DEE MAK PRODUCTION COMPANY LIMITED
ไม่มีคำอธิบาย
พบทั้งหมด 5 เรื่อง

Luang Kah Lah Ruk
แทนพล หนุ่มนักจิตวิทยาเหมือนตกนรกทั้งชีวิตเมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็นคนฆ่าภรรยา เพราะก่อนที่ เพียงจันทร์ จะหายสาบสูญไป ทั้งสองมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ทะเล ตํารวจสาวปักใจเชื่อว่าแทนพลเป็นฆาตกร เธอร่วมสืบหาหลักฐานกับ สิบทิศ ตํารวจรุ่นพี่คู่หู แต่ไม่พบศพเพียงจันทร์ ประกอบกับ พันดาว พี่สาวฝาแฝดของเพียงจันทร์ให้การเป็นพยาน แทนพลจึงหลุดพ้นข้อหา แต่สังคมยังพิพากษาว่าเขาเป็นคนผิด แม้ไม่พบศพก็ตาม
พันดาวใช้ความอ่อนโยนเป็นกําลังใจให้พี่เขย แทนพลรับรู้ได้ว่าพันดาวคิดยังไงกับเขา แต่แทนพลไม่คิดจะรักใครอีกแล้ว เขากลายเป็นคนซึมเศร้า เคร่งขรึม เก็บตัว พยายามสืบหาตัวเพียงจันทร์เพราะปักใจว่ายังไม่ตาย แค่เพียงหายตัวไปเท่านั้น
ทะเลไม่ละความพยายามที่จะเล่นงานแทนพล บอกให้สิบทิศขอความช่วยเหลือจาก จิตใส นักข่าวสาวที่แอบหลงรักสิบทิศอยู่ จิตใสแนะนําให้บุกเข้าไปหาหลักฐานเพิ่มเติมที่บ้านพักชายทะเล ซึ่งเพียงจันทร์ไปพักก่อนหายตัวไป ทะเลแอบเข้าไปตรวจสอบวงจรปิด พบภาพเหตุการณ์ทะเลาะกันอย่างรุนแรงระหว่างเพียงจันทร์กับพันดาว โดยแทนพลเข้าข้างพันดาวอย่างเห็นได้ชัด เธอยิ่งปักใจเชื่อว่าทั้งคู่ร่วมกันฆาตกรรมเพียงจันทร์
ทะเลมีชีวิตน่าสงสาร ต้องกําพร้าพ่อมาตั้งแต่เล็กเมื่ออายุได้เพียง 10 ขวบ แม่ของเธอมีสามีใหม่ และถูกทำร้ายอยู่เสมอ แต่ตำรวจก็ไม่สามารถเอาผิดอิทธิพลพ่อเลี้ยงของเธอได้ เหตุการณ์เหล่านี้เหมือนเป็นปมในใจทะเลที่ตอกยํ้าให้เธอต้องเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคนที่ด้อยโอกาสทุกคน
แต่ยิ่งทะเลสืบยิ่งพบว่า แทนพลรักภรรยามากจนไม่อาจฆ่าได้ พันดาวเป็นฝาแฝดที่อ่อนโยนแสนดี ต่างจากเพียงจันทร์ที่ร้ายกาจตามหึงหวงแทนพลอยู่ตลอด เวลาต่อมาสิบทิศพบศพที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นร่างของเพียงจันทร์ หลักฐานเชื่อมโยงต่าง ๆ บ่งชี้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับแทนพลและพันดาวเลยแม้แต่น้อย
แทนพลจําต้องยอมรับความจริงว่าภรรยาเสียชีวิตไปแล้ว ขณะที่พันดาวกลับมีอาการหลอนอยู่ตลอดเวล ารู้สึกเหมือนถูกตามปองร้ายจากใครคนหนึ่งในความมืด พันดาวขอความช่วยเหลือจากตํารวจให้สืบหาฆาตกร พันดาวมั่นใจว่าฆาตกรที่ปองร้ายเพียงจันทร์กําลังปองร้ายเธออยู่ด้วยเช่นกัน
ทะเลได้รับมอบหมายให้ดูแลคดีนี้ จําต้องร่วมมือกับแทนพลเพื่อสืบหาตัวคนร้ายที่แท้จริง แทนพลเล่าว่า ก่อนตายเพียงจันทร์มีอาการหึงหวงทําร้ายผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาใกล้เขา คนที่โดนรุนแรงที่สุดคือ เปรียว นักศึกษาฝึกงาน เพียงจันทร์เคยประจานกลางสํานักงานจนต้องออกไป ทำให้เรียนจบช้าไป 1 ปี
ทั้งคู่ตามหาเปรียว จนพบว่าเป็นเด็กในสังกัด ตระการ มาเฟียผู้มีอิทธิพลมืดเจ้าของกิจการนอกกฎหมาย เป็นเจ้าของสถานบันเทิง ตระการอาจตามเอาคืนเพียงจันทร์ก็เป็นได้ ทะเลต้องปลอมตัวเข้าไปทํางานในสถานบันเทิงแห่งนั้น เพื่อหาหลักฐานเล่นงานเอาความผิดตระการหลักฐาน เชื่อมโยงจนพบเครือข่ายการค้ามนุษย์ สิบทิศสามารถจับตัวตระการได้
เมื่อสอบปากคําเรื่องเพียงจันทร์ กลับไม่ได้รับความร่วมมืออะไรเลย ซํ้ายังโดนกวนประสาทอยู่ตลอดเวลา ตระการอาจจะผิดจริงเรื่องค้ามนุษย์ แต่พิสูจน์ไม่ได้เรื่องเขาฆ่าเพียงจันทร์ คืนนั้นเกิดเรื่องประหลาดในห้องขัง จู่ ๆ ตระการก็ร้องครวญครางอย่างเจ็บปวดคล้ายโดนทําร้ายจนประสาทเสีย คุ้มคลั่งฆ่าตัวตาย ก่อนจะขาดใจตาย ตระการสารภาพออกมาหมดว่า เปรียวแค้นเรื่องนี้จริง และวางแผนให้ตนไปทําร้ายเพียงจันทร์ แต่เพียงจันทร์หายไปก่อนจึงไม่ได้ลงมือ
วันหนึ่งขณะปฏิบัติหน้าที่ ทะเลโดนกลุ่มคนร้ายทําร้ายอย่างรุนแรง โชคดีที่แทนพลตามมาช่วยไว้ได้ ทะเลรู้สึกขอบคุณและมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับแทนพลมากขึ้นทุกวัน
จิตใส เตือนทะเลให้ระวังตัว เพราะ เจนเนตร มีเบื้องหลังที่ไม่น่าไว้ใจ ทําทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง เจนเนตรไม่ใช่อาที่แท้จริงของแทนพล ทําหน้าที่ผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์แทนครอบครัวแทนพลที่เป็นเศรษฐีที่ดิน ยิ่งสืบก็ยิ่งพบหลักฐานการโกงเงินของเจนเนตร นอกไปจากนั้นยังพบว่า ก่อนตายเพียงจันทร์มีปากเสียงกับเจนเนตร เพราะจับได้เรื่องยักยอกเงินสมบัติของแทนพล ทะเลเริ่มสงสัยว่าเจนเนตร อาจเป็นตัวการสั่งฆ่าเพียงจันทร์ก็เป็นได้ แต่ยังไม่ทันที่ทะเลจะบอกแทนพลเธอก็ถูกเจนเนตรเล่นงานก่อน แต่เจนเนตรกลับให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา แล้วคืนนั้นก็เกิดเหตุกับเจนเนตรเหมือนกับตระการ เธอคุ้มคลั่งในห้องขังและฆ่าตัวตาย การตายของคนทั้งคู่เป็นปริศนา ที่ทั้งทะเลและแทนพลต้องหาทางสืบต่อไป
พันดาวไม่พอใจความใกล้ชิดระหว่างแทนพลกับทะเล ที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอพยายามเรียกร้องความสนใจจากแทนพล และแสดงความเป็นเจ้าของในตัวแทนพลอย่างชัดเจน แทนพลเล่าเรื่องราวของสองพี่น้องพันดาวและเพียงจันทร์ให้ทะเลฟัง ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องฝาแฝดที่ถูกแยกกันเลี้ยงดู เพราะพ่อแม่หย่าขาดกันตั้งแต่เล็ก เป็นการหย่ากันด้วยความเกลียดชัง ทั้งพ่อและแม่เลี้ยงลูกด้วยการปลูกฝังการเอาชนะชิงดีชิงเด่นกันทําให้ทั้งคู่ต้องแข่งกันตลอดเวลา ทั้งสองเป็นฝาแฝดที่ไม่รักกันเลยแม้แต่น้อย
แต่ยิ่งอยู่ใกล้ เพียงจันทร์ก็ยิ่งชอบแทนพลจนกลายเป็นความรักขึ้นมาจริง ๆ สองพี่น้องแตกกันหนักขึ้นเพราะหลังจากพ่อแม่ตาย ทิ้งมรดกไว้ให้จํานวนมหาศาล ทั้งคู่แย่งชิงกันหนักมากขึ้น เพียงจันทร์เสียเปรียบเพราะต้องย้ายตามสามีมาอยู่กรุงเทพฯ ทําให้พันดาวโกงสมบัติน้องไปได้ทั้งหมด สร้างความแค้นให้เพียงจันทร์มาตลอด แทนพลสารภาพกับทะเลว่าไม่เคยชอบพันดาว เมื่อก่อนไม่รักตอนนี้ก็ไม่มีทางรักเช่นกัน
ในขณะเดียวกัน ทะเลก็ยังไม่เลิกตามสืบหาตัวฆาตกรที่แท้จริงที่ฆ่าเพียงจันทร์ เธอเริ่มมั่นใจมากขึ้นว่าฆาตกรยังมีชีวิตอยู่ และอยู่เบื้องหลังการตายของตระการและเจนเนตร ใครจะเป็นคนร้ายตัวจริง ต้องมาติดตามไปพร้อม ๆ กันในละคร ลวง ฆ่า ล่า รัก ที่ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 21.30 น. ทางช่อง PPTV HD 36 และดูย้อนหลังบนแอปพลิเคชัน iQiyi (อ้ายฉีอี้) และเว็บไซต์ iQ.com ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 22.50 น. ละคร ลวง ฆ่า ล่า รัก เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 25 สิงหาคม 2564

Plerng Phariya
อิศเรศ มหาเศรษฐีหนุ่มได้รับ ศรีประไพ สาวสวยจากบ้านลานตากผ้ามาเป็นเมียน้อยของตน ทั้ง ๆ ที่ตนมีภริยาอยู่แล้วคือ รตี และยังมีลูกที่เกิดกับรตีหนึ่งคนวัย 5 ขวบ ชื่อ อ้น รวมทั้งลูกที่อยู่ในท้องของรตีอีก แต่ด้วยความเจ้าชู้และเอาแต่ใจ อยากได้อะไรต้องได้ ทำให้อิศเรศไม่สนใจพาศรีประไพเข้าบ้านอย่างออกหน้าออกตา รตีเก็บความแค้นนี้ไว้ และระบายกับศรีประไพ จนศรีประไพแท้งลูก สร้างความสะใจให้รตีอย่างมาก
แต่ความสะใจนั้นก็อยู่ไม่นาน เมื่อรตีคลอดลูกคนที่สอง อิศเรศรับขวัญลูกด้วยการพาไปเที่ยวหัวหิน แต่เกิดกลุ่มโจรบุกปล้นและเผาบ้าน จนลูกสาวที่เพิงเกิดตายในกองไฟ รตีตกใจจนกลายเป็นบ้าในที่สุด อิศเรศเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงยกย่องศรีประไพขึ้นมาเป็นภริยาของตนแทนรตี โดยไม่รู้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมด เป็นฝีมือศรีประไพนั่นเอง
ศรีประไพขึ้นครอบครองทุกอย่าง แต่ก็ยังไม่พอ เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของศรีประไพที่ยอมเป็นเมียอิศเรศ ก็เพื่อล้างแค้นที่อิศเรศทำให้พี่สาวเธอตายนั่นเอง และสิ่งที่เกิดกับรตี เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น
18 ปีต่อมา ศรีประไพนำ กิ่งจันทน์ เด็กกำพร้าที่ ผู้ใหญ่สนิท พ่อของเธอเลี้ยงเอาไว้มาอยู่ด้วยที่บางกอก เพราะกิ่งจันทน์จะถูกน้องเขยของศรีประไพลวนลาม ด้วยความสวย น่ารัก นิสัยดี ทำให้อ้นหลงรักกิ่งจันทน์ ซึ่งศรีปะไพก็ไม่ได้ขัดขวางแต่อย่างใด ทั้งยังช่วยพูดกับอิศเรศอีกต่างหาก แต่กิ่งจันทน์กลับปฏิเสธความหวังดีของทุกคน เพราะตนรักอยู่กับ เกล้า หนุ่มยากจนที่มีอาชีพกุลีแบกข้าวสาร แต่มีความรักและซื่อสัตย์จริงใจกับกิ่งจันทน์คนเดียว แต่ด้วยความอารมณ์แปรปรวนของอ้น เมื่อรู้ว่ากิ่งจันทน์ไม่รักตนก็อาละวาดและพยายามขัดขวางทุกอย่าง กิ่งจันทน์จึงหนีไปกับเกล้า หวังจะเริ่มต้นชีวิตด้วยกันใหม่
แต่ความสุขก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อเกล้าถูกบุคคลลึกลับทำร้ายจนกิ่งจันทน์เข้าใจว่าเกล้าตายไปแล้ว กิ่งจันทน์มั่นใจว่าเป็นฝีมืออ้น จึงยอมแต่งงานกับอ้นเพื่อล้างแค้น อ้นดีใจมาก แต่ก็ไม่ยอมล่วงเกินกิ่งจันทน์เพราะอยากให้กิ่งจันทน์เต็มใจเป็นของตนมากกว่า แม้ว่าระหว่างนั้น กิ่งจันทน์จะก่อเรื่องมากมาย เพื่อล้างแค้นอ้น แม้แต่ทำให้อ้นบาดเจ็บ แต่อ้นก็ไม่เคยถือโทษโกรธกิ่งจันทน์แม้แต่น้อย
ในขณะที่อิศเรศประสบอุบัติเหตุกลายป็นอัมพาต จึงไม่มีใครยับยั้งกิ่งจันทน์ได้อีก แต่แทนที่กิ่งจันทน์จะดีใจกับความวิบัติของครอบครัวอ้น แต่กลับรู้สึกไม่มีความสุขทำให้กิ่งจันทน์สับสน และมีเพียงคนเดียวที่กิ่งจันทน์สามารถระบายความทุกข์ได้ ก็คือรตีที่เสียสติไปแล้วนั่นเอง
และในคืนหนึ่ง กิ่งจันทน์ก็ได้พบกับเกล้าโดยไม่คาดหมาย เกล้าบอกว่าตนไม่ได้ตาย แต่กลับพบเห็นสิ่งผิดปกติหลายอย่างจึงตามสืบดู ทำให้รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับกิ่งจันทน์ มีอะไรมากกว่าที่คิด และขอให้กิ่งจันทน์ช่วยตนสืบด้วย ไม่อย่างนั้น ตนกับกิ่งจันทน์คงไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ กิ่งจันทน์ทำตามที่เกล้าบอก แต่กลับถูกศรีประไพทำร้าย และจับกิ่งจันทน์ขังไว้ในห้องกับอิศเรศพร้อมกับจุดไฟเผาบ้านเพื่อให้ตายไปด้วยกัน
ท่ามกลางเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ ความจริงของเรื่องทั้งหมดกำลังจะเฉลย และปลายทางแห่งความจริงนั้นจะมีสิ่งใดรออยู่ และต้องสังเวยด้วยชีวิตของใครบ้าง เพื่อสนองความแค้นครั้งนี้ ติดตามชมกันต่อได้ในละคร เพลิงภริยา ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 ละคร เพลิงภริยา เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563

The Unforgiving Spirit
เสียงร่ำไห้ยังคงขับขาน ดวงวิญญาณยังคงวนเวียน เพื่อสะสาง ความแค้น ด้วย ความตาย โศกนาฏกรรมแห่งรักเรื่องนี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2529 ที่ เรือนไม้หอม เรือนหลังงามที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเรือนหอของคู่รัก คุณชายภาณุทัต พรหมบดินทร์ กับ แม้นมาศ เกษมบริรักษ์ ทั้งคู่รักใคร่ชอบพอกัน โดยไม่สนใจคำคัดค้านของผู้ใหญ่ ที่ต้องการจะให้คุณชายภาณุทัตแต่งงานกับ คุณหญิงแขไข ผู้เป็นคู่หมั้นคู่หมาย
แต่แล้วกลับมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในวันแต่งงาน เมื่อร่างของแม้นมาศลอยละลิ่วลงมาจากหน้าต่างชั้นบนของเรือนไม้หอมที่เป็นห้องหอ และตกลงไปในสระบัวจนน้ำในสระกลายเป็นสีแดงฉาน มีเพียงจดหมายหล่นอยู่บนเตียงนอน เขียนคำว่า ลาก่อน ทิ้งเอาไว้ โดยไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม้นมาศกันแน่ เมื่องานแต่งถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นงานศพ คุณชายภาณุทัตก็เอาแต่เศร้าโศกเสียใจ กินเหล้าเมามายไร้ซึ่งสติ ไม่ยอมทำอะไรทั้งสิ้น จนกระทั่งวันหนึ่งก็หายสาบสูญไปอย่างลึกลับ และไม่มีใครพบเห็นคุณชายอีกเลย
ล่ำลือไปในทิศทางเดียวกันว่าคุณชายได้ฆ่าตัวตายตามหญิงสาวคนรักไปเพราะทนความเสียใจไม่ไหว อีกทั้งพวกคนรับใช้ต่างได้ยินเสียงร่ำไห้ของหญิงสาว สลับกับเสียงร้องเรียกของคุณชายภาณุทัตดังมากจากเรือนไม้หอมที่ถูกปิดตาย เรื่องราวถูกเล่าขานถึงอาถรรพ์ และแรงแค้นของทั้งคู่ที่ไม่สมหวังในความรัก จนไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้เรือนไม้หอมหากไม่มีเหตุจำเป็นใด ๆ
ปี พ.ศ. 2559 รสสุคนธ์ เกษมบริรักษ์ ซึ่งเป็นหลานแท้ ๆ ของปู่แม้นเมือง (พี่ชายแม้นมาศ) ต้องการสืบเรื่องปริศนาการตายของแม้นมาศหรือย่าเล็ก และการหายตัวไปของย่าวาดในคืนแต่งงาน เธอจึงตัดสินใจสมัครเป็นเลขาของ รามนรินทร์ ลูกชายเพียงคนเดียว คุณหญิงภาวิดา (น้องสาวของคุณชายภาณุทัต) แต่เกิดเหตุทำให้ต้องผิดหวังไป แม้นศรี (น้องสาวแม้นเมือง พี่สาวแม้นมาศ) ย่าของรสสุคนธ์รู้จึงฝากหลานสาวกับ คุณชายภาณุกร (น้องชายคนสุดท้องของภาณุทัต) ซึ่งกำลังมองหาคนมาช่วยจัดงาน ระลึกร้อยปีตระกูลพรหมบดินทร์ รสสุคนธ์ตอบรับงานทันทีครอบครัวของแม้นศรีได้ย้ายไปตั้งรกรากอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรีหลังจากเกิดเหตุไฟไหม้บ้านที่กรุงเทพฯ เมื่อ 30 ปีก่อนคืนเดียวกับที่แม้นมาศตาย และในเหตุการณ์นั้นแม้นเมืองปู่ของรสสุคนธ์ก็ตายในกองเพลิง เพราะแม้นศรีช่วยมิ่งเมืองพ่อของรสสุคนธ์ออกมาได้เพียงคนเดียว
ดังนั้นเมื่อจะต้องทำงานในกรุงเทพฯ รสสุคนธ์จึงต้องย้ายเข้ามาอาศัยอยู่บ้านพรหมบดินทร์ คุณหญิงภาวิดารีบคัดค้าน เพราะไม่ชอบคนจากตระกูลเกษมบริรักษ์เป็นทุนเดิมอยู่ก่อนหน้า แต่ก็ไม่อาจขัดน้องชายได้ จึงวางแผนให้รสสุคนธ์ไปอยู่เรือนไม้หอม เพื่อที่จะให้โดนผีย่าตัวเองหลอกจนไม่สามารถอยู่ได้ รามนรินทร์นั้นแอบปิ๊งรสสุคนธ์ตั้งแต่แรกพบหน้า เขาจึงแสดงความเป็นห่วงรสสุคนธ์ เฟื่อง ซึ่งเป็นแม่นมของรามนรินทร์ เลยเสนอให้หลานสาวชื่อ น้อย ซึ่งเป็นลูกบุตรธรรมของภาณุกรมาอยู่เป็นเพื่อนรสสุคนธ์
ในคืนนั้นเอง...รสสุคนธ์ก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวร้องไห้คร่ำครวญดังแว่วมา ถึงแม้จะหวาดกลัวจับใจ แต่ด้วยความสงสัยจึงได้รวบรวมความกล้า จนได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนร้องไห้อยู่หน้าเรือนไม้หอม รสสุคนธ์ตกใจคิดว่าเป็นผีเป็นลมไป รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็เจอหญิงสาวคนหนึ่งนั่งเฝ้าอยู่ รสสุคนธ์ก็เข้าใจว่าเป็นน้อยหลานของเฟื่อง แต่ปรากฏว่าน้อยที่เธอเข้าใจนั้น แท้จริงแล้วคือ ผีย่าเล็ก เพราะน้อยตัวจริงก็ไม่เคยกล้ามาเหยียบที่เรือนไม้หอมเลยแม้แต่สักครั้งเดียว อีกทั้งก่อนหน้านี้รสสุคนธ์ไม่รู้จักหน้าตาย่าเล็กเพราะภาพถ่ายทั้งหลายสูญหายไปหมดเมื่อครั้งไฟไหม้บ้าน และภาพถ่ายใบสุดท้ายถูกเก็บอยู่ในห้องทำงานของคุณชายภาณุกร เมื่อหญิงสาวไปขอดูด้วยความอยากรู้จึงได้พบความจริงว่าเธออยู่กับผีมาตลอดสองคืน
ถึงแม้รสสุคนธ์จะหวาดกลัวเมื่อได้รู้ความจริง แต่จากที่ได้อยู่ร่วมกับคุณย่าของเธอมาตั้งแต่ต้น ทำให้หญิงสาวมั่นใจว่าผีย่าเล็กไม่ได้คิดร้ายกับเธอ และได้รู้ว่าแม้นมาศแท้จริงแล้วถูกฆาตกรรมในคืนแต่งงาน เพียงแต่ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ลงมือเพราะถูกวางยาสลบ และถูกจับกดน้ำจนขาดใจตาย จากนั้นก็ถูกโยนลงมาจากห้องนอนทิ้งลงมาในสระบัว แม้นมาศได้ขอร้องให้รสสุคนธ์ช่วยตามหาแหวนแต่งงานชิ้นสำคัญที่หายไป เพราะเชื่อว่า แหวนไพลิน ที่ได้รับจากท่านชายภาณุทัตเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทำให้เธอไม่สามารถไปผุดไปเกิดเพราะได้ทำงานใกล้ชิดกัน รสสุคนธ์กับรามนรินทร์จึงความรู้สึกดี ๆ ต่อกันเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
จวง กับ ปริก สองยายหลานที่ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาในบ้านพรหมบดินทร์จึงคอยส่งข่าวให้แขไขรู้ความเป็นมาของบ้านอยู่เสมอจนทำให้ คุณอุณนิษา ลูกสาวของแขไขที่แอบหลงรักรามนรินทร์อยู่เกิดความริษยา คอยหาเรื่องรสสุคนธ์อยู่บ่อย ๆ แขไขอยากให้อุณนิษาได้แต่งงานกับรามนรินทร์เพื่อพยุงฐานะทางบ้านที่กำลังจะล้มละลาย นอกจากนั้นแขไขยังส่ง อธิวัฒน์ หลานชายที่ไม่เอาไหนกับ จีรนันท์ เพื่อนสนิทของอุณนิษามาช่วยอุณนิษาทำงานอีกแรง อธิวัฒน์เห็นรสสุคนธ์ก็อยากได้เป็นเมียสร้างความไม่พอใจแก่จีรนันท์ที่แอบเป็นเมียลับ ๆ อย่างมาก อุณนิษากับจีรนันท์จึงจัดหนักหาทางไล่รสสุคนธ์ไปให้พ้นบ้านพรหมบดินทร์ แต่รสสุคนธ์ก็ได้รับการช่วยเหลือจากผีแม้นมาศอยู่บ่อยครั้ง
ความสัมพันธ์ของรามนรินทร์กับรสสุคนธ์สร้างความไม่สบายใจแก่ภาวิดาอย่างมาก ทวน คนขับรถที่เป็นผัวน้อยลับ ๆ ของภาวิดาจึงต้องขึ้นมาคอยปลอบให้ภาวิดาคลายเครียดถึงห้องบ่อย ๆ ด้านอุณนิษาก็สั่งให้จวงกับปริกหาคนมาดักทำร้ายรสสุคนธ์ แต่รามนรินทร์ก็มาช่วยเหลือเอาไว้ได้ทัน ทว่าชายหนุ่มกลับเสียทีถูกทำร้ายจนสลบไป แต่ก่อนที่พวกมันจะได้ลงมือทำร้ายรสสุคนธ์ ตาดำ ชายแก่ที่อยู่ท้ายสวนไม่ไกลจากบ้านพรหมบดินทร์ก็ปรากฏตัวออกมา สร้างความตื่นตระหนกให้กับพวกคนร้ายจนวิ่งหนีกระเจิงกันทั้งหมด เพราะล่ำลือกันว่าบริเวณท้ายสวนนี้มีผีเจ้าที่สุดเฮี้ยนสิงสถิตอยู่ หลังจากที่รสสุคนธ์ถูกทำร้าย คุณหญิงภาวิดาก็โทษว่ารสสุคนธ์เป็นต้นเหตุให้ลูกชายของตัวเองได้รับบาดเจ็บ และใช้เป็นข้ออ้างไล่รสสุคนธ์ออกจากบ้าน แต่รามนรินทร์และคุณชายภาณุกรได้ห้ามเอาไว้
งานรำลึกร้อยปีตระกูลพรหมบดินทร์จัดอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีรสสุคนธ์เป็นแม่งาน แต่กลับถูกภาวิดาสั่งห้ามไม่ให้เสนอหน้าในงาน เพราะตั้งใจจะประกาศการหมั้นของรามนรินทร์กับอุณนิษา แม้นมาศรู้จึงยุให้รสสุคนธ์ใส่ชุดเธอพร้อมกับเครื่องเพชรประจำตระกูลพรหมดินทร์ไปเดินอวด เมื่อภาวิดาเห็นเครื่องเพชรก็แทบกรี๊ดด่ารสสุคนธ์หาว่าขโมยมาใส่ รสสุคนธ์ตอกกลับว่านี่เป็นของหมั้นหมายของย่าเล็ก เธอก็มีสิทธิ์ใช้ ที่สำคัญย่าเล็กอนุญาตแล้ว ภาวิดาแทบลมจับด้วยความแค้นใจ จึงทำให้งานประกาศหมั้นเป็นอันล่มไป สร้างความไม่พอใจแก่อุณนิษาและแขไขอย่างมาก ปริกต้องการเงินไปจ่ายให้กับคนที่จ้างมาทำร้ายรสสุคนธ์ จึงได้มาขอเอาจากอุณนิษา แต่อุณนิษาปฏิเสธ เลยถูกปริกข่มขู่ว่าจะแฉความจริงทั้งหมดให้คนอื่นได้รู้ถึงความเลวร้าย ด้วยกลัวว่าภัยจะมาถึงตัวอุณนิษาจึงสั่งให้จวงฆ่าปริก เพราะบุญคุณของแขไขจวงจึงตัดใจฆ่าหลานสาวตัวเอง แล้วลากศพปริกไปทิ้งลงในสระบัว
รสสุคนธ์คอยไปเยี่ยมตาดำอยู่บ่อย ๆ จนสนิทกัน และคืนนั้นเองรสสุคนธ์ก็ฝันประหลาด ฝันว่าย่าวาดมาหาแล้วพารสสุคนธ์ไปที่บ้านตาดำพร้อมกับร้องขอให้รสสุคนธ์ช่วยให้เธอไปผุดไปเกิด พอตื่นขึ้นมารสสุคนธ์ก็ไปขอให้รามนรินทร์ช่วยขุดดินจุดที่ย่าวาดมาบอก จึงได้พบศพของวาดที่ถูกฝั่งอยู่ที่นี่นานนับ 30 ปี หลักฐานก็คือสร้อยจี้ล็อกเกตบนตัวศพนั่นเอง แม้นมาศเสียใจมากที่พี่สะใภ้ต้องมาตายในคืนที่ตัวเองถูกฆ่า เธอโกรธแค้นอย่างมาก ต้องการฆ่าพรหมบดินทร์ให้ตายตกตามกัน รสสุคนธ์จึงห้ามไว้เพราะยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่าจะฆ่าคนส่งเดชอย่างที่ผ่านมาไม่ได้ ในที่สุดรสสุคนธ์ก็สืบพบว่าคนที่ฆ่าย่าวาดก็คือทวนนั่นเอง ทวนรับคำสั่งใครบางคนปิดปากวาดที่มาเห็นการฆาตกรรมแม้นมาศ แถมยังตามไปเผาบ้านเกษมบริรักษ์ที่กรุงเทฑฯ จนมอด ด้วยความแค้นแม้นมาศจึงปิดบัญชีด้วยการจับทวนลงไปนอนในหลุมแล้วจุดไฟเผาให้สาสมกับที่ฆ่าพี่ชาย และพี่สะใภ้ของเธอ
โรงแรมแกรนด์บดินทร์มีโปรเจคท์จะสร้างรีสอร์ตที่จังหวัดเพชรบุรี รสสุคนธ์จึงอาสาพาไปดูที่แถว ๆ นั้น รามนรินทร์สนใจที่ดินของแม้นศรีที่ติดกับที่ดินของคุณชายอัศวินสามีของแขไขมาก แต่ติดว่าที่ดินของแม้นศรีนั้นถูกแขไขอ้างสิทธิ์ถือครองอยู่ แขไขบอกว่ามิ่งเมืองพ่อของรสสุคนธ์เอาที่ดินมาขายก่อนที่พ่อกับแม่ของรสสุคนธ์จะประสบอุบัติเหตุรถคว่ำตาย อธิวัฒน์รู้ว่ารามนรินทร์อยากได้ที่นั้นมากเพราะต้องการจะซื้อที่ดินคืนให้แก่ครอบครัวของรสสุคนธ์ ด้วยความโลภเลยคิดจะเอาที่ดินมาขาย หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ในที่สุดก็สืบค้นความจริงว่าพ่อกับแม่ของรสสุคนธ์ไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุแต่ความจริงมีคนทำให้เกิดขึ้น รสสุคนธ์จะเอาเรื่องนี้ไปบอกตำรวจ แต่ถูกอธิวัฒน์กับจีรนันท์จับตัวไว้จะฆ่าปิดปาก รามนรินทร์มาช่วยไว้ได้ทัน ระหว่างที่ผีแม้นมาศปรากฏตัวหลอก ด้วยความกลัวตายอธิวัฒน์เลยหนีเอาตัวรอดคนเดียว จีรนันท์จึงถูกแม้นมาศฆ่าด้วยเหตุอุบัติเหตุรถคว่ำอย่างที่พ่อแม่ของรสสุคนธ์ตาย อธิวัฒน์แค้นใจมาก ย้อนกลับมาหมายจะฆ่ารามนรินทร์แต่สุดท้ายก็ถูกแม้นมาศฆ่าตายเช่นกัน
ไม่นานหลังจากนั้นภาณุกรก็ได้พบหลักฐานว่าแท้จริงแล้วใครเป็นผู้ลงมือฆ่าปริก จึงได้เรียกอุณนิษาเข้ามาพูดคุย และบอกว่าเพื่อแลกกับการไม่เปิดเผยเรื่องราวทั้งหมด อุณนิษาจะต้องไม่มาเหยียบบ้านพรหมบดินทร์อีก และให้เลิกคิดถึงเรื่องแต่งงานกับรามนรินทร์ไปเสีย แต่ด้วยความโกรธ อุณนิษาจึงได้ทำร้ายคุณชายภาณุกรจนเสียชีวิต จวงมาเห็นเข้าก็ช่วยใส่ความว่ารสสุคนธ์เป็นคนลงมือทำ เพื่อจะกำจัดเสี้ยนหนามของหัวใจให้พ้นไป เมื่อสิ้นบุญของภาณุกรแล้ว รสสุคนธ์ก็ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ในบ้านพรหมบดินทร์อีกต่อไป อีกทั้งคุณหญิงภาวิดายังให้ตำรวจมาจับตัวหญิงสาวไปสอบสวน แต่ยังไม่ทันที่ตำรวจจะได้จับกุมตัวรสสุคนธ์ ตาดำก็เข้ามาช่วยเป็นพยานว่าขณะที่เกิดเหตุนั้นหญิงสาวกำลังพูดคุยกับตนที่ท้ายสวนจึงไม่มีทางที่เธอจะเป็นฆาตกรที่ฆ่าภาณุกรไปได้
การปรากฏตัวของตาดำ สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน เมื่อแท้จริงแล้วตาดำไม่ใช่ผี แต่กลับกลายเป็นคุณชายภาณุทัตที่หายสาบสูญไปเมื่อสามสิบปีก่อน เมื่อครั้งที่ภาณุทัตหายตัวไปเพราะเบื่อหน่ายกับวิถีชีวิต และไม่อยากรับรู้เรื่องราวความเป็นไป อีกทั้งคุณหญิงภาวิดาผู้เป็นน้องสาวกับทางบ้านก็พยายามจะให้ตนกลับมาแต่งงานกับคุณหญิงแขไข ภาณุทัตจึงหนีไปอยู่ที่บ้านท้ายสวน ห่างไกลจากสายตาผู้คน อีกทั้งยังแต่งตัวมอซอ ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง คล้ายคนจรจัด ทำตัวผลุบ ๆ โผล่ ๆ ชาวบ้านจึงเข้าใจว่าตาดำเป็นผี เนื่องจากหายไปใช้ชีวิตสันโดษไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร จับปลา เก็บผักกิน บางคืนก็แอบเข้ามาที่เรือนไม้หอม ร้องเรียกหาแม้นมาศ จนคนในเรือนเข้าใจว่าเป็นผีคุณชายภาณุทัต ก่อนที่ภาณุทัตจะหายตัวไป เขาได้มาสั่งลาน้องชาย และฝากฝังเรื่องในบ้าน และเรือนไม้หอมไว้จนกว่าตนเองจะทำใจได้และกลับมา เท่ากับว่าการหลบไปใช้ชีวิตในสวนนั้น คุณชายภาณุกรรู้มาตลอด
ภาณุทัตที่มาปรากฏตัวขึ้นเพื่อเป็นพยานให้กับรสสุคนธ์ ได้สั่งให้เลิกขัดขวางเรื่องความรักของหลานชาย เพราะรู้ว่ารามนรินทร์นั้นรักใคร่ชอบพอกับรสสุคนธ์ อีกทั้งรามนรินทร์ยังได้พาตัวสร้อย แม่ครัวในบ้านที่เห็นเหตุการณ์ และสามารถชี้ตัวฆาตกรที่แท้จริงได้มาเปิดเผยความจริงต่อหน้าคนทั้งหมด ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวอุณนิษา แต่จวงกลับบอกว่าตัวเองเป็นคนทำทั้งหมด อุณนิษาแค่ตกกระไดพลอยโจนไปด้วยเฉย ๆ การเปิดเผยตัวของจวงทำให้แม้นมาศจำได้ว่าจวงเอาน้ำมะตูมมาให้ตนดื่มก่อนที่จะหมดสติไป จึงฆ่าจวงทิ้งในห้องขัง แขไขจึงแก้เกมว่าจวงกลัวความผิดฆ่าตัวตาย ทำให้อุณนิษาหลุดคดีฆ่าคุณชายกร
เรื่องราวผ่านไปได้อย่างไม่มีเรื่องวุ่นวายอะไรเกิดขึ้นอีกจนกระทั่งถึงวันที่รามนรินทร์กับรสสุคนธ์แต่งงาน ขณะที่รสสุคนธ์แต่งตัวอยู่ตามลำพังเหตุการณ์ที่เหมือนกับในอดีตก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง เมื่ออุณนิษาเข้ามาทำร้ายหมายจะเอาชีวิตรสสุคนธ์พร้อมกับบอกว่าเธอจะฆ่ารสสุคนธ์ให้เหมือนกับตอนที่แขไขฆ่าแม้นมาศ ความจริงถูกเปิดเผยจากปากอุณนิษาว่าคนที่ฆ่าแม้นมาศนั้นแท้จริงแล้วคือแขไข และได้ขโมยแหวนไพลินที่สวมติดนิ้วของแม้นมาศไป แต่ครั้งนี้มันไม่ง่ายเหมือนครั้งก่อน เมื่อแม้นมาศโผล่ออกมาพร้อมกับผีอีปริก และมอบคนร้ายรายนี้ให้ผีอีปริกได้จัดการล้างแค้น ส่วนตัวของแม้นมาศก็มุ่งไปหาแขไขที่อยู่ในงานเลี้ยง เมื่อผีอีปริกได้ล้างแค้นจนสาสมก็หันมาหารสสุคนธ์ที่ยังติดอยู่ตรงที่เดิม วิญญาณของภาณุกรก็มาช่วยไว้ และบอกให้ผีอีปริกจากไปอย่างสงบ แล้วขอให้รสสุคนธ์ไปช่วยวิญญาณของแม้นมาศไม่ให้ทำผิดไปมากกว่านี้
แม้นมาศที่เต็มไปด้วยความแค้น ทำร้ายแขไขจนสาหัส ไม่ว่ารสสุคนธ์จะพยายามพูดห้ามสักเท่าไหร่แม้นมาศก็ไม่ยอมฟัง จนในที่สุดคุณชายภาณุทัตก็ได้พูดเพื่อหยุดเธอเอาไว้ "ถึงแม้ว่าเขาคนนั้นจะทำให้กายของเราพรากจากกัน แต่สิ่งที่เขาไม่มีวันพรากไปได้ก็คือ ความรักที่ฉันมีให้ต่อแม่เล็กเสมอ ไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติไหน เชื่อฉันเถอะนะแม่เล็ก ปล่อยเขาไปเถอะ วันหนึ่งบาปกรรมของเขาจะติดตามไปทวงเขาเอง อย่าไปอยู่ร่วมบ่วงกรรมบ่วงเดียวกับเขาต่อไปอีกเลยนะ" คำพูดของชายที่รักทำให้แม้นมาศยอมปล่อยวางซึ่งความแค้น กระนั้นแขไขถึงแม้จะรอดตายแต่ก็ต้องลงเอยกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือนไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกต่อไป
หลังจากนั้นในวันที่คุณชายภาณุทัตได้มาเยือนเรือนไม้หอม ราวกับว่าโชคไม่เข้าข้างนัก เพราะถึงทั้งคู่จะได้พบกันแต่ทั้งแม้นมาศกับภาณุทัตกลับไม่สามารถสัมผัสกันได้ จนกระทั่งคุณชายภาณุทัตหลั่งน้ำตาที่ไหลจากความรัก ปาฏิหาริย์ก็บังเกิดขึ้นจนทั้งสองสามารถสัมผัสกันได้อีกครั้ง และระบายความอัดอั้นตันใจที่ค้างคากันมานานแสนนาน จนในที่สุดแล้วแม้นมาศก็จากไปสู่สุคติโดยไม่มีอะไรค้างคาอีกต่อไป ภาวิดาเสียใจที่เชื่อคนผิดอย่างแขไขมาตลอดจนเกิดบาปต่อเนื่อง จึงยอมให้รสสุคนธ์แต่งงานกับรามนรินทร์
ถัดจากนั้นเวลาผ่านไปอีกห้าเดือน รสสุคนธ์ก็ออกมายืนหน้าเรือนไม้หอมที่ถูกตกแต่งใหม่อย่างสวยงาม หากแต่ยังคงอนุรักษ์โครงสร้างแบบเดิมเอาไว้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับหวนคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา รามนรินทร์เดินมาโอบกอดหญิงสาวจากด้านหลัง และบอกว่าเขาอยากจะอยู่กับรสสุคนธ์แบบนี้ตลอดไป ทั้งคู่กอดกันด้วยความรักและเดินจูงมือกลับเข้าไปในบ้านพร้อมกับสมาชิกใหม่ที่อยู่ในท้องของเธอ ซึ่งเป็นลูกที่เกิดจากความรักของคนทั้งคู่ และด้วยความรักของรสสุคนธ์ และรามนรินทร์ ทำให้เรือนไม้หอมแห่งนี้ ไม่ใช่เรือนหอร้างรักต้องอาถรรพ์อีกต่อไป ติดตามชมความหลอนของ ละครบาปบรรพกาล ได้ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 09.00 น.และ 19.40 น. ทางช่อง 8 ละครบาปบรรพกาล เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม 2559

Khun Ying Nok Thamniap
ปี พ.ศ.2518 งานฉลองจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย โรงเรียนคอนแวนต์ ศจี สาวสวยผิวสีน้ำผึ้งได้รับเลือกเป็นตัวแทนของรุ่นแสดงการเดี่ยวเปียโน ร่วมกับ แกมแก้ว หรือ ลูกแก้ว คุณหนูลูกสาวท่านทูต รับหน้าที่ร้องเพลงนำบนเวที มาแมร์ คณะครูและเพื่อน ๆ ต่างชื่นชมสองสาวสวยเก่งซึ่งมีบุคลิกแตกต่างกันสุดขั้ว คุณหญิงอรุณวตี แม่ผู้สง่างามได้มาร่วมงานแสดงความยินดีกับลูกสาวคนเล็กพร้อมกับป้าวรรณ คุณหญิงหมายตาศจีไว้เงียบ ๆ ขณะที่ลูกแก้วแสดงชัดเจนว่าปลื้มเพื่อนรักคนนี้มาก
สุพรรณ หนุ่มหล่อที่อาศัยวัดเป็นบ้าน ตื่นเต้นแต่เช้า ตั้งใจเลือกดอกไม้สวย ๆ ที่ชาวบ้านเอามาถวายพระ หวังจะนำไปแสดงความยินดีกับศจีหลังจบงานแสดง สุพรรณจึงแอบยืนดักเจอหลังเวที ศจีแม้ฉากหน้าจะดูนิ่งแต่ในใจอดจะสั่นไหวด้วยวัยสาวรุ่นไม่ได้ แต่กลับปฏิเสธจะรับดอกไม้แล้วเดินเลี่ยงไป ปล่อยให้สุพรรณเสียใจจากไป และแล้วศจีก็ได้เห็น ชีวิน หนุ่มหล่อมาดคุณชายปรากฏตัวพร้อมตุ๊กตาสวยตัวโตราคาแพงจากนอกเดินผ่านหน้าศจีไป ชีวินไม่ทันเห็นศจีเพราะเกรงว่าจะมาไม่ทันงานน้องสาว
ลูกแก้วดีใจมากที่พี่ชายให้ตุ๊กตา รีบฉุดศจีให้มารู้จักชีวิน พร้อมแนะนำชีวินว่าศจีเป็นเพื่อนรัก ชีวินเห็นหน้าศจีเต็ม ๆ ตรง ๆ ก็ตะลึงกับความสวยคมแต่ไม่ทันได้ทักทายต่อ ยายปริกลากนังจุกและจัดลูกเล้าเป็นพรวนแต่งตัวสีสันบ่งบอกอาชีพขายนาผืนน้อยมาประกาศเกรียวกราวว่านังจุกหรือจุรีนั้นเป็นแม่ของศจี ตัวแกเองก็เป็นยาย วันนี้แสนดีใจที่คนจากน้ำครำต่ำต้อยเรียนจบโรงเรียนคอนแวนต์ของผู้ดีมีฐานะได้ ทั้งที่แม่มาจากซ่องแม่บุญปลีก บรรดาไทยมุงอยากยุ่งเรื่องชาวบ้านก็ออกันเข้ามามองอย่างสอดรู้สอดเห็น บางคนปากไวก็ถามว่าจริงหรือไม่ ศจีกลับนิ่ง กลายเป็นนังจุกร้อนรนรีบปฏิเสธว่าตัวเองไม่ใช่แม่ของศจี กลัวลูกสาวจะอายแล้วรีบลากรีบดึงยายปริกกับบรรดาลูกเล้าให้กลับออกไป ลูกแก้วงง ๆ แต่เชื่อว่าคนชั้นต่ำพวกนั้นเข้าใจผิด ชีวินจากที่มองศจีชื่นชมเปลี่ยนเป็นสายตาเหยียดหยามว่าชาติกำเนิดต่ำแต่ไม่เจียมตัว ยิ่งทำให้ศจีฮึดจะเอาชนะการดูถูกของชีวินไว้ในใจ แต่ฉากหน้าศจีขอตัวเดินออกมาไหล่ตรง คุณหญิงอรุณวตีและป้าวรรณเห็นเหตุการณ์นี้ก่อนจะกลับบ้านพร้อมชีวินและลูกแก้ว
สุพรรณมาดักพบศจีที่ปากซอยเข้าบ้านแล้วพูดเตือนศจีว่าควรตื่นจากฝัน ยอมรับชาติกำเนิดที่แท้จริง ศจีแม้ภายนอกดูนิ่ง แต่ในใจกลับร้อนรุ่มต้องการเอาชนะคำสบประมาทไปจากตมให้จงได้ เมื่อศจีกลับถึงบ้านสวน จุกรีบลนลานเข้ามาขอโทษลูก เรื่องยายปริกไปโผล่ที่โรงเรียน แต่ศจีกลับนิ่งเฉยไม่เอ่ยถึงเรื่องนั้น สองแม่ลูกพากันเข้าไปบอกกล่าวตาศรี พ่อที่ศจีใช้เป็นแรงผลักดันให้ได้ดี จุกน้ำตาคลอกอดลูกไว้ภาคภูมิใจ บอกว่าศจีคือคนที่พลิกผันทุกอย่างในชีวิตโสมมของตัวเอง แล้วจุกก็หวนคิดถึง อดีตเมื่อ 18 ปีที่แล้ว…
กรุงเทพมหานคร ปี 2500 ณ ซอกซอยแคบ ๆ ข้างหนึ่งขนาบด้วยคูที่เคยเป็นคลอง กลายสภาพเป็นบ่อน้ำครำส่งกลิ่นเน่าเหม็นเต็มไปด้วยขยะ อีกข้างเป็นรั้วสังกะสีสูงท่วมหัว เป็นที่รู้กันว่าตรอกนี้จะนำไปสู่บ้านของยายปริก แม่เล้าเจ้าของซ่องชื่อดังที่ให้บริการทางเพศกับลูกค้าชายทุกระดับ แต่วันนี้บ้านยายปริกปิดให้บริการ 1 วัน เพราะเป็นวันแต่งงานของ นังจุก ลูกเล้าที่ยายปริกเก็บจากกองขยะตั้งแต่เป็นทารกมาเลี้ยงดูในฐานะลูกสาว การกระทำนี้คือ ความดีงามเรื่องเดียวของยายปริก
แรกเริ่มเลยยายปริกไม่ได้คิดจะให้นังจุกมาขายของเก่า แต่นังจุกกลับเลือกที่จะลงเล้าของยายปริกด้วยความเต็มใจ ด้วยใบหน้าสวยผิวพรรณดี นังจุกที่เปลี่ยนชื่อเป็นจุรีก็กลายเป็นดาวรุ่งระดับเหรียญทอง มีแขกติดใจสร้างรายได้ให้ยายปริกมากมาย จนวันหนึ่งสังขารเริ่มร่วงโรย ลูกค้าบางเบา นังจุกเสร็จภารกิจค้ากามเดินมาหาข้าวต้มกินแถว ๆ วัดใหญ่ศรีสุพรรณ วัดเล็ก ๆ ประจำชุมชนย่านนั้น ขากลับฝนตกลงมา นังจุกได้เจอกับตาศรี มัคนายกของวัดที่เลิกงานบุญมาหลบฝนเช่นกัน ตาศรีมองสภาพของนังจุกแล้วตัดสินใจทำกุศลยิ่งใหญ่ ขอให้นังจุกเลิกทำอาชีพนี้ ชวนให้มาแต่งงานเป็นสามีภรรยา ทีแรกนังจุกเห็นเป็นเรื่องขำ เอามาเล่าให้ยายปริกกับบรรดาสมาชิกลูกเล้าฟังเป็นที่ครื้นเครงถกกันด้วยวาจาสองแง่สองง่ามว่าตาศรีตบะแตกเป็นพวกมือถือสากปากถือศีลแล้วนังจุกก็ไม่สนใจ แต่ด้วยการตามตื๊อและข้อเสนอของตาศรีที่จะเป็นคนเลี้ยงดูจุกบวกกับสังขารที่ร่วงโรยหลุดร่วงจากตำแหน่งดาวรุ่งประจำเล้า ทำให้นังจุกเก็บไปนอนคิด แล้วตัดสินใจแต่งงานกับตาศรีโดยให้คำมั่นสัญญารู้กันสองคนว่าจะเลิกขายตัวเด็ดขาด
ปี พ.ศ.2500 คือยุคที่ซ่องรุ่งเรืองในไทย เรียกเมืองหลวงว่าบางกอกหรือพระนคร เปลี่ยนเป็น กรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2515 เป็นต้นไป ในคืนวันแต่งงาน หลังจากที่ยายปริกเลี้ยงฉลองทุกคนด้วยเหล้ายาไม่อั้น ตาศรีที่ครองตนรักษาศีลนั้นถูกบรรดาลูกเล้าจับกรอกเหล้าไปหลายแก้วจนเมามายนอนไม่ได้สติอยู่บนห้องหอ นังจุกเองก็มีอาการเมามึนไม่ต่างกัน แล้วจู่ ๆ ซิงค์ แขกอินเดียเจ้าหนี้รายใหญ่ของบรรดาลูกเล้าก็มาขอใช้บริการกับนังจุก ยายปริกปฏิเสธในคราวแรกว่านังจุกแต่งงานแล้ว ซิงค์ต่อรองว่า หากยอมให้นังจุกมานอนด้วยจะยกหนี้ให้ทั้งต้นและดอก ถือว่าเป็นของขวัญวันแต่งงานใส่ตะกร้าล้างน้ำจบหนี้กันไป
ยายปริกจึงตัดสินใจส่งนังจุกเข้าห้องซิงค์ เหตุการณ์อัปยศนี้มีแต่ยายปริกเท่านั้นที่กุมความลับอยู่ ใครจะคาดถึงว่าครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายของอาชีพ จะทำให้นังจุกที่ย้ายไปอยู่กับตาศรีในฐานะสามีภรรยาที่ไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางเพศกันเลยเกิดตั้งท้องขึ้นมา คนนอกอาจจะไม่เห็นเป็นเรื่องประหลาด แต่ตาศรีกับนังจุกรู้อยู่แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร ที่แน่ ๆ ตาศรีนั้นเป็นชายไม่เต็มชาย พอนังจุกบอกยายปริก แกก็บอกผางพยายามทบทวนว่าใครกันที่เป็นพ่อลูกในท้องนังจุก ตาศรีกลับประกาศว่าลูกในท้องนังจุกคือ ลูกพระส่งมาเกิด ด้วยวัยชราเรี่ยวแรงเหลือน้อย แต่เพื่อลูก ตาศรียอมทำงานสารพัดอย่างหามรุ่งหามค่ำเพื่อหาเงินมาเก็บไว้เลี้ยงดูลูกที่จะเกิดมา ไม่ว่าจะเป็นสัปเหร่อหรือไปรับต่อโลงศพ ไม่เคยบ่นไม่เคยเกี่ยง
เมื่อจุกคลอดลูกสาวหน้าตาสวยแต่ไม่มีเค้าตาศรีเลยเพราะเหมือนแขกผิวสีน้ำผึ้งตาคมขนตางอนผิวพรรณดีเหมือนแม่ ยายปริกมาเยี่ยมนังจุก เห็นหน้าทารกก็รู้ทันทีว่าใครเป็นพ่อลูกในท้องของนังจุก แอบกระซิบบอกนังจุกแล้วย้ำให้ปิดเป็นความลับ ตาศรีเห่อลูกสาวรักปานดวงใจ ตั้งชื่อให้ว่า ศจี คุยไปทั่วว่าลูกคนนี้โตขึ้นจะได้เป็นเจ้าคนนายคนและจะมีอนาคตดีงามสูงส่งกว่าพ่อแม่ นังจุกซะอีกที่รู้สึกตะขิดตะขวงใจบวกสำนึกผิด ไม่อยากให้ตาศรีเลี้ยงดูศจี แต่ความลับไม่มีในโลก เมื่อตาศรีรู้ว่านังจุกท้องเพราะลอบไปรับแขกในคืนวันแต่งงาน ตาศรีไม่ได้หึงหวง แต่ตาศรีผิดหวังที่จุกไม่รักษาคำสัญญาว่าจะไม่หันไปประกอบอาชีพนั้นอีก ทั้งที่ตั้งใจจะทำกุศลฉุดนังจุกให้พ้นจากบ่วงกามา ตาศรีใจสลายหมดแรงรับไม่ได้ เลยไปดื่มเหล้าไม่กลับบ้าน นังจุกได้แต่แปลกใจที่ตาศรีหายไป แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก พอรุ่งเช้าคนมาส่งข่าวว่าตาศรีนอนตากฝนตายคาวัด
จุดจบแสนเศร้าสะเทือนใจของตาศรีทำให้นังจุกรู้สึกละอายความผิดที่ทำไว้ ตัดสินใจเปลี่ยนตัวเอง ยกมือสัญญากับผีตาศรีว่าจะเลี้ยงศจีให้ได้ดีตามที่ตาศรีหวังไว้ และจะทำทุกทางเพื่อกันศจีออกจากซ่องของยายปริก อย่างน้อยเป็นการไถ่บาปกับตาศรี แต่ยายปริกยังพยายามตื๊อให้นังจุกเอาศจีไปบังคับให้ซิงค์ยอมรับเป็นลูก รู้ว่าซิงค์อยากมีลูกมาก เมียอินเดียที่อยู่ด้วยกันไปขอลูกกี่หนก็ไม่เคยสมหวัง แต่ลึก ๆ แล้วยายปริกเห็นแก่ทรัพย์สมบัติเงินทองมากมายของซิงค์ แต่นังจุกไม่ยอม แล้วเริ่มห่างหายจากการพบยายปริก หันมาทำงานที่ไม่เคยทำ ปลูกผักทำสวนเพื่อหาเลี้ยงศจี ให้ได้มีกินมีใช้เท่าเทียมคนอื่น แม้จะต้องเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดเพราะทั้งชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยลำบากก็ตาม
ศจีจึงเติบโตขึ้นมาในสิ่งแวดล้อมระหว่างวัดกับซ่อง แต่ด้วยมันสมองที่เป็นเลิศกิริยาวาจาฉะฉานไม่ยอมใคร จากวัยเด็กที่เคยแวะเวียนไปบ้านยายปริก เห็นชีวิตความเป็นไปของลูกเล้าลูกค้าสารพัด แต่เมื่อเป็นวัยรุ่นได้เรียนสูงขึ้น มีการศึกษาเกินหน้าเกินตาคนในชุมชน ศจีก็เริ่มมองเห็นและเรียนรู้ว่าทุกสิ่งอย่างในโลกนี้ต้องได้มาด้วยสองมือฟันฝ่า จึงทำให้ศจีมีความทะเยอทะยานต้องการถีบตัวเองให้สูงส่งได้เป็นเจ้าคนนายคน เป็นคุณหญิงตามคำอวยพรที่กรอกหูและความคาดหวังของตาศรี พ่อที่มีแต่คนยกย่องจากการบอกเล่าของแม่ จะได้กลบตราบาปที่ติดตัว ศจีจึงวางกิริยาท่าทางของตัวเองใหม่ให้เป็นคนมีชนชั้น ไม่เสวนากับยายปริก และคนในชุมชน
หลังจากจบชั้นประถมศึกษา ศจียืนกรานจะเรียนต่อ นังจุกจึงพาศจีมาขอเข้าเรียนที่โรงเรียนคอนแวนต์ สถานศึกษาที่ลูกผู้ดีมีเงินมาหาความรู้บวกแข่งขันและแอบเหยียดหยามคนที่ด้อยกว่า สังคมที่ฉากหน้าเรียกตัวเองว่าผู้ดีแต่ฉากหลังฟอนเฟะไม่ต่างจากลูกเล้าของยายปริก ด้วยความเมตตาจากมาแมร์ ศจีจึงได้ทุนเรียนฟรี ศจีใช้จุดเด่นดับปมด้อยชาติกำเนิดด้วยการเรียนดี กิริยามารยาทงดงามไม่มีที่ติ ณ โรงเรียนแห่งนี้ศจีมีเพื่อนรักเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวคือ แกมแก้ว หรือ ลูกแก้ว ที่เป็นคนตั้งชื่อให้ศจีใหม่ว่า ศุภศจี จริง ๆ ต้องบอกว่าลูกแก้วต่างหากที่ต้องการศจีเป็นเพื่อนสนิท เพราะลูกแก้วนั้นเป็นคุณหนูที่เกาะติดศจีทุกย่างก้าว เนื่องจากทำอะไรไม่เป็น ชีวิตเติบโตมาแบบไม่ติดดิน ไม่เคยลำบาก ลูกแก้วจึงชวนศจีให้นั่งรถส่วนตัวที่มาส่งมารับให้แวะไปบริการรับส่งศจีด้วย ศจียอมนั่งรถคันโก้ของลูกแก้ว ด้วยการนัดพบกันริมถนนปากซอย แล้วขากลับก็ส่งที่เดิม ไม่เคยยอมให้ไปที่บ้านแม้แต่ครั้งเดียว ลูกแก้วเป็นคนหัวอ่อน ขอเพียงศจียินยอมสนิทสนมด้วย เพื่อนบอกว่าอะไรยังไงก็ได้ไม่ใช่ปัญหา จนถึงวันจบการศีกษาที่นังจุกได้ภาคภูมิใจกับศจี เพราะเรียนดีมีความสามารถจนได้รับเลือกให้ขึ้นแสดง...
นังจุกหลุดจากอดีต ปาดน้ำตามองสายฝนโปรยปราย ไม่ต่างจากคืนที่ตาศรีจากไป แล้วบอกกับภาพถ่ายตาศรีว่า หนูทำสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่งแล้วนะน้า เหมือนจะไถ่บาปในใจ ดึกแล้วศจีเห็นจุกไม่ยอมนอนเลยเข้ามาบอกแม่ว่าจะไม่เรียนต่อแล้ว เพราะศจีรู้ดีว่าอนาคตเธอนั้นไม่จำเป็นจะต้องพึ่งปริญญา ทั้งที่เพื่อนส่วนใหญ่เลือกจะไปสอบเอนทรานซ์เข้า มหาวิทยาลัยชื่อดังเมืองไทย หรือบางคนไปเรียนต่อถึงต่างประเทศ แต่ศจีกลับเลือกจะทำงาน ลึก ๆ ศจีรักแม่ ไม่อยากให้แม่ลากสังขารทำงานทำสวนต่อไปอีก นังจุกยามนี้ร่างกายผ่ายผอมหมดสภาพ เป็นเพียงหญิงชราที่หมดหวังในชีวิต ทุกอย่างตามใจลูก ศจีเองก็พูดกับแม่นับคำได้ บางวันไม่เคยพูดจากันเลยก็มี พอศจีบอกว่าไม่เรียนต่อจะทำงาน นังจุกก็ไม่คัดค้านใด ๆ แต่คิดในใจว่าคงไม่หยุดปลูกผัก เก็บผักขายอยู่ดี
คฤหาสน์หลังงามของคุณหญิงอรุณวตียังเปิดไฟส่องสว่าง เพราะ ปราจิต ท่านทูตหนุ่มหล่อสามีของคุณหญิงเพิ่งกลับจากการควงคู่รัชนีฉาย น้องสาวต่างแม่ลูกผู้น้องของคุณหญิงที่สวยเหมือนดอกไม้สีสดออกงานสังคมแล้วพากันไปฟังเพลงต่อ แม้จะดึกแล้วแต่รัชนีฉายก็ยังหัวเราะเสียงใสแววตาเปี่ยมสุขทำเหมือนเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามัน พอเห็นว่าคุณหญิงยังไม่นอนก็ทำท่าห่วงใยสุขภาพ แล้วบอกว่ายินดีจะเป็นตัวแทนคุณหญิงออกงานกับปราจิต และทำทุกอย่างแทนให้ดีหรือดีกว่าอย่ากังวล ภาพน้องสาวที่ร่วมใช้สามีด้วยนั้นเจ็บลึกในใจคุณหญิงอรุณวตี แต่ฉากหน้ามีเพียงยิ้มเยือกเย็น จนป้าวรรณอดเห็นใจนายที่หวานอมขมกลืนเพราะเป็นผู้ดีมีแต่ให้ไม่ได้ รัชนีฉายยังไม่หยุด ออดอ้อนออเซาะปราจิตอยากมาใช้ห้องหอของพี่สาวในคืนนี้ แต่ปราจิตกลับไม่ตกลง เว้นไว้เกรงใจภรรยา รับปากจะไปหาที่ห้องนอนของรัชนีฉายแทน แต่อย่างไรก็ไม่ค้างด้วยทั้งคืน รัชนีฉายแม้ไม่พอใจ แต่ก็จำต้องยอมไปก่อน
วันที่ศจีมาพบมาแมร์เพื่อของานทำ มาแมร์เห็นเป็นคนเก่งภาษาอังกฤษ พิมพ์ดีดได้ จึงรับศจีให้ทำงานในฝ่ายธุรการของโรงเรียน ด้านสุพรรณไม่ได้เจอหน้าศจีก็คิดถึงมาดักพบ อ้างเพื่อขอโทษที่ไปงานโดยไม่บอกล่วงหน้า แล้วถามว่าศจีเลือกคณะที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือยัง เขายินดีจะติวสอบให้เพราะเคยผ่านการสอบมาก่อนจนตอนนี้เป็นนิสิตรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเก่าแก่ปีสองแล้ว ศจีกลับบอกแค่ขอบใจ ไม่ยอมเล่าว่าเธอเลือกทำงาน...
สุพรรณนึกถึงปีที่แล้วตอนเข้ากรุงเทพฯมาอาศัยวัด เจอศจีก็หลงรักทันที เขาวาดหวังว่าเมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วได้เป็นปลัดอำเภอ จะสร้างอนาคตเพื่อศจี หญิงที่เป็นรักแรกพบ เพื่อชักนำตัวเองและศจีหลุดจากปรักตมของชุมชนแออัดที่อยู่กึ่งกลางระหว่างวัดกับซ่อง สุพรรณไม่รู้ว่าความใฝ่สูงทำให้ศจีแม้จะหวั่นไหวตามวัยแต่กลับกักเก็บความรู้สึกนั้นไว้และไม่คิดจะฝากอนาคตไว้กับเด็กวัดที่มาขออาศัยอยู่ที่วัดใหญ่ศรีสุพรรณ ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย แม้สุพรรณจะคอยตามส่งไมตรีให้อย่างต่อเนื่อง ยามศจีไปทำงาน สุพรรณไปเรียน ก็ตามออกค่ารถเมล์ให้ แต่ศจีกลับปฏิเสธสุพรรณด้วยท่าทีเยาะหยัน ดูถูกว่าไม่เจียมตัว คิดจะมีแฟน ศจีไม่เคยรู้มาก่อนว่าท่าทางเหยียดหยามอย่างต่อเนื่องของเธอนั้นได้แปรความรักกลายเป็นความแค้นที่สุพรรณคอยเวลาจะเอาชนะ ที่แท้ชีวินคือหนึ่งในเพื่อนนิสิตร่วมคณะของสุพรรณ ด้วยกิจกรรมกลุ่มทำให้สองหนุ่มเริ่มสนิทกัน เลยมีผลให้แกมแก้ว นิสิตปีหนึ่งได้พบและรู้จักกับสุพรรณ รุ่นพี่ปี 2 รูปหล่อที่มีบุคลิกเงียบขรึมไม่แสดงท่าตื่นเต้นเมื่อเจอลูกสาวท่านทูต ขณะที่แกมแก้วนั้นตกหลุมรักสุพรรณ วาดฝันอยากเป็นแฟนด้วยในใจ
งานธุรการโรงเรียนทำให้ศจีสามารถเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ทั้งการทำงาน การเข้าสังคมผู้ดี การเล่นเปียโน เย็บปักถักร้อย และเรียนรู้ภาษาฝรั่งเศสเพิ่มเติมได้อย่างดี ศจีจึงกลายเป็นสาวสวยที่โตกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน มีความเชื่อมั่นในตัวเองและวางตัวดีมีระดับ แล้ววันหนึ่งลูกแก้วแวะมาหามาอวดศจีว่าได้เข้าเรียนในคณะดังของมหาวิทยาลัยมีชื่อเก่าแก่ แล้วยังได้ทาบทามให้ศจีไปทำงานเป็นเลขาส่วนตัวคุณหญิงอรุณวตี เพราะคุณหญิงแม่นั้นสุขภาพไม่ดี แต่ด้วยมีภารกิจต้องรับแขกบ้านแขกเมืองร่วมกับสามีที่มีตำแหน่งใหญ่มีเกียรติในกระทรวงต่างประเทศ ไหนจะงานสังคมสงเคราะห์มากมายที่ช่วยสนับสนุนให้เกียรติยศของสามีดูดีไม่ด่างพร้อยอีก จึงต้องการผู้ช่วยที่จะมาจัดการงานจุกจิก เพื่อเตรียมความพร้อมให้คุณหญิงไม่เหน็ดเหนื่อยเกินไป
ศจีมองเห็นอนาคตว่า ถ้าอยากเป็นคุณหญิง ก็ต้องเรียนรู้วิถีและซึมซัมจากคุณหญิงตัวจริง ศจีจึงตอบรับงานนั้นด้วยการยื่นใบลาออกจากคอนแวนต์ทันที มาแมร์ไม่คัดค้าน ก่อนจากยังได้เตือนสติศจีเป็นครั้งสุดท้ายว่า "ตลอดชีวิต จะไม่มีใครได้ชัยชนะเสมอไป ถ้าเรารู้จักคำว่าแพ้เสียบ้าง เราจะได้ไม่เสียใจจนเกินไป" คำพูดของมาแมร์อยู่ในความทรงจำแต่ไม่ทะลุเข้าไปถึงหัวใจ เพราะศจีมีความเชื่อมั่นว่า "มันสมองกับสองมือเท่านั้น ที่จะช่วยเธอให้บรรลุฝันนั้นได้" เป้าหมายของศจีคือ การถีบตัวเองออกจากการถูกตราหน้าว่าเป็นลูกของผู้หญิงหากิน เติบโตในซ่อง พ่ออย่างตาศรีก็ตายจากไปปริศนา พ่อที่ไม่ได้ตั้งใจอย่างซิงค์ก็ไม่อยู่ในสายตา เมื่อโอกาสอยู่ตรงหน้า ศจีต้องมีต้องได้ต้องไปให้ถึง
คฤหาสน์หรูหราของคุณหญิงอรุณวตีนั้นเหมือนบ้านในฝันของใครหลาย ๆ คนรวมทั้งศจีด้วย แต่ในความเป็นจริง บ้านหลังนี้ก็แค่ภาพมายาหรูหราร่ำรวยมีเกียรติแต่แอบซ่อนเรื่องร้อนเร้นลับน่าอับอายไว้ไม่ต่างจากซ่องของยายปริก เหตุมาจากคุณหญิงอรุณวตีป่วยด้วยโรคหัวใจจึงไม่สามารถทำหน้าที่ทั้งในฐานะภรรยาทางพฤตินัยและออกงานสังคมเฉิดฉายในฐานะคุณหญิงของท่านทูตได้เต็มที่ ปราจิตกับรัชนีฉายจึงมีข้ออ้างที่จะควงคู่ไปไหน ๆ ได้อย่างชอบธรรม
แท้จริงแล้วรัชนีฉายเป็นลูกสาวของอาลัย น้าของคุณหญิงที่มีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงเพราะแต่งงานกับพ่อคุณหญิงหลังจากอุราแม่คุณหญิงจากไปด้วยโรคภัย เหมือนประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย รัชนีฉายไม่ใช่แค่ออกงานกับปราจิตเท่านั้น แต่เธอยังจ่อคิวจะรับมรดกเป็นคุณหญิงทูตต่อจากพี่สาวซึ่งสามวันดีสี่วันไข้ด้วยการแอบมีสัมพันธ์กับคุณปราจิตตั้งแต่คราวแอบติดตามปราจิตไปเมืองนอก แล้วเลื่อนขั้นจากน้องสาวภรรยา เป็นภรรยาลับ ๆ เหตุการณ์เจ็บปวดนี้ ปราจิตแค่สารภาพกับภรรยาว่า ผู้ชายนั้นต่างจากผู้หญิงยังต้องการเรื่องอย่างนี้เพื่อความชุ่มชื่นหัวใจ เหมือนกินอาหารมื้อหลักแล้วต้องมีผลไม้หรือของหวาน แล้วแทนที่จะไปวุ่นวายกับหญิงอื่น สู้เป็นน้องสาว เรื่องทุกอย่างน่าจะรอมชอมและเรียบร้อยไร้คำครหา คุณหญิงอรุณวตีแม้เจ็บแสนเจ็บที่สภาพของตัวเองไม่ต่างจากแม่และน้าที่ร่วมใช้สามีคนเดียวกันแต่ก็จำต้องยิ้มรับ พร้อมบอกสามีว่าต่อจากนี้ไปจะให้สิทธิ์สามีทางพฤตินัย มีเครื่องมือระบายอารมณ์ได้ ปราจิตเลยยิ่งอิ่มเอม ดีใจที่ภรรยาไม่ต่อว่าโวยวาย รัชนีฉายเมื่อรู้เรื่องนี้ก็ดีใจ แต่กิเลสตัณหาเป็นของไม่เข้าใครออกใคร แรก ๆ ลักกินขโมยกินก็สนุกตื่นเต้น แต่พอนานวันเข้า ย่อมอยากจะครอบครองเป็นของตัวเองคนเดียว จึงทำให้รัชนีฉายล้ำเส้นพยายามจะมาแทนที่ ทำเหมือนคุณหญิงไม่มีลมหายใจอยู่แล้ว
ฉากหน้านั้นคุณหญิงอรุณวตีคล้ายยอมรับสถานภาพลับ ๆ ของสามีกับน้องสาวได้ ไม่มีใครรู้ว่าคุณหญิงมีแผนอันแยบยลจะเอาคืนสามีกับน้องสาวที่ไม่รู้จักหยุดจักพอหรือสำนึกถึงศีลธรรม เมื่อวันงานโรงเรียนคุณหญิงได้เห็นศจีและรับรู้เรื่องราวประวัติของศจีจากลูกแก้วเพิ่มเติม คุณหญิงจึงเดินหน้าทันที เพราะห่วงว่าหากไม่จัดการสิ่งใดก่อนที่จะจากลาโลกนี้ไป ลูกชายลูกสาวแท้ ๆ อาจจะต้องเผชิญปัญหาที่แก้ไม่ตก เพราะรัชนีฉายไม่เคยหยุดจะแสดงให้ใคร ๆ รู้ว่าเธอนั้นมาแชร์สามีและรอรับมรดกตำแหน่งคุณหญิงภรรยาทูตด้วยการวางตัวลับหลังเป็นเจ้าของบ้าน เจ้ากี้เจ้าการทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปราจิต แล้วลามไปถึงลูกชายลูกสาวของเธอ ชีวินนั้นตัดปัญหาไม่อยากให้แม่ทุกข์ใจด้วยการเลี่ยงจะเสวนากับผู้เป็นน้าที่แสดงตัวชัดว่าจะเป็นแม่เลี้ยงคนใหม่
ดังนั้นเมื่อศจีก้าวเข้ามาทำงานในฐานะ ศุภศจี เลขาส่วนตัวของคุณหญิง ศจีจึงกลายเป็นที่จับตามองของรัชนีฉาย เริ่มระแวงว่าคุณหญิงจะใช้ศจีเป็นตัวลดอำนาจและแย่งชิงพื้นที่ อาการเป็นเดือดเป็นร้อนของรัชนีฉายถูกคุณหญิงอรุณวตีเฝ้าดูพร้อมรอยยิ้มด้วยปากถากด้วยนัยน์ตา ป้าวรรณมองด้วยความเป็นห่วง อายุที่ผ่านโลกมานานทำให้รู้ว่าศจีนั้นเห็นนิ่ง ๆ แต่แววตาซ่อนบางอย่างที่ไม่ธรรมดาไว้ แผนการและกลยุทธ์ของคุณหญิง เรื่องน้ำตาลใกล้มด มีหรือมดจะห้ามอดใจได้ และมดนั้นก็ไม่เคยหยุดอยู่ที่น้ำตาลเพียงกองเดียวจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบ ๆ ด้วยความสวยในวัยแรกแย้มท่าทางการวางตัวที่โตเกินไวและสีหน้าสงบนิ่งของศจีที่คุณหญิงเนียน ๆ เอาใส่พานเสนอสามีก็ได้ผล ปราจิตเริ่มต้องตาศจี สาวสวยคนใหม่ที่สดใสด้วยวัยน้อยนิด ยิ่งนิ่งยิ่งน่าค้นหา บวกกับปราจิตเริ่มเบื่อคนเก่าที่แม้จะสาวกว่าภรรยาตามกฎหมายแต่ก็ใช้จนทะลุปรุโปร่ง ยิ่งรัชนีฉายพยายามจะแสดงความเป็นเจ้าของทั้งที่เป็นแค่ตัวสำรอง ในสายตาคาสโนว่าที่เจนเวทีของปราจิตเลยมองเห็นศจีเป็นของหวานที่อยากลิ้มลองเย้ายวนใจปราจิตยิ่งนัก ตื่นเต้นที่จะหาทางเข้าไปชิมของหวานใหม่ในเร็ววัน
ยิ่งศจีเข้ามาทำงานใกล้ชิดกับคุณหญิงมากเท่าไหร่ ศจีก็เริ่มซึมซับกิริยามารยาทไม่ว่าจะเป็นการเดิน พูดจาหรือกินข้าว และความรู้ในการเข้าสังคมซึ่งศจีนั้นสามารถใช้ภาษาที่ร่ำเรียนจากคอนแวนต์ได้อย่างคล่องแคล่ว จนอากัปกิริยาของศจีนั้นเหมือนกันคุณหญิงเข้าไปทุกวัน คุณหญิงเองก็จะคอยย้ำกับแขกผู้ดีมีเกียรติทุกคนอยู่เสมอว่าศจีนั้นเป็นเหมือนตัวแทนของตัวเอง อีกทั้งยังคอยหยิบยื่นเสื้อผ้าสวยมีราคาให้ แถมยังยกพลอยสีเขียวสดที่ประมูลซื้อเพื่อการกุศลให้ศจี จนบรรดาคุณหญิงคุณนายแอบนินทาว่าเหมือนไก่ได้พลอย ศจียอมรับมาด้วยอาการไม่ยินดีใด ๆ
จนวันหนึ่งศจีกลับจากทำงานแล้วพบว่ายายปริกและลูกเล้ามาดักรออยู่ปากทางเข้าเพื่อบอกข่าวเรื่องซิงค์ว่ากำลังเป็นตายเท่ากันอยู่ที่โรงพยาบาล ด้วยความโลภไม่สิ้นสุด ยายปริกเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะพยายามอีกครั้งให้ศจีแสดงตัวเป็นลูกเพื่อหวังจะฮุบเอาเงินทองทรัพย์สมบัติของซิงค์ แต่ศจีกลับเชิดหน้าปฏิเสธด้วยท่าทีหยิ่งยโส ทั้งที่ในใจเดือดพล่าน คณะของยายปริกจึงต้องหน้าแตกกลับไป
แต่ข่าวต้นกำเนิดแท้จริงของศจีนั้นกลับไม่จบ เรื่องอย่างนี้มักจะเป็นที่สนุกปากชาวบ้านนัก เลยต่างขุดคุ้ยใส่ตีไข่กันอย่างรื่นรมย์ จนศจีที่เคยวางตัวเหมือนผู้ดีนั้นต้องหลุดปากด่าว่าด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อนซึ่งเป็นอีกภาคที่ซึมซับมาจากเล้าของยายปริก จนชาวบ้านปากเสียต้องกระเจิงไปตาม ๆ กัน เว้นแต่สุพรรณที่ยืนมองศจีด้วยสายตายิ้มเยาะพร้อมบอกศจีว่า "โบราณเขาว่าอย่าเอาทองมาครูดกระเบื้อง เว้นเสียแต่ว่าสัญชาตินั้นจะเป็นกระเบื้องด้วยกัน" แล้วเดินจากมา ทิ้งให้ศจีนั้นเก็บความโกรธแค้นไว้ในใจ ความรักที่ดูสูงค่าซึ่งสุพรรณเคยมีให้ศจี ตอนนี้เปลี่ยนเป็นความชังสมบูรณ์แบบแล้ว
ลูกแก้วเฝ้ารอคอยจะเล่าให้ศจีฟังว่า ตอนนี้ได้ตกหลุมรักรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนของชีวิน อยากขอคำปรึกษาศจีซึ่งทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดีเหมือนทุกครั้ง พอลูกแก้วบอกว่าอยากหาของขวัญดี ๆ ให้รุ่นพี่ในวันเกิด ศจีเลยยกพลอยสีเขียวสดที่รับมาจากคุณหญิงให้ลูกแก้วที่ดีใจมากมาย ชักชวนศจีให้อยู่ฟังเรื่องตัวเองจนมืดค่ำ ปราจิตจึงได้โอกาสอาสาขับรถไปส่งศจีที่บ้าน เพราะมีแผนการลึกซึ้ง เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ใกล้ชิดกับศจีนั่นเอง
ศจีไม่ปฏิเสธไมตรีนี้ ระหว่างทางได้พูดคุยแสดงความคิดเห็นเรื่องความเท่าเทียมของหญิงชายว่า "ธรรมชาตินั้นให้ผู้ชายมาหมดทุกอย่าง ยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือ ความซื่อสัตย์" ปราจิตอึ้งในตัวศจีมากไม่คิดว่าเธอนั้นอายุเท่ากับลูกสาวของตัวเอง แต่ความคิดความอ่านกลับเป็นผู้ใหญ่ กิริยาท่าทางก็ไม่แสดงว่าตื่นเต้นดีใจจนเกินงามที่ได้ใกล้ชิดได้คลุกคลีกับแวดวงผู้ดีมีฐานะ ความประทับใจศจีของปราจิตเลยพัฒนาขึ้นอย่างเงียบ ๆ ขณะที่การกระทำของปราจิตก็อยู่ในสายตาของคุณหญิงอรุณวตีเสมอ จริงอยู่ป้าวรรณมักเตือนให้เธอตัดไฟเสียแต่ต้นลม แต่คุณหญิงอรุณวตีไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ไฟกองเก่าอย่างรัชนีฉายน่าจะลดลงแล้ว แต่เชื้อไฟใหม่อย่างศจีที่เธอบ่มมากับมือนั้น น่าจะจัดการสามีของเธอได้อยู่หมัด เท่ากับแผนการของเธอก็ใกล้บรรลุเป้าหมาย
สุขภาพของคุณหญิงอรุณวตีทรุดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การทำงานของศจีค่อนข้างวุ่นวาย เพราะศจีจำเป็นต้องเอาสมุดนัดหมายมาให้รัชนีฉายรับหน้าที่ออกงานแทนคุณหญิงที่นอนป่วยอยู่ในห้องชั้นล่าง จนศจีบังเอิญไปรู้เห็นการล้ำเส้นของรัชนีฉายที่เข้าไปนอนในห้องหอบนเตียงของคุณหญิงกับปราจิตเข้า ปราจิตปั้นหน้าไม่ถูก ขอร้องศจีไม่ให้บอกคุณหญิง ซึ่งศจีไม่ได้คิดจะบอก แต่คุณหญิงนั้นรู้เรื่องจากความสนุกปากของสาวใช้คนอื่นแทน คุณหญิงจึงรู้ดีว่าตัวเองเหลือเวลาอีกไม่มากนัก เธอต้องรีบจัดการเรื่องของศจีให้สำเร็จก่อนที่จะลาโลกนี้ไปตลอดกาล
ลูกแก้วขอร้องให้ศจีอยู่ช่วยงานวันเกิดรุ่นพี่ที่ตกหลุมรัก ศจีจึงได้รับรู้ว่ารุ่นพี่คนนั้นคือ สุพรรณ ความเจ็บแปลบในใจแวบเข้ามา แต่แล้วศจีก็ยังสามารถปั้นหน้านิ่งได้เมื่อสุพรรณหันมาเห็นและสบตาอย่างจัง ด้วยต่างฝ่ายต่างรู้กำพืดกันอย่างดีว่าศจีมาจากไหนและสุพรรณเป็นใคร สุพรรณเสียอีกที่อดจะหาโอกาสพูดจาแขวะศจีเรื่องบัวในตมไม่ได้ ศจีก็ตอกกลับไปด้วยคำแบบผู้ดีที่ยิ่งทำให้สุพรรณเหมือนโดนตีแสกหน้า การแสดงออกของศจีและสุพรรณอยู่ในสายตาของชีวินซึ่งแอบสนใจศจีมาตั้งแต่ลูกแก้วเพียรเล่าเพียรชื่นชมเพื่อนสนิทคนนี้ตั้งแต่สมัยเรียนคอนแวนต์ จนได้มาเจอตัวจริงของศจี แต่ด้วยทิฐิถือหยิ่งของชีวิน แล้วชาติกำเนิดที่ต่ำกว่าของศจี ทำให้เขาเองไม่กล้าแสดงออกว่ารู้สึกชื่นชมศจีเช่นกัน ชีวินกลับแสดงออกด้วยการมองศจีเหมือนวัตถุโปร่งแสง ทำให้ศจียิ่งแค้นเคืองชีวินเพิ่มขึ้นว่าเป็นอีกคนที่ต้องเอาชนะให้ได้
ศจีมองเห็นเข็มกลัดประดับพลอยสีเขียวสดที่ลูกแก้วให้สุพรรณเป็นของขวัญวันเกิดก็แอบยิ้มเยาะก่อนที่จะขอตัวกลับบ้าน สุพรรณกลับไม่ปล่อยให้ศจีไป ตรงเข้าไปกอดจูบเพื่อแสดงความรู้สึกรักและปรารถนาจะเป็นเจ้าของที่เก็บกดมานาน ศจีตบหน้าสุพรรณฉาดใหญ่แล้วเดินจากไปด้วยมาดทระนง ปราจิตกำลังเหนื่อยหน่ายที่ต้องควงคู่รัชนีฉายออกงานซึ่งจัดอยู่อีกฟากของบ้านเลยอาสาไปส่งศจี เมื่อได้ใกล้ชิดและพูดคุยอีกครั้ง ปราจิตนั้นแสดงออกชัดเจนว่าตื่นเต้นมีความสุขที่ได้อยู่ตามลำพังกับศจี
คุณหญิงอรุณวตีรับรู้เรื่องปราจิตไปส่งศจีด้วยการขับรถไปเอง แม้อาการป่วยจะยังไม่ได้ดีขึ้น แต่คุณหญิงก็สามารถฝืนแข็งแรงเพื่อสานต่อให้แผนการเดินหน้า ชวนศจีออกไปนั่งรถเล่นรอบเมือง แล้วแวะชวนปราจิตให้มากินมื้อเที่ยงด้วยกันสามคน ปราจิตมีนัดจะไปพบรัชนีฉายที่บ้านอาลัย แต่เปลี่ยนใจเลื่อนนัดอ้างภารกิจสำคัญ รัชนีฉายรู้เข้าก็อาละวาดลั่นบ้าน จนอาลัยอับอายต้องปรามให้ใจเย็น ๆ อาลัยนั้นรู้ดีว่าบัดนี้ลูกสาวคนโตตกที่นั่งเดียวกับตัวเองในอดีต แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง อาลัยจะอยู่อย่างสงบ แต่รัชนีฉายกลับโวยวาย แสดงท่าจะฮุบเอาทุกอย่างที่เป็นของคุณหญิงอย่างออกนอกหน้า
ไฟริษยาของรัชนีฉายยิ่งโหมกระพือเมื่อรู้จากสาวใช้ว่าเมื่อคืนวานปราจิตขับรถออกไปกับศจีสองคน รัชนีฉายยังไม่ทันจะจัดการกับไฟนั้น ปราจิตก็พาศจีเข้ามาในบ้าน อ้างว่าคุณหญิงใช้ให้มาทำธุระแทน ให้ศจีมารบกวนขอคำปรึกษาเรื่องการจัดดอกไม้ออกงานสังคมงานหนึ่งจากอาลัย คุณหญิงไม่ได้มาพบด้วยตนเองเพราะรู้สึกเหนื่อยจากอาการป่วยเลยขอตัวกลับบ้านไปก่อน แท้ที่จริงนั้นเกมนี้คุณหญิงวางแผนให้ปราจิตเปิดตัวพร้อมศจีเพื่อประกาศศึกกับรัชนีฉายตรง ๆ อาลัยแม้รู้เท่าทันหลานสาว พยายามปรามลูกสาวไม่ให้กรีดร้องอาละวาดใส่ทั้งสองคน แต่เรื่องกลับตรงกันข้าม ปราจิตจึงรีบพาศจีลาอาลัยกลับไปโดยไม่ยอมมองหน้ารัชนีฉายเลย รัชนีฉายหันมาฟูมฟายฟ้องแม่ว่าคุณหญิงกลั่นแกล้ง ขอให้ช่วยจัดการ อาลัยได้แต่มองลูกสาวอย่างอ่อนใจ
ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามที่ปราจิตอาสาขับรถไปส่งศจี ระหว่างทางกลับบ้านปราจิตแกล้งพาศจีเลี้ยวเข้าสถานเริงรมย์โดยอ้างว่าอยากหาอะไรกิน แล้วก็แสร้งทำเป็นตกใจเมื่อเห็นว่าที่นี่เป็นแหล่งของผู้ชายซึ่งควงอีหนูหรือบ้านเล็กบ้านน้อยมาเริงร่า รวมทั้งยังมีบริการทางเพศอย่างลับ ๆ อีกด้วย ปราจิตเล่นละครต่อด้วยมาดเสือเฒ่า รีบพาศจีออกจากร้านพร้อมพูดขอโทษศจีไม่หยุดปาก หารู้ไม่ว่าศจีไม่ได้ไร้เดียงสาที่จะไม่รู้ว่าสถานที่นั้นมีไว้ทำอะไร สถานที่แนวนี้หากเทียบกับซ่องของยายปริกแล้วถือว่าดีกว่ามากมาย แต่เพื่อเป้าหมายสูงสุดที่ศจีมองว่าปราจิตนั้นเป็นธงชัยที่จะพาเธอเดินไปถึงฝันที่ต้องการได้ ศจีจึงแสร้งเชื่อสิ่งที่ปราจิตบอก ปราจิตเลยคิดลำพองที่สามารถหลอกล่อให้เด็กสาวอย่างศจีเชื่อว่าจริงใจได้ หารู้ไม่ว่าตอนพาศจีเดินออกมานั้น อดีตลูกเล้าของยายปริกได้มากับคู่ขาแล้วเห็นศจีเต็ม ๆ ตา อดจะเม้าท์ไม่ได้ว่าทำท่าสูงส่งที่แท้ก็ลงต่ำขายของเก่าเหมือนพวกตัวเอง
ยายปริกจึงมาดักศจีไว้ก่อนเข้าบ้าน ถามเรื่องราวว่าจริงหรือไม่ ถ้าจริงต้องเรียกค่าเสียหาย อย่าไปเสียให้ใครฟรี ๆ ศจีกลับทำหน้าเฉยตอบยายปริกด้วยเสียงเย็นชาว่าไม่ได้ทำอะไรและจะไม่เรียกเงินเด็ดขาด ยายปริกเจ็บใจที่ไม่สามารถพูดโน้มน้าวศจีได้ จึงตัดสินใจเรียกลูกเล้าที่พอจะเขียนหนังสือได้ ให้เขียนจดหมายด้วยภาษาและตัวอักษรผิด ๆ ถูก ๆ ส่งไปข่มขู่ที่บ้านของคุณหญิงอรุณวตี โดยลงชื่อซะสวยหรูว่าจากคุณยายบุญปลีก...หารู้ไม่ว่าจดหมายหรือเอกสารทุกอย่างจะต้องผ่านการคัดกรองของศจีก่อนนำเสนอคุณหญิง ศจีจึงแอบซุกจดหมายฉบับนั้นไว้ในซอกกระเป๋า จังหวะที่รัชนีฉายแอบเห็นพอดีเลยถือวิสาสะหยิบไปอ่าน พอรู้ข้อความก็รีบเอาจดหมายไปฟ้องคุณหญิง กรีดร้องว่าช่างเป็นเรื่องอัปยศที่สามีของทั้งสองคนไปยุ่งกับเด็กชั้นต่ำอย่างศจี คุณหญิงกลับยิ้มใจเย็นแล้วพูดว่า
"ถ้าพี่โวยวายว่าใครมาร่วมใช้สามี พี่ก็คงจะทำตั้งแต่รู้เรื่องของน้องกับสามีแล้ว" รัชนีฉายจึงหันไปอาละวาดใส่ศจีกับปราจิตที่ต่างเดินเข้ามา ปราจิตยืนยันว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่รัชนีฉายไม่เชื่อ ลับหลังก็อาละวาดหนักร้องไห้ฟูมฟายประกาศขอเลิกกับปราจิต จนเขารำคาญบอกว่าก็ตามใจ โดยเหตุการณ์ทั้งหมดมีคุณหญิงอรุณวตีแอบยิ้มเย็นอยู่ในใจว่าแผนการของเธอใกล้จะสำเร็จไปอีกขั้นแล้ว ในเมื่อไม่มีใครสนใจ รัชนีฉายจึงแล่นกลับไปที่บ้านตัวเอง ร้องไห้ฟูมฟายไร้ศักดิ์ศรีให้แม่ช่วยจัดการ อาลัยต้องเตือนสติลูกสาวว่าเป็นธรรมชาติของผู้ชายที่อยากและเล็มของใหม่ไปเรื่อย ๆ แต่รัชนีฉายไม่ฟัง เธอมั่นใจว่าทั้งหมดเป็นแผนการชั่วร้ายของพี่สาวที่ไม่ต้องการให้เธอมาแย่งตำแหน่งคุณหญิงไปครอง รัชนีฉายไม่มีทางยอมแพ้เด็กศจีตามเกมที่คุณหญิงวางแผนไว้อย่างแน่นอน
เมื่อเลิกงานศจีตรงดิ่งไปที่บ้านยายปริกทั้งที่ไม่เคยไปเหยียบมานาน ศจีส่งสายตานิ่งแต่เย็นชา หน้าเชิดบอกกับยายไม่ให้ส่งจดหมายไปที่บ้านคุณหญิงและอย่ามายุ่งกับชีวิตของเธออีก ยายปริกนั้นถึงแม้ว่าจะไม่เคยยอมแพ้ใครเรื่องปากจัด แต่เมื่อมาเจอมาดนิ่งสุขุมแต่เอาจริงของศจีก็ได้แต่อึ้ง นึกเจ็บใจที่หลานไม่ยอมเป็นเครื่องมือหาเงินง่าย ๆ รัชนีฉายเริ่มคิดหาวิธีขับไล่ศจีออกไปให้พ้นทางด้วยการไปเล่าให้ชีวินรับรู้เรื่องที่ปราจิตคิดจะให้ศจีมาเป็นแม่เลี้ยงคนใหม่ ทั้งที่คุณหญิงยังมีลมหายใจอยู่ แต่หัวใจของชีวินกลับเจ็บจนชา เมื่อรับรู้ว่าที่แท้ตัวเองนั้นแอบหลงรักศจี แต่ด้วยทิฐิเลยทำเป็นเมินไม่มอง ด้วยคาดไม่ถึงว่าผู้หญิงมาดยโสอย่างศจีจะใช้ทางลัดด้วยการยอมเป็นเครื่องเล่นของพ่อตัวเอง
ชีวินจึงตัดสินใจเข้าไปพบศจีถึงในห้องทำงาน แต่แทนที่จะบอกความในใจว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร กลับด่าว่าศจีเป็นผู้หญิงชั้นต่ำ ศจีเลยตอกกลับไปว่า ชีวินนั้นไม่ต่างอะไรผู้ชายทั่วไป อย่าคิดว่าตัวเองสูงส่ง แท้จริงแล้วชีวินเองก็อยากจะลองชิมขนมข้างถนนอย่างเธอดูเหมือนกัน แต่ก็ไม่กล้า และให้สัญญากับชีวินว่าจะไม่มาแทนที่คุณหญิงอย่างเด็ดขาด ชีวินอึ้งเมื่อเจอวาจาที่เจ็บแสบยิ่งกว่าการโดนตบหน้า ศจีพูดจบแล้วก็ยังสามารถสงบนิ่งด้วยอาการของผู้ใหญ่หันไปทำงานต่อไม่สนใจชีวิน แม้ในใจศจีจะเสียดาย ถ้าเลือกคบหากับชีวินที่เรียนการทูตเหมือนพ่อ อนาคตของศจีเองก็คงจะได้เป็นคุณหญิงตราตั้งอย่างถูกต้อง แต่ทางเลือกนี้คงไม่มีทางเป็นจริง แล้วสุพรรณล่ะ ถ้าเรียบจบก็จะมีอนาคตเป็นปลัดอำเภอ แต่จุดนี้ไม่สามารถพาศจีไปสู่ฝั่งฝันได้ เมื่อทบทวนดีแล้ว ศจีจึงต้องเลือกทางลัดผ่านปราจิตตามแผนการของคุณหญิงอรุณวตีต่อไปเพราะความรักไม่ได้ช่วยให้เป้าหมายบรรลุ
ศจีกลับบ้านอย่างอ่อนแรง แต่กลับเจอลูกแก้วขับรถคันใหม่โก้มาทักทายเสียงใสมีความสุข ศจียิ้มตอบ แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าลูกแก้วมาส่งสุพรรณก่อนจะขับรถจากไป สุพรรณแวะค่อนขอดศจีด้วยวาจาที่เผ็ดร้อนว่า "คนพื้นเพใกล้เคียงกัน กำลังแข่งกันพัฒนา" ศจีตอบโต้กลับว่า "ผู้ชายที่ได้ดีเพราะเกาะเมียกิน สงสัยยังไม่มีใครจะยอมรับ" แล้วเดินจากไป เกมแข่งขันกันถีบตัวเองนี้เพิ่งเริ่มต้น
ลึก ๆ แล้วสุพรรณเองรู้สึกผิดที่ตลอดระยะเวลาที่คบหาเป็นคนรักกับลูกแก้ว ฝ่ายหญิงต้องเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้เขาทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ที่แสดงฐานะหรือขับรถมารับส่ง ลูกแก้วก็ทำให้ด้วยความเต็มใจ สุพรรณยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นเพราะข้าวก้นบาตรที่รดหัวอยู่ทุกวันคอยย้ำเตือนคำสอนของหลวงพ่อว่า "คนที่เป็นคนโดยสมบูรณ์นั้นต้องมีความซื่อสัตย์ 2 ประการคือ ซื่อสัตย์ต่อตนเองและซื่อสัตย์ต่อผู้อื่น" ถึงแม้ว่าจะรู้สึกผิดต่อลูกแก้ว แต่เพราะความแค้นในใจแรงกว่า สุพรรณจึงตัดสินใจเลือกว่ายังไงเค้าก็ต้องหาทางเอาชนะศจีให้ได้!
งานวันเกิดของคุณหญิงอรุณวตีในปีนี้จัดขึ้นยิ่งใหญ่กว่าเดิม คุณหญิงได้พูดคุยและแอบไฟเขียวกับปราจิต อนุญาตให้สามีนั้นเดินหน้ารับศจีเข้ามาเป็นภรรยาเพิ่มได้อย่างไม่ขัดข้อง อีกทั้งคุณหญิงยังแอบตบหน้ารัชนีฉายด้วยการให้สิทธิ์ศจีเข้าไปใช้ห้องแต่งตัวของเธอชั้นบนซึ่งเชื่อมต่อกับห้องนอนที่เคยเป็นห้องหอของเธอกับปราจิต ทั้งที่รัชนีฉายปรารถนาจะใช้และครอบครองห้องนั้นมานานแล้ว พอรัชนีฉาย ชีวินและสุพรรณที่อยู่ในงานเลี้ยงรู้ ต่างเกิดความหมั่นไส้ศจี โดยเฉพาะสุพรรณเมื่อรู้ความจริงว่าเข็มกลัดประดับพลอยสีเขียวที่ตัวเองใช้อยู่นั้นคือ พลอยของศจีที่ยกให้ลูกแก้ว ก็ทำให้สุพรรณแค้นศจีแทบกระอัก
เมื่อถึงเวลาจะกลับบ้าน ศจีเดินหลบเข้ามาเปลี่ยนชุดงานเลี้ยงที่ห้องแต่งตัวก็พบว่าปราจิตรออยู่แล้ว ปราจิตพยายามพูดจาอ่อนหวานหว่านล้อมศจีที่ยังวางท่านิ่งเฉย รัชนีฉายเดินตามหาปราจิตไปทั่วงานแล้วมาพบทั้งสองเข้าในสภาพที่ศจีกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าในฉากกั้น เกิดเข้าใจผิดว่าปราจิตกับศจีแอบมามีสัมพันธ์กันในห้องหอของพี่สาว รัชนีฉายเลยปรี๊ดแตกด้วยความอิจฉาริษยาจนฉุดไว้ไม่อยู่ รีบวิ่งไปบอกคุณหญิงที่อาการป่วยกำลังกำเริบจึงขอตัวกลับเข้ามาพักผ่อนในห้องชั้นล่าง เมื่อคุณหญิงได้ยินสิ่งที่รัชนีฉายใส่ไข่เข้ามารายงาน อาการของคุณหญิงยิ่งทรุด คุณหญิงเรียกศจีเข้าไปสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้ายว่าขอให้เธออยู่เป็นตัวแทนและเป็นหูเป็นตาแทนคุณหญิงในทุก ๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของลูกแก้วกับสุพรรณที่คุณหญิงเองก็เห็นว่าสุพรรณครอบครองเข็มกลัดประดับพลอยสีเขียวที่เคยให้ศจี แล้วศจีให้ลูกแก้วไปอีกที
คุณหญิงเห็นภาพในอดีตของตัวเธอเองที่เลือกปราจิตมาจากตมเพราะรูปหล่อเรียนดีแม้ไม่มีชาติกำเนิดใด ๆ มายกย่องเป็นสามี สุดท้ายได้รับการตอบแทนอย่างไร คุณหญิงมองเห็นภาพในอนาคตของลูกแก้วกับสุพรรณเช่นกัน จึงขอร้องศจีก่อนสิ้นใจให้ขัดขวางลูกแก้วทุกทาง ศจีให้สัญญากับคุณหญิงด้วยชีวิต ท่ามกลางความวุ่นวายของแขกที่ทราบว่าคุณหญิงล้มป่วยกะทันหัน แล้วคุณหญิงอรุณวตีก็จากไปอย่างสงบ ใบหน้าของศจียังคงนิ่งเรียบแต่ใจของเธอเลื่อนลอย มีเพียงสุพรรณเท่านั้นที่สังเกตเห็น สุพรรณเกิดสงสารเลยอาสาพาเธอกลับบ้านพร้อมกับเตือนศจีว่า "ความตายไม่ใช่ของน่ากลัว ความตายคือความปรานีของธรรมชาติ" แต่ศจีนั้นกลับอยู่แต่ในภวังค์ของตัวเอง ไม่รับรู้ไปชั่วคราว
ศจีมองทุกสิ่งรอบตัวด้วยความทะเยอทะยานอยากอันรุนแรงแต่เงียบเชียบ ศจีรู้ดีว่า ถ้าจะหวังมืออื่นไม่ว่าจากมนุษย์หรือเทวดา ความหวังของศจีจะไม่มีวันสัมฤทธิผลเป็นอันขาด ฉะนั้นเมื่อศจีอยากได้อะไร ก็ต้องใช้ทั้งมือและสมองตนเอง! วันรุ่งขึ้น ศจีกลับมาทำงานด้วยท่าทางที่ซึมซับมาจากคุณหญิงดังถอดแบบมา ศจียังคงสะสางงานและคอยเป็นหูเป็นตาแทนคุณหญิงตามที่ให้สัญญากันไว้ แม้ว่ามิตรภาพระหว่างเพื่อนกับลูกแก้วจะต้องสะบั้นลงก็ตาม เพราะรัชนีฉายเล่าเรื่องที่ปราจิตและศจีอยู่ด้วยกันในคืนนั้นให้ลูกแก้วและชีวินฟังอย่างใส่สีตีไข่ เพื่อหวังที่จะหาทางกำจัดศจีไปให้พ้น
หลังงานศพคุณหญิงผ่านไป ศจีเคลียร์งานที่ค้างจนเกือบหมด รัชนีฉายก็เข้ามาแสดงท่าข่มว่า หากศจีไม่มีที่ไป จะอยู่ทำงานในตำแหน่งนี้ต่อก็ได้ แสดงท่าข่มชัดเจนว่าจะเข้ามาเป็นคุณหญิงแทนพี่สาว ศจีเลยตอบว่าเธอจะไม่ไปไหนทั้งนั้น แต่จะไม่อยู่ที่บ้านนี้ในฐานะเดิม เธอจะอยู่ในฐานะภรรยาของปราจิตเพราะท่านได้ขอเธอแต่งงานแล้ว รัชนีฉายได้ยินก็อึ้งทั้งที่ในใจร้อนรุ่มดังโดนไฟเผา รัชนีฉายพยายามจะหาทางถามปราจิตที่ไม่ยอมเปิดโอกาสให้ เมื่อไม่มีที่พึ่งจึงวิ่งโร่ไปหาอาลัย ให้จัดการเรียกปราจิตมาถามให้รู้เรื่อง ปราจิตเกรงใจอาลัยก็ยอมมาพบ อาลัยพยายามจะประสานรอยร้าวให้ลูกสาวพูดอย่างใจเย็น แต่แล้วรัชนีฉายก็ทำไม่ได้ ปราจิตฉลาดเลี่ยงตอบเรื่องแต่งงานที่รัชนีฉายได้ยินจากศจีว่าพูดยากเพราะคุณหญิงเพิ่งจะเสียไป ขืนรีบทำอะไรลงไปคนจะนินทาว่ามาถึงผู้ใหญ่ได้ พอถูกรุกเร้าให้ตอบตรง ๆ ปราจิตก็อ้างติดงานด่วนเอาตัวรอดไปได้
ปราจิตรีบวางแผนจะจัดงานแต่งงานกับศจี โดยไม่ให้รัชนีฉายมาเป็นก้างขวางคอ ปราจิตจึงใช้เส้นสายให้เพื่อนจัดทัวร์ฟรีไปเที่ยวยุโรปแล้วเอามาล่อรัชนีฉายให้ไปสักสองสัปดาห์ รัชนีฉายไม่รู้ความนัยนี้ ก็ดีใจรีบรับของฟรี กว่าจะรู้ตัวเมื่อสายว่าเธอนั้นเป็นแค่ไก่รองบ่อนที่ไม่สามารถเอาชนะแม้กระทั่งคนที่ตายไปแล้วอย่างคุณหญิงอรุณวตี... ด้านศจีมาเก็บเสื้อผ้าแล้วบอกแม่ว่าจะแต่งงาน จะย้ายไปอยู่บ้านโน้น บ้านคนที่เคยเป็นนายจ้าง นังจุกได้แต่มองลูก ไม่กล้าถามหรือคัดค้าน ที่จริงปราจิตเคยถามศจีว่าจะให้ไปขอกับแม่หรือไม่ แต่ศจีกลับบอกว่าไม่ต้อง เมื่อศจีจะไปนังจุกก็ยังเลอะเลือนบอกว่าจะมารอศจีกลับบ้านเหมือนทุกเย็นด้วยความรัก ถึงแม้ศจีจะรักแม่แต่เลือกโอกาสที่จะเอาชนะคนที่เคยดูถูก ไม่เคยคิดว่าความทะเยอทะยานอยากเปรียบเสมือนดาบสองคม ด้านหนึ่งใช้ฟันฝ่าอุปสรรค อีกด้านจะย้อนมาทำลายศจีในภายหลัง
ชาวบ้านพากันพูดว่ากรณีของศจีไม่น่าจะเรียกว่าแต่งงาน น่าจะเป็นการหอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่กับผู้ชายมากกว่า ลูกเล้ายายปริกแอบเดาว่าน่าจะท้องเลยต้องไป เพราะศจีไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกับปราจิต อ้างว่ากระดาษใบเดียวใช้อะไรได้ ในแวดวงที่ศจีต้องคลุกคลีเห็นออกมากมายที่ถือทะเบียนสมรสอยู่แต่หาความสุขไม่ได้ การเป็นผู้ดีนั้นต้องทนต้องแบกไว้ด้วยหน้าชื่นอกตรม คำพูดของคุณหญิงอรุณวตียังก้องอยู่ในหู "ผู้ดีไม่ได้แปลว่าคนบอบบาง ทนอะไรไม่ได้ แต่ผู้ดีแปลว่าผู้มีความอดทน มีความอดกลั้น ใครจะยังไงเราต้องทนได้ทั้งนั้น แม้แต่วาจาระคายหู แต่ผู้ดีจะต้องไม่พูดระคายหูใครหรือทำอะไรระคายใจใคร!"
ศจีจึงขอปราจิตเพียงจัดงานเงียบ ๆ เฉพาะในแวดวงคุ้นเคย และสัญญาว่าปราจิตจะต้องมีศจีเป็นภรรยาเพียงคนเดียว แต่ไม่สนใจว่าปราจิตจะจัดการกับคนเก่าอย่างรัชนีฉายหรือลูก ๆ อย่างไร ศจีก้าวเข้ามาเป็น คุณหญิงศุภศจี ของปราจิต ไม่ใช่เพราะความรัก แต่เป็นเพราะความพยายามที่จะผลักดันตัวเองให้เดินมาจนถึงจุดสูงสุดที่เธอใฝ่ฝัน และสัญญาไว้กับตัวเองว่าจะไม่ขึ้นมาแทนที่คุณหญิงอรุณวตีโดยเด็ดขาด
สุพรรณรู้ข่าวเสียใจ เข้ามาปลอบใจไม่ให้ศจีคิดมาก ความตายเป็นเรื่องธรรมดาโลก แล้วยื้อศจีไว้เพื่อสารภาพว่าเขารักเธอ พร้อมจะเคียงข้างก้าวเดินไปด้วยกัน แต่ศจีกลับไม่สนใจ เพราะเลือกแล้ว สุพรรณเสียใจร้องไห้ไปดื่มเหล้าเมามายแล้วตัดสินใจนัดให้ลูกแก้วมาพบ คืนนั้นสุพรรณมีความสัมพันธ์กับลูกแก้วเพื่อต้องการจะประชดศจีว่ามีผู้หญิงที่ต้องการเขาเช่นกัน คำว่า เกียรติยศเป็นของร้อน เป็นคำสอนของคุณหญิงที่ศจีกำลังเผชิญอยู่ เพราะในแวดวงสังคมชั้นสูงที่ดูสวยหรู จริง ๆ แล้วคือ สังคมแห่งการสวมหน้ากาก นินทาว่าร้าย อิจฉาริษยา หาโอกาสอวดอ้างทรัพย์สินที่ฟาดฟันกันด้วยเล่ห์เหลี่ยมทุกรูปแบบในขณะที่ฉาบหน้าไว้ด้วยรอยยิ้มด้วยปากถากด้วยนัยน์ตา ที่ศจีนั้นไม่เคยเจอในบ้านของยายปริก เพราะที่ซ่อง โกรธ เกลียด ไม่พอใจก็ด่าว่ากันซึ่งหน้า ไม่แอบแทงข้างหลัง ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ ดังนั้น นอกจากศจีจะต้องเหนื่อยจากการปั้นหน้าเชิดว่าเป็นผู้ดีแล้ว ศจียังต้องกลับมาทำศึกภายในบ้านกับชีวินที่เจ็บปวดใจพยายามหลบเลี่ยงที่จะเจอหน้า แล้วยังลูกแก้วที่ต่อต้านหมางเมินกับเธอ หายไปกับสุพรรณคราวละหลายวัน ปราจิตก็ไม่สนใจลูก ๆ เพราะยังข้าวใหม่ปลามันกับศจีที่ถูกใจไปทุกเรื่องนั่นเอง
จนกระทั่งวันหนึ่งศจีรู้ว่าลูกแก้วมีอาการแพ้ท้องอย่างหนัก มีป้าวรรณคอยพยาบาลด้วยอาการหนักใจ แต่ลูกแก้วกลับปฏิเสธอย่างแข็งขัน ศจีที่เคยเห็นเหตุการณ์นี้จากบ้านยายปริกนั้นรู้ดีว่าไม่ผิดแน่ ศจีด่าว่าที่ลูกแก้วทำงามหน้าด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อนสไตล์บ้านยายปริก จนป้าวรรณและลูกแก้วอึ้ง ไม่คิดว่าจะได้เจอศจีเวอร์ชั่นนี้ ซ้ำยังออกคำสั่งให้ทั้งสองรีบแต่งตัวแบบปอนที่สุดเพื่อพากันขับรถคันเล็กออกไปหาคลินิกตรวจเพื่อความแน่ใจ ศจีรู้จักคลินิกแนวนี้จากบรรดาลูกเล้าของยายปริกเวลาพลาดต้องเอามารหัวขนออก ศจีเลิกวางมาดปลอมตัวเป็นแม่ค้าปากตลาดปากก็ด่าหลานสาวไม่รักดี ป่องขึ้นมาเลยต้องพามาทำแท้ง การปลอมตัวของศจีนั้นแนบเนียนจนหมอและพยาบาลไม่ผิดสังเกต ในใจของศจีนึกแค้นสุพรรณที่พยายามใช้ตัวลูกแก้วเป็นทางลัดเพื่อที่จะแข่งพัฒนาตัวเองให้ได้มาทัดเทียมกับเธอ
ทันทีที่รู้เรื่อง สุพรรณได้แต่กัดฟันกรอด ไม่คิดว่าศจีนั้นจะรู้ทันแผนการแถมยังจัดการได้เร็วถึงเพียงนี้ ทั้งที่ตลอดเวลาที่คบกับลูกแก้ว หญิงสาวรักเขาด้วยใจจริง ประเคนทุกสิ่งอย่างให้รวมทั้งรถที่ยกให้สุพรรณครอบครองเอาไปใช้จอดไว้ที่วัด แล้วยังยอมมีความสัมพันธ์ชิงสุกก่อนห่ามด้วยเพราะรักคำเดียว เมื่อได้เห็นน้ำตาของลูกแก้ว สุพรรณจึงเริ่มรู้สึกตัวว่าได้ทำผิดกับเธอมาก เขาให้สัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย จะตั้งใจเรียนให้จบ รีบหางานทำแล้วแต่งงานกับเธอทันที ลูกแก้วกอดสุพรรณด้วยความเชื่อใจ ขณะที่ในใจของสุพรรณยังร่ำร้องหาแต่ศจีที่เขาไม่เคยหยุดรัก แม้จะรู้ว่าถึงเวลาตัดใจและยอมแพ้เสียที หลังจากเรื่องของลูกแก้วจบลง มิตรภาพระหว่างศจีกับลูกแก้วกลับมาดีอีกครั้งเพราะศจีนั้นไม่ได้เอาเรื่องนี้ไปบอกปราจิตหรือชีวิน
ลูกแก้วยอมทำตามทุกอย่างที่ศจีสั่งยกเว้นเรื่องของสุพรรณ ศจีอ่อนใจที่ยังเห็นลูกแก้วออกไปหาสุพรรณอยู่ทุกวัน ในใจลึก ๆ ศจีแอบหวั่นไหวเรื่องสุพรรณแต่จำต้องตัดใจเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ขณะที่ศจีแวะมารับปราจิตออกไปกินข้าวกลางวันแล้วรถขับผ่านถนนแถวหน้าวัดใหญ่ศรีสุพรรณนั้น มีอุบัติเหตุรถเมล์ชนผู้หญิงคนหนึ่งกระเด็นมาที่หน้ารถของปราจิตพอดี ศจีเห็นหน้าหญิงเคราะห์ร้ายชัดเจน นังจุก แม่บังเกิดเกล้า มาดผู้ดีของศจีมลายไปสิ้น ศจีร้องไห้เหมือนเด็ก ๆ ร้องเรียกแม่ที่นอนอาบเลือดอยู่ตรงนั้นแต่ในมือยังกำผักสดและเงินไว้แน่น ปราจิตตกใจเพราะไม่เคยเห็นศจีในสภาพนี้ และคิดไม่ถึงว่าผู้หญิงชาวบ้านท่าทางยากจนผอมเนื้อติดกระดูกตรงหน้าจะเป็นแม่แท้ ๆ ของศจี ทั้งที่เคยรู้ว่าชาติกำเนิดของศจีไม่ได้สูงส่ง แต่เมื่อเจอความจริงกลับรับไม่ได้
หนังสือพิมพ์ลงข่าวครึกโครมเรื่องแม่ผู้ต้อยต่ำของคุณหญิงศุภศจี พากันขุดประวัติออกมาแฉใส่สีตีไข่ลากไส้เกินจริงจนเป็นเรื่องซุบซิบนินทาในวงกว้าง มนุษย์เรานั้น เรื่องไม่ดีของคนอื่นนั้นช่างเป็นอาหารปากอันโอชะ แต่ศจีไม่รู้สึกเดือดร้อน แม่ทั้งคนที่เจ็บเป็นตายเท่ากัน มีเพียงปราจิตที่เริ่มว้าวุ่นใจ กลัวประวัติของตัวเองจะด่างพร้อยทั้งที่ชาติกำเนิดแท้จริงก็ไม่ได้สูงส่ง แต่เมื่อได้เข้ามาอยู่ในแวดวงของคุณหญิงอรุณวตี ความสุขสมบูรณ์ย่อมทำให้หลงใหลภาคภูมิ จึงเป็นครั้งแรกที่ปราจิตมีปากเสียงกับศจี เริ่มมองเห็นว่าศจีนั้นเป็นเพียงแก้วเจียระไนที่ถึงแม้จะทอแสงแค่ไหนก็ไม่มีทางเทียบเท่าเพชรแท้
ศจีนั้นเหลืออดกับความพยายามเป็นคุณหญิงที่เธอทำมาทั้งหมดกลับไม่มีค่าพอที่ปราจิตจะเรียนรู้คำกล่าวที่ว่า Love Me Love My Dog ถ้ารักเธอก็ต้องรักหมา (เรื่องด้านไม่ดี) ของเธอด้วย ศจีจึงเล่าประวัติแม่ ความสัมพันธ์กับบ้านยายปริกทั้งหมดให้ปราจิตและลูกแก้วได้รับรู้ วินาทีนี้ศจีรู้แล้วหน้าตานั้นไม่สามารถช่วยชีวิตแม่ของเธอได้ แม่ที่รักเธอสุดหัวใจ ศจีจึงไปเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลทุกวันพร้อมจะยอมจ่ายเงินทุกบาทเพื่อจ้างพยาบาลพิเศษมาเฝ้าแม่ โดยไม่คิดออกปากกวนปราจิตหรือใคร ๆ ศจีพบสุพรรณที่ทราบข่าวมาดักรออยู่ ถึงแม้ว่าทั้งสองจะวางท่าเป็นคู่แข่งกัน แต่เมื่อสุพรรณดูมีน้ำใจเข้าใจความรู้สึก ศจีก็ระบายความอัดอั้นทุกอย่างออกมาให้สุพรรณฟังเพียงคนเดียว ศจีตัดสินใจถอดแหวนแต่งงานของขวัญชิ้นเดียวที่ปราจิตเคยมอบให้ ขอร้องสุพรรณนำไปขายเพื่อเอาเงินมารักษาแม่ สุพรรณรับแหวนวงนั้นมาด้วยหัวใจหนักอึ้งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ายังรักศจีอยู่
สุพรรณไปขอความช่วยเหลือเรื่องเงินกับลูกแก้วโดยอ้างว่าเพื่อนเดือดร้อน โดยจะเอาแหวนมาเป็นประกัน เมื่อลูกแก้วเห็นแหวนก็รู้สึกคุ้นตาและมานึกออกเมื่อกลับมาบ้านแล้วพบว่าศจีไม่ได้ใส่แหวนแต่งงาน ลูกแก้วเข้าใจไปเองว่าเธอถูกหลอกใช้ ท่าทางของสุพรรณและศจีฉากหน้าเหมือนเกลียดกันแต่ลับหลังแล้วสองคนวางแผนจะเข้ามาฮุบสมบัติของเธอ การที่ศจีรีบพาเธอไปทำแท้งเพราะหึงหวงสุพรรณ ความเข้าใจผิดนั้นทำให้ลูกแก้วเก็บความโกรธเกลียดศจีและสุพรรณไว้ในใจและไม่ยอมรับโทรศัพท์ จนสุพรรณตัดสินใจมาเคลียร์กับลูกแก้วที่บ้าน พร้อมทั้งคืนกุญแจรถและข้าวของทุกอย่างให้ลูกแก้ว บอกว่าอยากให้เธอรักเขาจากตัวตนแท้จริง เขาเป็นเพียงเด็กวัดที่อาศัยข้าวก้นบาตร ยากจนและต้องทำงานส่งเสียตัวเองเรียน ถึงแม้จะไม่ใช่คนร่ำรวยแต่สัญญาว่าจะพยายามหาเลี้ยงเธอให้ได้ ลูกแก้วรู้สึกปลาบปลื้มและคิดว่าตัวเองชนะศจีเลยยอมตกลงแล้วกลับมาเริ่มต้นใหม่กับสุพรรณอีกครั้ง
เพียงไม่กี่วันนังจุกก็เสียชีวิต ศจีตัดสินใจจัดงานศพให้แม่ที่วัดใหญ่ศรีสุพรรณ วัดเดียวกับตาศรีผู้ที่ตนเองนับถือเป็นพ่อ แขกเหรื่อจากชนชั้นสูงแห่แหนกันมามากมาย ต่างคนเริ่มขุดคุ้ยประวัติของศจีที่มีแม่เป็นผู้หญิงหากินออกมาพูดอย่างสนุกปาก มีเพียงชีวินเท่านั้นที่เห็นใจศจีอย่างจริงใจ ข่าวแม่ของศจีเป็นข่าวครึกโครมจนรัชนีฉายสะใจที่ศจีเป็นได้เพียงภรรยาของขี้ทูต เพราะประวัติแสนคาวของนังจุก แม่ยาย ทำให้ปราจิตพลาดจากตำแหน่งที่หวัง โดยกรรมการให้เหตุผลว่าภาวะส่วนตัวบกพร่อง ปราจิตรู้ข่าวก็หมดแรงจะไปต่อ หวนคิดถึงคุณหญิงอรุณวตี รักของเธอคือ การให้ ให้เสียจนไม่เหลืออะไรแล้วแม้แต่ชีวิตตนเอง ปราจิตค้นพบว่าความหลงประกอบไปด้วยรูป รส กลิ่น เสียง เครื่องยั่วให้มัวเมา ส่วนความรักประกอบไปด้วยศรัทธา เกื้อกูลและให้อภัยกัน ปราจิตสัมผัสแล้วทั้งสองอย่าง หัวใจจึงสงบลง เหลือแต่เพียงความเสียใจในความผิดพลาดของตัวเองเท่านั้น
ชีวินตัดสินใจบอกพ่อว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ปราจิตตามใจลูกชาย ชีวินได้พูดฝากฝังพ่อและน้องสาวไว้กับศจี ที่ยืนกรานว่าเธอจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับคุณหญิงเรื่องของลูกแก้วกับสุพรรณ ชีวินจึงเข้าใจศจีมากขึ้น ลากันด้วยดี จู่ ๆ ลูกแก้วเข้ามาบอกพี่ชายเรื่องจะแต่งงานกับสุพรรณทันทีเมื่อเรียนจบ ชีวินเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ลูกแก้วเองยังไม่กล้าพอที่จะเดินไปบอกพ่อ จึงแนะนำให้ไปบอกศจี ซึ่งเมื่อรู้ว่าลูกแก้วจะแต่งงานศจีก็คัดค้าน ประกาศจะไม่เป็นธุระบอกปราจิตให้ แต่ลูกแก้วกลับมองว่าเป็นเพราะศจีอิจฉาเธอ กลัวว่าศจีจะมาแย่งสุพรรณไป จึงจะไปบอกพ่อด้วยตัวของเธอเอง ลึก ๆ แล้วศจีรู้ว่าตัวเองนั้นรักสุพรรณแต่ด้วยศักดิ์ศรี ศจีเลือกที่จะปฏิเสธ
หลังจากที่ออกไปสมาคมเล่นกอล์ฟกับผู้ใหญ่ในกระทรวง อาการป่วยของปราจิตเริ่มหนักขึ้นจนต้องเข้าโรงพยาบาล แล้วอาการก็กำเริบขึ้นทันทีเมื่อลูกแก้วควงคู่สุพรรณมาบอกว่าจะแต่งงาน ปราจิตเห็นเงาของตัวเองในตัวสุพรรณ เห็นเงาของคุณหญิงอรุณวตีบนหน้าของลูกแก้ว มีผลให้ปราจิตช็อกแล้วเสียชีวิตในที่สุด หลังจากผ่านงานศพของปราจิต ความจริงที่ทุกคนเฝ้ารอก็ปรากฏเมื่อทนายเปิดพินัยกรรมของ ปราจิต ไม่มีชื่อศจีอยู่ในมรดกชิ้นใดเลย แม้กระทั่งฐานะภรรยา เพราะศจีไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับปราจิต ไม่เคยคิดจะมาแทนที่คุณหญิงอรุณวตีอย่างที่เคยบอกไว้ ลูกแก้วและชีวินขอโทษที่เข้าใจศจีผิด แต่ศจียังคงวางท่านิ่งเฉยดุจนางพญาและเก็บของออกจากบ้านหลังนั้นหลังจากที่จัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว ท่ามกลางความเคารพนบนอบของป้าวรรณและคนรับใช้ที่ยอมรับว่าศจีเป็นคุณหญิงของพวกเขา
สุพรรณเริ่มลังเล เมื่อศจีพ้นจากฐานะภรรยาของปราจิต แอบหวังว่าจะได้เริ่มต้นใหม่กับศจี บอกว่ามีบ้านพักข้าราชการ บ้านนั้นยินดีต้อนรับเสมอ แต่ศจีกลับตอบว่า "ฝากบอกแกมแก้วด้วยว่าคุณหญิงอรุณวตีฝากเธอไว้กับดิฉันก่อนสิ้นใจ เธอรับปากท่านไว้และตอนนี้ภาระได้สิ้นสุดลงแล้ว" สุพรรณรู้ทันทีว่าตัวเขามีหน้าที่เป็นสามีของลูกแก้ว ในเมื่อเลือกแล้วก็จงยอมรับแล้วจากไปอย่างทระนงเหมือนศจี ที่ชายหนุ่มนับถือความหนักแน่นและศักดิ์ศรี วินาทีนี้สุพรรณรับรู้ว่าวงจรชีวิตตัวเองและศจีสิ้นสุดลงแล้ว
ศจีกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านสวนเก่าที่เธอเติบโตมา ยอมรับว่าเกียรติยศเป็นของร้อน ศจีเชื่อว่าชีวิตของคนยังต้องก้าวเดินต่อไป ไม่นานลูกแก้วแต่งงานกับสุพรรณ ด้านชีวินเรียบจบเมื่อแต่งงานมีลูกสาวคนแรกมักเรียกลูกว่าแจน แจนจ๋า ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร จี มีแต่น้องเขยซึ่งสงสัย ศจียังคงเป็นผู้หญิงที่อยู่ในใจชีวิน เป็นคุณหญิงศุภศจี คุณหญิงนอกทำเนียบ สำหรับเขาตลอดไป ติดตามชม ละครคุณหญิงนอกทำเนียบ ทุกวันพุธ-ศุกร์ เวลา 08.00/12.30/19.50 น. ทางช่อง 8 ละครคุณหญิงนอกทำเนียบ เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2558

Mia Tuean
ฟ้าสาง (รัชวิน วงศ์วิริยะ) มาเป็นนางรำแก้บนที่ศาลพระพรหมแล้ววิ่งรอกไปเป็นพริตตี้และ MC เปิดตัวรถรุ่น ใหม่ในห้างสรรพสินค้า ต่อศักดิ์ (พิชญ์ กาไชย) เพื่อนชายที่หลงรักฟ้าโทร.เข้ามือถือบอกว่าให้รอก่อนจะไปรับ เพราะรู้ว่า ฟ้านั้นขยันทำงานพิเศษหลากหลายไม่เลือกงานเพื่อส่งเสียตัวเองจนตอนนี้เรียนจบปริญญาตรีรองาน ประจำเรียกตัวอยู่ แต่ฟ้ากลับไม่อยากรบกวนต่อเลยไม่รอ
เขต (รัฐภูมิ โตคงทรัพย์) เข้ากรุงเทพติดต่องาน แวะมาดูรถ กะซื้อรถกระบะเพิ่ม เพื่อไว้ใช้งานที่โรงเลื่อย ได้เจอ ฟ้าพอใจ งานจบฟ้ารับค่าจ้างจะกลับบ้าน เจอโจรดักปล้นเงิน โชคดีที่เขตเห็น เข้าไปช่วยไว้ ฟ้าขอบคุณเขต ต่าง ประทับใจกันและกัน พอดีมีสายด่วนแทรกเข้ามาเรื่องโรงเลื่อยมีปัญหา เขตเลยไม่ทันได้ขอเบอร์หรือคุยกับฟ้าจำต้องแยกไป
เมษา (เจนสุดา ปานโต) ติดหรูใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยจนขาดมือเลยยุจอม (พศิน เรืองวุฒิ) มาไถเงินฟ้าที่จำต้องให้ เพราะอ้างเรื่องพ่อ ก่อนไปจอมแกล้งพูดหยอกกับฟ้าว่า อย่าใช้เงินให้เกินตัวนัก ทำตัวน่ารักๆ หาเงินมาให้เป็นเรื่องดี เจอผู้ชายโง่ๆ ก็ควรหลอกเงินมาเยอะๆ ฟ้าไม่ตอบโต้ตามนิสัยเงียบ
จอมยิ้มร่ารีบเอาเงินไปส่งต่อให้เมษาเพื่อพากัน ไปกินเที่ยวฟุ้งเฟ้อ ฟ้าได้แต่น้ำตาคลอเศร้าใจ ต่อตามหาฟ้าจนเจอแล้วต่อว่าที่ไม่รอ ไม่ยอมให้ฟ้ากลับเอง ยืนยัน จะไปส่ง ทำท่าฉุดมือเหมือนคู่รัก ฟ้าจำต้องไปกับต่อ เกรงใจไม่อยากเสียเพื่อน ฟ้าไม่รู้ว่าเขตผ่านมาเห็นเหตุการณ์ โดยบังเอิญ ตั้งแต่ช่วงจอมพูดหยอกฟ้า แล้วต่อโผล่มาอีกคน ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าฟ้าคบผู้ชายทีละหลายคน เริ่ม มองดูถูกและไม่แน่ใจว่าฟ้านิสัยอย่างไร ทั้งที่แรกเริ่มนั้นเขตปิ๊งฟ้า แอบคิดในใจว่า ผู้หญิงสมัยนี้ดูแค่หน้าตาสวยท่า ทางเรียบร้อยคงจะไม่ได้
ราตรี (รัชนีกร พันธุมณี) เป็นแม่ของเมษา พอสามีจากไปก็แต่งงานกับปรีดา (ทนงศักดิ์ ศุภการ) พ่อของฟ้าที่เป็น ม่ายเหมือนกัน ราตรีจึงพาเมษาเข้ามาอยู่ในบ้าน กลายเป็นแม่เลี้ยงของฟ้า ใช้เงินฟุ่มเฟือย วางตัวเป็นคุณนายทั้งแม่ และลูก แต่ต่อหน้าปรีดาทำเป็นเอ็นดูฟ้า ลับหลังก็โขกสับ ใช้ทำงานบ้านไม่ต่างจากคนรับใช้ เป็นนางก้นครัว พอ ปรีดาประสบอุบัติเหตุกลายเจ้าชายนิทรา ฐานะเริ่มแย่ลง มีแต่ค่าใช้จ่ายไม่มีรายได้ ทำให้เงินที่เคยใช้จ่ายสบายเริ่ม ขาดมือ ราตรียิ่งหงุดหงิดหันลงมากับฟ้าเป็นประจำ ด่าว่าเป็นภาระทั้งพ่อทั้งลูก ปรีดาอยู่โรงพยาบาลนอนนิ่งเป็นผัก แต่ต้องจ่ายเงิน หาได้เท่าไหร่ก็ไม่พอ ฟ้าฝืนทนเพื่อพ่อ คิดเอาความดีชนะใจ
ราตรีตัดสินใจเอาบ้านพร้อมที่ดินของปรีดาไปจำนองกู้เงินกับบัญชา (ตระการ พันธุมเลิศรุจี) แต่พอได้เงินมาแล้ว ไม่ยอมทำงานอะไร จึงขาดส่งดอกเบี้ย พอครบกำหนดบัญชามาทวงหนี้ ราตรีกลุ้มใจมาก ไม่รู้จะทำยังไง เสนอว่า จะส่งลูกไปทำงานเป็นคนใช้หรือเป็นอะไรก็ได้ไม่เกี่ยง เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ทั้งที่ใจไม่คิดจะส่งเมษาไป ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เมษาแอบฟัง โวยวายจะไม่ยอมไป เข้าใจว่าแม่จะส่งไปอยู่กับผู้ชายแก่คราวพ่ออย่างบัญชา บอก ให้แม่ไปเองหรือส่งคนอื่นไป ราตรีเลยคิดแผนการออก จะสลับตัวฟ้าไปแทน เมษาก็ไม่สนใจปัญหาของแม่ หนีออก ไปเที่ยวกับจอมที่พูดขู่เมษาว่า ห้ามทิ้งไปมีผัวแก่ เมษาลึกๆ เริ่มเบื่อจอมแต่จำต้องยอมเพราะยังหาที่เกาะใหม่ดี กว่านี้ไม่ได้
ราตรีจึงเล่นละครร้องไห้เกลี้ยกล่อมฟ้าให้ยอมไปอยู่กับเจ้าหนี้ บอกแค่ไปทำงานแทนการจ่ายดอกเบี้ย แล้วจะรีบหา ทางจ่ายหนี้ ฟ้าจะได้เป็นอิสระ ถือว่าเป็นการไปทำงานอย่างหนึ่ง สัญญาจะย้ายปรีดาไปรักษาที่โรงพยาบาลเฉพาะ ทาง จ้างพยาบาลพิเศษดูแล ฟ้าแม้จะอึดอัด ไม่รู้อนาคตว่าไปอยู่กับเจ้าหนี้ในฐานะอะไร แต่เชื่อว่าแม่เลี้ยงจะดูแล พ่อดีขึ้นจึงยอม ลับหลังเมษารู้ก็หัวเราะสะใจว่าฟ้าโง่
พลอยใส (กฤตพร หาญโยธิน) แวะมาหาเขตบอกว่าจะไปทัวร์เกาหลีญี่ปุ่นชวนให้ไปด้วยกัน แต่เขตอวยพรให้เที่ยว สนุก คงไม่สะดวกเพราะขึ้นต้นงานใหม่หลายงาน พลอยบอกประมาณว่าไว้รอไปฮันนีมูนค่อยไปก็ได้แต่ต้องไปเที่ยว รอบโลกชดเชยที่พี่เขตเอาแต่ทำงาน ใครๆ ที่โรงเลื่อยรู้ดีว่าพลอยใสนั้นเป็นคู่หมายของเขต ที่ไม่ได้ตอบรับหรือ ปฏิเสธ บัญชาล้อเขตเรื่องแต่งงาน พอดีบดินทร์ หรือ ดิน (ปรมะ อิ่มอโนทัย) ลูกชายของบัญชาที่เขตรักเหมือนน้อง ชายโทร.หา เขตเลยถามว่าเมื่อไหร่จะเรียนจบ เตรียมตำแหน่งงานในโรงเลื่อยไว้ให้แล้ว
ต่อแวะมาหาฟ้าที่ดูเชื่องซึม แต่ฟ้าไม่บอกอะไร เพราะไม่รู้ว่าอนาคตตัวเองจะเป็นอย่างไร ไม่อยากให้ต่อต้องมาเสีย เวลาด้วย พอฟ้าหายไป ต่อพยายามสืบทุกทาง ราตรีกับเมษาไม่บอกอะไร ต่อได้แต่ไปเยี่ยมปรีดาที่ไม่รับรู้ที่โรงพยาบาล บอกว่าจะตามหาฟ้าให้เจอ ไม่มีวันยอมแพ้
บัญชาแจ้งกับเขตว่าวันนี้ราตรีจะส่งลูกสาวมาแทนดอกเบี้ย เขตแค่รับทราบ กำลังแก้ปัญหาเรื่องงานที่เสี่ยทรงชัย หรือซ้ง (กลศ อัทธเสรี) สร้างไว้ กว่าจะกลับโรงเลื่อยก็เย็นค่ำ เมื่อเขตกับฟ้าเจอหน้ากัน ต่างตกตะลึง
เขตจากที่ไม่แน่ใจว่าฟ้าดีหรือไม่ดี ทั้งที่ลึกๆ แอบประทับใจ กลายเป็นหันมามองฟ้าในแง่ร้าย พูดดูถูกว่าไม่มีศักดิ์ศรี อกตัญญู ที่ไปเป็นพริตตี้คงเป็นเพราะติดหรู อยากหาเงินมาฟุ้งเฟ้อ ฟ้าโกรธแล้วอายมากที่เขตผู้ชายซึ่งเธอเคย ประทับใจเคยช่วยเหลือกลับปากร้าย แรง ก้าวร้าวไม่มีเหตุผล ไม่ยอมรับฟังอะไร เขตสั่งให้ฟ้าย้ายมาอยู่ห้องเดียว กับตัวเอง ทุกคนในบ้านต่างงง ฟ้าตกใจแต่จำต้องรับสภาพ
สาลี่ (นริสา พรหมสุภา) แม่นมที่ถือหางพลอยใสรีบโทร.ไปฟ้อง แล้วให้ข้อมูลผิดๆ กับคนอื่นๆ เมี่ยง (ดวงฤดี บุญบำรุง) ห้ามไม่ได้ เลยพากันเม้าท์สนุกปากจนถึงตลาดสดว่าฟ้าเป็นเมียเถื่อนของเขต ยิ่งเขตประกาศว่าจะไม่ ยกย่องว่าฟ้าเป็นเมีย อย่าหวังว่าจะจัดงาน บอกแค่ว่าใช้หนี้หมดเมื่อไหร่ค่อยเคลียร์กัน แม้จะอับอายแต่ฟ้าต้องอดทน ต่อหน้าคนอื่นเขตทำเย็นชาใส่ แต่พออยู่สองต่อสองเขตก็ปากจัด ประชดประชัน ดิบเถื่อนใส่ฉวยโอกาสลวนลาม กอดจูบ อ้างสิทธิ์การเป็นเจ้าหนี้ ฟ้าแม้จะเจ็บปวดร้องไห้แต่หัวใจลึกๆ ยินยอม แอบหลงรักเขตตั้งแต่แรกที่เคยช่วย กลายเป็นต้องขมขื่นฝืนทน เขตเองยิ่งทำก็ยิ่งหลงรักฟ้า แม้จะปากแข็งไม่ยอมรับ
พลอยใสกลับจากไปท่องเที่ยวรีบแวะมาหาเขต ต้องการมาดูหน้าฟ้าตามที่สาลี่ส่งข่าว แต่เขตบอกว่าหากเชื่อใจพี่ เขตไม่ต้องถาม เพราะผู้หญิงที่จะแต่งงานด้วยและยกย่องเป็นภรรยามีแค่พลอยเท่านั้น ฟ้าแอบได้ยินก็น้ำตาร่วง สาลี่อยากได้เงินได้หน้าจากพลอยเลยอาสาจะเฝ้าดูฟ้า แล้วก็แกล้งนิดๆ หน่อยๆ ให้ทนไม่ได้แล้วหนีไป พลอยไม่ ห้าม เพราะเห็นว่าฟ้าหน้าตาสวย กลัวเขตจะใจอ่อน
พลอยตีกันแวะมาหาเขตแทบทุกวัน เขตใช้พลอยคอยกลั่น แกล้งฟ้า แสดงบทหวานโชว์ฟ้าที่แอบสะเทือนใจโดยไม่รู้ตัว แต่ฟ้าไม่ปริปากยิ่งทำให้เขตหมั่นไส้ ลับหลังเขต พลอยกับสาลี่ร่วมวงกันดูถูก ยุให้ไป แต่ฟ้าบอกว่าต้องรักษาสัญญาเรื่องหนี้ พลอยเสนอว่าจะใช้หนี้ให้ ฟ้าได้แต่ ขอบคุณแต่คงรับไม่ได้
บดินทร์เรียนจบกลับมา เขตขอให้ฝึกงานเป็นผู้จัดการโรงเลื่อยทันที ดินเจอฟ้า แอบปิ๊งเพราะเห็นฟ้าหน้าตาสวยมี น้ำใจ ช่วยดูแลลูกหลานคนงานที่ป่วยพาไปอนามัย แต่พอรู้ว่าฟ้าเป็นเมียเถื่อนของเขตได้แต่เสียดาย เจอกับพลอย เห็นนิสัยคุณหนูเอาแต่ใจ ดินแกล้งพูดจายั่วเริ่มสนุกที่จะปะทะกับพลอย
เงินหลายล้านของราตรีหมดไปกับการเข้าบ่อนประเทศเพื่อนบ้านและการใช้จ่ายมือเติบของเมษา สองแม่ลูกเพิ่งรู้ ความจริงว่า ฟ้ามาอยู่กับเขตที่นอกจากจะหล่อแล้วยังร่ำรวย จึงเสียดายที่สลับตัวฟ้าส่งมา ตัดสินใจขนกระเป๋าตีหน้า เศร้าเล่าความเท็จขอย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเขต อ้างเป็นแม่เลี้ยงฟ้า หวังมาเสพสุข เขตถามเรื่องเมษา เพราะเงื่อนไขคือ ส่งลูกสาวมาทำงาน แต่ราตรีก็เลี่ยงไปว่า เงินกู้เอาไปรักษาปรีดา
ดังนั้น ส่งฟ้าที่เป็นลูกสาวตัวจริงมาถูกต้องแล้ว ฟ้าจะได้ตอบแทนพ่อตัวเอง บีบน้ำตาบอกว่าฟ้าเหมือนลูกสาวแท้ๆ เลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก ส่งเสียจนเรียนจบ ปริญญา ถึงจะทำไม่ดีไปบ้างแต่ก็รัก เขตแม้จะเริ่มมองเห็นว่าราตรีไม่ธรรมดา แต่ยังเข้าใจผิดว่าฟ้านิสัยไม่ดี เลยพูด ประชดฟ้าว่าหน้าเงิน ยกพวกพากันมาเกาะกิน ราตรีหน้าด้านไม่สนใจยุให้เมษาจับเขตที่ไม่เคยสนใจมอง เมษาพยายามหาทางยั่วเขตทุกอย่าง แต่ยามสองแม่ลูกอยู่ต่อหน้าพลอยก็เป็นนกสองหัวทำเป็นดี ยืมมือพลอยผสมโรงแกล้งฟ้า แล้วหาโอกาสสอดส่องสมบัติผ่องถ่ายไปด้วย
เขตแอบได้ยินเมษาขอเงินฟ้า บอกว่าจะเอาไปเป็นค่ารักษาพ่อ หากไม่ให้ปรีดาคงจะลำบากกลายเป็นคนไข้อนาถา ฟ้าบอกว่าเธอมาอยู่ที่นี่เพื่อใช้หนี้ ไม่มีรายได้อะไร แต่ก็ห่วงพ่อ เลยพยายามนำผลผลิตที่ปลูกเองไปทำขนมขายใน ตลาดเพื่อหารายได้ เมี่ยงแอบมาช่วย เขตเริ่มสงสัยว่าฟ้ากตัญญูใช้หนี้แทนพ่อจริงหรืออย่างไรกันแน่ แวบหนึ่งแอบ สงสาร เริ่มรังเกียจราตรีมากขึ้น เลยบอกว่าจะจ่ายเงินเดือนให้ฟ้า อย่าทำขายหน้าด้วยการไปเป็นแม่ค้า หน้าที่ของ เธอคืออยู่บนเตียง บริการให้เขาพอใจ เบื่อเมื่อไหร่จะปล่อยเป็นอิสระ หนี้สินจะได้หมดไวๆ ฟ้าทนไม่ไหวตบหน้าเขต ที่ได้โอกาสปลุกปล้ำ ฟ้าขัดขืนไม่ได้เลยนอนแข็งทื่อแล้วน้ำตาไหลพราก เขตบอกว่าไร้อารมณ์ หมดสนุก ลึกๆเริ่ม พอใจ
เขตตามไปช่วยคนงานซ่อมสะพานข้ามแม่น้ำ เห็นที่ดินแถวน้ำตก สวยงาม อากาศดี ตัดสินใจไปสร้างกระท่อมริมน้ำตกไว้โดยห้ามไม่ให้คนงานบอกใคร ดื่มกับคนงานมาพอมึนๆพอกลับมาเห็นดินช่วยฟ้าห่อขนมก็เกิดไม่พอใจ บวกหึงหวงทั้งที่มีเมี่ยงอยู่ด้วย เลยพาลหาเรื่องฉุดเข้าห้อง ด่าว่าแพศยาคิดจะสวมเขาให้ ลวนลามฟ้าหนัก ฟ้าก็ขัดขืน เขตยิ่งทำก็ยิ่งรักหวงแหน สับสน สงสาร แต่ปากแข็ง ฟอร์มเยอะ ดูถูกสารพัด ฟ้าเองทิฐิ แต่เอาตัวไม่รอด เขต เห็นฟ้าโอนอ่อนตามการจูบเลยประณามปากเสียว่า ที่แท้ก็ชอบ ฟ้าเลยร้องไห้ แล้ววิ่งหนีออกไป เขตตามด่าว่ากากี ดินเลยชกเขตเพื่อเรียกสติ พลอยรู้จากสาลี่รีบมาหาเขตหึงหวง ขับรถปานพายุเกือบจะชนกับดินแล้วพาลพูดจาดูถูก ดินว่าเสียดายมีการศึกษา แต่คิดจะมั่วกับนางบำเรอของพี่ชาย ทำให้ดินแค้นคิดจะเอาชนะพลอย พลอยก็หึงเขตไป ฟ้องบัญชา ไปบอกเสี่ยนพ (กฤตย์ อัทธเสรี) พ่อตัวเอง เพื่อทวงสัญญาของผู้ใหญ่ที่ให้สองคนเป็นคู่หมายกันตั้งแต่เด็ก
เสี่ยนพถามเขตเรื่องพลอย บัญชาบอกว่าเขตคงต้องตัดสินใจจะเลือกฟ้าหรือพลอย เขตเลยต้องจัดงานหมั้นกับ พลอย ฟ้าได้แต่เศร้าเสียใจ ในขณะที่ยังหวงฟ้าไว้ ไม่อยากให้กลายเป็นน้ำตาลใกล้มดกับดิน เลยบังคับฟ้าไปขังไว้ ที่กระท่อมริมลำธาร ฟ้าพยายามหนีเขตจนตกน้ำบาดเจ็บที่เท้า เขตให้ฟ้าขี่หลังพากลับไป เถียงกัน ฟ้าตบเขตที่จะ ปล้ำ ฟ้าจู่โจมฉีกเสื้อจนขาดแต่ฟ้าพูดว่า คงภูมิใจที่ได้ผู้หญิงจากการขืนใจ เขตเลยหยุดแล้วสั่งว่าฟ้าจะต้องอยู่ที่ กระท่อมจะได้เลิกลอยหน้ายั่วผู้ชายอื่น เขตใช้ให้ฟ้าทำงานบ้าน เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู ปลูกผัก ทำอาหารจากเตาถ่าน ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสารพัด กะว่าถ้าทำไม่ได้ก็จะปล้ำจูบสั่งสอน กลายเป็นฟ้าทำได้ เพราะตอนอยู่บ้านแม่เลี้ยง ฟ้าทำมาทุกงานแล้ว
ฝนตกหนักแทบทุกวัน สะพานที่จะข้ามไปกระท่อมขาด ฟ้าออกไปช่วยเขตเลยเป็นหวัดตัวร้อน ยาแก้ไข้หมด เขต ต้องกอดฟ้าถอดเสื้อผ้าตัวเองและฟ้าใช้ไออุ่นร่างกายถ่ายทอดถึงกัน เขตเลยเผลอใจ ฟ้าไม่ขัดขืน ยินยอมพร้อมใจ เป็นของเขตที่ไม่แน่ใจว่าฟ้าบริสุทธิ์หรือไม่...แต่ปากเสียถามว่าไปทำจากหมอคนไหนเครื่องถึงยังฟิตอยู่ ไม่อยาก เชื่อว่าฟ้าที่รู้ข้อมูลจากสายสืบว่าเปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้าจะบริสุทธิ์อยู่ ฟ้าอายและโกรธเลยตบหน้า เขตจัดให้ฟ้าอีก หลายดอก เริ่มหลงรักฟ้าถอนตัวไม่ขึ้น ไม่แคร์ว่าฟ้าจะเป็นยังไงมาก่อน เพราะเสียงของหัวใจบอกว่าฟ้าคือ คนที่เขต รัก แม้จะปากแข็งไม่ยอมรับก็ตาม
จอมสืบจนรู้ว่าเมษาอยู่ที่ไหนแวะมาเข้าใจว่าได้ที่เกาะใหม่เป็นเศรษฐี ขู่จะเปิดโปงได้โอกาสรีดไถเงิน ตอนจอม กลับออกไปเห็นพลอยมาหาเขตแต่ไม่เจอเลยขับรถคนเดียวในทางเปลี่ยว แอบตามไปดักฉุดพลอยหวังข่มขืน แต่ ดินผ่านมาเลยปะทะจนได้รับบาดเจ็บ จอมหนีได้ พลอยเริ่มมองดินในแง่ดี
เวลาผ่านไป 2 เดือน ความรักของเขตเริ่มอ่อนหวานนุ่มนวลจนฟ้ายอมรับว่ามีความสุข แม้จะเป็นเพียงเมียเถื่อนของ เขตในกระท่อมริมธารกลางป่า สองคนเริ่มจะเข้าใจกัน
วันที่เขตเข้ากรุงเทพฯเพื่อนัดเจรจาธุรกิจกับลูกค้ารายใหม่ ดินมาเจอฟ้าเพราะบังคับถามจากเมี่ยง พลอยรู้จากสาลี่ก็ตามมาอีกคน พลอยร้องไห้เสียใจ บอกว่าหากเธอพลาดไม่ได้แต่งงานกับเขตที่ผู้ใหญ่ให้เป็นคู่หมายกันมาตั้งแต่เด็ก เธอคงอยู่ที่นี่ไม่ได้ เพราะอับอายไม่กล้าเจอหน้าใครที่รู้จักเธอกับเขตดี ฟ้าแสนดีไม่อยากให้พลอยต้องเสียหน้าไม่ ได้แต่งงานกับเขต เลยบอกว่าไม่ต้องสนใจสถานะของเธอกับเขต พอเขตกลับจากกรุงเทพฯ ฟ้าก็บอกเขตว่า เธอ ยอมเป็นเมียเถื่อนของเขตแล้ว เรื่องหนี้สินจะว่าอย่างไร เขตเข้าใจว่าที่แท้ฟ้าก็เป็นผู้หญิงเห็นแก่เงิน บอกว่าไม่ต้อง ห่วง เขาจะแต่งงานกับพลอยแน่นอน แต่ขอใช้เธอให้คุ้มค่าก่อน ยังไงหากบริการดีอาจจะให้เงินติดตัวไปสักก้อน เผื่อไปใส่ตะกร้าล้างน้ำ หาผู้ชายหน้าโง่มาเซ็งลี้ต่อ
เขตพาฟ้ากลับไปอยู่บ้าน แต่เตรียมงานแต่งงานกับพลอยไปด้วย ฟ้าเพิ่งรู้ตัวว่าท้องแต่ไม่ยอมบอกใคร ยิ่งเห็นเขต แสร้งหวานกับพลอยก็ได้แต่ขมขื่นน้ำตาเช็ดหัวเข่า ราตรีกับเมษาสงสัยว่าฟ้าจะท้องหวังให้ฟ้าแท้งลูก แต่ดินเข้ามา ช่วยฟ้าที่ไม่ยอมบอกว่าท้อง พลอยเห็นกลับไม่ค่อยพอใจ ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกับดิน บอกเขตว่าฟ้าหลายใจ เขต เลยยิ่งเคืองฟ้า ถามว่าเป็นอะไร ฟ้าไม่ยอมบอก สองคนแม้ใจจะรักกัน แต่กลับยิ่งห่างกันไป เพราะเข้าใจผิด
ราตรีกับเมษารู้ว่าไม่นานเขตต้องรู้ว่าฟ้าท้องกับตัวเอง วางแผนให้จอมเข้ามาขโมยเงิน บัญชาเข้ามาเห็น เมษาเลย ผลักบัญชาตกบันไดมาเป็นอัมพาตพูดไม่ได้ ราตรีใส่ร้ายฟ้าเป็นคนทำร้ายบัญชาเพราะกำลังจะขโมยเงินแต่บัญชาจับได้ซะก่อน เขตไล่ฟ้าออกจากบ้าน ฟ้าเป็นลม แต่เขตไม่ไยดี เสียใจเรื่องอาที่รักเหมือนพ่อ มุทำแต่งาน กลับบ้านดึก ราตรีกับเมษาเลยทำตัวเป็นเจ้าของบ้าน แอบเอาของมีค่าอื่นๆ ไปขาย บัญชาอัมพาตนอนบนเตียงไม่ได้ทานข้าว ไม่มีใครดูแล ฟ้าเลยตัดสินใจไม่ไป คอยดูแลบัญชา เหนื่อยมากจนเป็นลม แล้วยังโดนสองแม่ลูกโขกสับหนักขึ้นทุก วัน เขตไม่ใจอ่อน บอกว่าฟ้าเล่นละคร หน้าด้านไม่ไป หวังจะได้เพิ่มค่าตัว ดินขอบคุณฟ้าที่ดูแลพ่อ จนรู้ว่าฟ้าท้อง แต่ฟ้าห้ามดินไม่ให้บอกเขตที่ยิ่งหึงหวงลงกับฟ้าหนักขึ้น เขตทำเป็นเตรียมงานแต่งกับพลอย ฟ้าเศร้า ดินซึม ต่าง เจอพิษรัก ปัญหาเรื่องรักไม่จบ
เรื่องงานก็ยังเข้ามารุมเร้า ซ้งวางแผนหาทางแย่งงานใส่ร้าย ส่งคนมาขโมยของ ยัดไส้ไม้เถื่อน ดินแม้จะตึงๆ กับเขตเรื่องความรักแต่ก็ยังช่วยงานเขตจัดการกับซ้งจนโดนตำรวจจับไปแจ้งข้อหามีไม้ต้องห้าม ฟ้า เห็นเขตเหนื่อยล้าจากงานก็เข้ามาดูแล แต่เขตก็ไม่ไยดี ทำมึนตึง ทั้งที่ในใจแอบเป็นสุขแต่ฉากหน้าปากร้ายใส่ แต่ ก็มีสัมพันธ์ด้วย ฟ้าทำท่าจะขัดขืนเพราะห่วงลูกในท้อง เขตยิ่งสนุก ยิ่งหึงหวงหนักไม่รู้ตัวว่ารักฟ้ามาก
ราตรีต้องการถอนรากถอนโคน ไม่ยอมให้ลูกในท้องฟ้าออกมาดูโลก กลัวว่าถ้าตรวจแล้วจะรู้ว่าเป็นลูกเขต เลยให้ จอมจัดการเก็บฟ้ากับลูกในท้อง จอมบอกว่ายินดี แต่ถ้าจัดการฟ้าแล้วขอจัดการพลอยที่พลาดครั้งที่แล้วด้วย พลอย แอบได้ยิน เลยรู้ว่าคนร้ายที่พยายามจะข่มขืนเธอคือจอม กลัวมากเผลอพูดกับดิน แต่ไม่ได้บอกเรื่องจอมจะจัดการ เก็บฟ้า ดินสารภาพว่ารักและพร้อมจะปกป้องพลอย ขอให้อย่าแต่งงานกับเขต พลอยสับสน ก่อนจะตัดสินใจบอกดิน เรื่องเมษาบอกให้จอมไปทำร้ายฟ้า ดินมาช่วยฟ้าไว้ได้ เขตเข้าใจว่าฟ้าไปอ่อยดิน เลยรังเกียจหนักขึ้น ฟ้าเสียใจจน เป็นลมอีก
ดินพาฟ้าไปหาหมอที่เป็นเพื่อนกับต่อ ซึ่งแวะมาเยี่ยมพอดี ทำให้สองคนเจอกัน แต่ฟ้าไม่ยอมเล่าอะไรให้ต่อฟัง รีบกลับไปกับดิน ต่อไม่หยุดพยายามขอข้อมูลจากเพื่อนหมออ้างว่าฟ้าเป็นคนรักที่จู่ๆ หายไป ตามหามานาน เป็น ห่วงมาก ขอให้แค่ได้รู้ว่าฟ้าสุขสบายดี เพื่อนหมอเลยยอมบอกว่าดินอยู่ที่ไหน (ไม่ได้บอกว่าตั้งครรภ์เพราะผิด จรรยาแพทย์) ต่อต้องลองไปสืบเองว่าฟ้าอยู่กับดินหรือไม่
เมื่อเขตรู้ว่าฟ้าท้อง แต่ยังเข้าใจผิดถามว่า ท้องกับใคร สงสัยพอคลอดต้องรอตรวจ DNA ฟ้าเศร้ามาก ไม่ยอมพูด เตรียมเก็บข้าวของจะออกไปจากบ้านเขต ราตรี เมษาและจอมวางแผนจับพลอยไปเรียกค่าไถ่ ฟ้าแอบเห็นเลยตามไป กลายเป็นถูกจับไปอีกคน จอมเรียกเงิน 50 ล้าน สุดท้ายถูกตำรวจจับได้ให้การซัดทอดสองแม่ลูกราตรีกับเมษา ฐานวางแผนการเลวร้ายต่างๆ รวมทั้งผลักบัญชาตกบันไดด้วย จอมยอมให้การเป็นพยานเพราะหวังลดโทษ เสี่ยนพ เริ่มประทับใจที่เห็นดินกระตือรือร้นช่วยพลอย
เขตรู้ความจริงเมื่อสายเพราะฟ้าหนีไปแล้ว ยอมให้ต่อมาช่วย เขตไป ตามฟ้าที่โรงพยาบาล มั่นใจว่าจะมาหาพ่อ จึงรู้ว่าฟ้าพาปรีดาย้ายโรงพยาบาลไปด้วย พลอยซึ้งใจที่ฟ้าช่วยและรู้ใจ ตัวเองถอนหมั้นกับเขต รับรักของดิน เขตหันมาทำงานหนัก แล้วดูแลบัญชาจนอาการดีขึ้นพูดได้ ดินปรึกษาพลอย ตัดสินใจยอมผิดคำพูดกับฟ้า บอกเขตว่าฟ้าท้องกับเขตที่แทบเป็นบ้าตามหาฟ้าพลิกแผ่นดิน แต่ไม่พบ
ต่อสารภาพรักกับฟ้าที่ขอบคุณต่อซึ่งช่วยเหลือและดีกับเธอมาตลอด แต่ตอนนี้เธอคงจะรับรักใครไม่ได้ เพราะกำลัง ตั้งครรภ์ แม้ลูกจะไม่มีพ่อ แต่ก็พร้อมจะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ต่อยอมแต่งงานด้วย หากฟ้ายังไม่พร้อมมีสัมพันธ์ก็แต่ง งานกันแต่ในนาม แต่ฟ้ายืนยันว่าหัวใจเธอไม่ว่างแล้ว ต่อจึงจำต้องยอมรับความจริง ถอยออกมาเป็นแค่เพื่อน
เหมือนเส้นผมบังภูเขา เมื่อเขตพาบัญชาไปตรวจอาการ หมอที่รักษาบัญชาเป็นหมอคนเดียวกับที่ดูแลปรีดาด้วย ฟ้า ดีใจมากที่ปรีดาขยับตัวได้ ทำท่าจะฟื้นจากอาการเจ้าชายนิทรา เขตได้เจอฟ้า ตามง้อฟ้า แต่ฟ้าไม่ยอมคืนดี
เกิดพายุแผ่นดินถล่มฝายเก็บน้ำทำให้ทางขาด ดินกับพลอยช่วยวางแผนจัดฉากบอกฟ้าว่าเขตไปช่วยคนงานแล้ว หายไป ฟ้าร่ำไห้ที่กระท่อมริมธารบอกลูกในท้องว่าหากได้พบพ่อ จะยอมทุกอย่าง ตกกลางคืนเหมือนเขตจะมาหา พอเช้าก็ไม่มีแม้เงา สุดท้ายฟ้าจับได้ว่าเขตแกล้งลองใจ เก็บข้าวของจะไป เขตเลยอุ้มฟ้าพากลับบ้านที่ปรีดากับ บัญชาเตรียมงานแต่งงานไว้รอ ฟ้าเลิกเป็นเมียเถื่อน ได้เป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมายของเขต ติดตามชมความสนุกเข้มข้นของ ละครเมียเถื่อน ได้ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 8.00 น./12.40 น./20.00 น. ทางช่อง 8 ละครเมียเถื่อน เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2557