบว่า พวกเขาจะได้รับมอบหมายให้ไปช่วยตัวประกัน ซึ่งเป็น หมอเดินเท้า ที่ถูกจับตัวไป ซึ่งหมอเดินเท้าคนนั้นก็คือสายรุ้งนั่นเอง ปราบ บาน และเลี้ยง ตื่นเต้นมากที่จะได้ทำภารกิจกู้หน้าตาและศักดิ์ศรีของตนกลับมาเสียที แต่จ่าโย่งรู้สึกทะแม่ง ๆ เพราะภารกิจสำคัญขนาดนี้ ทำไมสุชาติถึงเลือกหน่วยประกอบเลี้ยงอย่างพวกตนไปปฏิบัติงาน ช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย แต่ถึงยังไงก็ต้องทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ทั้ง 4 จึงต้องออกเดินทางไปทันที ซึ่งทั้งหมดจะต้องประสานงานการรบกับสิชล สิชลแจ้งพิกัดที่คุณหมออยู่และพิกัดที่ต้องไปรับอาวุธให้ทั้ง 4 คนทราบ ปราบและบานตื่นเต้นกับคำว่าอาวุธเป็นพิเศษ เพราะตั้งใจจะแสดงฝีมือเชิงรบกันเต็มที่ แต่เมื่อไปถึงพิกัดรับอาวุธ ทั้งหมดก็ต้องเข่าอ่อนเมื่อได้พบว่าอาวุธที่กองทัพเตรียมไว้ให้นั้นกลับไม่ใช่ปืนผาหน้าไม้แต่อย่างใด แต่กลับเป็นข้าวของเครื่องใช้ในครัวที่พวกเขาแสนจะคุ้นเคยนั่นเอง จ่าโย่งโกรธผบ.สุชาติมาก เพราะเข้าใจว่าสุชาติเพื่อนทหารร่วมรุ่น ที่เคยเป็นคู่แข่งกันทุกด้านไม่เว้นแม้แต่เรื่องหัวใจกลั่นแกล้ง แต่ปราบมั่นใจว่ามันต้องเป็นความคิดของสิชล ซึ่งคิดจะแก้แค้นตนแน่ ๆ แต่ทั้ง 4 ตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะต้องทำภารกิจนี้ให้ลุล่วงให้จงได้แม้จะไม่มีอาวุธหนักใด ๆ เลย แล้วจ่าโย่งก็ต้องเจอเรื่องหนักใจอีกเมื่อพบว่าหนูยิ้มแอบตามมาด้วยและไม่ยอมกลับ แม้จะพยายามไล่ยังไงก็ตาม

ทั้ง 5 เดินทางไปตามพิกัดที่ได้รับแจ้ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับทหารโรงครัวที่ไม่ชำนาญในเรื่องการลงพื้นที่ ยิ่งลำบากทุกคนก็ยิ่งโทษกัน ระหองระแหงเรื่องเก่าตั้งแต่ครั้งไหน ๆ ก็ขุดมาพูดกันไม่รู้จบ โดยเฉพาะปราบกับจ่าโย่ง ข้าวของเครื่องครัวที่ทั้งหนักและไร้ประโยชน์ ยิ่งทำให้เหนื่อยอ่อน จนทั้งหมดเกือบจะโยนทิ้งไปแล้ว ถ้าไม่ถูกข้าศึกโจมตีเสียก่อน ในภาวะคับขันใครคว้าอะไรได้ก็นำมาป้องกันตัวและตอบโต้กลับ แล้วทั้งหมดก็พบว่าข้าวของต่าง ๆ ที่เกือบจะโยนทิ้งไปนั้นมีประโยชน์ และ ช่วยให้พวกเขารอดตายจากการโจมตีมาได้ ปราบใช้ไหวพริบและน้ำมันกับที่จุดเตาแก๊ส ทำกับดักไฟล้อมข้าศึก ส่วนเลี้ยงก็เอาพริกแห้งโยนใส่กองไฟ ทำให้ข้าศึกสำลักควันพิษจนทุกคนหนีมาได้ หนูยิ้มยังคงประหลาดใจว่าที่เธอบ่นทุกวันว่าต้องช่วยพ่อผัดอาหารด้วยตะหลิวคู่ จนมันจะกลายเป็นอวัยวะของเธอไปแล้วนั้น วันนี้ไอ้เจ้ากระทะและตะหลิวคู่นั้นมันกลับช่วยชีวิตเธอและพ่อไว้ได้ แต่คนที่น่ากลัวที่สุดสำหรับศัตรูคือบานมือสับ เพราะเพียงแค่ไม่กี่นาทีที่บานร่ายเพลงอีโต้คู่ป่าก็ราบไปหมด ศัตรูไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ และเมื่อรอดมาได้ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่า พวกเขานั้นต่างมีความสามารถพิเศษด้วยกันทั้งนั้น อุปกรณ์เครื่องครัวที่พวกเขาคุ้นชินต่างหากที่เป็นอาวุธที่เหมาะมือ ไม่ใช่ปืนผาหน้าไม้แต่อย่างใดเลย ความคึกคะนองในการชนะข้าศึกทำให้บรรยากาศในกลุ่มดีขึ้น แต่คำถามที่เกิดขึ้นในใจคือ ใครคือศัตรูของพวกเรากันแน่

ที่กองร้อย 88 ผบ.สุชาติกำลังรับหน้านายพลสุริยา พ่อของสายรุ้ง ซึ่งข้องใจเป็นอย่างมากที่สุชาติส่งหน่วยประกอบเลี้ยงซึ่งเป็นความอับอายของหน่วยไปทำภารกิจช่วยเหลือชีวิตลูกสาวตน สุชาติเองก็ไม่สามารถที่จะบอกท่านนายพลได้ว่าทั้งหมดเป็นแผนของตนที่จะเปิดโอกาสให้สิชล ลูกชายของตนได้กลายเป็นฮีโร่ไปช่วยคุณหมอสายรุ้ง แต่ครั้นจะส่งสิชลไปช่วยสายรุ้งกลับมาเลย ก็จะดูง่ายไปหน่อย จึงส่งหน่วยประกอบเลี้ยงไปก่อน เพราะมั่นใจว่าพวกหน่วยประกอบเลี้ยงไม่มีทางทำสำเร็จแน่นอน แล้วสิชลก็จะกลายเป็นพระเอกขี่ม้าขาวไปช่วยคุณหมอสายรุ้งกลับมาอย่างปลอดภัย

พวกของปราบเดินทางรอนแรมไปตามพิกัดที่ได้รับจากสิชล แต่กลับหลงทางหาจุดพิกัดที่จะช่วยคุณหมอสายรุ้งไม่เจอ ซึ่งแน่นอนว่าพิกัดที่สิชลให้นั้นเป็นพิกัดหลอก ทั้งหมดจึงหยุดพักที่ริมลำธาร และผล็อยหลับไป เมื่อรู้สึกตัวขึ้นมาก็พบว่าทั้งหมดถูกจับตัวไว้โดยชาวป่า รูปร่างผอมและหน้าตาน่ากลัวเหมือนผีปอบ ปราบรู้ชะตากรรมทันทีว่าพวกเขาต้องถูกจับกินแน่ ๆ เพราะชาวเผ่ากินคนเหล่านั้นต่างรุมเข้ามาจะทึ้งกินพวกเขา ปราบออกอุบายโน้มน้าวให้ชาวเผ่าเชื่อว่าควรจะต้มพวกตนก่อนกินจะทำให้อร่อยมากขึ้น ซึ่งภาชนะที่จะต้มได้นั้นมีเพียงตุ่มน้ำซึ่งต้มได้ทีละคนเท่านั้น เลี้ยงรีบออกความเห็นว่าควรจะต้มจ่าโย่งก่อนเพราะแก่สุด เหมือนผลไม้สุกเต็มที่เก็บไว้ก็เน่า ชาวเผ่าก็เคลิ้มไปตามคารมของปราบกับเลี้ยง ซึ่งทำให้หนูยิ้มแค้นเลี้ยงเข้าไปอีกเพราะไม่ถูกกันเป็นทุนเดิม หม้อต้มพร้อมแล้วจ่าโย่งถูกนำตัวจะลงต้ม แต่เลี้ยงบอกว่าให้เอาผักและสมุนไพรใส่ลงไปด้วยเพื่อเพิ่มรสชาติ เมื่อน้ำเดือดกลิ่นหอมของสมุนไพรหอมฟุ้งไปทั่วยั่วน้ำลาย เลี้ยงเชิญชวนให้พวกชาวป่าลองชิมน้ำซุปสมุนไพรดู พอได้ชิมพวกชาวเผ่ากินคนก็รู้สึกถึงรสชาติที่หอมอร่อยชนิดที่ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน ชาวเผ่าแย่งกันกินน้ำซุปจนหมด และในเวลาไม่นานพวกชาวเผ่าก็ปวดท้องและอาเจียนออกมากันจนหมดแรง

เมื่อหลุดจากพันธนาการและกำลังจะหนี เลี้ยงและปราบกลับโน้มน้าวใจเพื่อน ๆ ให้ช่วยกันดูแลปฐมพยาบาลชาวเผ่า โดยปราบบอกว่าคนพวกนี้น่าจะโดนคนไม่ดีควบคุมอยู่ เลี้ยงบอกว่าคนพวกนี้ติดยาเสพติดแน่ ๆ สมุนไพรที่เลี้ยงปรุงนั้นเป็นสมุนไพรที่จะช่วยถอนพิษยาเสพติดได้ช้า ๆ เหมือนสมุนไพรที่ใช้เลิกยาเสพติดที่ถ้ำกระบอก แต่ถ้าทิ้งไว้แบบนี้ คนพวกนี้อาจตาย ใครจะไปก็ได้แต่เลี้ยงจะอยู่ ทุกคนจึงเกิดความสงสารและตกลงอยู่ช่วยดูแลชาวเผ่าจนทุกคนอาการดีขึ้น

ทุกคนทึ่งมากที่เห็นเลี้ยงผู้เฉื่อยชาและไม่สนอกสนใจใครเลย กลับกระตือรือร้นที่จะช่วยคนเผ่า โดยเฉพาะหนูยิ้มที่เริ่มประทับใจเลี้ยง แต่จ่าโย่งก็ยังแค้นเลี้ยงอยู่ที่หาว่าตนเป็นผลไม้แก่ทิ้งไว้ก็เหี่ยว แม้จะรู้ว่าเป็นอุบายก็ตาม เมื่อเหล่าชาวเผ่าอาการดีขึ้นปราบก็สอบถามจาก เผือก ชาวเผ่าที่พอจะพูดจารู้เรื่องได้ความว่า พวกเขาเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านกลางป่าปลูกผักล่าสัตว์กินกันอย่างมีความสุข จนกระทั่งมีคนที่ทุกคนเรียกว่า นายใหญ่ เข้ามาในหมู่บ้านพร้อมด้วยข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ และอาหารแปลก ๆ ทุกคนตื่นเต้นและรักนับถือนายใหญ่มาก จากนั้นไม่นานนายใหญ่ก็มาโน้มน้าว ปอดำ หัวหน้าหมู่บ้านให้ใช้เป็นที่ผลิตซุกซ่อนและส่งยาเสพติดได้สำเร็จ ใครที่ไม่ร่วมมือจะถูกจับฉีดยาเสพติด ปล่อยให้หิวโหยจนต้องจับสัตว์ป่ามากินสด ๆ จนจะกลายเป็นผีดิบกันอยู่แล้ว พวกตนจึงเปรียบเสมือนผีเฝ้าประตูหมู่บ้าน ทำให้ยากที่ใครจะผ่านเข้าออกหมู่บ้านได้ ทุกอาทิตย์จะมีคนมาให้ยาทำให้พวกตนไม่สามารถไปไหนได้ ต้องตกอยู่ในสภาพนี้

เมื่อรู้เรื่องราวทุกคนก็สงสารมาก และค่อนข้างมั่นใจว่าหมอสายรุ้ง ต้องอยู่ในหมู่บ้านนี้แน่ ๆ เพราะดูจากเครื่องแต่งกายของเผือก ก็พอจะเดาออกว่าคนที่พวกปราบเคยประมือด้วยต้องมาจากหมู่บ้านของเผือก จ่าโย่งได้ยินเรื่องของนายใหญ่ก็รู้ทันทีว่าทำไมสุชาติถึงส่งหน่วยประกอบเลี้ยงอย่างพวกเขาเข้ามาทำภารกิจนี้ สุชาติต้องเป็นนายใหญ่แน่ ๆ ปราบขอให้เผือกช่วยนำพวกตนลอบเข้าหมู่บ้าน เผือกรับปากว่าจะช่วย ถ้าพวกปราบรับปากจะกำจัดความชั่วร้ายออกจากหมู่บ้าน

ในค่ำคืนดวงจันทร์เต็มดวงนั้น เลี้ยงยืนคิดอะไรอยู่เงียบ ๆ หนูยิ้มนอนไม่ค่อยหลับ เดินเข้ามาหาเลี้ยงเงียบ ๆ แล้วเอ่ยชมเชยถึงความรู้ความสามารถในเรื่องพืชผักสมุนไพร กับขอบคุณที่ใช้ไหวพริบช่วยทุกคนไว้เลี้ยงยิ้มเศร้าแล้วเล่าให้หนูยิ้มฟังว่า น้องชายของเลี้ยงติดยาอย่างหนัก กว่าคนในบ้านจะรู้ น้องชายของเลี้ยงก็อาการหนักมากแล้ว เลี้ยงพาน้องไปเลิกยาที่วัดแห่งหนึ่ง หลวงพ่อพยายามใช้ยาสมุนไพรรักษาทุกวิถีทางแต่สายไปแล้ว เลี้ยงต้องเสียน้องชายสุดที่รักไป เขาเศร้าใจมากและขอบวชอยู่กับหลวงพ่ออยู่ถึง 3 ปี ถึงได้เรียนรู้วิชาด้านพืชผักสมุนไพรจากหลวงพ่อมาหมด เลี้ยงมุ่งมั่นที่จะบุกเข้าทลายหมู่บ้านของปอดำ เพื่อทำลายแหล่งผลิตยาเสพติดนี้ให้ได้ เพื่อไม่ให้มันเล็ดลอดไปทำลายชีวิตคนดี ๆ ได้อีก หนูยิ้มรู้สึกประทับใจในตัวตนที่แท้จริงของเลี้ยง นี่คือเลี้ยงที่หนูยิ้มไม่เคยเห็นมาก่อน 2 หนุ่มสาวยืนมองพระจันทร์กันเงียบ ๆ เนิ่นนาน โดยหารู้ไม่ว่ามีสายตาที่ปวดร้าวของบานแอบมองอยู่ข้างหลัง

ที่หมู่บ้านของปอดำ สายรุ้งไม่ได้โดนจับมัดหรือโดนทรมานแต่อย่างใด เธออยู่อย่างสบายกินอย่างดี เพียงแค่ไม่มีอิสระเท่านั้น ปอดำส่ง ตองตึง สาวสวยหน้าตามีแววหม่นเศร้า อายุรุ่นราวคราวเดียวกับสายรุ้ง และ หูหนู น้องชายตัวอ้วนกลมเจ้าปัญหาของตองตึงมาอยู่เป็นเพื่อน สายรุ้งพยายามอ้อนวอนให้ตองตึงและหูหนูช่วยเหลือพาหลบหนีแต่ตองตึงไม่กล้าเพราะปอดำมีบุญคุณกับเธอมาก สายรุ้งแปลกใจกับคนในหมู่บ้านของปอดำมาก เพราะทุกคนก็ดูเป็นคนดี ไม่มีพิษมีภัย จะเว้นก็แต่ปอดำที่แค่เดินผ่านกลิ่นความชั่วร้ายก็โชยเข้าจมูกจนขมคอ แล้วทำไมทุกคนต้องรักและเคารพปอดำขนาดนี้ ตองตึงบอกว่าปอดำเป็นคนนำความเจริญและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมาสู่หมู่บ้าน พ่อของตองตึงเคยเป็นหัวหน้าหมู่บ้านมาก่อน วันหนึ่งเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ปอดำเป็นคนช่วยไว้ ปัจจุบันพ่อของตองตึงนอนสงบนิ่งและไม่สามารถสื่อสารกับใครได้ แต่ก็ดีกว่าอาละวาดทำร้ายคนโน้นคนนี้ ชาวบ้านเห็นว่าปอดำช่วยหัวหน้าเผ่าไว้ จึงยกให้ปอดำขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่า จริง ๆ แล้วตองตึงยังมีน้องชายอีก 1 คน แต่หายสาบสูญไปนานแล้ว ส่วนตองตึงนั้นพระจันทร์เต็มดวงครั้งหน้าเธอจะต้องแต่งงานกับปอดำ สายรุ้งพยายามหาคำตอบว่าปอดำจับสายรุ้งมาทำไมและป่านนี้พ่อจะรู้หรือไม่ว่าเธออยู่ที่ไหน เป็นตายร้ายดีอย่างไร

เมื่อเผือกฟื้นตัวดีแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะออกไปช่วยสายรุ้ง เผือกวางแผนให้ทุกคนได้ลักลอบเข้าหมู่บ้านโดยไปอาศัยอยู่กับบ้านพ่อของตน ซึ่งก็คือหัวหน้าหมู่บ้านคนเก่านั้นเอง เมื่อเผือกกลับมาเจอกับตองตึงพี่สาว ความลับทุกอย่างจึงเปิดเผยขึ้นว่าคนที่วางแผนทุกอย่างนั่นคือปอดำนั้นเอง สายรุ้งได้เจอกับพวกของปราบแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมกองทัพถึงส่งหน่วยประกอบเลี้ยงจอมเปิ่นทั้ง 5 มาช่วยเหลือตน ทำให้ปราบยิ่งหมั่นไส้สายรุ้งมากขึ้นไปอีก สายรุ้งได้มีโอกาสเข้าไปดูแลพ่อของตองตึง และวินิจฉัยว่ากล้ามเนื้ออ่อนแรง สาเหตุอาจมาจากการได้รับสารบางอย่างมากเกินไป

ปราบจึงสอบถามตองตึงได้ความว่า พ่อหายจากอาการคลุ้มคลั่งเพราะได้ยาดีจากปอดำ ปราบขอดูยานั้น เลี้ยงเห็นยาสมุนไพรก็รู้ทันทีว่ามันเป็น ว่านล้มช้าง ที่แม้แต่ช้างถ้าโดนพิษของว่านชนิดนี้ก็จะเกิดอาการอัมพาตชั่วคราว ตองตึงรู้อย่างนี้แล้วก็แค้นใจปอดำมาก เพราะปอดำวางแผนทำร้ายช่วงชิงอำนาจจากพ่อและน้องชายของเธอ เธอและเผือกจะต้องกอบกู้หมู่บ้านคืนจากปอดำให้ได้ จ่าโย่งออกความเห็นว่าภารกิจของเราคือ ช่วยคุณหมอสายรุ้งเท่านั้น ถ้าเสร็จสิ้นภารกิจแล้วก็ควรจะออกจากหมู่บ้านแล้วกลับฐานได้ ปราบเสียใจกับความคิดของจ่าโย่งมากที่คิดจะทิ้งทุ่นเผือก เลี้ยงเองก็เห็นว่าเราน่าจะช่วยชาวบ้านให้พ้นจากปอดำ ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องมาพัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติด หนูยิ้มก็เห็นด้วย จึงขัดแย้งกับจ่าโย่งส่วนบานเห็นเลี้ยงกับหนูยิ้มเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยก็หมั่นไส้มาก

สายรุ้งยังอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกของปราบจะลุยกับปอดำยังไงในเมื่อไม่มีอาวุธอะไรเลย ตองตึงกับเผือกให้ข้อมูลว่าปอดำนั้นเข้าถึงตัวยากมาก เพราะมีลูกสมุนคอยคุ้มกันและปอดำก็ระวังตัวมาก ไม่ค่อยไว้ใจคนอื่น แต่ก็มีนิสัยอย่างหนึ่งคือชื่นชอบการกินอาหารแปลกใหม่ ซึ่งนายใหญ่รู้ในจุดนี้ดีจึงนำอาหารแปลกใหม่มาให้ปอดำลองชิมอยู่ตลอด ตองตึงเองก็มีฝีมือในการทำอาหารจึงเป็นที่ถูกใจปอดำ ปราบได้ความคิดทันทีว่าเราไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง แต่เราสามารถทำสงครามด้วยสมองและความถนัดของเราได้ จ่าโย่งรู้สึกหมั่นไส้ปราบ แย้งขึ้นมาว่าถ้วย กะละมัง หม้อ จะไปสู้ไปรบกับใครได้ยังไง แอบพาตัวคุณหมอสายรุ้งออกไปก็จบเรื่อง แต่ไม่มีใครเห็นด้วยกับจ่าโย่ง

ปราบออกอุบายให้คนในหมู่บ้านที่ยังมีความภักดีกับพ่อของตองตึง ทำทีเป็นจับคนแปลกหน้าที่หลงเข้ามาในเขตหมู่บ้านได้ จึงนำตัวส่งปอดำ พวกของปราบทำทีว่าเป็นชาวบ้านเข้ามาหาของป่า แกล้งทำโง่ ๆ เซ่อ ๆ จนปอดำหลงเชื่อ ปราบเสนอตัวว่าพวกเขาขอประกอบอาหารเลี้ยงคนในหมู่บ้านเป็นอาหารแบบใหม่ที่รับรองว่าจะไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน และขอให้ปล่อยกลับไป ได้ยินคำว่าอาหาร ปอดำหูผึ่งทันที ปอดำออกปากว่าถ้าพวกของปราบทำให้เขาพอใจได้ จะปล่อยพวกปราบไปอย่างที่ขอ ทั้งที่ปอดำรู้อยู่แก่ใจว่าไม่สามารถปล่อยใครที่หลงเข้ามาในหมู่บ้านให้หลุดรอดออกไปได้

วันนั้นทั้งวันกลุ่มของปราบวุ่นวายกับการเตรียมอาหารเลี้ยงคนในหมู่บ้าน ปราบและจ่าโย่งก็ถกเถียงกันตลอดเหมือนที่ผ่านมา ระหว่างการทำอาหารแบบใหม่และแบบดั้งเดิม เลี้ยงจึงไกล่เกลี่ยว่าให้ปรุงอาหารโดยใช้สูตรอาหารตำรับดั้งเดิม แต่ใช้วิธีจัดแต่งจานแบบใหม่ และลองปรับหาวัตถุดิบใหม่ ๆ มาใช้เป็นการประนีประนอมทั้งคู่ ระหว่างทำอาหารตองตึงกับหูหนูต้องตะลึงกับเสียงการสับหมูของบาน กับเสียงตะหลิวคู่ของหนูยิ้ม ที่ประสานกับเสียงบ่นพึมพำของจ่าโย่ง มันช่างฟังเพลินราวกับดนตรี ปราบจึงได้ความคิดดี ๆ ขึ้นมา ในงานเลี้ยงคืนนั้นพวกของปราบสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ปอดำด้วยอาหารรสชาติอร่อยและหน้าตาสะสวย อีกทั้งยังเพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีถ้วย ถัง กะละมัง หม้อ ปอดำพอใจมากจนทำให้ลืมระวังตัวเองสนิทกว่าจะรู้ตัวอีกทีปอดำและพรรคพวกก็ถูกว่านล้มช้างที่ตนใช้ทำร้ายคนอื่นเล่นงานจนขยับตัวไม่ได้ ชาวบ้านดีใจกันมากเพราะไม่อยากตกเป็นเครื่องมือของปอดำอีกต่อไป สายรุ้งเริ่มมองปราบในแง่ดีขึ้นตามลำดับ แต่ไม่ใช่แค่สายรุ้งคนเดียว ตองตึงก็รู้สึกปลื้มปราบเช่นกัน จนทำให้หูหนูออกปากแซวพี่สาวบ่อย ๆ

พวกของปราบจับกุมตัวปอดำและลูกน้องไว้ แล้วก็นำตัวกลับไปรับโทษ ชาวบ้านบางส่วนรู้สึกว่าถ้าขาดปอดำเป็นหัวหน้า และถ้าไม่ได้ปลูกฝิ่นจะอยู่กันอย่างไร จ่าโย่งจึงเล่าถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทุกคนฟัง ทุกคนเข้าใจและจะนำไปปฏิบัติ พวกของปราบเกือบจะเดินทางออกจากหมู่บ้านแล้ว ทุกอย่างน่าจะราบรื่น ถ้าสิชลไม่นำกำลังมาถล่มหมู่บ้านเสียก่อน ปอดำจึงฉวยโอกาสนั้นหนีไปได้ สายรุ้งขอร้องสิชลว่าอย่าทำลายหมู่บ้าน เพราะสงสารชาวบ้านตาดำ ๆ ที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย คนที่ทำผิดคือปอดำแต่ปอดำก็หนีไปแล้ว สิชลฉวยโอกาสเอาหน้ากับท่านนายพลพ่อของสายรุ้งที่นำกำลังบุกไปช่วยทุกคนกลับมาได้ แม้ว่าสายรุ้งจะพยายามอธิบายให้พ่อฟัง พ่อก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะลูกกลับมาได้ก็ดีแล้ว

หน่วยประกอบเลี้ยงทั้ง 5 แทนที่จะกลับมาเยี่ยงวีรบุรุษ กลับโดนแย่งความดีความชอบไป แถมยังโดนล้อเลียนว่าเป็นนักรบอาวุธเบา รบด้วยถ้วย ถัง กะละมัง หม้อ ปราบแบกความผิดหวังกลับเข้ากรุงเทพฯ อีกครั้ง ผิดกันก็ตรงที่คราวนี้เขาได้รับความเห็นอกเห็นใจจากสายรุ้ง ซึ่งสร้างความไม่พอใจอรนารีเป็นอย่างมาก เพราะปราบและสายรุ้งเริ่มสนิทสนมกัน ท่านนายพลสุริยาไม่พอใจมากที่ลูกสาวไปสนิทสนมกับปราบ ซึ่งเป็นผู้นำความอับอายมาสู่กองทัพ จึงเปิดโอกาสให้สิชลเข้ามาเป็นไม้กันหมา ส่วนหนูยิ้มซึ่งหันมาสนิทสนมกับเลี้ยงทำให้บานรู้สึกหึงหวงจนเกือบจะได้วางมวยกัน ส่วนจ่าโย่งนั้นฝังใจมากว่าผบ.สุชาติต้องเป็นนายใหญ่ พ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ที่ตองตึงเล่าให้ฟัง จึงพยายามจับตามองสุชาติ และสัญญากับตัวเองว่าจะต้องกระชากหน้ากากของสุชาติให้ได้

ทุกอย่างเกือบจะเข้าสู่ความสงบถ้าปอดำไม่กลับมาแก้แค้น โดยบุกไปจับตัวสายรุ้งและปราบถึงกรุงเทพฯ คนที่ติดร่างแหไปด้วยคืออรนารี ปราบและสายรุ้งถูกนำตัวกลับมายังหมู่บ้านและพบว่าชาวบ้านได้ถูกปอดำกลับเข้ามายึดหมู่บ้านได้อีกครั้ง ปอดำซึ่งมีแต่ความแค้นไม่ฟังเสียงใครเลยแม้แต่นายใหญ่ที่ขอให้ปล่อยตัวทั้ง 3 คนกลับมา จนนายใหญ่ต้องออกโรงเอง การปรากฏตัวของนายใหญ่ทำให้หลายคนช็อก โดยเฉพาะอรนารีเพราะแท้จริงนายใหญ่คือ เสี่ยอ๋า พ่อของอรนารีนั่นเอง เสี่ยอ๋าบอกให้อรนารีทำใจเพราะจำเป็นต้องกำจัดปราบและสายรุ้ง อีกทั้งต้องทำลายล้างหมู่บ้านให้สิ้นซาก ก่อนที่ความลับของเสี่ยอ๋าจะถูกเปิดเผย อรนารีเสียใจมากที่พ่อทำธุรกิจผิดกฎหมาย อรนารีเอาตัวเองเข้าขัดขวางการกำจัดปราบและสายรุ้งจนตัวเองบาดเจ็บสาหัส เป็นจังหวะเดียวกับที่เลี้ยง บาน จ่าโย่ง และหนูยิ้ม ตามมาช่วยปราบ สายรุ้ง และชาวบ้านบางส่วนออกไปได้

พวกของปราบและชาวบ้านต้องเข้าไปผจญภัยอยู่ในป่า โดยที่เสี่ยอ๋าและปอดำตามไล่ล่า ต้องไปผจญกับหมู่บ้านคนแคระ เสือสมิง และเหตุการณ์ประหลาดต่าง ๆ ในป่า แต่พวกเขาก็รอดมาได้ด้วย ถ้วย ถัง กะละมัง หม้อของเขานั่นเอง ในที่สุดก็พลาดพลั้งให้กับพวกปอดำ จนทั้งหมดเกือบจะโดนฆ่าตายโชคดีที่ผบ.สุชาติและสิชลตามมาช่วยได้ทันเวลา ปอดำและเสี่ยอ๋าโดนจับแม้ว่าเสี่ยอ๋าจะขอให้ผบ.สุชาติปล่อยตนเพื่อเห็นแก่ความเป็นเพื่อน แต่ผบ.สุชาติบอกว่าตนเองไม่สามารถปล่อยคนที่ทำผิดกฎหมายได้ โดยเฉพาะการค้ายาเสพติดเป็นสิ่งที่สุชาติรับไม่ได้ สายรุ้งกลับสู่อ้อมอกพ่อด้วยความปลอดภัย ผบ.สุชาติโดนสั่งลงโทษทางวินัย แต่สายรุ้งขอร้องพ่อเอาไว้เนื่องจากสุชาติเป็นผู้ช่วยชีวิตตนและทุกคนไว้ สุชาติแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากราชการ ส่วนสิชลได้มีโอกาสไปดูแลอรนารีคู่กัดตั้งแต่เด็กของเขา จนทั้งคู่ต่างเห็นอกเห็นใจกัน เสี่ยอ๋าจึงขอฝากฝังลูกสาวไว้กับครอบครัวของสุชาติเพื่อนรัก โดยสุชาติเองก็รับปากว่าจะดูแลให้เป็นอย่างดี

ท่านนายพลสุริยารู้สึกดีกับปราบและยอมเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ลองศึกษาดูใจกัน เลี้ยงฝ่าฟันความหวงลูกสาวของจ่าโย่งจนได้ลงเอยกับหนูยิ้ม ส่วนบานขออยู่ดูแลตองตึงและปกป้องหมู่บ้านกลางป่าให้ปลอดภัย ปราบคิดท้อใจกับการรับใช้กองทัพ เพราะคิดว่าตนเองไม่เหมาะกับการที่จะต้องไปจับอาวุธสู้รบกับใคร การทำอาหารต่างหากที่เขาถนัดและชอบ บัดนี้เขารู้แล้วว่าคนเราไม่ว่าจะทำอะไรก็รับใช้ชาติและตอบแทนผืนแผ่นดินได้ทั้งนั้น แต่สุดท้ายท่านนายพลก็เสนองานที่เติมความฝันของปราบได้ทั้ง 2 อย่างนั่นคือการแต่งตั้งให้ปราบเป็น ผบ.กองร้อยบริการพิเศษ ที่มีหน้าที่คิดสร้างสรรค์อาหาร เพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและแขกของกองทัพ ตลอดจนเป็นผู้แทนของกองทัพไปทำอาหารเพื่อแจกจ่ายประชาชนในยามเกิดภัยพิบัติ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ประชาชน โดยมี จ่าโย่ง เลี้ยง และหนูยิ้มร่วมทีมด้วย จนเป็นที่มาของเรื่องราวของกองร้อยกระทะเหล็ก ที่เป็นหน้าเป็นตาของกองทัพที่เขารัก ติดตามชมความสนุกสนานของละครกองร้อยกระทะเหล็ก

แสนซนค้นรัก
แสนซนค้นรัก

Saen Son Kon Rak

255635 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:13 มิถุนายน 2556

ชาวดาวเฮร่าส่ง ทหาร นักวิทยาศาสตร์ นักบิน และลูกระเบิดมหาประลัยมายังโลกมนุษย์ เพื่อตัดสินชะตากรรมของชาวโลกว่าสมควรมีชีวิตอยู่ต่อไปหรือไม่ เพื่อให้การแฝงตัวเข้ามาในโลกสมบูรณ์แบบไม่ทำให้มนุษย์สังเกตเห็นถึงความแตกต่าง ชาวดาวเฮร่าจึงแปลงร่างเป็นมนุษย์ตามที่เขาสามารถรับชมได้จากละครโทรทัศน์ ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่สัญญาณคลื่นวิทยุโทรทัศน์สามารถเดินทางข้ามจักรวาลได้ เปงกุมปราสเลียน่า (ริด้า ณัฐพิมล นาฏยลักษณ์) นักวิทยาศาสตร์ผู้เฉลียวฉลาดแปลงร่างมาเป็นหญิงสาวที่มีหน้าตาสวยงามเหมือนนางเอกละคร มีชื่อเรียกทางโลกว่าวีนัส มีหน้าที่แฝงกายเป็นสาวใช้ของชาวโลก ตีย่าตีย่าแวนคร๊อฟ (ลักขณา วัธนวงส์ศิริ) สุดยอดนักรบแห่งดาวเฮร่าแปลงร่างเป็นกระถิน ตีย่าตีย่าแวนคร๊อฟแทบกระอักเมื่อต้องเรียนรู้ในการทำอาหาร เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวนายจ้าง ซึ่งแต่ละคนก็เรื่องมาก ยูบิสมันตุมสล๊าพกีกี้ (เกริก ชิลเลอร์) นักบินยานอวกาศมือดีที่สุดในจักรวาลแปลงร่างเป็นไอ้ย้อย ผู้มีอาชีพรับจ้างขับรถตามบ้าน และท้ายที่สุดจากีมันร๊อฟฟสิบเจ็ด (ด.ช.อธิพิชญ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย) จรวดมหาประลัยรุ่นล่าสุดที่สามารถทำลายโลกได้ภายในพริบตา ถูกแปลงให้เป็นเด็กผู้ชายแก้มยุ้ยน่ารักจอมซุกซนมีชื่อเป็นภาษาไทยว่าเด็กชายขีปนาวุธหรือน้องลูกดอก มีหน้าที่ระเบิดตัวเองตามเสียงส่วนใหญ่

ชะตากรรมของมนุษย์ต่างดาวทั้งสี่ต้องขวัญหนีกับพลุจำนวนมหาศาลที่ระเบิดขึ้นรอบ ๆ ตัวของพวกเขา จนทำให้พวกเขาทั้งสี่ต้องสละยานอวกาศ และดิ่งพสุธาลงมาบนพื้นพิภพอย่างไม่รู้ชะตากรรมและพวกเขาไม่สามารถติดต่อกลับไปสู่มาตุภูมิต่างดาวของเขาได้อีก มนุษย์ต่างดาวทั้งสี่ได้ตกลงมายังบริเวณบ้านของด็อกเตอร์เอกภพ (วสุ แสงสิงแก้ว) เจ้าของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ด็อกเตอร์เป็นคนสมองเป็นเลิศ จึงมีความเข้มงวดในเรื่องการเรียนกับลูก ๆ เพราะมุ่งหวังให้ลูกเจริญรอยตามตัวเอง ด็อกเตอร์มีลูก 3 คนด้วยกัน ลูกชายคนโตคือ โอม (ฌอน จินดาโชติ) อายุ 18 ปี กำลังเรียนหมออยู่ชั้นปีที่ 1 ส่วนลูกคนรองคือ อิม (ปณิตา ธนโชติธรากร) อายุ 17 ปี กำลังเรียน ม.6 ส่วนลูกสาวคนสุดท้องคือ อาย (เอวีน่า เครื่องสาย) อายุ 7 ปี

ครอบครัวของด็อกเตอร์เอกภพกำลังต้องการลูกจ้างทุกตำแหน่งไม่ว่าจะเป็น แม่ครัว พี่เลี้ยงลูกสาวคนเล็ก รวมไปถึงคนขับรถ เพราะเขาเพิ่งไล่ลูกจ้างออกยกครัว สเปคของลูกจ้างที่เขาเรียกร้องจากบริษัทจัดหางานก็คือ อ่านออกเขียนได้ ความรู้ขั้นต่ำระดับอนุปริญญา เมื่อมนุษย์ต่างดาวทั้งสี่ที่มีท่าทางแปลกประหลาด แต่ชาญฉลาด ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าบ้านเขา เอกภพจึงเหมาเอาทันทีว่าคนทั้งสี่นี้คือลูกจ้างที่เขาต้องการ และเมื่อเขาแจกข้อสอบเพื่อทดสอบสติปัญญา เขาต้องช็อกเพราะข้อสอบที่ว่ายากแสนยาก คนใช้เหล่านี้กลับทำได้ เอกภพตัดสินใจรับลูกจ้างแปลกประหลาดทั้งสี่เข้ามายังครอบครัวของตน ซึ่งก็ตรงกับความต้องการของชาวเฮร่าที่จะการเรียนรู้พฤติกรรมของชาวโลกและวิเคราะห์อารมณ์ของมนุษย์เรื่อง รัก โลภ โกรธ หลง สถาบันครอบครัว ความเชื่อ และคุณค่าต่าง ๆ ของชาวโลก

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชะตากรรมของโลกมนุษย์ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของมนุษย์ต่างดาวแปดชีวิตได้ร่วมเผชิญกับอุปสรรคนานัปการ และได้ร่วมใจแก้ปัญหาด้วยหัวใจของคนกับสิ่งประดิษฐ์ล้ำยุคจากต่างดาว เพื่อแสวงหาวิธีที่จะอยู่อย่างสันติสุขต่อไปในภายภาคหน้า แต่ถ้าไม่สำเร็จ พวกเขาทั้งแปดคนก็จะเป็นคนกลุ่มแรกที่จะแหลกสลายไปเป็นจุลพร้อม ๆ กับโลกมนุษย์ของเรา ด้วยอานุภาพของจากีมันร๊อฟฟสิบเจ็ด จรวดมหาประลัยรุ่นล่าสุด ที่เริ่มนับถอยหลังตั้งแต่ตกลงมาบนพื้นพิภพ มาร่วมลุ้นกันว่าพวกเขาจะแก้ปัญหาได้สำเร็จหรือไม่? ติดตามหาคำตอบกันได้ใน ละครแสนซนค้นรัก ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 17.45 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครแสนซนค้นรัก เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2556

ยัยบุญกับหมอทึ่ม
ยัยบุญกับหมอทึ่ม

Yai Boon Kub Mor Tuem

255640 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:17 เมษายน 2556

ทัชมา หรือ ทึ่ม สัตวแพทย์หนุ่มหล่อ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำลังถ่ายรูปกับเพื่อนในวันรับปริญญาอย่างมีความสุข ผิดกับกำนันเถอะ ผู้เป็นพ่อที่ทั้งเสียหน้า และโกรธลูกชายตัวดีที่หลอกให้เขาหลงดีใจและไปป่าวประกาศทั่วตำบลว่า เรียนหมอรักษาคน แต่แท้จริงเรียนหมอรักษาสัตว์ ปารมี หรือลูกปลา น้องสาวทัชมาต้องปลอบให้พ่อใจเย็น ปารมีกำลังเรียนคหกรรมศาสตร์ปีสุดท้าย แม้พ่อจะไม่ชอบ แต่ปารมีก็อ้อนจนพ่อยอม ทัชมากลับไปอยู่บ้าน มีแป้นแล้น สาวประเภทสองวัยดึก สาวใช้เก่าแก่ของบ้านกำนันเถอะคอยดูแล และส่งตาหวานตลอดเวลา แต่ทัชมาเคยชินแล้วจึงไม่สะเทือนอะไร

กำนันเถอะกลับมาจากทำบุญที่วัดด้วยความอับอาย เพราะผู้คนต่างหัวเราะเยาะเขา กำนันเถอะโมโหที่ทัชมาไม่เห็นความหวังดี หลังจากภรรยาเสียชีวิตตั้งแต่ลูกยังเล็ก กำนันก็ดูแลลูกตามลำพัง คาดหวังว่าลูกจะได้ดีตามแนวที่ตนวางไว้ กำนันเถอะคิดดัดนิสัยทัชมาจึงไปที่ไร่สะท้านทรวง สระบุรี ขอให้บุญจิรา หรือ แม่บุญ เจ้าของไร่รับทัชมาทำงาน กำนันเถอะเป็นญาติห่าง ๆ กับแม่ของบุญจิรา และเคยทำงานที่ไร่ตั้งแต่รุ่นบุกเบิก แม้พ่อแม่บุญจิราจะเสียไปแล้ว แต่บุญจิราก็นับถือกำนันเหมือนญาติสนิท จึงตกลงรับทัชมา กำนันเถอะกลับมาบังคับให้ทัชมาไปเป็นโคบาลที่ไร่สะท้านทรวง ทัชมาไม่อยากไป แต่ขัดไม่ได้ เพราะพ่ออ้างว่าทัชมาต้องใช้หนี้ที่พ่อส่งเรียน แป้นแล้นอยากไปด้วย แต่กำนันไม่ให้ไป

กำนันเถอะให้ไอ้จุก คนขับรถรับจ้างไปส่งที่ไร่ กำนันเคยมีบุญคุณกับไอ้จุก ไอ้จุกจึงไม่คิดเงิน แต่วันนี้ รถกระบะไม่อยู่ เขาเลยขับอีแต๋นไปส่งแทน ทัชมาแอบนินทาบุญจิราในใจว่าเป็นสาวแก่ เอาใจยาก แต่เมื่อได้พบตัวจริง ทัชมาตะลึง เพราะบุญจิรายังสาวและสวย แม้จะเป็นม่ายมีลูกถึงสามคนก็ตาม ทัชมาคิดว่าเธอคงมีสามีหลายเชื้อชาติ เพราะลูกที่เกิดมาหน้าตาไม่เหมือนกันเลย ไร่สะท้านทรวงกว้างใหญ่ มีทั้งฟาร์มโคนม คอกม้า โรงเรือนเพาะพันธุ์วัวชั้นดีส่งนอก และพื้นที่ทำการเกษตรแผนใหม่ บุญจิราให้ทัชมาทดลองงานที่ฟาร์มโคนมและเตือนให้เขาทำตามกฎของไร่อย่างเคร่งครัด

เช้าวันแรก ทัชมาเจอการรับน้องจากลูก ๆ (บุญธรรม) ของบุญจิรา นำโดยทอมมี่ ลูกชายคนโตเชื้อสายเยอรมัน คองโก ลูกชายคนรองเชื้อสายเคนย่า และเด็กหญิงลูกหมี ลูกสาวคนเล็กเชื้อสายเกาหลี ทั้งสามเกณฑ์ลูกคนงานในไร่มาเป็นกองทัพอินเดียแดงไปถล่มทัชมา อรชร สาวใช้ที่ดูแลเรือนใหญ่ของบุญจิราบอกว่าหากทัชมาเป็นผู้หญิงจะโดนรับน้องด้วยการทำผีหลอก

ในไร่สะท้านทรวง ส่วนที่เป็นบ้านพักคนงาน จะมีร้านค้า โรงอาหารสำหรับลูกจ้าง ร้านค้าแห่งเดียวในไร่เป็นของนางปีบ เมียตาผาน คนงานเก่าแก่ในไร่ ทุกเช้าทั้งคู่จะทะเลาะกันเสมอ โดยเฉพาะเมื่อตาผานดื่มเหล้าจะเห็นผู้ชายทุกคนเป็นชู้กับเมียตัวเอง เช้านี้ก็เช่นกัน ทัชมามาซื้อแปรงสีฟัน ก็ถูกตาผานหาว่าเป็นชู้กับนางปีบ จนเขาต้องกลับไปมือเปล่า

ด้าน ทรงศักดิ์ หรือเสี่ยซ้ง หนุ่มตี๋ลูกชายเสี่ยทรงเกียรติ เจ้าของโรงเก็บพืชพันธุ์ทางการเกษตรแห่งใหญ่มาตามจีบบุญจิรา และมีของกำนัลมาด้วยทุกครั้ง เด็ก ๆ ไม่ชอบทรงศักดิ์เลย เพราะรักและหวงแม่มาก ที่สำคัญทรงศักดิ์ขี้เหนียว และชอบกดขี่คนอ่อนแอกว่า จึงถูกเด็ก ๆ เรียกลับหลังว่า ตี๋แสบ ระหว่างที่ทรงศักดิ์คุยกับบุญจิรา เด็ก ๆ แอบยิงหนังสติ๊กใส่ทรงศักดิ์จนล้มด้วยความสะใจ และยอมให้แม่ลงโทษ ทัชมาเจอตาผานที่ฟาร์ม ตาผานหายเมาจำทัชมาไม่ได้จึงทักทายอย่างดี และพาทัชมาเดินดูรอบฟาร์มพร้อมเล่าสาเหตุที่ไม่เลี้ยงโคเนื้อ เพราะบุญจิราสงสารไม่อยากส่งพวกมันไปโรงฆ่าสัตว์ ทำให้ทัชมาประทับใจ ตกเย็น ทัชมากลับที่พักก็ถูกลูกดอกลอบทำร้าย แต่เขาหลบทัน เด็ก ๆ ไม่พอใจที่ทัชมาไม่ยอมลงให้ แถมยังพูดจาสั่งสอนพวกเขาอีก ทัชมารู้จากตาผานว่าเด็ก ๆ ต้องทดสอบทุกคนเพื่อความปลอดภัยของบุญจิราที่จะไม่ถูกใครทำร้ายและถูกหลอก แต่ทัชมาไม่เห็นด้วยกับวิธีการของเด็ก ๆ

ทรงศักดิ์ขับรถมาหาบุญจิราอย่างเร็วจนเฉี่ยวทัชมาตกคูและไม่รับผิด ทัชมาจึงตอบโต้ด้วยถ้อยคำเจ็บแสบให้ทรงศักดิ์เจ็บใจ ด้านเด็ก ๆ วางแผนหลอกผีทัชมา แต่นำมาทดสอบกับทรงศักดิ์ จนเขาตกใจขับรถลอยไปติดบนรั้ว และจับไข้หัวโกร๋นผมร่วงหมดหัว เด็ก ๆ พอใจมากใช้แผนนี้กับทัชมา แต่ทัชมารู้ทันเอาคืนจนเด็ก ๆ จับไข้หัวโกร๋น เขาปีนบันไดขึ้นมาดูเด็ก ๆ เด็ก ๆ เจ็บใจผลักบันไดล้มจนทัชมาขาหักต้องเข้าเฝือกและนอนพักที่โรงพยาบาล บุญจิราขอโทษแทนลูก ๆ แต่ก็ย้ำว่าทัชมาไปหลอกผีเด็ก ๆ ก่อน

ด้านแป้นแล้นกับปารมีคิดถึงทัชมาจึงขอพ่อกำนันไปเยี่ยมทัชมา โดยบอกว่ากลัวทัชมาจะหอบลูกกลับมาหากไม่ไปเยี่ยม กำนันจึงยอม บุญจิราต้อนรับปารมีกับแป้นแล้นอย่างดี เพราะเธอรู้จักปารมีตั้งแต่เด็ก ๆ บุญจิราอนุญาตให้ปารมีและแป้นแล้นอยู่กี่วันก็ได้ หมอให้ทัชมากลับบ้านได้ เขาลากขาที่ยังใส่เฝือกไปซื้อของร้านนางปีบ ตาผานดื่มเหล้าเมาจำทัชมาไม่ได้จึงคว้ามีดไล่ฟันหาว่าเขาเป็นชู้ ทัชมาวิ่งหนีอย่างลืมตัว แต่กลายเป็นดี เพราะรุ่งเช้า เขาก็หายเป็นปกติกลับไปทำงาน ขณะที่คนงานล้างโรงเรือนเตรียมรับม้าเจ็บจากคอกนายเกริกพลที่โคราช เขามีอิทธิพลในกลุ่มนักพนันม้าแข่ง บุญจิรารับอนุบาลม้าพันธุ์ให้เกริกพล ตอนนี้ม้าสำคัญอย่างเด็ดดวงดารกา เจ็บหนัก ซึ่งถ้าม้าหมดประโยชน์จะถูกฆ่า เรียกว่าจบตำนานอย่างสมศักดิ์ศรี ทัชมาที่รู้เรื่องไม่เห็นด้วย

บุญจิราต้อนรับเกริกพลที่นั่งเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวมา เกริกพลคิดจะรวมคอกม้าน้อยใหญ่เป็นคอกเดียว และทำให้การแข่งม้าเป็นกีฬาระดับประเทศ เขาชวนบุญจิราร่วมหุ้น เพื่อไร่สะท้านทรวงจะเป็นแหล่งอนุบาลพันธุ์ม้า และสนามฝึกที่ใหญ่ที่สุด บุญจิราปฏิเสธแต่เกริกพลไม่ยอมแพ้ คิดรวบหัวรวบหางเธอเมื่อมีโอกาส เด็ก ๆ ไม่ชอบเกริกพลอย่างมากแต่ยังหาวิธีจัดการไม่ได้ ทัชมาดูแลและพูดคุยกับเด็ดดวงดารกาอย่างเพื่อน จนมันไว้ใจเขา แต่กลับตกใจกลัววิ่งหนีเตลิดไปเมื่อเห็นเกริกพล เกริกพลให้บุญจิราหามันให้พบเพื่อจะจบชีวิตมัน ทัชมาสงสัยว่าเกริกพลอาจทรมานสัตว์ แต่บุญจิราไม่เชื่อ

ทรงศักดิ์ล้อเลียนทอมมี่ว่าเป็นกะเทย และด่าเด็ก ๆ ว่าเป็นแค่เด็กที่บุญจิราเก็บมาเลี้ยง เด็ก ๆ โกรธมากต่อยทรงศักดิ์จนลงไปกอง ด้านปารมีเห็นว่าทัชมาหายดีจึงเตรียมตัวกลับ แต่บุญจิราชวนให้อยู่ฝึกงานช่วงปิดเทอม เพราะพนักงานธุรการเพิ่งลาออกไป ปารมีตกลงทันที ทำให้แป้นแล้นดีใจมาก ทัชมาพบเด็ดดวงดารกาที่ชายป่าก็ดีใจมากเข้าไปพูดคุยจนมันสงบลง ทัชมาแอบพามันกลับไปรักษาโดยไม่ให้บุญจิรารู้ ด้านเด็ก ๆ ไม่พอใจที่ทรงศักดิ์มาทานข้าวกับบุญจิรา จึงแกล้งเอาหมามุ่ยโรยขอบแก้วกาแฟ เมื่อทรงศักดิ์ดื่มเข้าไปก็คันจนปากเจ่อ เด็ก ๆ กลัวถูกลงโทษจึงหลบไปที่คอกม้า ลูกหมีอยากขี่ม้าแต่ปากแข็ง ทัชมาเห็นจึงแกล้งขี่เจ้าลิลลี่โชว์เด็ก ๆ ทำให้ลูกหมีไม่พอใจมาก บุญจิราโกรธมากเมื่อรู้ว่าทัชมาเจอเด็ดดวงดารกาแล้วไม่บอกเธอ ทัชมาขอเวลาพิสูจน์ความจริง บุญจิราไม่อยากมีปัญหากับเกริกพลจึงปฏิเสธ เด็ก ๆ ได้ยินว่าจะมีม้าถูกฆ่าก็แอบไปดู ทัชมาสอนให้เด็ก ๆ จับม้าด้วยความรัก เด็ก ๆ สงสารจึงขอไม่ให้แม่ฆ่าม้า บุญจิรายอมให้ทัชมาพิสูจน์ความจริง

เด็ก ๆ เอาขนมไปให้เด็ดดวงดารกา แต่ทัชมาห้ามไว้ เพราะกลัวม้าท้องเสีย เขาใช้โอกาสนี้ต่อรองให้เด็ก ๆ ทำตามคำสั่งเขาในการดูแลเด็ดดวงดารกา เด็ก ๆ ตกลงทันที บุญจิราไม่ยอมรับโทรศัพท์เกริกพลเพื่อถ่วงเวลา บุญจิราเดินทางไปรับเด็กหญิงมะลิ เด็กทารกขี้โรคมาเป็นลูกบุญธรรมอีกคน เด็ก ๆ ทั้งสามมาช่วยกันดูแลน้องอย่างดี ทัชมาแปลกใจที่บุญจิรามีลูกเพิ่มขึ้นอีก แต่ตอนนี้เขาสนใจเรื่องของเด็ดดวงดารกามากกว่า เพราะอาการของมันไม่ดีขึ้น ทัชมาตรวจอย่างละเอียดจนพบยาโด๊ป สารกระตุ้นที่มีอันตรายสูง เด็ดดวงดารกาถูกใช้ยาโด๊ปมานานจนกระดูกผุ กล้ามเนื้อตาย เกริกพลกลับมาที่ไร่อีกครั้ง ทัชมาจึงพาเด็ดดวงดารกาไปซ่อนบ้านตาผาน เกริกพลยืนยันจะมาอีกในวันรุ่งขึ้น เด็ก ๆ หาทางจัดการเกริกพล โดยใช้กระสุนดินเหนียวยิงใส่เฮลิคอปเตอร์ จนเครื่องเสียการทรงตัวตกในป่าละเมาะ เกริกพลบาดเจ็บเลยแจ้งตำรวจด้วยความโมโห ตำรวจใช้สุนัขดมกลิ่น ทำให้เด็ก ๆ กลัวถูกจับ ทัชมาให้เด็ก ๆ อยู่ใกล้ไหปลาร้า จนสุนัขดมกลิ่นไม่เจอ เด็ก ๆ รอดตัว แต่ยังไม่ยอมรับทัชมา

ทัชมาให้ตาผานช่วยหาที่ซ่อนเด็ดดวงดารกาใหม่ ตาผานแนะให้ไปหลบที่ถ้ำหินปูนในป่า แต่ทัชมามีปัญหาการขนย้ายเด็ดดวงดารกา เด็ก ๆ มาช่วยทำรถลาก แต่ใช้ไม่ได้ผล ทั้งหมดจึงใช้แผนสองของคองโก เกริกพลกับทรงศักดิ์มาหาบุญจิราพร้อมกัน ทั้งสองพูดจาข่มกันจนเกริกพลลืมเรื่องม้า เด็ก ๆ แกล้งบอกว่ากำลังทำงานพิเศษล้างรถหาเงิน ทรงศักดิ์อยากเอาหน้าบุญจิราจึงให้เด็ก ๆ ล้างรถเขา ทัชมาจึงใช้รถขับพาเด็ดดวงดารกาเข้าป่า ก่อนจะเอารถกลับมาจอดในสภาพยับเยิน ทัชมาขอสัญญาจากเด็ก ๆ ว่าจะไม่บอกใครเรื่องที่ซ่อนเด็ดดวงดารกา เด็ก ๆ ตกลงด้วยความเต็มใจ

เกริกพลหงุดหงิดที่ยังกำจัดเด็ดดวงดารกาไม่ได้จึงเรียกทวีผล ลูกน้องคนสนิทกลับจากอเมริกาหลังหนีคดีไปเป็นคนเก็บขี้ม้า เกริกพลให้ทวีผลแฝงตัวไปสืบข่าวและฆ่าม้า ขณะที่ทัชมาติดต่อนิธิ เพื่อนนักข่าวให้ช่วยหาข่าวเก่า ๆ เกี่ยวกับเกริกพลและการแข่งม้า มีทั้งข่าวเด็ดดวงดารกาชนะการแข่ง ข่าวนักธุรกิจชื่อดังหลายคนล้มละลาย ฆ่าตัวตายเพราะแพ้พนัน ผิดกับเกริกพลที่ร่ำรวยมหาศาลขึ้นมาแทน

เด็ก ๆ ทั้งสามพบว่ามีผู้บุกรุกจากกับดักที่วางไว้ จึงไปดู และพบทวีผลห้อยอยู่บนต้นไม้ ทวีผลแกล้งอ่อนข้อให้เด็ก ๆ จนเด็ก ๆ ถูกชะตาทวีผล ที่เรียกตัวเองว่า โคบาลนิกกี้ และอ้างตัวเป็นจ็อกกี้ที่เก่งมาก จนเด็ก ๆ รับทวีผลเข้าเป็นพวก เด็กหญิงมะลิป่วยกะทันหัน ทัชมากับบุญจิราจึงพาไปโรงพยาบาลหมอตรวจพบว่ามะลิเป็นไข้เลือดออกต้องถ่ายเลือด ทัชมาอาสาให้เลือดมะลิ ทำให้บุญจิราซึ้งใจ ด้านบุญปลึ้มเห็นทวีผลครั้งแรกก็หลงชอบ จึงหาที่นอนให้ทวีผลเพื่อรอพบบุญจิราวันรุ่งขึ้น ทวีผลหาโอกาสเดินสำรวจคอกม้า ตาผานส่งข่าวให้ทัชมารู้ ทัชมาจึงแอบสังเกตทวีผล ทวีผลแกล้งตามจีบปารมีเพื่อล้วงความลับของทัชมา และอาสาพาเด็ก ๆ ไปส่งโรงพยาบาล บุญจิราไม่ถูกชะตากับทวีผลแต่ก็ยอมรับเขาเข้าทำงาน วันต่อมาบุญจิราให้ทัชมามารับเธอกับมะลิกลับบ้าน แต่เด็ก ๆ ให้ทวีผลมารับแทน บุญจิราไม่พอใจที่ทวีผลขับรถผาดโผนทำให้เด็ก ๆ หลงผิดว่าเป็นสิ่งดีจึงตำหนิเขา ด้านทัชมาหาหลักฐานได้ว่ามีการฆ่าเด็ดดวงดารกาโดยเจตนา แต่เขายังไม่บอกบุญจิรา เพราะกลัวบุญจิราเข้าข้างเกริกพล เด็ก ๆ เกลียดทัชมามากขึ้น เพราะทวีผลคอยยุยง และสร้างวัฒนธรรมการใช้ชีวิตอย่างโคบาลสะท้านทรวง มีเด็ก ๆ ทั้งสามเป็นตัวตั้งตัวตี รวมถึงอรชร ปารมี แป้นแล้น และนางปีบที่หันมาแต่งตัวเป็นโคบาลสาว บุญปลึ้มที่พลอยปลื้มทวีผลไปด้วยจนหลงลืมดูแลมะลิ ทำให้ถูกบุญจิราตัดเงินเดือน

บุญจิราไม่พอใจที่ทวีผลสอนเด็ก ๆ ใช้ความรุนแรงแบบคาวบอยทำร้ายทัชมา จึงให้ทวีผลไปเป็นลูกน้องทัชมาช่วยงานที่คอกม้า ทัชมาสั่งให้ทวีผลโกยขี้ม้า ทวีผลจึงไปโอดครวญกับเด็ก ๆ เด็ก ๆ มาจัดการทัชมา แต่โดนทัชมาใช้งานแทน เขาว่าทายาทเจ้าของไร่ต้องเป็นงานทุกอย่าง บุญจิรารู้สิ่งที่ทัชมาทำก็สนับสนุนและสั่งให้เด็ก ๆ ไปทำงานกับทัชมาทุกวัน ทัชมาดัดนิสัยเด็ก ๆ โดยให้ทำงานทุกอย่างและกินข้าวพร้อมคนงาน ทวีผลทำผิดกฎเข้างานช้า จึงถูกทัชมาลงโทษให้งานล่วงเวลา ด้านแม่เปล่ง แม่ครัววัยหกสิบลาออกไปแต่งงาน บุญจิราจึงให้นางปีบมาเป็นแม่ครัว ทวีผลหลอกถามปารมีจนรู้ว่า ทุกเช้าทัชมากับตาผานเข้าไปในป่า ก็สงสัย ด้านลูกหมีนึกถึงเด็ดดวงดารกาขึ้นมาจึงชวนพี่ ๆ ไปดู ทวีผลแอบตามไป แต่ถูกเด็ก ๆ จับได้ ทวีผลทายผิดว่าเด็ก ๆ มาจับผีเสื้อ ทำให้ลูกหมีผิดหวังที่ทวีผลไม่เก่งอย่างที่คิด ทวีผลหลอกถามถึงม้าป่วยจากนางปีบจนเกือบรู้เรื่องแต่ตาผานมาพอดี เขาหมั่นไส้ทวีผลจึงแกล้งเมาหาว่าทวีผลเป็นชู้กับนางปีบและต่อยทวีผลจนสลบ

เหตุการณ์นี้ทำให้ลูกหมีผิดหวังในตัวทวีผลอีก และเริ่มผิดใจกับพี่ชายที่เข้าข้างทวีผล และดูถูกผู้หญิง ทั้งสามทะเลาะกันจนบุญจิราเริ่มหนักใจกับพฤติกรรมเด็ก ๆ ทัชมาปลอบใจบุญจิรา และบอกว่าสักวันเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้และเลิกเห่อคาวบอยไปเอง บุญจิรารู้สึกดีที่ได้พูดคุยกับทัชมา บุญจิราตั้งใจจะมอบลูกม้าตัวใหม่ให้เป็นของขวัญวันเกิดลูกหมี เธอขอให้ทัชมาช่วยฝึกลูกหมีให้พร้อมสำหรับดูแลม้า จากวันนั้น ทัชมาฝึกและให้ลูกหมีทำงานหนักขึ้น จนลูกหมีทนไม่ไหวขอให้ทวีผลท้าดวลกับทัชมา แต่ทวีผลปฏิเสธอ้างว่าเป็นวันพระ ทำให้ลูกหมีผิดหวังรุนแรง เด็ดดวงดารกาอาการดีขึ้น ทัชมาได้ข้อมูลว่าทวีผลเป็นคนของเกริกพล แต่ยังไม่มีหลักฐาน ทวีผลสะกดรอยตามทัชมาจนรู้ที่ซ่อนเด็ดดวงดารกา เกริกพลสั่งให้ทวีผลฆ่าม้าและทัชมาก่อนการแข่งนัดหน้า

เกริกพลจะจัดงานเปิดตัวยอดเยาวมาลย์ ม้าตัวใหม่ที่ไร่สะท้านทรวง บุญจิราจึงเชิญทรงศักดิ์มาเป็นกันชน ด้านทัชมาวางแผนเปิดโปงเกริกพลในงาน ขณะที่เด็ก ๆ ทะเลาะกันหนักขึ้น จนพี่ ๆ ไล่ลูกหมีออกจากบ้านโทษฐานที่ทำให้พวกเขาถูกบุญจิราดุที่จำคำพูดหยาบคายของทวีผลมาพูด ลูกหมีเสียใจหนีไปทันที บุญจิราเป็นห่วงขอให้ทัชมาช่วยตามหา ทัชมากับตาผานมั่นใจว่าลูกหมีไปหาเด็ดดวงดารกาเลยรีบตามไป ลูกหมีมาปรับทุกข์กับเด็ดดวงดารกา จึงพบทวีผลจะฆ่าเด็ดดวงดารกา เขาจะฆ่าลูกหมี แต่ทัชมากับตาผานมาช่วยไว้ทัน และต่อยทวีผลสลบไป ทั้งสองรีบพาลูกหมีและเด็ดดวงดารกากลับ เด็ก ๆ เริ่มยอมรับทัชมา ลูกหมีเล่าความเลวของทวีผลให้ทุกคนฟัง ปารมีกับแป้นแล้นถูกทวีผลจับไปในป่า ทัชมาจะตามไปช่วยและขอให้บุญจิราเตรียมงานเลี้ยงตามปกติ เด็ก ๆ ตัดสินใจเข้าป่าไปช่วยปารมี ลูกหมีใช้ความสามารถในการแกะรอยจนพบปารมี แต่ก็ถูกทวีผลจับตัวไว้ ตาผานกับทัชมาที่ตามมาเผาว่านเพชรหลับเพื่อรมควันทวีผล แต่ลมพัดหวน จนทั้งคู่สลบไปและถูกทวีผลจับไว้

บุญจิราเป็นห่วงทุกคนจึงไปขอร้องเด็ดดวงดารกาให้ช่วยตามหาเด็ก ๆ เด็ดดวงดารกาทำเสียงเหมือนตอบรับก่อนวิ่งนำเข้าป่าไป ทวีผลเปิดโปงปูมหลังของเด็กทั้งสามที่บุญจิรารับเป็นลูกบุญธรรม ทำให้ทัชมารู้ความจริงและสงสารที่ทั้งสามเป็นเด็กกำพร้า ทวีผลยื่นคำขาดให้ทัชมาเอาม้ามาแลก และหันไปตบทอมมี่ที่ตะโกนด่าเขา ทัชมากับตาผานโมโหใช้หัวพุ่งใส่ทวีผลพร้อมกัน ทวีผลชักมีดมาสู้ แต่ถูกเด็ดดวงดารกาที่ตามมากระโจนใส่จนกระเด็นไปสลบ ทัชมาจับทวีผลไปขังที่คอกม้า

ในงานเลี้ยง เกริกพลหลอกให้เสี่ยทรงเกียรติพนันม้า ทรงศักดิ์พยายามห้ามพ่อแต่ไม่เป็นผล ขณะที่กำนันเถอะมาเยี่ยมทัชมากับปารมีพอดี เขาตามหาทัชมาไปจนถึงคอกม้า และได้ยินเสียงทวีผลร้องให้ช่วย ด้วยความใจดี กำนันเถอะจึงช่วยทวีผลจนตัวเองถูกจับไว้เอง ดีที่ตาผานมาช่วยไว้ได้ เกริกพลให้ลูกน้องฉีดยาโด๊ปให้ม้า โดยไม่รู้ว่าทัชมาแอบเปลี่ยนยาพวกนั้นแล้ว การแข่งขันม้าการกุศลเพื่อนำเงินสร้างชมรมอาชาช่วยม้าป่วยม้าพิการเริ่มขึ้น ระหว่างนั้น เสียงประทัดที่เด็ก ๆ วางไว้ทั่วสนามแข่งก็ดังขึ้นจนม้าตกใจวิ่งวุ่น จากนั้นเด็ดดวงดารกาก็ปรากฏตัว เด็ก ๆ ช่วยกันแฉความผิดของเกริกพล และยิงกระสุนดินเหนียวใส่ ทำให้เกริกพลโมโหควักปืนออกมายิง ทัชมากอดบุญจิราหลบกระสุน เด็ดดวงดารกาโดดทับเกริกพล ทวีผลจะเข้าช่วย แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ถูกตำรวจจับ ขณะที่เด็ดดวงดารกาโดนยิง ทัชมาช่วยเหลือจนมันรอดชีวิต ทัชมาปลอบใจบุญจิราที่ต้องเสียลูกค้ารายใหญ่อย่างเกริกพล แต่เขาสัญญาจะช่วยฟื้นฟูคอกอนุบาลม้าให้เป็นที่รู้จักในฐานะนักอนุรักษ์ ทัชมาจับมือบุญจิราให้กำลังใจ ทำให้เด็ก ๆ ที่แอบดูยิ้มพอใจ

เกริกพลประกันตัวเองออกมา แต่ก็ต้องหลบการตามฆ่าจากนักพนันที่เสียผลประโยชน์ ลูกหมีทำอาหารเช้าให้ทัชมา ทัชมาจำใจทานขนมปังและไข่ไหม้ เพราะไม่อยากให้ลูกหมีผิดหวัง กำนันเถอะบังคับให้ทัชมาไปทำงานเป็นผู้จัดการฟาร์มหมูที่พิจิตรของดวงสมร แม่ม่ายสามีตาย เพราะกำนันเถอะแอบชอบดวงสมร โดยไม่รู้ว่าดวงสมรชอบซื้อผู้ชายเป็นของว่าง และนางสนใจทัชมา กำนันไปลาออกกับบุญจิราแทนทัชมา ทำให้บุญจิราน้อยใจ ทัชมาจึงรีบมาง้อและยืนยันกับบุญจิราว่าจะไม่ไปไหน จนกว่าเจ้าของไร่จะไล่ออก ลูกหมีที่แอบฟังอยู่ดีใจมาก และยอมเป็นสาวกคุณหมอทึ่มตลอดไป

เมื่อทัชมาปฏิเสธ กำนันเถอะก็ไม่ยอมแพ้ไปรับดวงสมรมาที่ไร่ ดวงสมรดูออกว่าทัชมารักบุญจิราจึงกันท่าและพยายามอ่อยทัชมา แต่ทัชมาไม่เล่นด้วย ขณะที่ทรงศักดิ์มาขอบคุณทัชมาที่ช่วยให้พ่อของเขาไม่ต้องเสียพนันม้า ทั้งคู่ตกลงเป็นเพื่อนกัน ทรงศักดิ์เห็นดวงสมรครั้งแรกก็สนใจ เด็ก ๆ ไม่ต้องการให้ทัชมาไปจึงแกล้งหลอกผี จนดวงสมรเป็นลมถูกส่งโรงพยาบาล กำนันตามไปดูแล แต่ต้องผิดหวังเมื่อพบว่าทรงศักดิ์ดูแลดวงสมรอยู่แล้ว ด้านทัชมาตัดสินใจบอกรักและขอบุญจิราแต่งงาน บุญจิราตกลงแต่งงานด้วยความปลื้มใจ เธอบอกข่าวดีกับทัชมาเรื่องไร่สะท้านทรวงได้รับเลือกให้เป็นที่อนุบาลม้าแข่งจากคอกต่าง ๆ เพราะเรื่องเด็ดดวงดารกา ขณะที่ปารมีบอกกำนันเถอะเรื่องที่ทัชมาจะแต่งงานกับบุญจิรา ทำให้กำนันเถอะดีใจลืมเรื่องโกรธเคืองทัชมาทั้งหมด

ในวันแต่งงาน กำนันเถอะหอบสินสอดทองหมั้นมามากมายเพื่อให้เกียรติบุญจิรา ขณะที่เด็ดดวงดารกากลับมาเดินได้เป็นปกติ ทัชมากลายเป็นโคบาลประจำไร่สะท้านทรวงที่สงบสุขตลอดไป ติดตามชม ละครยัยบุญกับหมอทึ่ม ได้ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 17.45 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3

รักข้ามเส้น
รักข้ามเส้น

Ruk Karm Sen

255623 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:21 มีนาคม 2556

อมร กับ นวล ค้าเจริญ เจ้าของร้านบะหมี่ลือชื่อ มีลูกชายหญิง 3 คน คือ ฟ้ามุ่ย (น้ำฝน) ฟ้าลั่น และฟ้าใส โดยอมรและนวลฝึกลูกๆ ทั้งสามให้ช่วยงานในร้านตั้งแต่เล็กจนโต จนกิจการเจริญรุ่งเรือง พวกเขาขยายร้านและยังทำโรงงานผลิตบะหมี่ขนาดเล็กๆ ส่งขายอีกด้วย โดยให้ฟ้ามุ่ยเป็นคนดูแลกิจการในร้านเป็นหลัก เธอจึงสมัครใจที่จะเรียนจบแค่ชั้นม.6 แล้วออกมาช่วยพ่อแม่ทำงานอย่างเต็มตัว เพื่อเสียสละให้น้อง ๆ ทั้งสองได้เรียนหนังสือกันเต็มที่ ดังนั้นฟ้าลั่นกับฟ้าใสจึงเรียนจบมหาวิทยาลัย พอจบแล้วฟ้าลั่นก็กลับมาดูแลโรงงาน ส่วนฟ้าใสนั้นช่วยนวลดูแลด้านบัญชีทั่วไป ฟาก ชาคริต (เฟิร์ส) หนุ่มนักเรียนนอก ลูกชายโทนของ คุณหญิงพจนีย์ ซึ่งถูกมารดาบังคับให้คบกับ พิมพ์สิริ หญิงสาวผู้เพียบพร้อมทั้งฐานะและการศึกษา และที่สำคัญเลยก็คือ เธอสืบเชื้อสายมาจากผู้ดีเก่าเช่นเดียวกับตระกูลของชาคริตอย่างที่คุณหญิงพจนีย์ต้องการ คุณหญิงพจนีย์ต้องการให้สาวๆ ที่หมายตาชาคริตรู้ว่าชาคริตมี คนรักที่เหมาะสมอยู่แล้ว จึงบังคับเขาพาพิมพ์สิริออกงานสังคม โดยยอมแลกข้อแลกเปลี่ยนกับชาคริตว่าคุณหญิงจะยอมให้เขาไปสอนพิเศษตอนกลางคืน แต่ตอนกลางวันเขาจะต้องเข้าทำงานเป็นผู้บริหารโรงแรมที่คุณหญิงเป็นเจ้าของ ทั้งๆที่ชาคริตไม่ชอบงานบริหารเอาเสียเลย ชาคริตจึงต้องจำใจยอมไปงานสังคมกับพิมพ์สิริแทบจะรายวัน ชาคริตอึดอัดมากเมื่อต้องอยู่ในงานสังคมสวยหรูแต่คนใส่หน้ากากเข้าหากัน ขาดความจริงใจต่อกัน ดังนั้นเมื่อพิมพ์สิริเผลอเขาจึงหลบออกมาจากงาน โดยได้รับความช่วยเหลือจาก หมอนิธิ เพื่อนสนิทของเขาที่มางานสังคมด้วย พอออกมาจากงานได้แล้วชาคริตเกิดหิวขึ้นมาจึงแวะเข้ามากินบะหมี่ที่ร้านของอมร เพราะถึงเขาจะเกิดมาในตระกูลผู้ดีเก่า แต่ชาคริตก็ชอบชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายและสงบ เมื่อฟ้ามุ่ยเห็นชาคริตก็หลงรักเขาทันที แต่เธอก็ทำได้แค่แอบมองเขา ส่วนชาคริตไม่ได้สนใจฟ้ามุ่ยเลย นับตั้งแต่ชายหนุ่มในฝันจากไป ฟ้ามุ่ยก็เศร้าใจมาก นวล ฟ้าลั่น ฟ้าใส และฉัตร ต่างเป็นทุกข์ไปกับฟ้ามุ่ย แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ฟ้าใสจึงออกความคิดให้ฟ้ามุ่ยลองเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตประจำวันดูบ้าง เผื่อว่าสักวันที่ฟ้ามุ่ยได้เจอชายในดวงใจจะได้ไม่ต้องแห้วอีก ฟ้ามุ่ยจึงตัดสินใจขออมรไปเรียนต่อพราะหวังจะเอาวิชาความรู้กลับมาช่วยขยายกิจการร้าน อมรยอมให้ฟ้ามุ่ยเรียนได้ เพราะใจจริงเขาก็ต้องการให้ลูกสาวมีการศึกษาไม่น้อยหน้าใครอยู่แล้ว แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องไปเรียนเมื่อปิดร้านแล้วเท่านั้น เพื่อไม่ให้งานทางร้านเสียหาย เพราะฟ้ามุ่ยเป็นตัวหลักของกิจการร้านบะหมี่อยู่ ฟ้ามุ่ยจึงตัดสินใจเลือกเรียนภาคค่ำแทนภาคปกติ และที่เรียนภาคค่ำนั่นเอง ฟ้ามุ่ยก็ได้พบกับชาคริตอีกครั้ง เพราะชาคริตเป็นอาจารย์พิเศษสอนหนังสือที่นั่น เมื่อได้พบชายในฝันอีกครั้ง ฟ้ามุ่ยจึงคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้ชาคริตสนใจ เธอเริ่มแต่งหน้า แต่งตัวมากขึ้น โดยมีฟ้าใสและฉัตรคอยช่วยเหลือแนะนำ จากที่เคยเป็นอีเพิ้ง ฟ้ามุ่ยก็เริ่มสวยขึ้นอย่างผิดหูผิดตาจนเป็นที่แปลกใจของอมรมาก อมรจึงพยายามซักถามฟ้ามุ่ยถึงสาเหตุของการเปลี่ยนรูปแปลงโฉมของลูกสาวในครั้งนี้ แต่ก็ไม่เคยได้คำตอบ อมรจึงแอบไปจ้างพล ชายหนุ่มที่เปิดร้ายขายข้าวมันไก่อยู่ข้างๆ ร้านบะหมี่ของอมรให้คอยแอบตามดูพฤติกรรมของฟ้ามุ่ยทุกระยะ แต่พลเกิดมาหลงรักฟ้าใสเข้า จึงถูกฟ้าใสชักชวนเข้าเป็นพวกที่คอยให้ความช่วยเหลือให้ฟ้ามุ่ยได้สมหวังในรักกับชาคริต โดยตั้งเงื่อนไขว่าถ้าพลไม่ช่วยกันปิดบังเรื่องฟ้ามุ่ยกับชาคริตแล้ว ฟ้าใสจะไม่ยอมรับรักพล พลจึงกลายเป็นสายให้พวกฟ้ามุ่ยเสียแทน ฝ่ายชาคริตเมื่อมาได้สอนหนังสือภาคค่ำให้ฟ้ามุ่ย เขาก็ได้รู้จักกับเธอมากขึ้น รู้ว่าเธอเป็นคนอ่อนโยนและจริงใจเพียงใด แล้วเขาก็ตกหลุมรักฟ้ามุ่ยในที่สุด ฟ้ามุ่ยตื่นเต้นมากที่ชาคริตหันมาสนใจเธอ แต่เธอก็กลัวว่าถ้าเขารู้ว่าเธอคือสาวร้านขายบะหมี่ที่เขาเคยมองเมินมาแล้ว เธออาจจะผิดหวังในรักครั้งนี้ก็ได้ ฟ้ามุ่ยจึงหลอกชาคริตว่าเธอเป็นลูกเศรษฐี ชาคริตชวนฟ้ามุ่ยออกเดทหลายครั้ง ความรักของฟ้ามุ่ยกับชาคริตดูเหมือนจะงอกงามดี แต่ฟ้ามุ่ยก็ไม่สบายใจเรื่องที่โกหกชาคริตว่าเธอคือใคร จนเธอเกือบจะหลุดปากบอกวามจริงก็หลายครั้งแต่ก็ไม่กล้าพอ นวลเห็นลูกสาวมีทุกข์จึงบอกฟ้ามุ่ยว่าก่อนที่ความรักของเธอจะก้าวไปไกลกว่านี้ ฟ้ามุ่ยควรจะบอกความจริงกับชาคริตเสีย เพราะคนเราถ้าคิดจะเป็นคู่ชีวิตกันแล้วก็ควรจะยอมรับตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ายให้ได้ ไม่เช่นนั้นชีวิตคู่ไม่มีทางไปรอด ฟ้ามุ่ยจึงตัดสินใจบอกความจริงกับชาคริตในวันออกเดทกันวันหนึ่งว่าเธอคือยายเพิ้งที่ขายบะหมี่ที่ชาคริตเคยมองเมินคนนั้น และเมื่อได้รู้ความจริงอย่างงี้แล้วชาคริตยังอยากจะคบเธอต่อไปหรือไม่ ชาคริตอึ้งไป ฟ้ามุ่ยจึงคิดว่าชาคริตผิดหวังเมื่อรู้ความจริงว่าเธอคือใครจึงวิ่งหนีไป เหล่าพี่น้องและแม่ต้องพากันช่วยปลอบใจฟ้ามุ่ยกันเป็นการใหญ่ แต่อาการของเธอก็ไม่ดีขึ้น วันๆเอาแต่เศร้าซึม ทำบะหมี่ให้ลูกค้าๆ ผิดๆ ถูกๆ จนถูกลูกค้าต่อว่า ยิ่งทำให้ฟ้ามุ่ยเครียดมากขึ้นไปอีก ในที่สุดฟ้ามุ่ยก็ตัดสินใจจะย้ายไปเรียนที่อื่นเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจอหน้าชาคริตให้ช้ำใจอีก ฝ่ายชาคริตหลังจากหายตกใจแล้วก็พยายามจะตามหาฟ้ามุ่ยเพื่อปรับความเข้าใจ แต่กลับพบว่าฟ้ามุ่ยย้ายไปเรียนที่อื่นเสียแล้ว ชาคริตก็เศร้าใจมาก แต่ก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เขาจึงตัดสินใจแอบค้นที่อยู่ของฟ้ามุ่ยจากใบสมัครเข้าเรียนจนรู้ว่าฟ้ามุ่ยอยู่ที่ไหน แล้วแอบไปดักเจอฟ้ามุ่ยที่หน้าบ้าน ฟ้าลั่นกับพลเห็นชาคริตมาด้อม ๆ มอง ๆ อยู่แถวบ้านก็คิดว่าเป็นโจร จึงช่วยกันรุมซ้อมชาคริต แต่ฟ้ามุ่ยกลับมาเจอจึงห้ามไว้ ฟ้ามุ่ยตกใจมากที่เห็นว่าคนที่ถูกรุมซ้อมจนสะบักสะบอมนั้นคือชาคริตจนทำอะไรไม่ถูก ชาคริตจึงรีบบอกว่าเขาไม่ได้นึกรังเกียจลูกร้านขายบะหมี่อย่างเธอเลย แต่วันนั้นที่เขาเงียบไปหลังจากรู้ความจริงว่าฟ้ามุ่ยคือใครแล้วนั่นก็เป็นเพราะว่าเขาโกรธตัวเองที่มองผ่านเลยผู้หญิงดีๆอย่างฟ้ามุ่ยไปได้ และชาคริตขอโอกาสให้เขาได้กับมาคบกับฟ้ามุ่ยอีกสักครั้ง ฟ้ามุ่ยอึ้งไป ชาคริตเลยคิดว่าฟ้ามุ่ยยังโกรธเขาอยู่ จึงตัดสินใจพิสูจน์รักแท้ของเขาด้วยการขอฟ้ามุ่ยแต่งงาน ! ฟ้ามุ่ยตกใจมาก ! เพราะรู้ว่าพ่อของเธอไม่ชอบลูกคนรวยอย่างชาคริต แต่ชาคริตไม่หวั่น เขากลับบอกฟ้ามุ่ยว่าเมื่อเขารักแล้ว เขาจะไม่ยอมเปลี่ยนใจเป็นอันขาด และเขาจะต้องเอาชนะใจว่าที่พ่อตาของเขาให้ได้ไม่ว่าจะต้องใช้ความพยายามสักแค่ไหนก็ตามฟ้ามุ่ย นวล ฟ้าลั่น ฉัตร ฟ้าใส และพลจึงช่วยกันออกอุบายให้ชาคริตปลอมตัวเป็น "ชาติ" หนุ่มกำพร้าเข้าไปเป็นคนงานในโรงงานบะหมี่ของอมร ยอมทำงานใช้แรงงานอย่างที่เขาไม่เคยทำมาก่อน ชาคริต ตอบตกลง เอาละสิ !!! เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป แรงงานโรงงานบะหมี่อย่าง “ชาคริต” จะสามารถเอาชนะใจ ว่าที่พ่อตาแม่ยาย ได้หรือไม่ และการฟันฟ่าอุปสรรคนานับประการของทั้งคู่ จะประสบความสำเร็จหรือเปล่า ติดตามรับชมละคร “รักข้ามเส้น”

มิสเตอร์บ้านนา
มิสเตอร์บ้านนา

Mr. Baan Na

255630 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:6 มีนาคม 2556

จิมมี่ (กันต์ดลย์ อาคาซาน) เป็นเด็กลูกครึ่งไทยอีสาน-อเมริกัน วันดี (สุนารี ราชสีมา) แม่ของเขาพบรักกับพ่อตอนไปทำงานเป็นสาวเสิร์ฟอยู่ถนนข้าวสาร จิมมี่ไม่เคยเห็นหน้าพ่อ รู้แต่ว่าพ่อชื่อ บ็อบ (รอน สมูเรนเบิร์ก) เป็นฝรั่งนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน แม่ชวนพ่อมาอยู่กินด้วยกันที่บ้านเกิดในขอนแก่นได้เพียงปีเดียวพ่อก็จากแม่กลับประเทศไป โดยบอกแม่ว่าจะไปจัดการทำเรื่องย้ายมาอยู่เมืองไทยอย่างถาวร แต่พ่อก็ไม่เคยกลับมาหาแม่อีกเลย แม่เคยติดต่อไปยังที่อยู่ในอเมริกาที่พ่อให้ไว้ ก็พบว่าพ่อย้ายออกไปแล้ว แม่จึงโดนคนดูถูกต่าง ๆ นานาว่าโดนฝรั่งทิ้ง แต่แม่ก็ยึดอาชีพทำนาเลี้ยงดูลูกชายโดยไม่กลับไปเป็นสาวเสิร์ฟอีก ด้วยความหวังว่าสักวัน สามีฝรั่งจะกลับมาหาตน

จิมมี่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางทุ่งนา และวิถีชีวิตแบบอีสานแท้ ๆ เขาชอบเป่าแคนและร้องเพลงหมอลำเป็นชีวิตจิตใจ โดยมี ครูกิจจา (ถนอม สามโทน) คอยสนับสนุน ครูกิจจาชอบวันดี แต่วันดีไม่แลใครเพราะเฝ้ารอบ็อบเพียงคนเดียว พอจิมมี่เรียนจบมัธยมปลาย วันดีก็ขายนาและขายควายเพื่อให้จิมมี่เข้ากรุงเทพฯ ตามหาพ่อ โดยเข้าไปเป็นเด็กวัดอาศัยอยู่กับ หลวงพี่ (หยอง ลูกหยี) ซึ่งเป็นลุงแท้ ๆ ของเขา ก่อนจะสมัครเข้าเรียนต่อ และทำงานเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารเพื่อส่งตัวเองเรียนไปด้วย จิมมี่ยังมีความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วจากการฝึกฝนด้วยตนเองมาตั้งแต่เด็ก เพราะคิดว่าเมื่อเจอพ่อแล้วเขาจะได้คุยกับพ่อได้รู้เรื่อง ทุกครั้งที่เจอลูกค้าชาวต่างชาติ เขาจะเอารูปของพ่อให้ดูและถามว่ามีใครรู้จักพ่อของเขาบ้าง แต่ก็ไม่มีใครเห็นพ่อของเขาเลย ที่วัดนั้นจิมมี่ยังได้รู้จักกับทศพล (แจ๊ส ชวนชื่น) หนุ่มอีสานบ้านเดียวกันจึงคุยกันอย่างถูกคอ และเป็นเพื่อนซี้กัน

วันแรกที่จิมมี่เข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัย เขาก็เกือบถูกรถสปอร์ตของ โรจน์ (ภูชิสสะ ศุภธนพัฒน์) ชน โรจน์เป็นแฟนหนุ่มของแคท (เกวลิน ศรีวรรธนา) คุณหนูไฮโซเปรี้ยวจี๊ด ซึ่งย้ายที่เรียนมาหลายมหาวิทยาลัยแล้วเพราะเรียนไม่จบสักแห่ง และนี่เป็นวันแรกที่เธอเข้ามาเรียนที่นี่เช่นกัน แคทคิดว่าจิมมี่เป็นฝรั่ง จึงต่อว่าเขาเป็นภาษาอังกฤษที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ จิมมี่ได้ทีเถียงกลับเป็นภาษาอังกฤษเป็นชุดเช่นกัน เขาแกล้งทำเป็นเจ็บและขู่ว่าจะฟ้องเธอ ทำให้แคทอายมาก เอาเงินชดใช้จิมมี่แล้วหนีขึ้นรถขับออกไป

หลังจากจิมมี่เข้าห้องเรียนก็เจอแคทกับแก๊งเพื่อนเข้ามาในห้องเดียวกัน จิมมี่จึงวางแผนให้ทศพลคุยกับเขาเป็นภาษาอังกฤษ แคทคิดว่าจิมมี่เป็นนักศึกษาโครงการแลกเปลี่ยนที่ฟังภาษาไทยไม่ออก จึงแกล้งนินทาเป็นภาษาไทยกับ ทีน่า (พัสกร พลบูรณ์) เพื่อนสาวสุดห้าว แต่ อรวรรณ (อริยดา พริ้งสกุล) เพื่อนอีกคนคอยห้ามไว้ จิมมี่ทำเป็นฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง จึงรู้ว่าแคทแกล้งเขาโดยแอบขโมยเลคเชอร์ของเขาไป เขาซ้อนแผนแกล้งกลับ ประกาศว่าเธอเป็นหัวขโมย ทำให้เธออับอายต่อหน้าคนทั้งห้อง แคทจึงรู้ว่าที่แท้จิมมี่เป็นหนุ่มลูกครึ่งอีสานนี่เอง ไม่ใช่ฝรั่งอย่างที่เธอเข้าใจ ทั้งสองจึงกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอด

ทศพลชวนจิมมี่ไปเตะตะกร้อกับเพื่อน ๆ จนวันหนึ่งตะกร้อที่จิมมี่เตะไปโดนโรจน์ แคทคิดว่าเขาเจตนา จึงต่อว่าเขาอย่างรุนแรง แม้จิมมี่จะขอโทษไปแล้ว โรจน์ถึงกับชกจิมมี่ แต่เขาไม่ตอบโต้ หลังจากนั้นที่แคทเจอกับจิมมี่ เธอก็จะหาทางแกล้งเขาต่าง ๆ นานา แต่จิมมี่ใช้ไหวพริบเอาตัวรอดมาได้ตลอด จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง แคทนัดกับโรจน์แฟนหนุ่มที่ร้านอาหารและพบว่าจิมมี่ทำงานที่ร้านนั้น จึงแกล้งสั่งอาหารหาเรื่องจิมมี่เสิร์ฟผิดหลายครั้ง จนจิมมี่ถูกผู้จัดการร้านตำหนิ จิมมี่ขอลาออก จิมมี่ต้องออกหางานทำอีกครั้ง ในขณะที่ทศพลจีบอรวรรณ เพราะชอบที่เธอเป็นหญิงสาวเรียบร้อยและออกจะเชยเหมือนผู้หญิงสมัยโบราณ แต่อรวรรณไม่ชอบทศพล เพราะเธอแอบชอบจิมมี่อยู่นั่นเอง แคทไปสมัครเรียนเต้นที่สถาบันค้างฟ้าของ เจ๊จ๋อน (เจเน็ต เขียว)

ระหว่างที่จิมมี่เตร็ดเตร่หางานอยู่แถวถนนข้าวสารจนดึกดื่น เขาก็บังเอิญเห็น มานพ (ปรินทร์ วิกรานต์) กำลังถูกโจรทำร้าย จิมมี่จึงเข้าไปช่วยและนำเขาส่งโรงพยาบาล ก่อนจะช่วยขับรถไปส่งที่บ้านด้วย แต่พอไปถึงบ้านของมานพ เขาก็ได้เจอกับแคทอีก เธอเข้าใจผิดคิดว่าจิมมี่ทำร้ายพ่อเธอ จึงต่อว่าจิมมี่อย่างรุนแรง และไล่เขาออกไป จนมานพต้องช่วยอธิบายว่า จิมมี่ช่วยตน แคทจึงเริ่มเข้าใจ แต่ก็ยังปากแข็งไม่ยอมขอโทษเขา จิมมี่รู้สึกว่าแคทรักพ่อมากแม้เธอจะปากร้ายกับเขาก็ตาม

มานพเห็นว่าจิมมี่เป็นเด็กดี จึงให้ไปทำงานที่บริษัทของเขา แม้ รัศมี (กรองทอง รัชตะวรรณ) แม่ของแคทจะรังเกียจจิมมี่ก็ตาม มานพฝากจิมมี่ช่วยดูแลเรื่องการเรียนของแคทด้วย จิมมี่รับปาก เพราะจิมมี่ขาดพ่อเขาจึงรู้สึกว่า มานพเป็นเหมือนพ่ออีกคนหนึ่งของเขา

จิมมี่เข้าชมรมเพลงลูกทุ่งของมหาวิทยาลัย เขาทำหน้าที่เป่าแคนและได้เป็นนักร้องนำเพราะเสียงร้องที่โดดเด่นของเขา และเขายังตั้งวงดนตรีลูกทุ่งกึ่งหมอลำ โดยมีทศพล และ ประพันธ์ (วิชัย จงประสิทธิ์พร) เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยเป็นสมาชิกในวงด้วย วงดนตรีของจิมมี่ได้เล่นในงานวัดที่เขาอาศัยอยู่ จนมีคนเห็นแววจ้างไปเล่นงานวัดอื่น ๆ อีก แคทจึงมองจิมมี่อย่างดูถูกว่าเป็นผู้ชายเฉิ่มเชยไม่ทันสมัย หลายครั้งจะถามประชดว่าเจอพ่อหรือยัง ทำให้จิมมี่กลับเศร้าและคิดถึงแม่ เขาจึงคอยเตือนเธอเสมอว่าให้ตั้งใจเรียน เพราะพ่อเธอฝากฝังไว้ เธอโชคดีที่มีพ่อดูแลมาตั้งแต่เกิด

ในวันประกาศผลสอบครั้งแรก จิมมี่ได้คะแนนสูงสุดของห้อง ในขณะที่แคทสอบตก แคททำท่าไม่แคร์แต่ใจจริงก็เสียใจ เธอแอบไปร้องไห้ที่สวนในมหาวิทยาลัย จิมมี่ผ่านไปเห็นเข้าพอดี เขาจะเข้าไปปลอบแต่กลับถูกแคทไล่ที่มาเห็นความอ่อนแอของเธอ เมื่อสอบครั้งต่อไปจิมมี่จึงแอบเอาข้อสอบติวไปวางที่โต๊ะเธอ โดยไม่เปิดเผยว่าเป็นใคร แคทหาทางสืบหาคนที่ช่วยเธอแต่ก็ยังไม่เจอตัวสักที

เจฟ (ปีเตอร์ ธูนสตระ) เพื่อนชาวอเมริกันของ ไกรฤกษ์ (เวนย์ ฟอลโคเนอร์) พ่อของโรจน์มาทำงานในเมืองไทย ขอให้ช่วยเขาตามหาหลานชายซึ่งเป็นลูกของพี่ชายกับหญิงสาวคนไทย ซึ่งพี่ชายของเขาฝากฝังไว้ก่อนตาย เจฟมีเบาะแสเพียงแค่แม่ของเด็กอยู่จังหวัดขอนแก่น เพราะที่อยู่และรูปหายไปตอนที่พี่ชายของเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ซึ่งพี่ชายของเจฟคือ บ็อบนั่นเอง ไกรฤกษ์วานโรจน์ให้ช่วยตามหาเด็กคนนั้น เพราะเจฟมีผลประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกัน

โรจน์ช่วยสืบหาตัวหลานของเจฟแบบไม่จริงจังนัก เพราะเอาเงินที่พ่อให้ไปใช้กับ ซินดี้ (ปิยะดา ตุรงคกุล) กิ๊กใหม่ของเขา จนแคทจับได้ว่าโรจน์มีกิ๊ก เธอจึงขอเลิกแต่โรจน์ไม่ยอม ตามตอแยแคทและรับปากว่าจะเลิกกับผู้หญิงคนนั้น

ทศพลดูออกว่าที่แท้จิมมี่ชอบแคท จึงบอกความจริงกับแคทว่า ที่แท้คนที่เอาข้อสอบติวมาให้เธอคือ จิมมี่นี่เอง เธอจึงไปขอบคุณและขอโทษเขาเป็นครั้งแรก จิมมี่ดีใจมาก แคทพาจิมมี่ไปติวที่บ้าน แต่รัศมีรังเกียจและบอกจิมมี่ว่าเขาไม่เหมาะกับแคทหรอก น่าจะปล่อยให้แคทได้เจอกับคนที่ดีกว่านี้และรวยกว่านี้ จิมมี่ยอมรับ

จิมมี่ขอลาออกจากงานร้านอาหารของมานพเพื่อจะหนีจากแคท รัศมีใส่ร้ายให้แคทฟังว่า จิมมี่มีหญิงอื่น และมีเรื่องชู้สาวในที่ทำงานจึงต้องลาออก แคทผิดหวังในตัวจิมมี่มาก

โรจน์เข้าทางรัศมีขอคืนดีกับแคท แคทแกล้งดีกับโรจน์เพื่อประชดจิมมี่ ทำให้จิมมี่ยิ่งพยายามตัดใจจากเธอ โรจน์รู้จากรัศมีว่าจิมมี่เป็นแค่เด็กบ้านนอกจากขอนแก่น แถมแม่ยังถูกฝรั่งทิ้ง จึงเกิดความสงสัยและสืบรู้ว่าที่แท้หลานของเจฟคือ จิมมี่นั่นเอง จึงหาทางขัดขวางไม่ให้เจฟเจอกับจิมมี่ และเอา ดอน เด็กหนุ่มอีกคนมาสวมรอยแทน

จิมมี่ได้งานใหม่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งเจ้าของคือ เจ๊กิม (จอย ชวนชื่น) เจฟพาดอนกับโรจน์และไกรฤกษ์มาฉลองที่ได้พบกัน เจฟเห็นจิมมี่ก็ถูกชะตา และรู้สึกว่าจิมมี่หน้าคล้ายพี่ชายของเขามาก จึงให้โรจน์ไปเรียกจิมมี่มาคุย โรจน์กลับแกล้งไปบอกเจ๊กิม ว่าอย่าให้จิมมี่เข้าไปเสิร์ฟอีก เพราะจิมมี่เสียมารยาทก่อนจะกลับไปโกหกเจฟว่า จิมมี่กลับไปแล้วไว้เขาจะติดต่อจิมมี่ให้เอง แต่โรจน์ก็คอยขัดขวางไม่ให้เจฟกับจิมมี่มีโอกาสพบกันอีก

โรจน์มารับแคทที่มหาวิทยาลัย พอเจอจิมมี่เขาก็ดูถูกต่าง ๆ นานา และขู่ไม่ให้ยุ่งกับแคทอีก แคทแอบได้ยินโรจน์คุยโทรศัพท์ตกลงอะไรบางอย่างกับดอน จึงรู้ว่าที่แท้โรจน์แอบเอาดอนมาหลอกเจฟว่าเป็นหลาน เธอจึงต่อว่าเขาและขอเลิก

เจฟให้พาดอนไปตรวจดีเอ็นเอให้ได้ แต่ดอนไม่ยอมไป เจฟจึงแอบเอาเส้นผมของดอนไปตรวจดีเอ็นเอเทียบกับตน และพบว่าที่แท้ดอนไม่ใช่หลานชาย เจฟตามไปต่อว่าโรจน์ แต่โรจน์อ้างว่า เขาก็ถูกดอนหลอกเหมือนกัน

วันหนึ่งนักร้องในร้านอาหารขาด จิมมี่จึงขึ้นไปร้องเพลงแทน ปรากฏว่า ลูกค้าในร้านชอบใจมาก โดยเฉพาะเมื่อจิมมี่ร้องหมอลำทั้งที่หน้าตาอินเตอร์ ชาญชัย (จิ้ม ชวนชื่น) เจ้าของค่ายเพลงมองเห็นแวว จึงติดต่อให้จิมมี่เป็นนักร้องในสังกัด เจฟกลับมาหาจิมมี่ที่ร้านอีกครั้ง แต่พบว่าเขาลาออกไปเสียแล้ว

ทั้งสองต่างรู้สึกว่าในใจยังมีกันและกัน แต่แคทซึ่งถือตัวว่าเป็นคุณหนูก็ยังปั้นปึงใส่จิมมี่ ในขณะเดียวกันจิมมี่ก็ถูกจับคู่กับ รพีพร (พาเมล่า เบาว์เด้น) หรือพี นักร้องสาวขวัญใจวัยรุ่นในค่ายเดียวกัน พีเองก็ชอบจิมมี่และคอยยุให้ชาญชัยโปรโมทเธอกับจิมมี่คู่กัน แต่จิมมี่คิดว่า เป็นเพียงแผนการตลาดของชาญชัยเท่านั้น เพราะเขาไม่ได้สนใจพีเลย

จิมมี่กลายเป็นนักร้องดังโดยมีประพันธ์ช่วยแต่งเพลงให้ แคทได้งานที่บริษัทเดียวกัน โดยเป็นคนดูแลศิลปินลูกทุ่ง จึงได้ทำงานใกล้ชิดกับจิมมี่ และเริ่มคบกันอย่างจริงจัง แต่ทั้งสองต้องคบกันอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพื่อไม่ให้แฟนเพลงรู้ พีหาทางแฉเรื่องของทั้งสอง

โรจน์เองก็ต้องการทำลายชื่อเสียงจิมมี่ จึงร่วมมือกับพีแอบถ่ายรูปทั้งสองและส่งข่าวให้นักข่าว แฟนคลับเริ่มรับไม่ได้และต่อว่าจิมมี่ตามสื่อต่าง ๆ ชาญชัยให้จิมมี่แถลงข่าวปฏิเสธ แต่จิมมี่ไม่ยอมกลับประกาศยอมรับว่า เขากำลังคบกับแคทอยู่ ชาญชัยเรียกจิมมี่ไปตำหนิ แต่ปรากฏว่าแฟนเพลงส่วนใหญ่กลับให้กำลังใจจิมมี่ โรจน์ยิ่งเจ็บใจมากที่ทำอะไรจิมมี่ไม่ได้

ในขณะเดียวกัน จิมมี่ยังรู้สึกว่าส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตเขายังไม่ถูกเติมเต็ม เมื่อเขากลับไปเยี่ยมแม่ที่บ้าน และจะสร้างบ้านหลังใหญ่ให้ แต่แม่ไม่ต้องการ สิ่งที่แม่อยากเห็นมากที่สุดคือ พ่อ คำถามแรกที่แม่ถามเขาเหมือนทุกครั้งที่เขากลับบ้านก็คือ หาพ่อเจอหรือยัง

เจฟหมดวาระการทำงานในประเทศไทย เขาตัดสินใจกลับประเทศเพราะหมดหวังในการตามหาหลานชาย แต่เมื่อเขาได้เห็นจิมมี่ให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ว่าเขามีพ่อเป็นชาวอเมริกันชื่อ บ็อบ เจฟจึงรีบติดต่อทางรายการเพื่อขอพบจิมมี่ทันที

ในที่สุดอากับหลานได้พบกัน เจฟบอกว่า พ่อของจิมมี่ตายไปแล้ว แต่ฝากฝังให้เขาช่วยตามหาลูกชายเพียงคนเดียว และยกสมบัติที่มีอยู่ทั้งหมดให้ วันดีเสียใจที่เธอจะไม่ได้พบกับบ็อบอีกแล้ว แต่ก็ตื้นตันใจเมื่อเจฟบอกว่าบ็อบไม่เคยลืมเธอและลูกเลยจนวินาทีสุดท้าย ครูกิจจาเข้ามาปลอบใจวันดีจนเธอเริ่มเห็นใจเขา เพราะที่ผ่านมาเขาคอยช่วยเหลือเธอมาตลอด และจิมมี่ก็อยากให้แม่มีใครสักคนมาอยู่เคียงข้างอีกครั้ง

จิมมี่ตัดสินใจเลิกเป็นนักร้องและกลับบ้านเกิดไปเป็นทนายช่วยว่าความให้ชาวบ้านที่ถูกนายทุนเอาเปรียบ เขาเปิดสำนักทนายความด้วยเงินที่ได้จากพ่อ และยังซื้อที่นาผืนใหม่ให้แม่เพื่อตอบแทนที่แม่เคยขายนาให้เขาไปเรียนหนังสือ

แคทตามมาขอสมัครงานเป็นผู้ช่วยจิมมี่ บอกว่าจะได้ช่วยให้เขารวยเร็ว ๆ เพื่อให้เขามีเงินไปสู่ขอเธอ จิมมี่ทดสอบว่า แคทจะอยู่ที่บ้านนาของเขาได้หรือเปล่า โดยให้เธอใช้ชีวิตและทำงานแบบสาวบ้านนา แคทยอมทำแต่ก็เก้ ๆ กัง ๆ และหลุดเปิ่นหลุดโก๊ะตลอดเววลา หลายครั้งเธอใส่รองเท้าบู๊ทราคาแพงลุยโคลนจนหน้าทิ่มหมดสวย จิมมี่แกล้งดุแต่ที่จริงแอบขำและชื่นชมในความพยายามของเธอ

โรจน์รู้ว่าแคทกลับมาหาจิมมี่ก็เจ็บใจ ตามมาง้อเธอ แคทเห็นจิมมี่ยังไม่ใจอ่อนสักที จึงแกล้งทำเป็นจะไปคืนดีกับโรจน์ แต่จิมมี่แกล้งโรจน์จนโรจน์หนีกลับกรุงเทพฯ ทศพลกับอรวรรณมาเที่ยวบ้านนาของจิมมี่เพื่อแจกการ์ดแต่งงาน ทั้งสองช่วยเป็นตัวประสานให้จิมมี่กับแคทคืนดีกัน จิมมี่ขอแคทแต่งงาน ถามว่าเธอจะอยู่บ้านนอกกับฝรั่งบ้านนาอย่างเขาได้ไหม แคทตอบตกลง… ติดตามชมความสนุกสนานของ ละครมิสเตอร์บ้านนา ได้ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 17.45 - 18.45 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครมิสเตอร์บ้านนา เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 5 มีนาคม 2556

ThaiContentDB
ฐานข้อมูลเนื้อหาไทยที่ครบครันที่สุด

แหล่งรวมข้อมูลละครไทยและภาพยนตร์ที่ครบครันที่สุด พร้อมรีวิว คะแนน และข้อมูลนักแสดง

เมนูหลัก

  • ละคร
  • ภาพยนตร์
  • บุคคล
  • ค้นหา
  • ความคิดเห็น

ช่วยเหลือ

  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไข
  • ติดต่อเรา
  • ช่วยเหลือ
  • แจ้งปัญหา
  • แผนผังเว็บไซต์

บล็อกและทรัพยากร

  • แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
  • คู่มือการใช้งาน
  • บันทึกการเปลี่ยนแปลง
  • ผู้ร่วมพัฒนา

© 2569 ThaiContentDB